Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
สมุดเกิดตาย – ที่แท้ทุกอย่างถูกลิขิตไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

สมุดเกิดตาย – ที่แท้ทุกอย่างถูกลิขิตไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

374 Views

         – รหัสดวงชะตาชีวิตกับการเพิ่มและลดอายุขัยของมนุษยชาติ ดูสมุดเกิดตายแพร่งพรายความลับสวรรค์

 

          ตามที่อาอวี้ได้เห็น   สมุดเกิดตายมีสีเหลืองอ่อน   มีลวดลายที่หน้าปก  ด้านบนเขียนว่า “สมุดเกิดตาย”  ตกแต่งเย็บเล่มด้วยด้ายแบบสมุดโบราณ  เล่มสีเหลืองอ่อนจดบันทึกโชควาสนาและเคราะห์ภัยของวิญญาณตอนที่วิญญาณยังมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์  ส่วนในมือของผู้พิพากษายังมีสมุดเกิดตายเล่มสีแดงอีกหนึ่งเล่ม  เล่มสีแดงนี้จดบันทึกข้อมูลของวิญญาณในนรกอย่างละเอียด  ตกแต่งเย็บเล่มเหมือนกับเล่มสีเหลืองอ่อน  เพียงแต่สีไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง

        สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง !  ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง !  อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา !  ผู้พิพากษาคะ วันนี้อยากถามคำถามหลายข้อ : เล่าลือกันว่ามีชาวโลกที่สามารถตรวจดูสมุดเกิดตายในนรกได้  เป็นความจริงหรือไม่คะ ?  สมุดเกิดตายมีอยู่จริงหรือไม่  แล้วเป็นสมุดอย่างไร ?  ได้ยินมาว่ามนุษย์ทำนายดวงชะตาสามารถทำนายเรื่องราวที่จดบันทึกไว้ในสมุดเกิดตายได้จริงหรือคะ ?  ตลอดชีวิตจะได้กินเท่าไหร่  สวมใส่เท่าไหร่  ก่อนที่จะมาเกิดก็ถูกลิขิตไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วใช่หรือไม่คะ ?  ถ้าหากว่าชะตาถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแน่นอนแล้วว่าเกิดมาจะมีอายุขัยเท่าไหร่  ถ้าเช่นนั้นการดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  ใช้ชีวิตตามปกติ  ควบคุมอาหารการกิน  ออกกำลังกายให้มาก  เป็นต้น  ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้อายุขัยที่ถูกกำหนดไว้แล้วแต่เดิมนั้นเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?  หรือว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตไว้แล้วได้ ?  ชะตาชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ?  ถ้าปรารถนาอยากจะยืดอายุขัยสามารถทำได้หรือไม่ ?  การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอายุขัยมีขีดจำกัดหรือไม่ ?  ขอบคุณค่ะผู้พิพากษา !

        ผู้พิพากษาตอบกลับมาว่า : “ บนโลกมนุษย์มีคนที่สามารถลงมายังนรกแล้วตรวจดูสมุดเกิดตายในนรกได้จริงๆ  คนที่สามารถลงมาที่นรกตรวจดูสมุดเกิดตายได้ย่อมต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป  จะต้องมีเหตุปัจจัยที่พิเศษ  เพราะคนธรรมดาทั่วไปที่ยังไม่สิ้นอายุขัยไม่สามารถลงมาที่นรกได้  คนที่มาถึงนรกได้หลักๆแล้วมีอยู่ 2 ประเภท : ประเภทที่ 1 คือมาด้วยแรงกรรม  ก็เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ได้สร้างบาปกรรมต่างๆทำให้ต้องตกนรก  จึงต้องมารับผลกรรมในนรกตามแรงกรรมที่ได้ทำไว้ ไม่มีสิทธิ์เลือกตัดสินใจได้เอง กล่าวโดยสรุปคือ  ก็เพราะละเมิดกายกรรม  วจีกรรม  และมโนกรรม 3 อย่างนี้  กายกรรม  ครอบคลุมไปถึงการฆ่าชีวิต  การลักขโมย  และการประพฤติผิดในกาม  3 ประเภทใหญ่   วจีกรรม  ครอบคลุมไปถึงการพูดเท็จ  พูดเพ้อเจ้อ  พูดคำหยาบ  พูดส่อเสียด*  4 ประเภทใหญ่   มโนกรรม  ครอบคลุมไปถึงความโลภ  โกรธ  หลง  3 ประเภทใหญ่ 

