Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 33 เหล่าพุทธะช่วยหนุนส่งพระศรีอาริยเมตไตรยเก็บงานสมบูรณ์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 33 เหล่าพุทธะช่วยหนุนส่งพระศรีอาริยเมตไตรยเก็บงานสมบูรณ์

50 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา  วิญญาณจงออกจากร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ  คืนนี้จะมีภารกิจพิเศษอะไรหรือครับ?

        พุทธะจี้กง : ทำไมถามอย่างนี้?

        ชิวเซิง : เพราะว่าเห็นสีหน้าของพระอาจารย์แสดงออกถึงความมีเมตตา ไม่เคร่งขรึมเท่าครั้งที่ผ่านๆมา ศิษย์จึงถามเช่นนี้

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราเจ้าช่างสังเกตนัก  คืนนี้มีเรื่องพิเศษกว่าทุกๆครั้งจริงๆ

        ชิวเซิง : เป็นเรื่องอะไรหรือครับ?

        พุทธะจี้กง : ถึงแล้วเดี๋ยวค่อยบอก

        ชิวเซิง : (เดินทางมาถึงตำหนักนรกขุมที่เก้า  ท่านเซียนกวนมารออยู่ก่อนแล้ว)

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรารีบเข้าไปคารวะท่านเซียนกวน

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง  เชิญตามเรามา

        ชิวเซิง : (เดินตามหลังท่านเซียนกวนลงไปที่ใจกลางโลก  ท่านเซียนกวนนำพาเข้าสู่อาคารแขกผู้มีเกียรติ  มองดูภายนอกตัวอาคารลักษณะการก่อสร้างดูคล้ายเจดีย์ปา-กว้า  อาคารทั้งหลังสร้างขึ้นจากไม้จันทน์หอมชั้นเลิศ  นอกจากมีสิงโตทองแดงนั่งรักษาความสงบแล้ว ด้านบนยังมีนกกระจอกขาว มองดูสง่างาม  ภายในตัวอาคารประดับตกแต่งด้วยดอกไม้หอม  มีคทาวัชระเป็นเสา  มีฉัตรหนึ่งคู่  พัดสุริยันจันทราหนึ่งคู่  มีกลิ่นหอมประหลาดอ่อนๆโชยมา  สูดดมแล้วเพิ่มพลังสมาธิเป็นร้อยเท่า ช่างยอดเยี่ยมมหัศจรรย์จริงๆ  มองตรงเบื้องหน้า ด้านบนมีภาพแกะสลักของสามอริยเจ้า  ส่วนข้างหลัง ด้านบนมีภาพหมื่นพระพุทธะ  ทางด้านซ้ายมีภาพพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และพญายมทั้งสิบขุม  ทางด้านขวามีภาพพระศรีอาริยเมตไตรยและถ้ำที่อยู่อาศัยของเหล่าเทพเซียนต่างๆ  แต่ทว่าถ้ำที่อยู่อาศัยของเหล่าเทพเซียนกลับดูคล้ายถ้ำที่ไม่มีใครพักอาศัยอยู่  ไม่รู้ว่ากำลังรอคอยให้ผู้ที่มีบุญสัมพันธ์เข้าไปพักอาศัยอยู่ใช่หรือไม่?  ส่วนภาพหมื่นพระพุทธะ  พระพุทธะก็ดูกระจัดกระจายไม่ต่างอะไรกัน  ไม่รู้ว่ากำลังรอคอยผู้ที่มีบุญสัมพันธ์ประจักษ์ในพุทธผลอยู่ใช่หรือป่าว?  แล้วที่ด้านหลังของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และพญายมทั้งสิบขุมก็มีเวไนย์มากมายราวกับดวงดาวที่ดารดาษปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น  แต่กลับดูเหมือนว่าเวไนย์เหล่านั้นบางครั้งก็ปรากฏรูปกายเป็นเทพ เซียน พุทธะ โพธิสัตว์  บางครั้งก็ปรากฏรูปกายเป็นปุถุชนคนธรรมดาที่รับทุกข์สภาพน่าเวทนา  ไม่รู้ว่านี่คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเวไนย์ทั้งหลายเดิมทีก็คือพุทธบุตรจากแดนนิพพาน เมื่อมาเกิดกายบนโลกแล้วก็ลุ่มหลง ลืมโฉมหน้าเดิมแท้ของตัวเอง จมปลักอยู่ในความรักความปรารถนาในวัตถุ รวมทั้งความโลภ โกรธ หลง สามพิษร้ายในโลกโลกีย์นี้ไม่ยอมรู้ตื่นใช่หรือไม่?)

