Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 32 พระศรีอาริยเมตไตรยคล้อยตามเหตุปัจจัยฉุดช่วย “ซังโจ้ว” | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 32 พระศรีอาริยเมตไตรยคล้อยตามเหตุปัจจัยฉุดช่วย “ซังโจ้ว”

48 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

                  อิทธิพลอำนาจเหมือนหมาป่าต้องระวัง   

  เตือนสติคอยยับยั้งให้เบาบางในตัณหา

                  พญายมยุติธรรมตัดสินความไม่ไว้หน้า    

  หมดอำนาจวาสนาไม่ทำดีตกอบาย

        พุทธะจี้กง : โลกแห่งเอกภาพ เจตจำนงร่วมของสาธารณชนจะต้องไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ส่วนตัวและจะต้องไม่ทำอย่างลวกๆ เช่นนี้จึงจะสามารถเข้าใจถึงเจตนาของฟ้า เป็นผู้นำที่เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของประชาชน สามารถได้รับความเคารพรักจากประชาชนทั่วหล้า ที่เรียกว่า “ประชาชนสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง  ประเทศชาติมาเป็นอันดับสอง  ราชามาที่หลัง”  จะต้องรู้ว่าโลกแห่งเอกภาพก็คือเพื่อประชาชน ทำตามความมุ่งหวังของประชาชน  ทำตามความต้องการของประชาชน  และไม่ใช่ทำเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มน้อยที่มีอิทธิพลอำนาจ เพราะว่าถ้าหากวันใดวันหนึ่งผู้ที่มีตำแหน่งสำคัญเกิดจิตที่เห็นแก่ตัวขึ้นมาแล้ว  ก็จะเริ่มรีดนาทาเร้นทำเรื่องก่อนกวนรังแกประชาชนอย่างต่อเนื่อง  สุดท้ายประชาชนก็จะถุยน้ำลายใส่  ผู้นำที่ไร้คุณธรรมแน่นอนว่าจะต้องเป็นพวกที่โหดเหี้ยมทารุณและชื่นชอบเรื่องกามตัณหา  เพราะว่าชื่นชอบเรื่องกามตัณหาจึงไม่มีใจที่จะไปปฏิบัติงานราชการ  ลืมความทุกข์ยากของประชาชน ทำให้ประชาชนลำบากยากแค้น  สุดท้ายก็สูญเสียความนิยมจากประชาชน สูญเสียเจตจำนงร่วมของสาธารณชน  กลายเป็นคนที่โดดเดี่ยว ถูกคนรุ่นหลังที่มีคุณธรรมและความสามารถเข้ามาแทนที่  คนที่มีคุณธรรมย่อมมีกิเลสตัณหาน้อย มีจิตใจสะอาด มีความซื่อสัตย์ อ่อนโยนมีเมตตา ตลอดเวลาครุ่นคิดถึงแต่ประชาชน ยอมเหน็ดเหนื่อยทุกข์ยากก่อนที่ประชาชนจะได้รับความทุกข์ยาก  ยินดีที่จะมีความสุขหลังจากที่ประชาชนได้รับความสุขแล้ว  เอาล่ะ!  ศิษย์เรา วิญญาณเจ้าจงออกจากร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : (นั่งบัลลังก์บัวลงสู่นรกอเวจี  เห็นท่านเซียนกวนมารอแล้ว)