(*การพูดส่อเสียดหมายถึงการพูดยุยงหรือพูดยุแยงให้ผู้อื่นแตกแยกกัน  การพูดส่อเสียดไม่ใช่การพูดเสียดสีหรือการพูดกระแนะกระแหนผู้อื่น  เหน็บแนม  กระทบกระเทียบ  ถากถาง  เย้ยหยันให้ผู้อื่นได้รับความเสียใจ คับแค้นใจ ขุ่นเคืองใจแต่อย่างใด )

        ที่กล่าวมาข้างต้น  เวไนยบนโลกมนุษย์ที่ละเมิดกายกรรมสาม  วจีกรรมสี่  และมโนกรรมสาม  หลังจากที่สิ้นอายุขัยลงแล้ววิญญาณจะมาสู่นรก  ในที่นี้เราเพียงแค่อธิบายแบบง่ายๆคร่าวๆ  ถ้าอธิบายอย่างละเอียดยังมีแบ่งเป็นหมวดหมู่มากมาย ก็จะไม่ขอพูดแบบละเอียด  ยังมีเวไนยอีกประเภทหนึ่งตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ทำไม่ดีไม่เลว  ดีกับไม่ดีอย่างละครึ่ง (ไม่ได้ทำความชั่วที่เป็นความผิดบาปร้ายแรง ตรวจสอบบุญบาปแล้วพบว่าไม่มีบาปกรรมที่จะต้องรับโทษในนรก) เมื่อสิ้นอายุขัยก็จะไปเกิดในภูมิผีของเขตแดนสามัญชนในเมืองนรก  ประเภทนี้ก็จัดอยู่ในประเภทที่ 1 เช่นกัน   ประเภทที่ 2 คือมาด้วยพลังแห่งพุทธานุภาพ  มาด้วยแรงปณิธาน  มาด้วยพลังแห่งบุญญานุภาพ  คนประเภทนี้จะต้องเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติที่มีภาระหน้าที่พิเศษอยู่บนโลกมนุษย์  ผู้บำเพ็ญปฏิบัติประเภทนี้ถือศีลวินัยอย่างสะอาดบริสุทธิ์และเคร่งครัด  ฉุดช่วยเวไนยทั่วทุกที่ตามเหตุบุญปัจจัย  ทำให้เวไนยหลุดพ้นจากความทุกข์ได้รับความสุข  พวกเขาแพร่ประกาศสัมมาธรรมเพื่อฉุดช่วยเวไนย  ผู้บำเพ็ญปฏิบัติประเภทนี้หากเพื่อฉุดช่วยเวไนยก็สามารถมาตรวจดูสมุดเกิดตายในนรกได้  แต่กรณีนี้มีน้อยยิ่งนัก

        สมุดเกิดตายในนรกอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของผู้พิพากษา  โดยปกติผู้พิพากษาจะถือสมุดเกิดตายไว้อยู่ในมือ  ในสมุดเกิดตายจดบันทึกบุญวาสนาของแต่ละคน  ใครได้เสวยผลบุญมากใครได้เสวยผลบุญน้อย  ก็ในเมื่อกินเท่าไหร่  สวมใส่เท่าไหร่  ไร่นา  บ้าน  ทรัพย์สมบัติในครอบครัว  พ่อแม่พี่น้อง  เคราะห์ภัย  โรคภัยไข้เจ็บ  ล้วนถูกลิขิตไว้แล้ว  อายุขัยสั้นยาวเท่าไหร่ล้วนมีจดบันทึกไว้อย่างละเอียดครบถ้วนครอบคลุมหมดทุกด้าน  อย่างเช่น  ชื่ออะไร  ปีไหน  เดือนไหน  วันไหน  เวลาเท่าไหร่  จะตายที่ไหน  เหล่านี้ล้วนถูกเขียนไว้แล้วในสมุดเกิดตายตั้งแต่ก่อนที่จะไปเกิดบนโลกมนุษย์  และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามอำเภอใจ  ถ้าหากต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขจะต้องมีเทพสหเทวาที่อยู่ข้างกายคอยจดบันทึกบุญบาปของเวไนยแต่ละคนเป็นผู้นำเสนอข้อมูลเพื่อให้พิจารณา  อีกทั้งยังต้องผ่านการอนุมัติจากจ้าวแห่งยมโลกจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้

