Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 35 “ฝ่าหลัวเทียนจุน”เรียกเข้าพบและให้กำลังใจ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 35 “ฝ่าหลัวเทียนจุน”เรียกเข้าพบและให้กำลังใจ

42 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

                   อเวจีน่าสะพรึงกลัว หนาวสะท้าน

   เกิดมหาปณิธาน จิตเมตตา

                   แปรเปลี่ยนโลกมนุษย์เป็นแดนวิสุทธา   

   ใบหน้าที่กรุณาเพื่อนร่วมทางผู้ทุกข์ตรม

        พุทธะจี้กง : ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม  เอาล่ะ!  วิญญาณจงออกจากร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : (นั่งบัลลังก์บัวแล้ว แผล็บเดียวก็เดินทางมาถึงผืนทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล  สี่ทิศรอบด้านมีเกล็ดหิมะโปรยปลิวไปทั่ว ลมหนาวหนาวเข้าไปถึงกระดูก ทำให้ตัวสั่น ตัวแข็งเคลื่อนไหวร่างกายได้ลำบาก  ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่สถานที่แห่งใด?)

        พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนมารอแล้ว  ศิษย์เรารีบเข้าไปแสดงความคารวะ

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง

พุทธะจี้กง : สหายธรรมไม่ต้องมากพิธี

        เซียนกวน : เชิญทุกท่านด้านใน

        ชิวเซิง : (เข้ามาภายใน ที่แท้ก็อยู่ก้นบึ้งทะเลหนาว เมืองใต้ทะเลเต็มไปด้วยอาคารสิ่งปลูกสร้างแบบปราสาท  แดนลงทัณฑ์ก็ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวาของเมืองใต้ทะเล  ทางด้านซ้ายเต็มไปด้วยเครื่องทรมานนักโทษรูปแบบต่างๆเช่นมีด เข็ม ตะปู หอกง่าม เลื่อย ดาบ กระบอง พลอง กระบี่ แส้ เครื่องประหาร กงจักร ธนู จอบ และเครื่องมือทรมานนักโทษใหญ่เล็กจำนวนมากตั้งโชว์อยู่ในแดนลงทัณฑ์  แดนลงทัณฑ์บางแดนมีวิญญาณบาปอยู่เป็นจำนวนมากทำให้เกิดความยากลำบาก  นอกจากทั้งตัวจะเปลือยเปล่าล่อนจ้อนแล้ว ยังถูกความหนาวเย็นทำให้ร่างกายยิ่งเพิ่มความทรมานมากยิ่งขึ้น  บริเวณที่จับตัวเป็นน้ำแข็งยิ่งบวมแดงมาก  แค่ขยับตัวเพียงนิดเดียวร่างกายแขนขาก็หักขาดออกจากกัน ได้ยินเสียง โป๊ะ เป๊าะ โป๊ะ เป๊าะ ตลอดเวลา ชายหญิงที่ถูกลงโทษต่างก็ร้องไห้เสียใจ  ร้องจนไม่มีเสียง ในเสียงร้องไห้แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้า สภาพเหตุการณ์เช่นนี้หากไม่เจอด้วยตัวเองคงยากที่จะจินตนาการออกว่าการลงโทษที่โหดเหี้ยมทารุณนั้นเป็นอย่างไร และคงยากที่จะจินตนาการออกว่าคนที่ทำความชั่วตอนที่มีชีวิตอยู่จะต้องตกนรกแบบนี้  แดนลงทัณฑ์อีกแดนลงโทษโดยใช้ใบเลื่อย เลื่อยไปเลื่อยมา นักโทษชายหญิงบางส่วนถูกเข็มแทงที่นิ้วมือ ฝ่าเท้า อก  บ้างก็ถูกบีบตา บีบหู ทำให้พวกเขาร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด ร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง  ยังมีแดนลงทัณฑ์อีกแดนหนึ่งตัดองคชาตของผู้ชาย  ตัดเต้านมของผู้หญิง ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใด?  แดนลงทัณฑ์ทางขวาเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดนานาชนิดเช่น มด แมงเม่า ตั๊กแตน แมลงสาบ หมัด เหา ไส้เดือน  หนอนผีเสื้อ  งูพิษ  แมงป่อง  กุ้งพิษ  ตะขาบ  เสือ  สิงโต  ช้าง เสือดาว หมาป่า หมาไม้(มาร์เทิน) อินทรี เม่นทะเล ปลาไหล แมงกะพรุน  ปลาหัวช้าง  ฉลาม  ตะพาบ  และสัตว์ประหลาดอื่นๆที่ไม่รู้จักชื่อ ต่างก็กัดนักโทษไม่ยอมปล่อย  บ้างก็ลาก  บ้างก็แย่งกันกินเป็นอาหาร บ้างก็ชอนไช ไม่ใช่เพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น  ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังทอดยาวไม่ขาดสาย ความโศกเศร้าทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาได้อย่างละเอียดในระยะเวลาสั้นๆ  เห็นนักโทษชายหญิงถูกสัตว์นานาชนิดแย่งกันกินเป็นอาหาร ทำให้เกิดความรู้สึกเศร้าสลดขึ้นภายในใจ  ถ้าหากพูดว่าคนกินสัตว์เป็นสิ่งที่สมควรแล้วละก็  ถ้าอย่างนั้นสัตว์นานาชนิดกินคนก็ควรเป็นเรื่องปกติเช่นเดียวกัน  ท่านเซียนกวนนำพาคณะผู้เดินทางเดินลงเข้าไปในตำหนัก ป้ายที่แขวนเหนือประตูเขียนว่า “ตำหนักคานั่น” ภายในตำหนัก ด้านหน้าประดับตกแต่งเป็นรูปนกยูงรำแพนหาง ด้านขวาเป็นภาพเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้านซ้ายเป็นภาพบุตรทั้งห้าสอบติดข้าราชการ  ขื่อสร้างจากทองแดงบริสุทธิ์  เสาต่างๆสร้างขึ้นจากหอยและปะการัง  ด้านบนเป็นมัณฑละ(ศิลปะการทำรูปวงกลมบรรจุรูปเคารพในศาสนาพุทธฝ่ายมหายานและวัชรยาน) ยังมีสิ่งของล้ำค่าที่ประณีตงดงามแบบต่างๆเช่น ร้อยสกุณา  ร้อยบุปผา  ยังมีบัวหิมะ  ศิลาเหมันต์  มังกรเก้ากงเล็บ  หมวกอำพัน  แพรทอง  บุปผาน้ำแข็ง และสิ่งของอันเป็นศิริมงคลต่างๆที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ในตำหนักยังจัดอาหารเลิศรสมากมายราวกับจะใช้เลี้ยงแขก)

