Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 22 เป็นขุนนางที่เห็นแก่ตัว ตกอเวจี | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 22 เป็นขุนนางที่เห็นแก่ตัว ตกอเวจี

40 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

                  อยู่ในราชสำนักคือเสาหลักประเทศชาติ  

  ตำแหน่งสูงมีอำนาจคนเคารพยำเกรงให้

                  มีจิตเห็นแก่ตัวปวงชนทั่วลำเค็ญไซร้        

  เห็นทีจะต้องไปลงนรกอเวจี

        พุทธะจี้กง : อันคนที่มีตำแหน่งสูงมีอำนาจยิ่งใหญ่ พวกที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในราชสำนัก  ต่างก็ใช้จิตที่มีความเห็นแก่ตัว ผู้ที่มีตำแหน่งสูงมักจะทำตามความปรารถนาที่เห็นแก่ตัวของตัวเอง ทำให้ประชาชนจำนวนมากตกอยู่ในสภาพที่ลำบากยากแค้น เดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แล้วก็ไม่ยอมสำนึกผิดแก้ไข ทำให้จมปลักอยู่กับนโยบายทางการเมืองที่ผิดพลาด วันแล้ววันเล่าอาณาประชาราษฎร์ตกอยู่ในความยากแค้นลำเค็ญ ทุกข์จนพูดไม่ออก ผู้ที่มีอิทธิพลอำนาจมักจะทำตามที่ตัวเองชอบ  กำเริบเสิบสานก่อกรรมทำเข็ญ  ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เพียงเพราะเรื่องขี้ปะติ๋วก็ทะเลาะวิวาทก่อสงคราม ทำให้ประชาชนอยู่อย่างหวาดผวา  ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนเกิดความประหวั่นพรั่นพรึง  หวั่นกลัวว่าจะเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นในชั่วพริบตา  ควรรู้ว่าอิทธิพลและอำนาจจะต้องใช้เพื่อส่งเสริมให้เกิดความสงบสันติ ปกป้องสัจพจน์(ความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์) ธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม จะใช้จิตที่เห็นแก่ตัวไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงมีหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบวินิจฉัยคนถ่อย ให้เกียรติปราชญ์เมธีผู้มีคุณธรรม สรรหาบุคลากรที่มีความสามารถมาทำงาน และเป็นหน้าที่ของตัวเองที่จะต้องบ่มเพาะคุณธรรมอันดีงาม จะต้องไม่ใช้วิธีเผด็จการทำสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรมตามอำเภอใจอย่างเด็ดขาด  หากผู้ฝ่าฝืนไม่รู้จักสำนึกผิดแก้ไข เกรงว่าสุดท้ายจะต้องตกนรกอเวจี  ยากที่จะหลุดพ้นออกมาได้  เอาละ! ศิษย์เรา วิญญาณเจ้าจงออกจากร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : (นั่งบนบัลลังก์บัว  ค่อยๆลงไปช้าๆดั่งจะโบยบินลงสู่นรก เห็นเซียนลี่ยืนเรียงแถว)

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราเร็วเข้า ท่านเซียนกวนมารอแล้ว

        ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านเซียนทุกๆท่าน

        เซียนกวน : ท่านเมธีอย่าได้มากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง

        ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ ทำไมคืนนี้ถึงจัดพิธีเอิกเกริกเช่นนี้?

        เซียนกวน : เพราะว่าคืนนี้ผู้บำเพ็ญจากสำนักรวมกุศลสำเร็จปิดชั้นพอดี  ผ่านการตรวจสอบประเมินผลแล้ว  และจะส่งไปรับตำแหน่งยังหน่วยต่างๆ  ดังนั้นจึงนำผู้บำเพ็ญรุ่นนี้มาร่วมผูกธรรมสัมพันธ์กัน

