Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 23 ทำลายชาติ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นบาปหนัก | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 23 ทำลายชาติ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นบาปหนัก

43 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

    ทำลายประเทศชาติ สร้างความพินาศแก่ปวงชน

    ให้ร้ายผู้อื่นเพื่อหวังผล ทำลายจิตมโนธรรม

    ครั้งหนึ่งเรืองอำนาจเรียกทรราช คนขนานนาม

    นรกไร้ประตูข้าม มีเพียงตนเข้าไปเอง

        พุทธะจี้กง : ในโลกโลกีย์ที่วุ่นวายนี้  จิตใจคนไม่ดีงาม เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ละคนต่างก็วางแผนสมรู้ร่วมคิดกันแย่งชิงผลประโยชน์จากผู้อื่น  บ้างก็ใส่ร้ายผู้ที่มีคุณธรรมความสามารถ  ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่า “คนดีอายุไม่ยืน คนเลวอยู่ได้เป็นพันปี”  ในความหมายของคำว่า “อายุไม่ยืน” อาจจะไม่ได้หมายความว่า “ตาย” เสมอไป แต่มีความหมายที่กว้างกว่านั้น  พูดอย่างคร่าวๆคือ  คนที่มีความจริงใจทำงานรับใช้ประเทศชาติและประชาชน  คนที่เป็นตัวแทนของประชาชนขอคำปรึกษาชี้แนะจากปราชญ์เมธีแล้วนำมาปฏิบัติจริงเห็นผลสำเร็จจริง มักจะถูกคนเจ้าเล่ห์ที่เห็นแก่ตัวคอยกลั่นแกล้ง  บ้างก็ใช้พระราชโองการปลอมมาขุดรากถอนโคน  บ้างก็สมคบคิดพวกโจรมาทำร้าย  บ้างก็ช่วงชิงอำนาจกันภายในราชสำนักเพื่ออิทธิพลและอำนาจที่มั่นคงของตัวเอง  ใช้ตำแหน่งและอำนาจ โจมตีใส่ร้ายคนที่มีความซื่อสัตย์จงรักภักดี  แต่ทั้งนี้ ผู้ที่มีอิทธิพลและอำนาจก็ไม่ได้หมายความเฉพาะเจาะจงแต่เหล่าขุนนางในวงการข้าราชการเท่านั้น  แม้กระทั่งในวงการธุรกิจที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ก็เช่นเดียวกัน  คนจำนวนมากต่างก็มีขอบข่ายของอิทธิพลและอำนาจของเขาเอง  ในขอบข่ายอิทธิพลอำนาจนั้นก็มีทั้งคนที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีและคนที่คิดคดเห็นแก่ตัวปะปนกันอยู่  ต่างกันที่จะมีมากหรือน้อยเท่านั้นเอง  หากผู้ที่มีตำแหน่งสูงไม่สามารถธำรงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรมโดยที่ไม่มีความเห็นแก่ตัว ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถ  องค์กรหลักก็จะต้องล่มสลายลงในเร็ววัน หากองค์กรๆหนึ่งให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะบุคลากร  องค์กรนั้นก็จะมีบุคลลากรที่มีความสามารถเกิดขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย  ขอบข่ายของกิจการก็จะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น  ถ้าหากชาวโลกมีความเห็นแก่ตัวและทำร้ายผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง  ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นทุกที่ทุกเวลา เกรงว่าวันหนึ่งจะต้องตกนรกอเวจีไม่มีวันได้ออกมา  เอาล่ะ! ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม  วิญญาณจงออกจากร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : (นั่งบนบัลลังก์บัว  ลอยลงสู่นรกอเวจีอย่างช้าๆ  ลมเย็นพัดมาเอื่อยๆ  ในความร้อนนั้นมีความเย็นแทรกอยู่)

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา ท่านเซียนกวนมารออยู่เบื้องหน้าแล้ว รีบไปแสดงคารวะ

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง  ขอเชิญด้านใน

        ชิวเซิง : (เมื่อเข้ามาในคุก  อากาศร้อนทรมานใจคน  เหงื่อไหลหยดย้อย) ไม่นึกเลยแม้แต่เครื่องปรับอากาศซักตัวก็ไม่มี

        พุทธะจี้กง : ที่นี่คือนรกอเวจี จะมีเครื่องปรับอากาศได้อย่างไร นี่คือแดนลงทัณฑ์นะ!

        เซียนกวน : ท่านพุทธะจี้กงกล่าวได้ถูกต้อง  วิญญาณบาปทั้งหมดในนี้ตอนที่มีชีวิตอยู่ได้ใช้บุญวาสนาจนเกือบจะหมดแล้ว  แถมยังทำเรื่องชั่วร้ายที่ร้ายแรง  จึงต้องตกนรกอเวจีรับการลงโทษที่โหดเหี้ยมทารุณ  แล้วจะให้วิญญาณบาปที่รับโทษได้เสพสุขเกินไปได้อย่างไรกันล่ะ?  

