Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 19 มโนกรรมไม่บริสุทธิ์ เกิดความวิบัติ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 19 มโนกรรมไม่บริสุทธิ์ เกิดความวิบัติ

42 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

  มองสาวงามเกิดจิตลามกคิดเลยเถิด    มโนกรรมเกิด นานวันบาปลึกถลำ

  ผิดจริยะอย่าได้คิดจิตต้องจำ             ไม่ตกต่ำ สู่อเวจี ทุกข์อันตรธาน

        พุทธะจี้กง : จิตใจของคนบนโลกโลกีย์นี้ไม่เหมือนเก่า ศีลธรรมจรรยาตกต่ำเสื่อมทราม  สูญเสียจารีตประเพณีโบราณอันดีงาม คนที่จิตใจร้อนรุ่มด้วยเพลิงไฟแห่งกามตัณหามีอยู่ทั่วไปทั่วทุกๆที่  ไม่มีเวลาไหนที่จะไม่เกิดความคิดลามก  ทำให้รู้สึกทอดถอนใจเป็นอย่างยิ่ง  ในที่สุดโลกมนุษย์ก็กลายเป็นสรวงสวรรค์ของคนถ่อย  ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนอยู่ตลอดเวลา  กลางวันอยู่อย่างหวาดกลัว กลางคืนก็อยู่อย่างหวาดผวา  ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข  แล้วจะไม่ทำให้คนรู้สึกเศร้าใจได้อย่างไร  คนมากมายเมื่อเห็นสาวงามก็เหลียวมองอย่างตั้งอกตั้งใจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในใจเกิดความคิดลามกร้อนรุ่มด้วยไฟแห่งตัณหาราคะ  เพียงเท่านี้ก็ถือว่าผิดศีลข้อที่สามกาเมสุมิจฉาจารในศาสนาพุทธแล้ว  ที่เรียกว่า “ผิดจริยะไม่คิด”  เพราะตามองรูป  รูปเข้าสู่จิตใจ เมื่อปลูกฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกก็จะทำให้เกิดความคิดลามกผุดขึ้นมาบ่อยๆ  หากเป็นเพียงแค่ความคิดก็ต้องลงโทษตามความผิดโทษฐานละเมิดศีลกาเมระดับที่หนึ่ง  ถ้าหากใช้กายไปทำเรื่องที่ผิดประเวณีอีก ก็เพิ่มโทษเป็นระดับที่สอง  หากใช้กำลังคุกคามบังคับข่มขืน ใช้ความรุนแรงระบายความใคร่ ก็เพิ่มโทษเป็นความผิดระดับที่สาม  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าบาปกรรมจากการประพฤติผิดในกามเป็นสิ่งที่น่ากลัว  คำลวงของชาวโลกกล่าวว่า “ถึงแม้ใจจะคิดเรื่องลามก แต่กายไม่ได้ทำเรื่องลามก แล้วจะบาปได้อย่างไร?” ควรรู้ว่าเมื่อคิดเรื่องลามกนานวันเข้าก็จะกลายเป็นจินตนาการเพ้อฝัน บ่มเพาะจินตนาการเพ้อฝันเหล่านี้ไว้ในส่วนลึกของวิญญาณก็เหมือนดั่งระเบิดเวลาที่กำลังนับเวลาถอยหลัง จะระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นขอเพียงยึดมั่นในคำสอนที่ว่า “สิ่งใดผิดจริยะไม่มอง สิ่งใดผิดจริยะไม่ทำ” นอกจากนี้ให้เพิ่ม “สิ่งใดผิดจริยะไม่คิด” เข้าไปอีกหนึ่งข้อ ก็จะสามารถควบคุมการเกิดกามตัณหาได้  และยังต้องระมัดระวังเรื่องการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆในปัจจุบันด้วย เพราะข้อมูลจากสื่อต่างๆเหล่านี้ทำลายจิตใจคนให้ตกต่ำเสื่อมทรามลงได้ง่ายๆ  ดังนั้นการส่งต่อข้อมูลหรือสื่อต่างๆให้ใคร จะต้องคัดเลือกด้วยความระมัดระวังอย่างละเอียดรอบคอบ  จะได้ไม่ต้องแปดเปื้อนความเคยชินที่ไม่ดีในเรื่องกามโดยไม่รู้ตัว  ซึ่งเป็นการเพิ่มปัญหาโดยเปล่าประโยชน์  เมื่อชาวโลกเกิดความคิดลามกขึ้นก็มักจะคิดจินตนาการเพ้อฝัน ตลอดเวลาในหัวสมองเต็มไปด้วยความคิดที่ไม่ถูกต้อง  คิดแต่ว่าจะไปคุกคามเพศตรงข้ามและระบายความกำหนัดอย่างไร  คนเช่นนี้ไม่เพียงไม่รู้ว่าตัวเองมีบาปกรรมเต็มตัว  ยังกลับรู้สึกยินดีมีความภาคภูมิใจ เพราะในความคิดของคนที่เขลาหลงคิดว่าตัวเองมีเพศสัมพันธ์มาแล้วมากมาย  ดังนั้นจึงมักจะยิ้มหน้าบานด้วยความยินดีโดยกลั้นไว้ไม่อยู่  นานวันเข้าก็จะสามารถสังเกตเห็นได้จากลักษณะบนใบหน้า ดวงตาทั้งคู่จะปรากฏลักษณะของความหื่นกามออกมา  แล้วจะไม่คิดไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งหรอกหรือ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้กำลังบังคับข่มขืนผู้อื่น  หลังจากที่ตายแล้วจะต้องตกนรกอเวจีรับการลงโทษที่ทุกข์ทรมานอย่างถึงที่สุด  ไม่มีวันได้ออกมา  ไม่อาจได้หยุดพักแม้เพียงเสี้ยววินาที  เอาล่ะ!  ศิษย์เราวิญญาณจงออกมา

