Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 34 เลื่อมใสศรัทธาสวดท่องพุทธนาม พ้นจากคุกนรก | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 34 เลื่อมใสศรัทธาสวดท่องพุทธนาม พ้นจากคุกนรก

45 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

หนึ่งคำพูดก่อภัย ตนนำมา        หนึ่งวาจาพาชาติรุ่ง หรือเสียหาย

คำกษัตริย์ต้องคำนึงให้ยาวไกล     จะปกป้องแผ่นดินได้ สุขร้อยปี

        พุทธะจี้กง : คัมภีร์หลุนอวี่กล่าวว่า “หนึ่งคำพูดทำให้ประเทศชาติรุ่งเรืองได้  หนึ่งคำพูดทำให้ประเทศชาติล่มจมได้”  หนึ่งวจี หนึ่งคำพูด หากไม่ผ่านการไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบ  เกรงว่าจะก่อให้เกิดภัยที่ไม่สามารถขจัดออกไปได้หมดสิ้น  คนมุทะลุมักจะต่อยตีกันเพียงเพราะคำพูดที่ไม่ถูกหูเพียงคำเดียว โดยไม่สนใจความปลอดภัยของผู้อื่นที่อยู่บริเวณรอบๆ  ทำให้ผู้อื่นรู้สึกโมโห  บางครั้งเพราะคำพูดที่ไม่สมควรพูด เลยทำให้มิตรสหายทะเลาะแตกแยกกัน  บางครั้งเพราะคำพูดที่ไม่สมควรพูดเลยทำให้ความสัมพันธ์หยุดชะงัก คำพูดแบบนี้ พูดแล้วคุ้มค่ากันหรือไม่?  ยิ่งในอดีต ขุนนางและอาณาประชาราษฎร์ต่างก็อยู่ภายใต้คำประกาศิตขององค์ราชา  แต่คำประกาศิตนี้กลับเป็นมูลเหตุก่อให้เกิดภัยพิบัติถึงชั่วลูกชั่วหลาน   เพราะว่าทำให้ประชาชนทั้งแผ่นดินพลัดที่นา คาที่อยู่  ราษฎรเจ็บปวดรวดร้าว  ยิ่งไม่คุ้มค่าเอาซะเลย!  เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เคยเกิดขึ้นในครั้งอดีต  แม้แต่นานาอารยประเทศที่มีชื่อเสียงในยุคปัจจุบันก็มีเรื่องประเภทนี้เกิดขึ้นมากมาย  แต่โบราณมา เพราะคำพูดที่ผิดพลาดไป กลับกลายเป็นการทิ้งหายนะไว้จนถึงชั่วลูกชั่วหลาน  หลังจากที่ตายไปแล้ว ถูกขังอยู่ในนรกอเวจีก็มีจำนวนไม่น้อย  ชาวโลกสนใจแต่ผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่สนใจว่าต่อไปในภายหน้าจะส่งผลกระทบในระดับกว้าง ลึก หรือยาวไกลแค่ไหน  เพื่อสร้างโชควาสนาให้แก่ลูกหลานรุ่นหลัง บางทีอาจจะกลายเป็นการนำภัยพิบัติเข้ามาใช่หรือไม่?  ถ้าหากไม่คิดถึงจุดนี้ก็ไม่รู้จริงๆว่าเขามีเจตนาอะไร?  เพราะว่าใจคนชั่วร้ายจึงถูกฟ้าดินพันธนาการ  ต้องการที่จะหลุดพ้นออกจากพันธนาการนี้  เกรงว่าจะไม่มีวัน  หวังว่าทุกคนจะพิจารณาไตร่ตรองแนวความคิดและคำพูดของตัวเองอย่างละเอียดรอบคอบ  เอาล่ะ!  ศิษย์เรา  วิญญาณจงออกจากร่าง

       ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : (นั่งบัลลังก์บัว ค่อยๆเดินทางลงสู่ใต้ดิน ชั่วขณะหนึ่งเหมือนกับปะทะชนอากาศ เซไปเซมา ระหว่างทางเห็นแสงเป็นจุดๆระยิบระยับคล้ายหิ่งห้อยมากมายบินไปบินมาไม่เป็นระเบียบ  ลงมาสู่ชั้นใจกลางโลก  ร้อนสุดขีด ทำให้รู้สึกเวียนหัว)

        พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนมารออยู่เบื้องหน้าแล้ว ศิษย์เรารีบเข้าไปคารวะ

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง

        พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี  รีบเที่ยวเถอะ

        เซียนกวน : เชิญด้านใน

        ชิวเซิง : (เมื่อเข้ามาด้านในก็เห็นแต่แสงฟ้าแลบฟ้าผ่า แสงฟ้าผ่ามีลักษณะแปลกประหลาด  บ้างแตกออกเป็นหลายเส้น บ้างก็มีลักษณะย้อนทวนกระแส  บ้างผ่าลงพื้นแล้วหักกลับขึ้นกลางเวหา แตกออก แล้วก็แตกออกต่อไปอีก เป็นทัศนียภาพที่มหัศจรรย์ เหมือนจุดดอกไม้ไฟมหัศจรรย์จำนวนมาก!  เห็นวิญญาณบาปมากมายถูกฟ้าผ่า บ้างโดนฟ้าผ่าที่ปากและจมูก  บ้างฟ้าผ่าโดนสมอง  บ้างโดนฟ้าผ่าที่หัวใจ  ทำไมฟ้าถึงได้ผ่าแต่เฉพาะที่เหล่านี้ตลอดเวลาและไม่ผ่าที่อื่น ทำให้รู้สึกสงสัย? เมื่อดูจากตำแหน่งที่ฟ้าผ่า  ฟ้าผ่าที่สมอง สมองก็มีสภาพถูกไฟลวกบาดเจ็บอย่างรุนแรง ได้กลิ่นไหม้และกลิ่นเหม็นคาว ทำให้คลื่นไส้อยากจะอ๊วก  แล้วตรงที่สมองไหม้ ก็เห็นสมองกำลังเต้น  ไม่นานนักสมองก็แตก  สภาพเหมือนกับเต้าฮวยไหลตกพื้น กลายเป็นมดมากมายนับพันนับหมื่นตัวเดินไต่ขึ้นทั่วตัววิญญาณบาป  เห็นวิญญาณบาปทั้งร้องและกระโดด สลัดปัดมดออก  ถึงแม้จะร้องจนเสียงแหบเสียงแห้งแล้ว แต่ก็ยังร้องฮือๆไม่หยุด   มองดูวิญญาณบาปที่ถูกฟ้าผ่าที่ปาก ก็เห็นปากไหม้เกรียมบวมโตเท่าหัวมัน  ในริมฝีปากมีน้ำหนองสีเหลืองแกมเขียวไหลหยดติ๋งๆออกมา กลายเป็นหนอนแมลงวันนับไม่ถ้วน วิญญาณบาปทุกข์ทรมานด้วยความคัน ยื่นมือออกมาอยากจะเกาแต่กลับไม่กล้าเกา ได้แต่กระทืบเท้าร้องเสียงดัง  ส่วนวิญญาณบาปที่ถูกฟ้าผ่าที่หัวใจ หน้าอกก็เปิดออก หัวใจเต้นรัวเป็นกลอง หัวใจทั้งดวงเต้นเขย่าไปเขย่ามา ไม่นานนักหัวใจก็แตกหลุดออกมาข้างนอก ร่วงตกพื้นกลายเป็นกบกระโดดไปกระโดดมากันวุ่นวาย  ตอนนี้ถึงแม้ว่าวิญญาณบาปจะยังคงร้องเสียงแหบแห้งไม่หยุด แต่ก็ดูคล้ายกับเอ๋อๆเซ่อๆไม่ค่อยเต็มบาท สติไม่อยู่กับตัวเสียแล้ว  ในคุกเห็นแต่แสงฟ้าแลบฟ้าผ่า เสียงร้องอันโศกเศร้าดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ  วิญญาณบาปนอนกลิ้งอยู่กับพื้น ไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดได้  ตอนนี้มีรถโฟล์คลิฟท์(รถยกของ)ตรงเข้ามาเสียบวิญญาณบาปดันเข้าเครื่องปั่นเนื้อ  เห็นใบพัดมีดหลายอันเรียงต่อๆกัน หมุนขึ้นๆลงๆ  บางครั้งก็หมุนทวน ทั้งแนวขวางและแนวตั้งตามลำดับ  ไม่นานนักก็มีเนื้อเหลวหนืดข้นไหลออกมาจากปากเครื่อง  น่าสงสารวิญญาณบาป  แม้แต่ซากกระดูกก็ไม่มีเหลือ)  ท่านเซียนกวนครับ  ดูแล้ววิญญาณบาปที่นี่มีชีวิตที่ลำบาก  คุกนี้จริงๆแล้วใช้ขังวิญญาณบาปประเภทไหนครับ?

