Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 31 นรกอเวจีลงโทษคนที่ไม่กตัญญู | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 31 นรกอเวจีลงโทษคนที่ไม่กตัญญู

73 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

                  ความรักของพ่อแม่  จะหาสิ่งใดเทียบได้เล่า 

  ลูกกตัญญูยามแก่เฒ่า ดั่งพบฤดูใบไม้ผลิ

                  ตั้งใจอบรมสั่งสอน  หวังลึกๆเฝ้าดำริ          

  ตลอดกาลโลกนี้สิ  มีแต่ลูกกตัญญู

        พุทธะจี้กง : ตั้งแต่คนเกิดมาร้องอุแว้ๆ นอกจากกายเนื้อนี้แล้วก็ไม่ได้นำอะไรติดตัวมาแม้แต่อย่างเดียว  ได้รับความรักจากพ่อแม่คอยดูแลเอาใจใส่อย่างทะนุถนอมโดยไม่คิดราคา  กลัวว่าลูกจะป่วยไข้  หากลูกป่วยไข้แม้แต่น้อย  จิตใจของพ่อแม่ก็ยากที่จะสงบลงมาได้  คอยดูแลปกป้องทั้งวันทั้งคืน ไม่นึกอยากอาหาร  จนกระทั่งลูกค่อยๆเติบใหญ่  พ่อแม่ก็อายุมากแล้ว  ตอนนี้ลูกกลับรังเกียจพ่อแม่ว่าจู้จี้ขี้บ่น  พ่อแม่ป่วยไข้ไม่เพียงไม่ดูแลเอาใจใส่กลับคิดรังเกียจขยะแขยง  ความกตัญญูเลือนหายทำให้อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ  ใจคนไม่ดีงามเหมือนเก่า  ดังนั้นฟ้าจึงประทานภัยพิบัติลงมาสู่โลกมนุษย์เพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจคนให้หวนกลับคืนสู่ความกตัญญู แล้วสรรค์สร้างแดนสุขาวดีที่อิสระเสรี  เอาล่ะ!  ประทานยันต์ให้ศิษย์เผาดื่ม  วิญญาณออกจากร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ  ฟ้าดินกว้างใหญ่  ทำไมจึงเกิดภัยพิบัติขึ้นมากมายไม่หยุด  แล้วภัยพิบัติก็ไม่มีแบ่งเชื้อชาติ?

        พุทธะจี้กง : ฟ้าดินเดิมทีไม่มีการแบ่งเขตแดน  คนอาศัยเหตุแห่งปฏิจจสมุปบาททั้งสิบสอง  และเหตุต้นผลกรรมสามชาติที่ถูกจัดวางไว้อย่างประจวบเหมาะ  ดังนั้นแต่ละยุคแต่ละชาติที่เกิดมาในแต่ละครั้งจึงมีเชื้อชาติที่แตกต่างกัน  แต่ภัยพิบัติต่างๆนั้นไม่มีแบ่งสัญชาติ  ไม่มีแบ่งเชื้อชาติ  ก็คือแรงกรรมจากเหตุต้นผลกรรมที่คอยตามติด  ถึงแม้ว่าจะผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมาหลายภพชาติ  ถ้าหากเหตุยังไม่ส่งผล  เหตุก็ยังคงอยู่ตลอดไป  ส่วนตนเองก็ยังคงอยู่ในสภาวะที่ล่อแหลมต่ออันตราย ไม่ว่าจะเนิ่นนานซักเท่าไหร่เหตุต้นผลกรรมก็ยังรอเวลาที่จะส่งผล  นั่นก็คือเหตุต้นผลกรรมที่ไม่ดับสูญ  ดังนั้น คนที่ต่างเชื้อชาติกันแต่มีแรงกรรมเหมือนกัน  บางครั้งอาจจะประสบภัยในช่วงเวลาและสถานที่เดียวกัน  หรืออาจจะประสบภัยต่างช่วงเวลาต่างสถานที่กัน  ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่ากรรมร่วม  แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสรุปแล้วก็คือได้ชำระเหตุต้นผลกรรมแล้ว  เอาล่ะ!  ท่านเซียนกวนและขุนพลทั้งสองมารอพวกเราแล้ว ศิษย์เรารีบไปคารวะเร็ว

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง

        พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี

        เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านด้านใน

        ชิวเซิง : (เข้ามาภายในคุก  ทางด้านขวามีวิญญาณบาปถูกแขวนห้อยอยู่บนเสาทองแดงเรียงกันเป็นแถวๆ  ในปากมีของเหลวสีขาวไหลออกมาช้าๆ  กลิ่นเหม็นคาว  เหม็นแสบจมูก)  พระอาจารย์ครับ  กลิ่นเหม็นพวกนี้มันคืออะไรกันครับ?  กลิ่นเหม็นจนทำให้คนรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอ๊วก

        พุทธะจี้กง : เจ้านี่ช่างไม่มีความอดทนเอาซะเลย  รีบดื่มน้ำอมฤตแล้วกินยาสลายพิษนี่ซะ!