        ชิวเซิง : ที่แท้เป็นผู้บำเพ็ญจากสำนักรวมกุศลซึ่งก็คือเทพเซียนในอนาคต

        เซียนกวน : ถูกต้อง เชิญทุกท่านด้านใน

        ชิวเซิง : (เมื่อเข้ามาในคุกก็ร้อนอบอ้าวเป็นอย่างยิ่ง เหงื่อไหลตลอดเวลา ตรงกับคำที่ว่ามุกเม็ดใหญ่เม็ดเล็กตกลงบนจานหยก ไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงรอบด้านดุจดั่งเสือร้ายที่กลืนกินเหยื่อ  เห็นวิญญาณบาปที่กำลังรับโทษกลุ่มหนึ่งยืนเรียงแถวกันเป็นแถวๆ หน้าตาของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือสภาพเดิม  ตำแหน่งต่างๆของอวัยวะทั้งห้าบนใบหน้ายุ่งเหยิงสับสนไปหมด  อธิบายให้เข้าใจก็คือ เหมือนตัวประหลาด  บนพื้นดินมีหมาที่ดุร้ายไล่กัดวิญญาณบาปที่ยืนไม่นิ่งและมียักษ์ถือหอกง่ามบังคับให้วิญญาณบาปเดินไปที่เหว  ที่ก้นเหวมีเปลวไฟลุกโชนพวยพุ่งออกมาทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดว่าก้นเหวลึกแค่ไหน  เห็นวิญญาณบาปแต่ละคนร่วงตกเหวไป  ได้ยินเพียงเสียงร้องที่โศกเศร้า จากเสียงที่ดังแล้วก็ค่อยๆเบาลงจนเสียงเงียบหายไป  ไม่ได้ยินเสียงของวิญญาณบาปตกกระแทกพื้นที่ก้นเหวดังออกมา แต่เลือดของวิญญาณบาปกลับพุ่งออกมาเหมือนน้ำพุ  เสียงร้องอันโศกเศร้าของวิญญาณบาปดังเป็นเสียงสูงหรือต่ำ  น้ำพุเลือดก็พุ่งออกมามีลักษณะสูงๆต่ำๆตามเสียงร้องนั้นเหมือนกันอย่างชัดเจน  มองไปอีกด้านหนึ่งมีวิญญาณบาปกลุ่มหนึ่งถูกเหยี่ยวราตรีจิกแทะมือและแขน  มีงูพันรัดคอแลบลิ้นใส่  วิญญาณบาปวิ่งไปหลบในซอกมุมด้วยความหวาดกลัวแต่กลับถูกหินขนาดใหญ่ทับร่างจนแหลกเหลว เลือดพุ่งออกมาเหมือนน้ำตกมีลักษณะเป็นละอองฝอยๆ  ต่อจากนั้นรถศึกขนาดสูงใหญ่คันหนึ่งก็วิ่งแล่นเข้ามาทับร่างของวิญญาณบาปอย่างรวดเร็ว  ด้านบนของรถศึกมีกระบอกปืนใหญ่ยิงลูกไฟออกไปทั่ว โจมตีวิญญาณบาป  ช่างน่าสงสาร  วิญญาณบาปแต่ละคนถูกลูกไฟเจาะทะลุร่าง และถูกไฟเผาลวกจนทนไม่ไหวลมลงไปที่พื้น) ท่านเซียนกวนครับ วิญญาณบาปในคุกนี้ทำกรรมไว้เช่นไร?

        เซียนกวน : วิญญาณบาปเหล่านี้ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่มีอิทธิพลและอำนาจ  ดำรงตำแหน่งสูงแต่ไม่รู้จักดำรงตนให้เที่ยงตรง ไม่ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเมตตาและมโนธรรม กลับใช้อำนาจบาตรใหญ่และตำแหน่งข้าราชการข่มเหงรังแกประชาชน  แล้วไม่รู้จักสำนึกผิดแก้ไข  ดังนั้นเมื่อตายแล้วจึงต้องมารับโทษที่นี่

        พุทธะจี้กง : คืนนี้นำตัว “จ้าวเกา” มาสัมภาษณ์ก็แล้วกัน

        เซียนกวน : ท่านขุนพลรีบไปนำตัวจ้าวเกามาซิ

       ขุนพล : นำตัวจ้าวเกามาถึงแล้วครับ

        ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าเพราะเหตุต้นผลกรรมอันใดท่านถึงได้ตกอับอยู่ที่นี่?