        เซียนกวน : คุกนี้ใช้กักขังวิญญาณบาปที่เมื่อครั้งสมัยตอนมีชีวิตอยู่ใช้คำพูดสร้างความหายนะ รวมทั้งพวกที่มีความคิดชั่วร้าย มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต  ต้องถูกอสนีบาตลงโทษเช่นนี้

        พุทธะจี้กง : นำ “หลี่ซือ” มา

        เซียนกวน : ท่านขุนพลทั้งสองไปนำตัวหลี่ซือมาซิ

        ขุนพล : นำตัวหลี่ซือมาถึงแล้วครับ

        เซียนกวน : ผู้ที่คุกเข่าอยู่คือใคร! ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ทำบาปกรรมอะไรจึงมาอยู่ที่นี่?  รีบเล่าออกมาให้ละเอียด

        วิญญาณบาป : ข้าชื่อ “หลี่ซือ”  ขอน้ำข้าดื่มที

        พุทธะจี้กง : นี่คือน้ำอมฤต  ดื่มซะ!

        วิญญาณบาป : (ดื่มแล้วก็ไม่รู้สึกหิวหรือกระหายอีก) ข้าคือคนดังหน้าบัลลังก์ของฉินสื่อหวงตี้(จิ๋นซีฮ่องเต้)แห่งราชวงศ์ฉิน  เพราะข้าเป็นผู้เสนอให้ฉินสื่อหวงตี้เผาตำราและฝังบัณฑิตทั้งเป็น กวาดล้างบัณฑิตที่โอหังอวดดี  คัดค้านการใช้แนวคิดของปราชญ์ขงจื่อในการปกครองประเทศ  ทั้งยังยุแหย่ให้กษัตริย์และขุนนางของหกแคว้นพันธมิตรเกิดความแตกแยก  ทำให้แต่ละแคว้นต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน  ใช้ทั้งการขู่บังคับและการหลอกล่อด้วยผลประโยชน์ แล้วค่อยๆปราบทีละแคว้นๆ รวมหกแคว้นเป็นแผ่นดินเดียว  ด้วยบาปกรรมจากการเผาตำราและฝังบัณฑิตทั้งเป็นนี้  ทำให้ประชาชนสูญเสียโอกาสได้เรียน  ข้าจึงถูกลงโทษอยู่ในคุกนี้

        พุทธะจี้กง : พึงรู้ว่าตำราก็คือรัตนะอันล้ำค่าที่ตกทอดสู่โลกนี้ เป็นแหล่งกำเนิดแห่งปัญญาความรู้  คือผลึกทางปัญญาของปราชญ์เมธีในกาลก่อน  เป็นเครื่องมือที่ใช้เบิกความสว่างทางปัญญาให้แก่ชาวโลก  นำทางคนหลงเข้าสู่รัตนะคลังแห่งความตื่นแจ้ง  เพราะว่าคำพูดของเจ้าเพียงคนเดียว  ทำให้คนมากมายไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ถูกตัดขาดจากชีวิตแห่งปัญญาญาณ  และยิ่งทำให้ประชาชนทั้งแผ่นดินไม่สามารถเปิดปัญญา ไม่มียุทธวิธีและหลักการในการปกครองประเทศชาติให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข  ดังนั้นจึงทำให้ประเทศชาติล่มจม

        วิญญาณบาป : ข้าผิดไปแล้ว!  โปรดช่วยข้าด้วยเถอะ!