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : (ระหว่างทางมีลมโชยมาเบาๆ เหมือนอุ่นๆแต่ก็เหมือนเย็นๆ ถึงปากทางสามแพร่งแล้ว) ทำไมถึงมีผู้พิทักษ์นำพาชายหญิงเด็กและคนแก่หลายคนไปที่เส้นทางกลับคืนสู่โลกมนุษย์ล่ะ?

        พุทธะจี้กง : นั่นเพราะพวกเขาเจ็บป่วยอาการโคม่าไม่รู้สึกตัว แล้ววิญญาณออกจากร่าง ลงมาสู่ยมโลก  เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าอายุขัยยังไม่หมด  ยังไม่หมดบุญหมดกรรมบนโลกมนุษย์ ดังนั้นจึงให้ผู้พิทักษ์คุ้มครองวิญญาณกลับไปส่งคืนโลกมนุษย์

        ชิวเซิง : ขอบคุณพระอาจารย์ที่ชี้แนะ เบื้องหน้าคือคุกอเวจี เห็นวิญญาณบาปจำนวนหนึ่งถูกลงทัณฑ์ด้วยเครื่องบีบนิ้วลงทัณฑ์อย่างหนักจนร้องสะอึกสะอื้นและเกิดอาการเกร็งชัก ถ่ายอุจจาระปัสสาวะเต็มพื้น กลิ่นเหม็นจนต้องปิดจมูก  ไม่นานนักนิ้วมือทั้งหมดก็บวมจนเหมือนขนมถ้วยฟู  ทำให้รู้สึกทอดถอนใจด้วยความเวทนา  ยังมียักษ์ใช้กระบองท่อนใหญ่บีบขนาบที่ขาของนักโทษ  ได้ยินแต่เสียงร้องไห้โศกเศร้าอยู่ไม่ขาด  อีกด้านหนึ่งก็เห็นหญิงสาวจำนวนหนึ่งถูกผู้ชายบ้ากามกลุ่มหนึ่งนอนทับอยู่ที่พื้น ระบายความใคร่อย่างป่าเถื่อน  ฉับพลันหญิงสาวเหล่านั้นก็อันตรธานหายไปในทันที กลายเป็นต้นพืชที่มีหนามเต็มไปหมด  วิญญาณบาปถูกหนามแทงจนเป็นรูไปทั้งตัว  หนามแทงจนร่างกายฉีกขาดไปทั่ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่องคชาต  สภาพขององคชาตรุ่งริ่งจนแทบจะหลุด  เหลือเพียงแค่ผิวหนังบางส่วนที่เชื่อมติดองคชาตเอาไว้  ทันใดนั้นก็มีหนอนชอนไชไปไชมา  สีหน้าของวิญญาณบาปมีลักษณะของความทุกข์ทรมานปรากฏออกมาดูเหมือนจะคันมาก  พอใช้มือเกาตรงจุดที่คัน ก็มีเสียงหล่นดัง “ตุ๊บ” ขึ้นทันที  องคชาตขาดซ่ะแล้ว  สิงโตหินที่อยู่ด้านข้างมองเห็นก็อ้าปากแลบลิ้น  ยื่นกรงเล็บไปคว้าองคชาตของวิญญาณบาปกินลงท้อง  สิงโตหินนั้นท่าทางมีความสุขมากมีกำลังวังชากระฉับกระเฉง  ตาจ้องเขม็งไปที่เหยื่อ  ส่วนเลือดของวิญญาณบาปที่ไหลหยดออกมาก็กลายสภาพเป็นวัตถุทรงกลมในทันใด วัตถุทรงกลมนี้มีขนเป็นเข็มแข็งๆทั่วทั้งตัว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีหัวและขางอกออกมาอีกมากมายดูคล้ายกับแมงมุม  พวกมันกระโจนเข้าใส่ร่างของวิญญาณบาปแล้วกลิ้งไปด้วยกัน เห็นวิญญาณบาปทุกข์ทรมานผิดปกติ  ตัวขดงอเปลี่ยนรูปไป  ที่ๆตัวประหลาดกลิ้งผ่านก็เกิดหนอนแมลงวันออกมา  เหมือนกับขีดเส้นยาวๆลงบนพื้นแล้วลายเส้นนั้นดิ้นกระดุกกระดิกได้  มองไปอีกด้านหนึ่งกลางเวหามีหงส์ไฟบินลงมา  รูปลักษณ์ภายนอกดูงดงาม  แต่ไฟลุกท่วมไปทั้งตัว  ที่ๆหงส์ไฟบินผ่านไม่มีที่ไหนที่จะไม่กลายเป็นทะเลเพลิง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตาทั้งสองข้างของหงส์ไฟปล่อยเปลวเพลิงออกมาเปิดทาง  ปากก็พ่นบอลเพลิงออกมาโจมตีร่างของวิญญาณบาป  ทำให้วิญญาณบาปถูกไฟลวกจนเน่าเละและล้มลงกับพื้น  ที่พื้นดินก็มีไส้เดือนทองแดงปรากฏออกมา ชอนไชเข้าไปในร่างของวิญญาณบาปที่ล้มลงกับพื้น  ทำให้ทุกข์ทรมานจนยากที่จะทนได้

        พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนมาถึงแล้ว  ศิษย์เรา คารวะท่านเซียนกวนสิ

        ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง

        ชิวเซิง : เรียนท่านเซียนกวน  ไม่ทราบว่าเรียกวิญญาณบาปมาสอบถามดูได้หรือไม่?

        เซียนกวน : (ชี้ไปที่วิญญาณบาป) ขุนพลทั้งสองรีบไปนำตัวมา

        ขุนพล : นำตัววิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ

        ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ท่านทำกรรมใดไว้ถึงได้มาอยู่ที่นี่?

        วิญญาณบาป : ฉันแซ่ฉิน  ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ชอบไปเที่ยวสถานเริงรมย์บ่อยๆ  ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง  เพราะว่าชอบทำมือซนกับผู้หญิงในสถานเริงรมย์ซะจนเคยชิน  จึงไม่คำนึงถึงจริยะมารยาทระหว่างชายหญิง  มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนและตรอกซอยอย่างไม่มีเป้าหมาย  เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาไม่เลว  ฉันก็มองแล้วมองอีก  ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ  เป็นเพราะยามปกติก็ไม่รักษาจริยะมารยาทระหว่างชายหญิงอยู่แล้ว  เลยคิดว่าเป็นเรื่องปกติตามความเคยชินจึงเข้าไปโอบกอดผู้หญิงคนนั้น แต่ก็ถูกหล่อนสลัดจนหลุด  ด้วยความโมโหจึงออกหมัดชกแล้วใช้ตีนถีบ  หลังจากที่ทำร้ายคนจนบาดเจ็บก็ใช้กำลังเข้าข่มขืน  เพราะตอนนั้นดึกสงัดจึงไม่มีคนเห็น  คิดว่าสามารถหลบพ้นจากสายตาของผู้คนได้ แต่คิดไม่ถึงเลย เมื่อมาถึงยมโลกแล้ว ภาพต่างๆกลับปรากฏออกมาเป็นฉากๆอย่างชัดเจน  เถียงไม่ออก  เมื่อรับโทษในนรกขุมต่างๆจนครบกำหนดวาระก็ถูกส่งตัวมาที่นี่  ยิ่งรับโทษหนัก

        ชิวเซิง : มาสำนึกผิดเอาตอนนี้ก็ลำบากเสียแล้ว แต่ถึงจะอยู่ในทุคติภูมิถ้าหากสามารถระลึกถึงพุทธนามได้  ก็ยังสามารถอาศัยแรงอธิษฐานให้ไปเกิดยังแดนวิสุทธิภูมิได้  เราจะสอนพุทธนามที่สั้นและจำง่ายให้แก่ท่าน  โปรดจำไว้ให้ดี “นะโม หมีเล่อฝอ”

        วิญญาณบาป : ขอบคุณที่เมตตา

        พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว กลับกันเถอะ

        ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยอำนวยความสะดวก

        เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์