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา  รีบคารวะท่านเซียนกวน

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง

        พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนไม่ต้องมากพิธี

        เซียนกวน : เชิญทุกท่านเข้าไปชมด้านใน

        ชิวเซิง : (เมื่อเข้ามาภายในคุกก็มีกลิ่นเหม็นโชยมาแตะที่จมูก ทอดตามองตรงไป เห็นวิญญาณบาปกลุ่มหนึ่งกำลังถูกฟ้าผ่า เพียงแสงทองกระพริบทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังเปรี้ยงๆ ดังก้องแสบแก้วหู ทั่วทุกหนแห่งวิญญาณบาปต่างถูกฟ้าผ่า ตรงที่โดนฟ้าผ่ากลายเป็นตุ่มหนอง เมื่อหนองแตกน้ำ หนองสีเขียวก็ไหลออกมา  ทั้งเหนียวและข้น  กลิ่นเหม็นมากเป็นพิเศษ  นี่เป็นการสั่งสอนคนชั่ว  วิญญาณบาปทั้งหลายต่างก็มีอวัยวะที่ไม่ครบถ้วน  บ้างก็ผิวหนังหลุดร่วง  บ้างก็ขาดแขนขา บ้างก็ไม่มีปาก จมูก  หู  ตา  มือ  เท้า  ถ้าจะบอกว่าพวกเขาไม่มีปาก  จมูก  หู  ตา  มือ  เท้า  มิสู้บอกว่า เดิมทีก็หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าปาก จมูก หู ตา มือ เท้าอยู่ตรงไหน  เพราะว่าแต่ละคนล้วนเหมือนตัวประหลาด  ยากที่จะแยกแยะได้ว่าส่วนต่างๆของร่างกายอยู่ตรงไหน  มีอีกด้านหนึ่งเป็นลวดเหล็กทั้งหมด วิญญาณบาปกลืนลวดเหล็กลงไปทีละเส้นๆ  แล้วดึงออกมาทีละเส้นๆ  เส้นลวดนำเลือดติดออกมาด้วย แต่ละครั้งที่วิญญาณบาปดึงเส้นลวดออกมาก็จะอาเจียนออกมาเป็นเลือดทุกครั้ง  แต่ยิ่งอาเจียนกลับดูเหมือนว่าวิญญาณบาปยิ่งพออกพอใจ  ยิ่งกลืนเส้นลวดลงไปกลับดูเหมือนยิ่งสนุก เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะเกิดความหวาดผวา น่าเวทนา! โหดเหี้ยมทารุณได้มาตรฐานจริงๆ  ส่วนอีกด้านหนึ่งเต็มไปด้วยขวานบิน  ร่างของวิญญาณบาปถูกขวานบินโจมตีเข้าอย่างจัง  บ้างก็โดนเข้าที่หัว  บ้างก็โดนที่กลางหลังเข้าไปในกระดูกสันหลัง  บ้างก็โดนเข้าที่ท้อง  ทุกๆที่เต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวน  ดังจนหูแทบแตก  กลางเวหายังมีนกต้าเผิงบินลงมาจิกกินหู  ตา  และส่วนต่างๆของวิญญาณบาปอย่างสนุกสนาน  ใช้คำว่ากินเนื้อแทะกระดูก เปรียบเทียบเช่นนี้ก็ไม่เกินไปนัก) ท่านเซียนกวนครับ  เหตุใดที่นี่จึงเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์ที่โหดเหี้ยมทารุณ  วิญญาณบาปเหล่านี้ตอนที่มีชีวิตอยู่ทำบาปกรรมอะไรไว้?

        เซียนกวน : วิญญาณบาปที่อยู่ในนี้เป็นขุนนางที่ไม่มีความเที่ยงธรรม  บ้างก็เป็นกษัตริย์ที่ไม่มีความเมตตากรุณา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ชื่นชอบเรื่องกามตัณหา

        ชิวเซิง : ทำไมวิญญาณบาปจึงถูกฟ้าผ่าร่าง?

        เซียนกวน : เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ไม่รู้จักบังคับตัวเอง ลืมภาระหน้าที่อันพึงปฏิบัติ ทำเรื่องที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม ดังนั้นจึงถูกฟ้าผ่า

        ชิวเซิง : เหตุใดจึงถูกลงโทษให้กลืนลวดเหล็ก?

        เซียนกวน : ก็เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ ขูดรีดเลือดเนื้อของประชาชน ยักยอกเงินเข้ากระเป๋าส่วนตัวของตัวเองจนอิ่มหนำ ดังนั้นจึงใช้ลวดเหล็กมาล้างลำคอ  ล้างกระเพาะและลำไส้  อาเจียนเป็นเลือดเหมือนกับที่บีบเค้นเอาทรัพย์สินของประชาชน ถ้าไม่อาเจียนก็ไม่มีความสุข

        ชิวเซิง : ทำไมถึงมีขวานบินเต็มไปทั่ว?

        เซียนกวน : ขวานบินก็คือผลกรรมตอบสนองที่ตอนสมัยมีชีวิตอยู่ใช้อำนาจป่าเถื่อนบังคับขูดรีดคนที่ไม่มีทางสู้  นกต้าเผิงจิกกินเนื้อของพวกเขา ก็เปรียบเหมือนผู้ที่อ่อนแอกว่าย่อมตกเป็นอาหารของผู้ที่แข็งแรงกว่า

        ชิวเซิง : ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!  งั้นจะมีวิธีการใดที่ไม่ต้องรับการลงโทษเหล่านี้?