        เซียนกวน : ทุกท่านเชิญนั่ง

        ชิวเซิง : (ทุกคนต่างหาที่นั่งนั่ง ดนตรีสลับสับเปลี่ยนกันบรรเลงเองเป็นช่วงๆ  นางฟ้าโปรยบุปผาลงมา  เพียงชั่วพริบตาสถานที่นี้ก็ดูมีชีวิตชีวาอีกทั้งไม่สูญเสียความสง่างามน่าเกรงขาม  ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสีทองเป็นระยะๆ  ที่แท้สามอริยเจ้าแห่งแดนสุขาวดี ซึ่งก็คือพระอมิตาภะพุทธเจ้า  พระโพธิสัตว์กวนอิม และพระโพธิสัตว์มหาสถามปราปต์  รวมทั้งพระมหาไวโรจนพุทธเจ้า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พร้อมด้วยแปดเซียนระดับ บน กลาง ล่าง พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์  พญายมทั้งสิบขุม และเซียนพุทธะทั้งหลายต่างเสด็จมาถึงแล้ว ทันใดนั้นในที่ชุมนุมก็ประกาศว่า “ทุกท่านสำรวมเคารพ น้อมสดับฟังเสียงธรรม”)

        พระอมิตาภะพุทธเจ้า : สาธุ! สาธุ! พุทธะ โพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งหลาย!  คืนนี้เพราะคล้อยตามเหตุปัจจัยจึงมาที่นี่ เราไม่เคยมายังแดนยมโลกแห่งนี้  ถึงแม้ว่าจะไม่เคยมา แต่เราก็ไม่เคยละทิ้งเวไนย์ในแดนยมโลก แท้จริงแล้วเวไนย์ก็คือพุทธบุตรขององค์ธรรมมารดา ก็เพราะในครั้งอดีต  บ้างเพราะสมควรกับเวลาแห่งกัป  บ้างเพราะสนองตามเกณฑ์วาระ  บ้างเพราะเวทนาสงสารเวไนย์  จึงตั้งปณิธานลงมาฉุดช่วยพี่น้องบนโลก แต่เพราะลุ่มหลงอยู่ในโลกโลกีย์นี้  นับวันกามตัณหาก็ยิ่งคุโชน ดังนั้นจิตเดิมแท้แห่งตถาคตจึงถูกบดบัง สร้างบาปกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะจิตเดิมแท้เลอะเลือนลุ่มหลง มีสามพิษร้าย โลภ โกรธ หลง เป็นอุปสรรคขัดขวาง ไม่ยอมปล่อยวางโลกแห่งความเสื่อมทั้งห้าประการ ถึงแม้ว่าเราจะใช้พุทธานุภาพแต่ก็สุดวิสัยที่จะฉุดช่วยได้  มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่จะสามารถช่วยตัวเองได้  เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?  ก็เพราะว่าพลังจากภายนอกจะถ่ายทอดให้ แต่ตัวเองกลับไม่ยอมขอคำชี้แนะ ต่อให้ต้าหลัวจินเซียนก็ไม่สามารถฉุดช่วยได้!  แล้วนับประสาอะไรกับเวไนย์ที่เวียนว่ายตายเกิดได้รับความทุกข์ยากอยู่ในหกภูมิวิถีมาแล้วหลายกัปหลายภพชาติอย่างโชกโชนจนกลายเป็นผู้โง่เขลาเบาปัญญา หลงลืมว่าตัวเองคือใคร พุทธจิตถูกบดบัง  มีเพียงพุทธะและโพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งหลายเท่านั้นที่รู้ตื่นไม่เขลาหลง  เราขอฝากพวกท่านทั้งหลายอย่าได้ทอดทิ้งเวไนย์ที่ลุ่มหลง  ใช้กุศโลบายต่างๆนำคนหลงเข้าสู่ความตื่นแจ้ง  ละบาปบำเพ็ญบุญ  ศาสนาต่างๆ  นิกายต่างๆ  จะต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลังความสามารถในการปกโปรดฉุดช่วยเวไนย์  บัดนี้เมตเตยะโพธิสัตว์มหาสัตว์รับสนองเกณฑ์วาระของยุคท้ายปลายสัทธรรม รับภาระปกโปรดกล่อมเกลาฉุดช่วยเวไนย์เก็บงานขั้นสมบูรณ์

