Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 28 สวดท่องพุทธนามของพระศรีอาริยเมตไตรย สามารถได้ไปเกิด | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 28 สวดท่องพุทธนามของพระศรีอาริยเมตไตรย สามารถได้ไปเกิด

60 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

ดำรงตำแหน่งสูง จะต้องมี คุณธรรม       

เป็นผู้นำ จะก่อกรรมทำผิด ได้ไฉน

ตนคนเดียว มักมากกาม ทำลายหมื่นประชาไซร้ 

คือปลูกเพาะ เหตุปัจจัย ให้จมในอเวจี

        พุทธะจี้กง : ผู้ที่ดำรงตำแหน่งขุนนางข้าราชการทุกคน เดิมทีควรประพฤติตนเป็นแบบอย่าง สามารถประพฤติตนเป็นแบบอย่างได้จึงจะสามารถมีพลังในการโน้มนำมวลชน  มีคนจำนวนมากที่อยู่ในตำแหน่งสูงแต่กลับไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง เพียงแค่ใช้คำพูดป่าวประกาศออกไป ถึงแม้ว่าตนเองจะไม่ได้ทำอะไรผิดถึงขนาดทำให้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ก็ตาม แต่ก็ขาดพลังของความเป็นผู้นำมวลชนไปแล้ว เพราะว่ามวลชนไม่มีแบบอย่างที่ดีให้เจริญรอยตาม ใช้เพียงแค่คำพูดมาถ่ายทอด  ใช้แค่เพียงคำพูดมาพร่ำสอน  แต่กลับไม่มีแบบอย่างจริงๆปฏิบัติออกมาให้เห็นเป็นตัวอย่าง ดังนั้นคนที่มีตำแหน่งเป็นขุนนางข้าราชการพึงรู้ว่าการประพฤติตนเป็นแบบอย่างนั้นมีความสำคัญขนาดไหน  เพราะว่าการประพฤติตนเป็นแบบอย่างสามารถทำให้คนอื่นมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการปฏิบัติตาม  ทำให้คนที่กำลังสับสนงุนงงในปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกันสามารถทำตามคำแนะนำที่เหมาะสม  คนเกิดมาบนโลกนี้ ไม่ว่าจะทำเรื่องใดล้วนต้องปฏิบัติเรียนรู้ด้วยตัวเอง จึงจะสามารถแก้ไขปัญหายุ่งยากต่างๆให้กับผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย  นับแต่อดีตโบราณมา  คนที่ประพฤติผิดในกามมีมากมายจนยากที่จะนับคำนวณได้  ตั้งแต่ระดับประมุขลงไปจนกระทั่งถึงระดับคนรับใช้  ผู้ที่ประพฤติผิดในกามมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน  แล้วคนที่ประพฤติผิดในกามก็มีจำนวนไม่น้อยที่แนะนำตักเตือนให้ผู้อื่นละกาม แต่ทว่าเป็นเพราะตนเองไม่มีประสบการณ์ในการละกามของตนเองมาแนะนำตักเตือนผู้อื่น จึงทำให้ผู้อื่นไม่สามารถมองเห็นแบบอย่างในการละกามที่ปฏิบัติออกมาจากตัวของเขาเองจริงๆ  ไม่สามารถมองเห็นแบบอย่างจากตัวของเขาหลังจากที่เขาตัดความคิดเรื่องกามออกไปจากจิตใจแล้ว  และไม่สามารถมองเห็นถึงความจริงใจของเขา อีกทั้งไม่สามารถมองเห็นถึงความประพฤติที่สง่างามของเขา ดังนั้นพลังในการกล่อมเกลาสั่งสอนจึงมีแค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น  ชาวโลกจะต้องรู้จักละกาม  ยิ่งในยุคปัจจุบันเป็นกลียุค ยิ่งจำเป็นต้องละกามเป็นอย่างยิ่ง เพราะในยุคนี้ทั่วทุกที่เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมทางเพศ  หากไม่ระมัดระวังเพียงแค่นิดเดียวก็สามารถสร้างบาปกรรมในเรื่องกามได้โดยง่าย  อย่างเช่นบางคนมีพฤติกรรมชอบสวมใส่เสื้อผ้าที่เผยให้เห็นเรือนร่าง  บ้างโชว์อก  บ้างเปลือยหลัง  