        เซียนกวน : ขอเพียงตอนที่มีชีวิตอยู่เคารพกฎหมายบ้านเมือง ทำเรื่องที่ถูกทำนองคลองธรรม  ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่มีจิตที่แบ่งแยก เบื้องบนปฏิบัติต่อเบื้องล่างด้วยความรักความเมตตา เบื้องล่างปฏิบัติต่อเบื้องบนด้วยความเคารพนบนอบ  เช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว  เอาล่ะ!  ขุนพลทั้งสองนำตัว “ซังโจ้ว” มา

        ขุนพล : เรียนท่านเซียนกวน  นำตัวซังโจ้วมาแล้วครับ

        เซียนกวน : ซังโจ้ว! คืนนี้โชคดีได้พบสำนักศักดิ์สิทธิ์มาท่องเที่ยวประพันธ์หนังสือ  ตอนนี้ได้มีส่วนร่วมในการประพันธ์หนังสือ  จงเล่าออกมาให้ละเอียด  หากมีตกหล่นจะไม่ยกโทษให้ง่ายๆ

        ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าท่านทำกรรมใดไว้จึงถูกลงโทษอย่างโหดเหี้ยมทารุณเช่นนี้

        วิญญาณบาป : เราคือผู้กุมอำนาจทางการเมืองแห่งราชวงศ์ซัง คนเรียกเราว่า “โจ้วหวัง”  เพราะอำนาจอยู่ที่ตัวเราแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นจึงบ่มเพาะทัศนคติที่คิดว่าความคิดเห็นของตัวเองถูกต้อง  ขอเพียงปรารถนาสิ่งใดก็จะต้องพยายามให้บรรลุเป้าหมายให้ได้  ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราลุ่มหลงในกามตัณหา ไม่สนใจเรื่องงานราชกิจ  คำว่ากามเพียงคำเดียวทำให้เราตัดขาดจากกิจแห่งคุณงามความดี  ค่อยๆออกห่างจากผู้มีคุณธรรม เข้าใกล้ความชั่วร้าย สังหารผู้บริสุทธิ์ ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง ประชาชนเกิดความลำบากยากแค้น  บาปกรรมเช่นนี้ หลังจากที่จบชีวิตลง ก็รับทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส  ความทุกข์ในตอนนี้ยิ่งทุกข์ทรมานกว่าก่อนหน้านี้อีก

        ชิวเซิง : สาเหตุมาจากคำว่ากามที่เกิดขึ้นจากใจตน  เรียกว่า “กามไม่ลุ่มหลงคน มีแต่คนเองนั่นแหละที่ไปลุ่มหลงกาม”

        พุทธะจี้กง : พึงรู้ว่าผู้บริหารประเทศที่ลุ่มหลงในกาม ไม่เพียงปัญญาญาณติดขัด  ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้การเมืองของประเทศตกต่ำเสื่อมถอย  ประชาชนไม่สามารถอยู่เย็นเป็นสุข  กระทั่งเกิดสงครามสู้รบรอบด้าน  เข่นฆ่าสังหารกันไม่หยุดหย่อน  ดังนั้นคนที่เป็นผู้นำยิ่งสมควรปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง  สั่งสอนกล่อมเกลาประชาชนให้จิตใจสะอาดเบาบางในกิเลสตัณหาจึงจะถูกต้อง

        ชิวเซิง : ท่านยังมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่?

        วิญญาณบาป : ขอน้ำให้เราสักแก้วเถอะ

        พุทธะจี้กง : นี่คือน้ำอมฤต  เอาไปดื่มซะ

        วิญญาณบาป : (ดื่มน้ำอมฤตแล้วร่างกายรู้สึกสบายขึ้นทันที  ความหิวกระหายหมดสิ้นลง)

        ชิวเซิง : ตอนนี้มีชีวิตชีวาขึ้นแล้ว

        วิญญาณบาป : (หายใจลึกๆหนึ่งครั้ง) รู้สึกดีขึ้นมากเลย! ขอบคุณทุกๆท่าน!  ได้โปรดช่วยเราออกไปจากที่อันมืดมนไร้แสงตะวันนี่ที  ถ้าหากเราสามารถออกไปจากที่นี่ได้  จะให้เราทำอะไรก็ได้เรายินดี