        พระศรีอาริยเมตไตรย : พุทธองค์ทรงเมตตา ไม่ทอดทิ้งแกะน้อยที่หลงทาง  พวกเราจะปฏิบัติตามคำโอวาท  ถึงแม้จะผ่านไปร้อยพันหมื่นกัป ขอปฏิญาณว่าจะปฏิบัติตามคำสอนของตถาคต

        พระอมิตาภะพุทธเจ้า : สาธุ! เมตเตยยะโพธิสัตว์มหาสัตว์! บัดนี้ท่านได้กล่าวคำอันเป็นสัจพจน์ เราขอกำชับพุทธะโพธิสัตว์ทั้งหลาย  โลกมนุษย์นี้มีธรรมวิถีมากมายให้เวไนย์ทั้งหลายได้บำเพ็ญปฏิบัติ  ถึงแม้นว่าเวไนย์จะไม่สามารถบำเพ็ญจนบรรลุถึงเงื่อนไขตามมาตรฐานการรับอนุเคราะห์เวไนย์เข้าสู่แดนวิสุทธิภูมิต่างๆของพวกท่าน  หากแต่เวไนย์มีความปรารถนาที่จะไปเกิดยังแดนวิสุทธิภูมิของเมตเตยยะ ก็ขอให้พวกท่านพุทธะโพธิสัตว์ทั้งหลายช่วยปกปักคุ้มครอง  นำพาเวไนย์ไปเกิดยังแดนวิสุทธิภูมิของเมตเตยยะด้วยเถิด

        โพธิสัตว์กวนอิมเป็นตัวแทนของเหล่าพุทธะโพธิสัตว์ทั้งหลายในที่ชุมนุมกล่าวว่า : ขอพระพุทธองค์โปรดอย่าได้เป็นกังวล พวกเราจะปฏิบัติตามคำโอวาท ถึงแม้ว่าเวไนย์บนโลกมนุษย์จะบำเพ็ญปฏิบัติในธรรมวิถีต่างๆ แล้วไม่สามารถบรรลุถึงจิตอันวิสุทธิ และไม่สามารถเข้าสู่วิสุทธิภูมิของพวกเราได้  พวกเราก็จะปกปักคุ้มครองพวกเขาตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์  ให้พวกเขาทั้งหลายได้ไปเกิดในแดนวิสุทธิภูมิของเมตเตยยะ

        พระอมิตาภะพุทธเจ้า : บัดนี้พู่กันทรงมือเอกแห่งสำนักก่งเหิงถังบนโลกมนุษย์ ได้รับเทวราชโองการให้พุทธะจี้กงนำพามาท่องเที่ยวนรกอเวจีทุกสัปดาห์ เพื่อประพันธ์หนังสือธรรมะถ่ายทอดสู่โลกมนุษย์  เราดีใจยิ่งนัก รีบนำพู่กันทรงมาพบเราหน่อย

        (เวลานี้พระโพธิสัตว์กวนอิมลงจากอาสนะแล้วนำพาชิวเซิงมาเบื้องหน้า)