        มนุษย์ทำนายดวงชะตาชีวิตสามารถทำนายเรื่องราวที่จดบันทึกไว้ในสมุดเกิดตายได้  เพียงแต่หมอดูต้องมีวันเดือนปีเกิดที่ถูกต้องของผู้ที่จะขอรับคำทำนาย  ก็จะสามารถทำนายดวงชะตาตลอดชั่วชีวิตของคนๆนั้นออกมาได้  แต่ก็เพียงแค่สามารถทำนายออกมาได้เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขดวงชะตาได้  หมอดูทั้งหลายบนโลกมนุษย์ที่อ้างตัวว่าตัวเองสามารถแก้ไขดวงชะตา โชคลาภทางการเงิน ชีวิตสมรส การงาน และอื่นๆได้นั้น  ส่วนใหญ่เป็นหนึ่งในกลวิธีทางธุรกิจที่มีเจตนาจะขูดรีดทรัพย์  คนจำนวนมากนั้นเป็นเพราะว่าหมอดูสามารถทำนายเรื่องราวในอดีต หรืออาจจะทำนายจำนวนสมาชิกในครอบครัวและเรื่องอื่นๆของผู้ที่ถูกทำนายออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทำให้จิตใจหวั่นไหวคิดว่าตัวเองได้พบกับคนที่เก่งกาจมีความสามารถสูง  แต่นอกจากหมอดูเหล่านี้จะเชี่ยวชาญการคำนวณดวงชะตาสามารถทำนายออกมาได้แล้ว ความจริงมีหมอดูจำนวนมากอยู่ในสภาพที่ถูกวิญญาณอื่นมาสิงร่าง

        พวกวิญญาณมีเจโตปริยญาณ สามารถล่วงรู้ความคิดรวมทั้งเรื่องราวในอดีตของผู้ที่รับการทำนายได้  แต่ว่ามนุษย์ไม่รู้ไม่สามารถวินิจฉัยแยกแยะได้  แล้วยังหลงดีอกดีใจคิดว่าตัวเองได้พบกับคนที่มีความสามารถสูงส่ง  ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อฟังคำสั่งของหมอดูอย่างเคร่งครัด  จากนั้นก็เริ่มแก้ไขดวงชะตากับหมอดูอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า  เสริมดวงด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล  เสริมดวงเพิ่มความก้าวหน้าในด้านอาชีพการงาน  เสริมดวงด้านความรัก  เสริมดวงให้สุขภาพแข็งแรง  จัดบ้านตามฮวงจุ้ย  และอื่นๆเป็นต้น  เรียกว่าเสริมดวงแก้ไขดวงชะตาทั้งหมดแบบยกเซ็ตโดยหารู้ไม่ว่าเป็นการสิ้นเปลืองเงินทองจำนวนมากอีกทั้งสูญเสียเวลาไปไม่ใช่น้อย  แต่แท้ที่จริงชะตาชีวิตได้ถูกลิขิตไว้แล้ว ไม่ได้เปลี่ยนแปลงดวงชะตาอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว  เคราะห์ภัยก็ยังต้องมาเยือนเหมือนเดิม  ยังต้องป่วยเหมือนเดิม  สุดท้ายก็ยังต้องตายอยู่ดี

        อยากจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขชะตาชีวิต ไม่ใช่การไปหาหมอดูแล้วให้หมอดูช่วยเปลี่ยนแปลงแก้ไขชะตาชีวิตให้  ถ้าอยากจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขชะตาชีวิตจริงๆก็ต้องพึ่งตัวเอง  หมั่นสร้างบุญกุศล  ขอความช่วยเหลือจากตัวเองดีกว่า  ไม่จำเป็นต้องไปดูดวง  มีบุญเดี๋ยวก็มีคนช่วยค้ำจุนเอง  สุขภาพ  ครอบครัว  อาชีพการงาน  ความรัก  และอื่นๆก็จะสมมาดปรารถนาเอง  คนอื่นอย่างมากก็ทำได้เพียงแค่เตือนสติอยู่ข้างๆ  การทำความดีจะต้องลงมือปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง  ตลอดเวลาครุ่นคิดที่จะทำความดีอยู่ตลอดเสมอไม่ลืมเลือน  เช่นนี้แล้วชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตไว้ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้  สมุดเกิดตายของตัวเองก็จะสามารถแก้ไขจากเดิมได้

        อาอวี้ ท่านอยากรู้ว่าถึงแม้บางคนตลอดชีวิตจะใส่ใจดูแลบำรุงสุขภาพร่างกาย  ใช้ชีวิตตามปกติ  ควบคุมอาหารการกิน  นอนหลับอย่างเพียงพอ  ออกกำลังกายให้มาก  และอื่นๆเป็นต้น  ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้อายุขัยที่ถูกกำหนดไว้แล้วแต่เดิมนั้นเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?  ขอตอบว่าปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนไม่มีผลให้อายุขัยที่ถูกกำหนดไว้แล้วเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอายุขัยที่ถูกกำหนดไว้แล้วได้  แน่นอนว่าในยามปกติบำรุงร่างกายด้วยอาหารดีๆ  ความทุกข์จากความเจ็บป่วยทางกายย่อมลดน้อยลงไปบ้าง  แต่ความเป็นจริงแล้วเวไนยส่วนใหญ่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขชะตาชีวิตได้  ตลอดชีวิตต่างก็เดินก้าวเข้าสู่ความตายตามปกติทั่วไปไม่มีอะไรที่พิเศษ  และยังคงต้องไปเวียนว่ายตามแรงกรรม

        ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำความดี ถึงแม้ว่าความดีนั้นดูแล้วจะเป็นความดีที่เล็กน้อยซะจนไม่มีค่าพอให้กล่าวถึงก็ตาม  แต่ขอเพียงบังเกิดจิตที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นอย่างแท้จริง ผลบุญที่จะได้รับนั้นก็จะมากมายมหาศาล  ดังนั้นชะตาชีวิตของตัวเองก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้  มีคนอยู่ 2 ประเภทที่สามารถส่งผลกระทบต่อวิถีโคจรของชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตไว้แล้วได้  ก็คือ “คนที่ชั่วมาก” กับ “คนที่ดีมาก”  คนที่ชั่วมากหลังจากที่ตายแล้วก็จะตรงดิ่งลงสู่นรกรับผลกรรมในนรก  ส่วนคนอีกประเภทหนึ่งคือคนที่ดีมาก มีความกตัญญูมากขนาดฟ้ายังซาบซึ้ง  สะสมบุญกุศลที่ทำอย่างลับๆไว้มาก*  ฉุดช่วยเวไนยออกจากความทุกข์ยาก  บุญกุศลเพิ่มทวีขึ้นอย่างไม่มีขอบเขตประมาณ  ก็จะสามารถฟันฝ่าชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตไว้และสามารถยกระดับชะตาชีวิตให้ดีขึ้นทีละขั้นๆตามลำดับ  หลังจากตายแล้วก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ได้เสพสุขอยู่บนสวรรค์

(*บุญลับในที่นี้อาจหมายถึงการทำความดีอย่างลับๆโดยไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น หรืออาจหมายถึงการทำความดีอย่างเงียบๆโดยไม่ได้มุ่งหวังให้ใครรู้หรือไม่ได้ป่าวประกาศให้ผู้อื่นรู้  เป็นความดีที่ทำโดยไม่ได้ต้องการชื่อเสียงและคำสรรเสริญจากผู้อื่น  ซึ่งอาจตรงกับคำว่า “ปิดทองหลังพระ” ในภาษาไทย)