        วิญญาณบาป : ข้าคือจ้าวเกา เป็นขันทีคนสนิทของฉินสื่อหวง(จิ๋นซีฮ่องเต้) อยู่ในรัชสมัยเดียวกันกับขุนนางหลี่ซือ  มีอิทธิพลอำนาจยิ่งใหญ่  มีตำแหน่งสูง  อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น เพราะใช้อำนาจบาตรใหญ่เกินขอบเขต  ทำให้ราชสำนักและประชาชนต่างได้รับความอัปยศอดสูไม่น้อย  ต่อมาได้ร่วมมือกับหลี่ซือผลักดัน “หูไฮ่” ให้เป็นจักรพรรดิฉินองค์ที่สอง  ถึงแม้จะผลักดันให้หูไฮ่เป็นฮ่องเต้ แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงฮ่องเต้หุ่นเชิดที่ถูกข้าชักใยอยู่เบื้องหลังให้ทำตามสิ่งที่ข้าปรารถนา  ด้วยเหตุนี้ข้าจึงตกนรกรับการลงทัณฑ์ต่างๆ

        ชิวเซิง : เป็นอย่างนี้นี่เอง

        เซียนกวน : เชิญทุกท่านตามเรามา

        ชิวเซิง : (คณะเดินทางตรงไปที่เครื่องผลักกาลเวลาที่อยู่ชั้นบนของกระสวยอวกาศ  ทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว  เบื้องหน้าของทุกคนปรากฏจอภาพขนาดใหญ่ประมาณ 1000 นิ้ว  เป็นภาพสามมิติดังนี้ นกขุนทอง 500 ครั้ง  วัวนม 77 ครั้ง  เต่าทะเล 70 ครั้ง  นกนางนวล 90 ครั้ง  หนอนแมลงวัน 17 ครั้ง  ควาย 10 ครั้ง  ขอทาน 17 ครั้ง  โสเภณี 48 ครั้ง  คนพิการ 99 ครั้ง  ทรัพย์สินภายในบ้านถูกขโมยแล้วเกิดความเคียดแค้นกลัดกลุ้มตาย 7 ครั้ง  ถูกวางเพลิงเผาตาย 18 ครั้ง  แล้วภาพก็ค่อยๆมลายหายไป  จอภาพถูกเก็บกลับไป)

        เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านที่ชั้นล่าง

        ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ  ที่เห็นเมื่อครู่นี้คือผลกรรมตอบสนองของผู้ใด?

        เซียนกวน : นี่คือผลกรรมตอบสนองของจ้าวเกา

        ชิวเซิง : แล้วของคนอื่นๆเป็นอย่างไรครับ?

        เซียนกวน : ส่วนใหญ่แล้วไม่ต่างกัน  เพียงแต่ตอนนี้จ้าวเกาได้มีส่วนร่วมในการประพันธ์หนังสือก็อาจจะมีโทษลดน้อยลงบ้าง

        พุทธะจี้กง : ขอแนะนำชาวโลกทั้งหลายว่า การได้ดำรงอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญๆนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย  การได้ครอบครองอำนาจยิ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าน่าชื่นชม  หากสามารถทำให้ประชาชนมีชีวิตที่มั่นคง  มีที่พึ่งพิงทางจิตใจ  มุ่งสร้างความผาสุกเพื่อประชาชน  ก็จะมีอำนาจมียศถาบรรดาศักดิ์ไปทุกภพชาติ  ดึกแล้วกลับกันเถอะ

        ชิวเซิง : ผู้น้อยขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

        เซียนกวน : ท่านเมธีค่อยๆไป  น้อมส่งท่านพุทธะจี้กง

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์