        เซียนกวน : ทุกท่านเชิญนั่ง

        ชิวเซิง : (เมื่อคณะผู้เดินทางต่างเข้าประจำที่นั่งแล้ว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศว่า “ทุกคนสำรวม แสดงความเคารพ” ต่อจากนั้นชายวัยกลางคนแต่งกายแบบปัญญาชนก็เดินออกมาจากภายในตำหนัก  มีผู้หญิงอีกสองท่านค่อนข้างจะอาวุโสกว่าตามหลังออกมา  ผู้หญิงหนึ่งในนั้นเข้าประจำที่นั่งตำแหน่งตรงกลาง  ส่วนที่เหลืออีกสองท่านเข้าประจำที่นั่งตำแหน่งซ้ายและขวา

        เซียนกวน : กราบเรียนท่านเทียนจุน  ท่านพุทธะจี้กงและชิวเซิงเอวี๋ยนจังพู่กันทรงมือเอกแห่งสำนักก่งเหิงถังมาถึงแล้ว

        เทียนจุน : นำพู่กันทรงมาพบเราซิ

        ชิวเซิง : (มองเห็นทุกๆคนทั้งด้านซ้ายและด้านขวาต่างก็มีรัศมีสีทองแผ่ไปทั่ว  รู้สึกว่าทำตัวไม่ค่อยถูก  ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ได้แต่ก้าวไปข้างหน้า คุกเข่าทำอัญชลี)  ผู้น้อยคารวะท่านเทียนจุนและท่านเอินซือทุกๆท่าน

        เทียนจุน : ชิวเซิงไม่ต้องมากพิธี

        ชิวเซิง : (เงยหน้าขึ้นมอง) ผู้น้อยขอบังอาจเรียนถามอริยนามของท่านเทียนจุน?