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา  เจ้าชี้แนะเขาหน่อยซิ

        ชิวเซิง : ศิษย์ทราบแล้วครับ!  หลี่ซือ!  เพราะในอดีตท่านไม่เข้าใจในเหตุต้นผลกรรม  ทำให้วันนี้ต้องตกอับอยู่ในสถานที่เช่นนี้  คนฉลาดกลับถูกความฉลาดของตัวเองทำร้ายให้ได้รับความเสียหาย  หากท่านปรารถนาที่จะได้รับการฉุดช่วยก็ขอให้สงบจิตลงก่อน

        วิญญาณบาป : หากข้าสามารถออกไปจากที่นี่ได้ ข้าจะสำนึกในบุญคุณของท่านไปตลอดทุกภพชาติ และขอติดตามเป็นผู้พิทักษ์

        ชิวเซิง : ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น! ท่านตั้งใจฟังให้ดี  พนมมือแล้วใช้ความศรัทธาจริงใจอย่างที่สุด  น้อมสวดพุทธนามว่า “นะโม ตังไหลเซี่ยเซิงหมีเล่อจุนฝอ”

        วิญญาณบาป : (พนมมือค่อยๆสวด “นะโม ตังไหลเซี่ยเซิงหมีเล่อจุนฝอ” ทีละคำๆ สิบครั้ง  ทันใดนั้นพื้นปฐพีเกิดสั่นสะเทือน มีแสงสีรุ้งลงมาจากฟากฟ้าและมีดอกบัวปรากฏขึ้นมากมาย  ดอกบัวแต่ละดอกต่างปรากฏรัตนเมฆาออกมาร้อยโกฏิ  รัตนเมฆาแต่ละก้อนต่างปรากฏมังกรทองออกมาร้อยโกฏิ  มังกรทองแต่ละตัวต่างคายแก้วจินดามณีออกมาร้อยโกฏิ  แก้วจินดามณีแต่ละดวงต่างเปล่งแสงรัศมี  ในแสงรัศมีต่างปรากฏกระดิ่งคทาวัชระออกมาร้อยโกฏิ  ในกระดิ่งคทาวัชระทั้งมวลล้วนปรากฏนิรมาณกายของพระศรีอาริยเมตไตรยเป็นพันโกฏินิรมาณกาย  นิรมาณกายทั้งพันโกฏิล้วนแตกต่างกัน  พระศรีอาริยเมตไตรยกระซิบเบาๆกลางหว่างคิ้ว  เวไนย์ทั้งหลายตื่นตระหนก  พระศรีอาริยเมตไตรยเผยวจนะ “คำกุศลบารมี”  วิญญาณบาปทั้งหลายต่างได้สดับฟังธรรม  แต่ละคนร้องไห้น้ำตานองพูดว่า “บาปกรรมทั้งหลายที่พวกเราได้ทำไว้นับแต่อดีตเป็นต้นมา บัดนี้ ณ เบื้องหน้าองค์พระพุทธา กราบสำนึกขอขมากรรม ได้โปรดเมตตาประทานนิรโทษผ่อนผัน”  ทันใดนั้นพุทธรังสีก็ปกแผ่เต็มไปทั่ว รูปกายของวิญญาณบาปที่ถูกลงทัณฑ์แล้ว ที่กำลังถูกลงทัณฑ์อยู่ และที่กำลังจะถูกลงทัณฑ์ล้วนได้รับพุทธรังสีปกแผ่ ฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิมเริ่มแรก เหล่าวิญญาณบาปทั้งหลายในสถานที่แห่งนี้ต่างได้รับคำพยากรณ์และกำชับเตือนจากพระศรีอาริยเมตไตรย  ครั้นแล้วต่อมา หลี่ซือก็ตามพระศรีอาริยเมตไตรยออกจากนรกไป  เซียนกวนผู้เป็นพัศดีประจำพื้นที่พนมมือน้อมส่งพระศรีอาริยเมตไตรยจากไป  ทัศนียภาพอันน่ามหัศจรรย์หวนกลับคืนสู่สภาพเดิม)

        พุทธะจี้กง : ควรกลับกันได้แล้ว

        ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

        เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  วิญญาณศิษย์จงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์