ซึ่งสามารถเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดบาปกรรมในเรื่องกามได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั่วทุกที่มีร้านต่างๆที่แอบแฝงการค้าบริการทางเพศเกิดขึ้นมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นร้านตัดผม  ศูนย์การดูแลผิว  รวมทั้งร้านน้ำชา และร้านต่างๆที่ปิดบังอำพรางแอบทำเรื่องสกปรก  คนที่ทำผิดไปแล้วก็ควรจะค่อยๆแก้ไขกลับตัวใหม่ จากนั้นจึงละกามเสีย  ส่วนคนที่ยังไม่เคยทำผิดก็อย่าได้เป็นเพราะมีความอยากรู้อยากเห็นจนทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศแล้วประพฤติผิดในกามตามมา  มิฉะนั้นมานึกเสียใจในภายหลังก็สายไปเสียแล้ว  นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าการประพฤติผิดในกามนั้นจะเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยเงินก็ตาม แต่จิตธรรมญาณก็แปดเปื้อนสิ่งสกปรกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  วิญญาณธาตุประเภทนี้สกปรกแปดเปื้อนไม่สามารถที่จะใช้เวลาหรือแม้แต่วิธีการใดก็ตามมาชำระล้างให้สะอาดได้  ยิ่งทำผิด ก็ยิ่งค่อยๆแปดเปื้อน ยิ่งค่อยๆถลำลึกลงไปเรื่อยๆ  จิตธรรมญาณก็ยิ่งขุ่นมัวมาก ต่อไปในภายหน้าจะต้องตกสู่ทุคติภูมิทั้งสามอย่างแน่นอน!  ดังนั้นการละกามจึงเป็นสภาวการณ์ที่คับขันเร่งด่วน  ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือผู้เยาว์ทุกๆคนควรจะละซึ่งกาม  คนที่ละกามไม่ว่าจะทำอาชีพการงานใดก็ตาม ในด้านความสัมพันธ์ต่อผู้อื่นล้วนแล้วแต่เกิดความผาสุก  ในทางตรงกันข้าม คนที่ประพฤติผิดในกาม  ไม่ว่าจะทำอาชีพการงานใดก็ตาม  ด้านความสัมพันธ์ต่อผู้อื่นหรืออาจจะเป็นด้านดวงชะตา ด้านทัศนคติ หรือด้านจิตใจ ล้วนแล้วแต่มีข้อบกพร่องเกิดความไม่สมบูรณ์ขึ้นมากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งผลกระทบต่อด้านร่างกายและชีวิตสมรส  คนที่หนักยิ่งกว่านั้นก็จะต้องรับผลกรรมตอบสนองในชาติต่อๆไปอีกหลายภพชาติทำให้ต้องตกอับเป็นโสเภณีมีชะตาชีวิตที่น่าเศร้า  แล้วจะดูออกได้อย่างไรว่ามีแนวโน้มที่ชะตาชีวิตจะเป็นโสเภณี?  อันชาวโลกที่ชอบสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น  บ้างสวมใส่ชุดที่เผยเรือนร่าง  บ้างสวมใส่ชุดที่สวยงามแต่งตัวสวยหรู  ทั้งที่มีเจตนาและไม่มีเจตนาทำให้เกิดรูปลักษณ์ที่ยั่วยวนดึงดูดทางเพศ  เพราะคนเหล่านี้มีนิสัยทำตัวเหลวไหลไม่อยู่ในกรอบของศีลธรรม ไม่มีความสำรวมระวังแม้แต่น้อย  ก็สามารถที่จะรู้ได้ว่าคนเหล่านี้มีแนวโน้มที่ชะตาชีวิตจะต้องตกอับเป็นโสเภณีหลายภพชาติ  ถ้ารู้เช่นนี้ควรจะหลีกเลี่ยงป้องกันอย่างไร?  หากสามารถสวดท่องคัมภีร์ละกามทุกๆวันเป็นเวลาอย่างน้อยสามปี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถยึดมั่นปฏิบัติตามในคัมภีร์ตลอดชั่วชีวิต  ย่อมจะต้องหลีกเลี่ยงชะตากรรมได้  แต่ที่น่าห่วงคือ ไม่ยอมน้อมใจสำนึกผิดแก้ไขกลับตัวใหม่  ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงนิสัย  ดังนั้นระวังไว้เถอะ!  ระวังไว้เถอะ!  เอาล่ะ!  ศิษย์เราจงออกจากร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : (บัลลังก์บัวเหาะไปอย่างรวดเร็ว  แล่นฉิวเหมือนนั่งรถไฟเหินเวหา  ทันใดนั้นรู้สึกว่ามีกลุ่มความกดอากาศทำให้หัวใจเต้นเร็วจนแทบจะหลุดออกมา ไม่นานนักก็รู้สึกว่าดีขึ้น! ทอดตามองดู ถึงนรกอเวจีแล้ว)

        พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนมารอแล้ว ศิษย์เรารีบแสดงคารวะ

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง

        พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี

        เซียนกวน : เชิญเข้าไปชมด้านใน

        ชิวเซิง : (เมื่อเข้ามาภายในคุกก็มีเข็มบินพุ่งออกมาไม่ขาดสาย ปากกระบอกเข็มมีขนาดเท่ากับกระป๋องน้ำอัดลม มีเข็มบินเต็มปากกระบอก เสียงดังฟิ่วๆคล้ายกับมีลมพายุพัดเข้าไปภายในกระบอกเข็มทำให้เข็มพุ่งออกมาไม่หยุด  ทิ่มแทงวิญญาณบาปไปทั่วทั้งตัว ได้ยินแต่เสียงร้องที่น่าเวทนา  ยังเห็นวิญญาณบาปจำนวนหนึ่งที่เดิมทีก็หัวยุบเว้าหลังปูดนูน  ตาห้อยปากเบี้ยว  หูอยู่หลังสมอง  และขาบิดเป็นเกลียวอยู่ก่อนแล้ว  ทั่วทั้งตัวยังถูกเข็มแทงเพิ่มเข้าไปอีก  ทำให้เกิดอาการเกร็ง ชักกระตุกไปทั้งตัว  น่ากลัวเหลือเกิน  เดินเข้าไปอีกหน่อยก็มียักษ์จับวิญญาณบาปไปที่เขียง  ตัดหัว  ตัดมือ  ตัดเท้า  ตัดแบ่งเป็นท่อนๆนับไม่ถ้วน  สภาพคล้ายกำลังสับเนื้อหมูอยู่บนแผงขายเนื้อ  มีอีกด้านหนึ่งจับวิญญาณบาปมามัดแขนมัดขาติดกับเสาทองแดงโดยจับมัดหันหน้าออกหันหลังพิงกับเสา  แล้วยักษ์ก็ใช้เสาเหล็กทุบไปที่หน้าอกและท้องของวิญญาณบาปทำให้ท้องแตกไส้ไหล  เลือดออกปากออกจมูก  เลือดคั่งในสมอง  เลือดออกหู  บาดเจ็บไปหมดทั้งตัว  ตอนนี้มีหมาทองแดงตัวใหญ่วิ่งมากัดไส้ของวิญญาณบาปแล้วใช้กำลังลากดึงไส้  วิญญาณบาปเจ็บปวดทรมานร้องตะโกนด้วยเสียงที่ดังสนั่นสั่นสะเทือนน่าเวทนาแล้วจึงสลบไป  ส่วนวิญญาณบาปที่อยู่อีกด้านหนึ่งร่างกายแหลกเป็นเศษเล็กเศษน้อยไปหมด  ถูกจับโยนลงในกระทะทอดน้ำมัน  ไม่นานนักก็ระเบิดออกมาเหมือนข้าวโพดป๊อปคอร์น  เห็นแล้วรู้สึกชาไปหมด)  ท่านเซียนกวนครับ  เหตุใดวิญญาณบาปจึงถูกลงโทษเช่นนี้?  