        ชิวเซิง : เฮ่อ!  กินยากับน้ำอมฤตแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะเลย (ทางด้านซ้ายมีวิญญาณบาปกลุ่มหนึ่งถูกทรมานจนผิวหนังสั่น  เนื้อหนังแตกกระจายไปทั่วทิศ เหมือนกับข้าวโพดป๊อปคอร์น  ตรงกลางไหม้เกรียมมีกลิ่นเหม็น  มีวิญญาณบาปถูกควักหัวใจออกมารวมๆกันเป็นก้อนๆใส่ลงในหม้อสามขา  หม้อสามขาใหญ่เท่าภูเขา  หัวใจของวิญญาณบาปหนึ่งก้อนเต็มอยู่ในหม้อสามขานั้น  จะสิบก้อน  ร้อยก้อน  ต่างก็เต็มอยู่ในหม้อสามขานั้น  บนหม้อสามขามีเสาทองแดงทุบหัวใจเหล่านั้น  มองเห็นน้ำแดงๆเจิ่งนองรวมกันอยู่ที่พื้น ไม่ง่ายเลยที่จะหยุดทุบ เมื่อหยิบหัวใจออกมาปรากฏว่าหัวใจแตกกระจายเป็นเศษๆชิ้นๆ  หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไปใช้ไม้บีบขา บีบที่ขาทั้งคู่ของวิญญาณบาป  บีบจมลึกเข้าไปในเนื้อและกระดูก  ทั่วทั้งคุกเต็มไปด้วยเสียงร้องด้วยความโศกเศร้า ทำให้รู้สึกเศร้าจริงๆ) ท่านเซียนกวนครับ  เหตุใดพวกเขาเหล่านี้จึงถูกลงโทษอย่างโหดเหี้ยมทารุณเช่นนี้?

        เซียนกวน : วิญญาณบาปเหล่านี้ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่อกตัญญูต่อพ่อแม่  ไม่เคารพบุพการี  ไม่เพียงไม่รู้จักเลี้ยงดูพ่อแม่  กลับเหยียดหยามท่าน  ปฏิบัติต่อท่านอย่างโหดร้ายทารุณ  ดังนั้นจึงตกอยู่ในสภาพที่น่าอนาถเช่นนี้  นี่ก็คือบาปกรรมที่ตนสร้างเอง

        ชิวเซิง : จะมีวิธีสลายบาปกรรมไหมครับ?

        เซียนกวน : ชาวโลกที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกหากเคยเนรคุณอกตัญญูต่อพ่อแม่  เมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านี้แล้วปรารถนาจะสลายบาปกรรม จะต้องสำนึกผิดขอขมาต่อหน้าพ่อแม่  สำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง วอนขอให้พ่อแม่ยกโทษให้อภัย ต่อจากนั้นจะต้องถวายธูปหอม ดอกไม้ ผลไม้ อาหารเจ ต่อเบื้องหน้าองค์พระพุทธะ แล้วจุดพุทธประทีบถวายเจ็ดรอบ ต่อมาให้สำนึกขอขมาความผิดบาป  ทำเช่นนี้เป็นระยะเวลาเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน  ทำอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วงไม่ขาดตอน  ทุกๆวันสวดท่องมหากรุณาจิตธารณีสูตรเจ็ดจบแล้วอุทิศ  ปฏิบัติตามวิธีนี้  ไม่สร้างบาปกรรมอีกต่อไป  จึงจะสามารถสลายบาปกรรมได้ไม่ถึงหนึ่งในพันหมื่นส่วน  ถ้ายึดมั่นปฏิบัติอย่างแน่วแน่เคร่งครัดตลอดชีวิต  ก็จะสามารถตัดกรรมได้อย่างแน่นอน

        ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนที่ชี้แนะ

        พุทธะจี้กง : กลับเถอะ

        ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวน และท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยอำนวยความสะดวก

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์