        ชิวเซิง : ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น  แต่พระอาจารย์ลองสำรวจคุกตะรางบนโลกมนุษย์ดูได้  ในนั้นจัดตั้งสถานที่ไว้สำหรับเรียนพิเศษ  มีห้องที่ติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกด้วย

        พุทธะจี้กง : ชาวโลกทั่วทุกที่ต่างก็พูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน  ทำให้คนที่เจ้าเล่ห์เพทุบายจงใจอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย  ต่อให้เป็นถึงนักโทษประหารชีวิตก็ไม่เกรงกลัวกฎหมาย  จนกระทั่งทำให้สังคมเกิดความวุ่นวายครั้งแล้วครั้งเล่า  ส่วนคนที่หวาดกลัวคุกตะรางกลับเป็นประชาชนที่มีจิตใจดีงาม  เป็นเพราะคนที่เจ้าเล่ห์เพทุบายนั้น  รู้ถึงสภาพเหตุการณ์ในคุกอย่างทะลุปรุโปร่ง  ด้วยเหตุนี้จึงไม่กลัว

        ชิวเซิง : ตามที่พระอาจารย์พูดมา  บนโลกมนุษย์มีแต่คนดีเท่านั้นที่ไม่สามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของกฎหมายได้  ดังนั้นจึงถูกประหารชีวิตได้โดยง่าย  ส่วนพวกโจรที่ทำผิดกฎหมายจริงๆกลับมีท่อน้ำเลี้ยงอยู่ทั่วทุกที่  ถึงแม้ว่าจะถูกจับขังอยู่ในคุกก็ไม่รู้สึกหวั่นกลัว

        เซียนกวน : แต่ฟ้าดินมีความยุติธรรม  คนที่รับโทษบนโลกมนุษย์ตามกฎหมายหากได้รับโทษเพียงผิวเผิน  เมื่อมาถึงนรกแล้วก็จะต้องตรวจสอบและตัดสินคดีซ้ำใหม่ทั้งหมด  ต้องรับโทษในส่วนที่สมควรได้รับ และเพิ่มโทษในส่วนที่สมควรได้รับเพิ่ม  เมื่อมาถึงนรกทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนเป็นความยุติธรรมแล้ว

        ชิวเซิง : เบื้องหน้าคือความมืด  รอบด้านทั้งสี่เต็มไปด้วยเปลวไฟที่โหมไหม้อย่างรุนแรง  วิญญาณบาปเป็นกลุ่มๆถูกลูกกลิ้งของเครื่องบดดินบดขยี้ร่างกายจนแหลกเหลว เต็มไปด้วยเนื้อบดละเอียดกับคราบเลือดสกปรก  ยังมีวิญญาณบาปอีกกลุ่มหนึ่งถูกหินขนาดใหญ่กลิ้งทับร่าง ลำไส้ไหลออกมาหมด  น่าคลื่นไส้จริงๆ

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?

        ชิวเซิง : ศิษย์รู้สึกสงสาร เห็นใจพวกเขาแต่ก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา เจ้าอย่าได้เศร้าโศกเสียใจ ทั้งหมดนี้คือกรรมที่พวกเขาสร้างขึ้นเองและจะต้องรับผลกรรมนั้นด้วยตัวเอง  เห็นใจแล้วยังไง?

        เซียนกวน : ท่านพุทธะจี้กงกล่าวได้ถูกต้อง  หากเห็นใจคนเหล่านี้ แล้วเหยื่อผู้รับเคราะห์ในอดีตจะทนได้อย่างไร?

        พุทธะจี้กง : คืนนี้นำตัว “ตงฮุนโฮ่ว” มารับการสัมภาษณ์ก็แล้วกัน

        เซียนกวน : ท่านขุนพลรีบไปนำตัว “ตงฮุนโฮ่ว” มา

        ขุนพล : คุมตัววิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ

        ชิวเซิง : ท่านคือใคร?  เพราะอะไรหัวถึงแบะออกเป็นสองส่วน  แล้วทำไมถึงควักหัวใจของตัวเอง?

        วิญญาณบาป : ข้าเป็นคนแคว้นฉี  ชื่อตงฮุนโฮ่ว  เพราะว่าเป็นจักรพรรดิที่โหดเหี้ยมอำมหิตไร้คุณธรรม  ต่อผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชารวมทั้งอาณาประชาราษฎร์ ข้าจะไม่แสดงสีหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นมิตรให้อย่างเด็ดขาด  เมื่อไม่พอใจก็อยากจะฆ่าฟัน  เพราะว่านิสัยดุร้ายเจ้าอารมณ์  ทั้งยังเป็นคนที่ขาดสติ  มักจะก่อกรรมทำเข็ญเข่นฆ่าทำลายชีวิตผู้อื่นอย่างไร้เหตุผล  บัดนี้ได้รับการลงโทษเช่นนี้  ช่างทุกข์ทรมานเหลือเกิน  ฮือ!  ฮือ!

        เซียนกวน : แล้วมิฉะนั้นจะเรียกว่านรกอเวจีได้รึ?

        พุทธะจี้กง : ขอแนะนำชาวโลกทั้งหลายว่า  เมื่อใดที่มีอำนาจก็อย่าได้ลืมความทุกข์ยากในครั้งอดีต  มีเพียงชีวิตที่เคยผ่านความทุกข์ยากจึงจะสามารถเข้าใจถึงความทุกข์ยากของผู้อื่นได้  ดังนั้นต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา  คิดพิจารณาและปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน  ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  เคารพซึ่งกันและกัน  ทั่วหล้าก็จะสงบสุขอย่างแน่นอน  คืนนี้ดึกแล้ว  กลับกันเถอะ

        ชิวเซิง : ผู้น้อยขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

        เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์