        เซียนกวน : วิญญาณบาปเหล่านี้ส่วนใหญ่ตอนที่มีชีวิตอยู่ได้ประพฤติผิดในกาม  บาปหนักจนไม่อาจช่วยเหลือได้  ดังนั้นจึงถูกลงโทษขั้นสูงสุด  ใช้ความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสนี้ไปกระตุ้นจิตญาณเดิมให้ละกามตัณหา

        ชิวเซิง : ทำไมถึงมีเข็มบินออกมาทิ่มแทงวิญญาณบาป?

        เซียนกวน : เพราะหลังจากที่คนร่วมเพศกันเสร็จจะคล้ายกับถูกเข็มแทง  รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปทั้งตัว ดังนั้นจึงใช้เข็มบินมาทิ่มแทงร่างกายเพื่อกระตุ้นให้วิญญาณบาปเกิดความมุ่งมั่นที่จะขจัดความคิดลามกออกไป

        ชิวเซิง : เหตุใดจึงทุบหน้าอกและท้อง?

        เซียนกวน : เพราะตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่เป็นคนใจคอโหดร้าย  ข่มขืนผู้หญิงแล้วยังทำให้เกิดการทำแท้ง  ดังนั้นจึงทุบที่อกและท้องเพื่อขจัดพฤติกรรมอันชั่วช้าลามก

        ชิวเซิง : เหตุใดหมาจึงกัดไส้?

        เซียนกวน : ก็เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่มีจิตใจที่ชั่วช้าเลวทราม เป็นคนชอบวางแผนใช้กลอุบาย  ใช้ความป่าเถื่อนกับผู้หญิง ดังนั้นจึงให้หมาทองแดงกัดไส้จะได้ขจัดจิตใจที่ลามก

        ชิวเซิง : เหตุใดต้องเอาไปทอดน้ำมัน?

        เซียนกวน : ก็เพราะตอนที่วิญญาณบาปเหล่านี้มีชีวิตอยู่ได้ล่วงละเมิดสิทธิของสตรีนับไม่ถ้วน  บ้างข่มขืนผู้หญิง  ทำแท้งมากมาย  ดังนั้นจึงต้องรับผลกรรมเช่นนี้เพื่อขจัดกรรมลามก  วิญญาณบาปเหล่านี้ในสมัยที่มีชีวิตอยู่ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นขุนนางข้าราชการชั้นสูงที่ประพฤติผิดในกาม  ดังนั้นจึงถูกลงโทษอย่างโหดเหี้ยม  ท่านขุนพลไปนำตัว “เซี่ยเจี๋ย” มาซิ

        ขุนพล : รายงานท่านเซียนกวน  นำตัวเซี่ยเจี๋ยมาถึงแล้วครับ?

        เซียนกวน : ผู้นี้ก็คือเซี่ยเจี๋ย  เชิญท่านสัมภาษณ์ได้

        ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าท่านชื่ออะไร?  ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ทำกรรมใดไว้?

        วิญญาณบาป : เราคือกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์เซี่ย  ปกติชอบหาความสำราญกับเหล่าสนมนางใน  ไหนเลยจะรู้  นานวันเข้านิสัยก็แปดเปื้อน  สุดท้ายก็ลุ่มหลงมัวเมาอยู่ในสุรานารี  อุปนิสัยเปลี่ยนไป กลายเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต  ไม่สนใจงานราชกิจ  ในที่สุดก็ถูก “ซังทัง” ขับไล่หนีไปถึงหนานเฉา  นับจากนั้นชีวิตก็ระหกระเหินเร่ร่อน  ป่วยตายอยู่ที่ถนนใหญ่  ไม่มีใครสนใจ

       พุทธะจี้กง : ในเมื่อดำรงอยู่ในตำแหน่งที่สูงศักดิ์ก็ควรที่จะเคารพให้เกียรติปราชญ์เมธีผู้มีคุณธรรมความรู้  ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง  ละความสุขในกาม  ไฉนกลับทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ในที่สุดก็ตกสู่นรกอเวจีแห่งนี้

        ชิวเซิง : เมื่อประพฤติผิดในกามแล้ว  จะสำนึกผิดแก้ไขกลับตัวใหม่ อีกทั้งยับยั้งควบคุมตนเองได้อย่างไร?