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะพระอมิตาภะพุทธเจ้า

        พระอมิตาภะพุทธเจ้า : เมธีไม่ต้องมากพิธี!  เธอสวดภาวนานามของเรา  เราจะบอกว่าเธอคือเวไนย์ได้อย่างไร  เธอคือพุทธะ  พุทธะก็คือเธอ  ทุกๆคนต่างก็มีพุทธจิต  อยู่ที่ฝีมือความสามารถของแต่ละคนว่าจะสามารถชำระล้างจิตได้ตื้นลึกขนาดไหนเท่านั้นเอง  เราถ่ายทอดแจกันกับกิ่งหยางให้เธอ นับจากนี้ไปเพิ่มระดับการบำเพ็ญปฏิบัติให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น หวังว่าเธอจะเหมือนกับโพธิสัตว์กวนอิมและโพธิสัตว์มหาสถามปราปต์ สามารถสดับฟังเสียงและปลดเปลื้องทุกข์ให้แก่มวลเวไนย์  ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถนิรมาณกายได้พันร้อยโกฏิ แต่ก็สามารถทำให้เวไนย์ผู้ทุกข์ยากได้รับพระคุณ

        ชิวเซิง : ผู้น้อยด้อยสติปัญญา เกรงว่าจะทำให้พระพุทธองค์ต้องผิดหวัง

        พระอมิตาภะพุทธเจ้า : มีความจริงใจอย่างถึงที่สุด ศิลาทองคำยังแตกออกได้  อย่าได้ดูแคลนพลังปณิธานและความสามารถของตัวเอง พุทธะโพธิสัตว์ทั้งหลายล้วนแล้วแต่เคยผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  ผ่านความทุกข์ยากนานัปการ  บำเพ็ญท่ามกลางความทุกข์ยากทีละขั้นทีละตอนจนสำเสร็จโพธิ มีปัญญาที่ไร้สิ่งกีดขวาง (ครั้นแล้วพระอมิตาภะพุทธเจ้าก็ใช้พระหัตถ์สัมผัสที่ศีรษะของชิวเซิงแล้วกล่าวว่า : “พึงรู้การสนองเกณฑ์วาระของเมตเตยยะโพธิสัตว์  อาณาจักรธรรมเหวยซินจงแห่งสำนักก่งเหิงถัง เธอต้องปกป้องอย่างถึงที่สุด  ชาติที่แล้วเธอบำเพ็ญกุศลและปัญญาจนสำเร็จ วันนี้จึงมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวนรกอเวจีประพันธ์หนังสือ  วิญญาณบาปในคุกทั้งหมดที่ได้รับการฉุดช่วยล้วนแล้วแต่เป็นวิญญาณบาปที่เธอตัดสินคุมขังด้วยตัวเองนับตั้งแต่สร้างนรกอเวจีขึ้นมา  บัดนี้จึงได้รับการฉุดช่วยตามเหตุปัจจัยตอบสนอง ท่ามกลางฟ้าดินนี้เดิมทีไม่มีนรกอเวจีมาก่อน  แต่เพราะเวไนย์แต่ละกัปสร้างบาปกรรมอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า  จิตใจของเธอมีความสงสาร ทนไม่ได้ที่เห็นคนดีถูกรังแก จึงสร้างนรกอเวจีขึ้นมาพร้อมด้วยกฎที่เข้มงวด ทำให้ต่อมาในภายหลังนรกทั้งสิบขุมสามารถเพิ่มโทษตามกฎเพื่อตักเตือนชาวโลก  แท้ที่จริงแล้วเพราะเธอทุ่มเทแรงกายแรงใจ  ตอนนี้เธอควรสนองโอกาสแห่งเหตุปัจจัยนี้  อาศัยช่วงระหว่างที่ท่องเที่ยวประพันธ์หนังสือ ค่อยๆปลดปล่อยวิญญาณบาปที่ถูกเธอคุมขังไว้  นั่นคือความโชคดี!”)

        ชิวเซิง : ผู้น้อยเข้าใจแล้วครับ

        พระอมิตาภะพุทธเจ้า : พวกเรากลับเถอะ

        ชิวเซิง : ผู้น้อยน้อมส่งพระพุทธะและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆท่าน

        พุทธะจี้กง : กลับเถอะ

        ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

        เซียนกวน : ท่านเมธีค่อยๆไป  น้อมส่งท่านพุทธะจี้กง

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เรา วิญญาณจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์