        ชิวเซิง : ผู้ที่จะสามารถช่วยท่านได้มีแต่ผู้ที่มีคุณธรรมอันยิ่งใหญ่เท่านั้น  ตัวเราเองไม่มีความสามารถขนาดนั้น

        วิญญาณบาป : ท่านสามารถมาถึงที่นี่ได้  ทั้งยังมีท่านเซียนกวนคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ  คิดว่าจะต้องมีภูมิหลังที่ไม่ใช่ธรรมดา รีบช่วยเราออกไปที  เกิดตายทุกภพชาติเราจะขอเป็นผู้พิทักษ์ของท่าน

        ชิวเซิง : เราแค่เพียงสามารถให้ท่านลองๆดู  แต่เราไม่กล้ารับประกันหรอกนะ!

        วิญญาณบาป : ขอเพียงมีวิธีออกไปจากที่นี่ได้  ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านพ้นไป

        ชิวเซิง : ถ้าอย่างนั้นโปรดทำจิตใจให้สงบ นั่งขัดสมาธิ หลับตาลงแต่ไม่ต้องปิดสนิท  รวบรวมสมาธิ  รักษาทวารวิเศษ  ตามองที่ปลายจมูก  จมูกมองไปที่จิต  พนมมือนอบน้อมคุกเข่ากราบเบญจางคประดิษฐ์  หันหน้าไปทางทิศตะวันตก  สวดพุทธนาม “นะโม หมีเล่อฝอ”  จิตไม่ห่างจากพุทธะ  พุทธะไม่ห่างจากจิต  ระลึกสวดท่องไม่ขาดช่วง ไม่คิดฟุ้งซ่าน  พิจารณากายตนคือพุทธะ  กายเรากับกายของพุทธะไม่ต่างกัน  สวดท่องออกมาจากจิต

        วิญญาณบาป : (สวดพุทธนาม “นะโม หมีเล่อฝอ”  หลังจากที่สวดอยู่นาน  ตรงระหว่างคิ้วก็บังเกิดแสงสีแดงขึ้นมานิดหน่อย  ทันใดนั้นกลางเวหาก็เปล่งแสงสว่างเจิดจ้า  แผ่นดินสั่นสะเทือน  ทั่วทุกที่เปล่งแสงโชติช่วงชัชวาล  ปรากฏลำแสงเป็นหมื่นสาย  ลักษณะไม่เป็นระเบียบ ตอนนี้ในคุกกลายเป็นทะเลแสง  ทัศนียภาพแบบนี้ หากไม่เห็นด้วยตาของตัวเองก็ยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้  สามารถพูดได้เพียงแค่คำว่า “มหัศจรรย์” คำเดียวเท่านั้น  ชั่วพริบตา ท่ามกลางแสงก็ปรากฏนิรมาณกายของพระศรีอาริยเมตไตรยนับพันนับหมื่น  แต่ละนิรมาณกายมีลักษณะที่แตกต่างกัน  ทุกนิรมาณกายต่างแสดงธรรม  ต่างแสดงนิมิตอันเป็นมงคล  วิญญาณบาปทั้งหลายถูกทำให้สยบลงด้วยความมหัศจรรย์นี้  ต่างคุกเข่ากราบลงด้วยความนอบน้อมแบบเบญจางคประดิษฐ์  สวดพุทธนาม “นะโม หมีเล่อฝอ”  ชั่วพริบตาเดียวร่างของวิญญาณบาปก็หวนกลับคืนสู่สภาพเดิม  “โจ้วหวัง” ก็ตามพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นบันไดสวรรค์ไปและได้รับการฉุดช่วย  ตอนนี้วิญญาณบาปทั้งหลายที่อยู่ภายในคุกต่างก็ได้รับพุทธรังสีสาดส่อง และได้รับการพยากรณ์อีกทั้งกำชับเตือนจากพระศรีอาริยเมตไตรย  หลังจากที่สลายกรรมแล้วต่อไปภายหน้าก็จะได้ไปเกิดยังแดนกามาพรหม นำกรรมติดตัวไปบำเพ็ญ  ทันใดนั้นคุกก็กลับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนตอนแรก)

        พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว  สมควรกลับได้แล้ว

        ชิวเซิง : ผู้น้อยขอบคุณท่านเซียนกวน และท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

        เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์