          สำหรับคำถามที่ท่านถามว่าถ้าปรารถนาจะยืดอายุขัยนั้นสามารถทำได้หรือไม่  คำตอบคือได้  แต่อายุขัยที่เพิ่มขึ้นนั้นมีขีดจำกัด  และความปรารถนานั้นต้องสอดคล้องต่อหลักธรรม  ที่ว่าสอดคล้องต่อหลักธรรมนั้นก็คือว่าถ้าหากร่างกายของตัวเองไม่ค่อยดี ต้องการอาหารเสริมมาบำรุงร่างกาย จะทำลายชีวิตสัตว์เพื่อมาบำรุงร่างกายของตัวเองไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ฟ้าเบื้องบนรักทะนุถนอมสรรพชีวิต มีคุณธรรมไม่เข่นฆ่า  ถ้าหากเราทำลายชีวิตของเวไนยเพื่อมาบำรุงชีวิตของตัวเราเอง นี่ก็คือสิ่งที่กฎยมโลกไม่อนุญาตอย่างเด็ดขาด  ไม่เพียงไม่สามารถยืดอายุขัยได้ แถมยังติดค้างหนี้ชีวิตทำให้เกิดผลกรรมตอบสนองในภายหลัง

          ผู้ที่ปรารถนาจะยืดอายุขัยต้องจำไว้  อันดับแรกจะต้องกินเจ  ถ้าหากเราทำลายชีวิตของผู้อื่นแล้วตัวเราเองจะมีอายุยืนยาวได้อย่างไรกัน ?  ชีวิตของเขาถูกฆ่า แน่นอนว่าในใจของเขาจะต้องโกรธแค้นไม่สงบและจ้องหาโอกาสที่จะล้างแค้นอย่างแน่นอน  ด้วยเหตุนี้อาหารเจจึงเป็นพื้นฐานในการยืดอายุขัย  อันดับต่อมาต้องบังเกิดจิตมหาเมตตา  ฉุดช่วยเวไนยทั้งปวงให้พ้นจากความทุกข์ได้รับความสุข  บังเกิดมหาโพธิจิตโปรดเวไนยทั้งปวงอย่างกว้างขวาง  ตลอดชีวิตถือศีลกินเจและปล่อยชีวิตสัตว์  ถ้าหากสามารถปฏิบัติได้ถึงจริงๆ  อายุขัยในสมุดเกิดตายก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน  สำหรับจำนวนอายุขัยที่เพิ่มขึ้นต้องดูว่าบังเกิดจิตขนาดไหนและมีบุญกุศลเท่าไหร่มาเป็นตัวกำหนด

          สมุดเกิดตายที่อยู่ในมือของเราก็มีคนอยู่ส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ปรารถนาให้ตัวเองมีอายุขัยเพิ่มขึ้น  บางคนก็เป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้บังเกิดมหาจิตที่จะฉุดช่วยเวไนยสรรพชีวิต  เพียงแต่เขามีความจริงใจ มีจิตที่คิดจะช่วยเหลือผู้อื่น  เมื่อพบเห็นความไม่เป็นธรรมหรือบางทีอาจจะอยู่ในสถานการณ์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อซึ่งเป็นภาวะวิกฤติแล้วบังเกิดจิตเวทนาสงสารและยื่นมือเข้าช่วยชีวิตผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ยาก  เวไนยประเภทนี้จะถูกเทพสหเทวานำมารายงานและสามารถได้รับการยืดอายุขัย  แต่ตัวของพวกเขาเองไม่รู้หรอกว่าตัวเองได้อายุขัยเพิ่มขึ้น  ประเภทนี้โดยทั่วไปอายุขัยจะเพิ่มขึ้น 6-12 ปี แล้วแต่กรณีของแต่ละคน

          ถ้าหากบางคนสะสมบุญกุศลที่ทำอย่างลับๆไว้มากเป็นพิเศษ  ชาตินี้ตลอดทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด ก็จะแบ่งสันปันส่วนให้ชาติต่อๆไปได้มาเสวยสุขมีอายุขัยยืนยาว  อายุขัยบนโลกมนุษย์มีเวลาที่กำหนด การลงโทษและการให้รางวัลตามกฎยมโลกจะไม่ฝ่าฝืนทำลายกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ”

          อาอวี้อยากถามผู้พิพากษาอีกว่า : “ในพระสูตรคัมภีร์ พระพุทธเจ้าสอนให้ทุกคนบำเพ็ญปฏิบัติแบบกินน้อย นอนน้อย หรือแม้กระทั่งไม่ต้องนอนเลย  อย่างนี้จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและอายุขัยหรือไม่ ?”