        เทียนจุน : เราคือ “ฝ่าหลัวเทียนจุน”

        ชิวเซิง : (นึกในใจว่าอริยนามของเทียนจุนออกจะแปลกประหลาดอยู่บ้าง?)  ท่านเทียนจุนเมตตา!  ไม่ทราบว่าท่านมีอะไรจะชี้แนะผู้น้อยหรือครับ?

        เทียนจุน : เราเป็นลูกครึ่งอังกฤษ-ฝรั่งเศส นับตั้งแต่บรรลุธรรมจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ก็เกือบพันปีมาแล้ว ได้ยินว่าพู่กันทรงชิวเซิงเอวี๋ยนจัง ได้รับเทวราชโองการให้ประพันธ์หนังสือ “ท่องนรกอเวจีใหม่” เราจึงเรียกพบเป็นกรณีพิเศษและให้ชิวเซิงได้มีโอกาสเสนอปัญหาขึ้นมาถาม

        ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าท่านเทียนจุนอยู่ที่นี่รับตำแหน่งหน้าที่อะไร แล้วตำแหน่งของท่านเป็นหัวหน้าของหน่วยงานใด?

        เทียนจุน : เราดำรงตำแหน่งประธานในตำหนักนี้ ทางซ้ายคือรองประธานถ่าหลัวซือ  ทางขวาคือฉีมู่จู๋  ล้วนเป็นโพธิสัตว์ชั้นสูงที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมาดำรงตำแหน่ง เป็นผู้ชำนาญการด้านการกล่อมเกลานักโทษ และที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางในการจัดสรรเจ้าหน้าที่ส่งต่อไปยังภาคส่วนต่างๆ

        ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าจัดสรรตำแหน่งและเจ้าหน้าที่ไว้อย่างไรบ้างครับ?

        เทียนจุน : จัดตั้งตำแหน่งเซียนกวนไว้ 100 ตำแหน่ง เซียนลี่ 400 ตำแหน่ง และทหารอีก 9000 นาย

        ชิวเซิง : ใช้หน่วยงานไหนจัดการเรื่องการลงโทษครับ?

        เทียนจุน : ทหารเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการลงโทษ  การแบ่งทหาร 9000 นาย  คือ ทหาร 100 นายเป็น 1 หมู่  ทหาร 10 หมู่เป็น 1 กอง  จัดตั้งหัวหน้ากอง 1 ตำแหน่งและเซียนกวน 14 ตำแหน่งแบ่งเป็นฝ่ายควบคุมดูแลและฝึกอบรม  ตอนนี้ขอเชิญทุกท่านรับประทานอาหารได้  ชิวเซิง!  มานี่ซิ  (เทียนจุนวางมือลงบนศีรษะของชิวเซิงแล้วกล่าวว่า “จงยึดมั่นในจิตศรัทธาจริงใจอย่างถึงที่สุด เป็นตัวแทนของฟ้าเบื้องบนประกาศธรรมกล่อมเกลาเวไนย์  ต่อไปในภายหน้ามีผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้อยู่บนสวรรค์   วันนี้พบหน้ากันเป็นครั้งแรก  เราขอมอบดอกบัวทองหนึ่งดอกและร่มเก้าสุริยันหนึ่งคันให้เป็นของขวัญ”)

        โพธิสัตว์ซ้าย-ขวา : พวกเราก็ขอมอบหมวกทองคำและจี้หยกให้เป็นของขวัญด้วยเช่นกัน

        ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเทียนจุนและพระโพธิสัตว์ทั้งสองที่เมตตาประทานของขวัญอันล้ำค่า  แต่ไม่ทราบว่าของเหล่านี้เอาไว้ใช้ทำอะไรครับ?

        เทียนจุน : มันจะช่วยให้ยิ่งมีความวิริยะพากเพียรบำเพ็ญมรรคผลในภายหน้า

        พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว  ควรกลับแล้ว  สงฆ์เฒ่าขอลาท่านเทียนจุนและสหายธรรมทุกๆท่าน

        ชิวเซิง : ผู้น้อยกราบลาท่านเทียนจุนและท่านเอินซือทุกๆท่าน

        เทียนจุน : ท่านพุทธะจี้กงและชิวเซิง ค่อยๆไป

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  วิญญาณจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์