        พุทธะจี้กง : คนที่ประพฤติผิดในกามนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะจิตใจทนไม่ไหว  ยากที่จะควบคุมได้  อาศัยการสวดท่องคัมภีร์ละกามรวมถึงการสวดท่องพุทธนาม  ยึดมั่นปฏิบัติทุกๆวัน  ไม่รีบไม่ช้า  สุดท้ายในวันหนึ่งข้างหน้าก็จะสามารถขจัดความนึกคิดเรื่องกามตัณหาออกไปได้

        วิญญาณบาป : รีบช่วยเราด้วย  ขอเพียงสามารถทำให้เราออกไปจากที่นี่ได้  เราจะขอติดตามรับใช้ท่านทุกๆภพชาติไม่โกหกหลอกลวงอย่างเด็ดขาด

        ชิวเซิง : เซี่ยเจี๋ย! จงสงบจิตใจลงก่อน แล้วตั้งใจฟังให้ดี  แดนวิสุทธิภูมิของพระศรีอาริยเมตไตรย  นำกรรมติดตัวไปเกิด  จิตเดิมแท้ไร้ซึ่งการแบ่งแยก  ถึงแม้ว่าจะเคยละเมิดทำผิดศีล  ขอเพียงไม่ถึงกับตัดขาดจากจิตเดิมแท้  ล้วนสามารถได้ไปเกิดยังแดนวิสุทธิ์  ขอเพียงมีความศรัทธาจริงใจ บังเกิดความมุ่งมั่น   ปรารถนาที่จะไปเกิดยังแดนวิสุทธิภูมิของพระศรีอาริยเมตไตรย  สวดท่องพุทธนาม  มีจิตที่ยินดีปรีดา  ย่อมได้รับพุทธรังสีสาดส่องนำพาไปเกิด  ตอนนี้ควรใช้จิตศรัทธาจริงใจสำนึกขอขมาความผิดบาปในครั้งอดีต  นับจากนี้เป็นต้นไปไม่ทำผิดซ้ำอีก  มีความศรัทธามุ่งมั่นน้อมสวดพุทธนามว่า “นะโม หมีเล่อฝอ” หนึ่งคำหนึ่งกราบด้วยจิตที่มีความปีติยินดีย่อมต้องได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

        วิญญาณบาป : (คุกเข่าน้ำตาริน สิบนิ้วประนม สวด “นะโม หมีเล่อฝอ” หนึ่งคำหนึ่งกราบ  หลังจากสวดไปได้หลายสิบคำหลายสิบกราบ  กลางเวหาก็บังเกิดรัศมีอันเป็นมงคล  บันไดเมฆลอยลงมา  ดอกบัวเปล่งรัศมีสาดส่อง  ตอนนี้ทั่วคุกปรากฏพุทธกายของพระศรีอาริยเมตไตรย กล่าวว่า “ละกามบารมี”  เสียงธรรมสั่นสะเทือน ทุกคนน้อมเคารพ เซี่ยเจี๋ยคุกเข่าพนมมือ  ปากยังคงสวดพุทธนาม “นะโม หมีเล่อฝอ” อยู่ตลอด  ในขณะที่สวดพุทธนามอยู่นั้นวิญญาณบาปทั้งหมดต่างก็ได้รับพุทธรังสีปกปัก  ร่างกายรวมทั้งมือและเท้าของวิญญาณบาปหวนกลับคืนสู่สภาพเดิมเริ่มแรก   เซี่ยเจี๋ยตามพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นบันไดเมฆไป  ได้รับการส่งตัวข้ามแดน  นอกจากนี้วิญญาณบาปทั้งหลายอีกประมาณ 900 กว่าชีวิตล้วนได้รับพระคุณปกแผ่  ต่างได้รับการพยากรณ์และกำชับเตือนสติจากพระศรีอาริยเมตไตรย  ต่อไปหลังจากที่สลายกรรมแล้วก็จะได้ไปเกิดยังแดนกามาพรหม  นำกรรมติดตัวไปบำเพ็ญ  จากนั้นสภาพในคุกก็ค่อยๆกลับคืนสู่สภาพเดิม)

        พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว  กลับกันเถอะ

        ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

        เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์