          ผู้พิพากษาบอกว่า : “ พระพุทธเจ้าคือผู้บำเพ็ญปฏิบัติที่สมบูรณ์พร้อมด้วยมหาปัญญาในจักรวาล  เส้นทางที่พวกเราบำเพ็ญปฏิบัติคือเส้นทางที่พระพุทธเจ้าเคยเดินผ่านมาแล้วทีละก้าวๆ  พระพุทธเจ้าคือผู้ที่เคยเสด็จผ่านมาก่อน ย่อมรู้ว่าจะสอนให้ทุกคนไปเดินบนหนทางการบำเพ็ญปฏิบัติเส้นนี้อย่างไร  พระพุทธเจ้าสอนให้ทุกคนบำเพ็ญปฏิบัติเช่นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและอายุขัย  มีเพียงผู้ที่ละเมิดกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม 3 อย่างนี้  หรืออาจจะผู้ที่เกิดมาแล้วไม่รักทะนุถนอมร่างกาย  ดื่มกินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่บันยะบันยัง  ใช้ชีวิตแบบกลับตาลปัตรกลางวันเป็นกลางคืนกลางคืนเป็นกลางวัน  ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ เป็นต้น  จึงส่งผลกระทบต่ออายุขัย  การกินน้อยนอนน้อยเป็นการบำรุงที่ดีต่อร่างกาย  อันที่จริงมนุษย์สามารถไม่กินไม่นอนได้ถ้าหากมนุษย์สามารถทำได้ถึงขั้นที่ทุกความคิดทุกลมหายใจเข้าออกตอบรับซึ่งกันและกันกับธรรมชาติ บรรลุถึงขั้นฟ้ากับคนสมานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน  ย่อมมีสุขภาพแข็งแรง  อายุยืนยาว  สามารถไม่กินไม่นอนได้  กลับคืนสู่ความสว่างไสวแห่งจิตญาณเดิมก่อนครั้งที่จะมาเกิดกาย  แต่คนทั่วไปปฏิบัติได้ไม่ถึง  ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนให้ทุกคนกินน้อยก่อน ค่อยๆปฏิบัติไปทีละขั้นทีละตอน  กินน้อยแล้วก็นอนน้อย  วิริยะพากเพียรบำเพ็ญปฏิบัติ  ต่อไปก็สามารถที่จะไม่นอนได้

          เมื่อครู่นี้ที่พูดว่าคนๆหนึ่งจะได้กินเท่าไหร่นั้น ก็ได้ถูกลิขิตไว้ล่วงหน้าแล้วก่อนที่จะมาเกิด  ก็ถ้าหากในเมื่อตอนนี้เรากินน้อย  บุญวาสนาเก่าที่จะได้เสพสุขในชาตินี้ก็จะถูกเก็บสะสมไว้   พากเพียรบำเพ็ญปฏิบัติ   กินน้อยนอนน้อยหรือแม้กระทั่งไม่นอนเลย  วันแล้ววันเล่าสะสมไว้นานวันเข้าก็ย่อมได้รับผลบุญมากยิ่งขึ้น  ได้รับอานิสงส์มากยิ่งขึ้น  แล้วจะส่งผลกระทบต่ออายุขัยได้อย่างไร ?  เอาล่ะ ! อาอวี้ ท่านเข้าใจไหม ?” 

          ข้าพเจ้าพยักหน้าเข้าใจ

          ผู้พิพากษาพูดว่า : “ วันนี้พอเท่านี้ก่อน  มีคำถามสงสัยให้กลับมาใหม่  ยินดีต้อนรับ ”

          ค่ะ !  อาหมีถัวฝอ !  สำนึกคุณผู้พิพากษา  อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา  ขึ้นบัวขาวกลับ !