Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 18 บังคับให้คนเป็นโสเภณี ลงโทษด้วยเสาร้อน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 18 บังคับให้คนเป็นโสเภณี ลงโทษด้วยเสาร้อน

39 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

   ใช้คำหวานไพเราะล่อลวงคน  เสนาะล้นผูกอาฆาตก่อกรรมเข็ญ

   ลวงคนด้วยคำหวานหูก่อกรรมเวร   สร้างกรรมเหตุให้รับทุกข์เผาเพลิงไฟ

   บาปกรรมชั่วที่ทำไว้ไม่รู้สึก  ไม่สำนึกขอขมาเปลี่ยนแก้ไข

   โทษสูงสุด*ในแดนนรกไซร้  ทุกข์ร่ำไปต้องร้องไห้เศร้าโศกา

(*โทษสูงสุดในนรกคือตกอเวจี)

พุทธะจี้กง : ชาวโลกมักจะชอบฟังคำหวานไพเราะ คิดว่าคำหวานไพเราะเป็นคำจริง เพราะคำหวานประโยคเดียวทำให้ตลอดชีวิตตกอยู่ในความลุ่มหลง เพราะคำหวานประโยคเดียวทำให้กลายเป็นคนเลอะเลือนไปตลอดชาติ  ถึงแม้ว่าบนโลกนี้จะมีคนอยู่มากมายหลายประเภท แต่ทว่าทุกคนกลับชอบฟังคำพูดที่ดีๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดที่ประจบประแจง คิดว่าคนที่พูดจาประจบประแจงก็คือคนที่รู้ใจ แต่ในคำหวานไพเราะนั้นมักจะแฝงไว้ด้วยกับดักหลุมพรางมากมาย  เมื่อตกหลุมพรางไปแล้วก็ยากที่จะสามารถหลุดออกมาได้  ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต  เมื่อ 18 ปีก่อน ที่ภาคกลางของไต้หวันมีชายคนหนึ่งแซ่สวี  นายสวีคนนี้ตลอดชีวิตชอบเที่ยวหาความสำราญ   มักจะเข้าๆออกๆสถานบันเทิงอยู่บ่อยๆ   คนๆนี้ไม่มีความสามารถอะไรซักอย่าง  เก่งแต่พูดคำหวาน  มีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกนายสวีหลอก   มีอยู่วันหนึ่ง  นายสวีเดินเตร็ดเตร่จนกระทั่งไปถึงดิสโก้เทคแห่งหนึ่งและได้พบกับเด็กสาวแซ่สวี่  นายสวีเห็นว่าเด็กสาวแซ่สวี่มีรูปโฉมที่งดงามมากจึงเข้าไปพูดคุยสนทนา  ใช้ความสามารถในการพูด  พูดจนคนฟังเคลิบเคลิ้ม  วันนั้นนายสวีได้เชิญเด็กสาวแซ่สวี่ไปที่ห้องพัก ใช้วาทศิลป์ล่อลวงกามของเด็กสาว  ต่อมาวันหนึ่งนายสวีกับเด็กสาวแซ่สวี่ไปสถานบันเทิงด้วยกัน  ที่แท้นายสวีเอาเด็กสาวแซ่สวี่ไปขาย  ตอนนั้นนายสวีถือเงินออกมาก้อนหนึ่งแล้วเรียกให้เด็กสาวแซ่สวี่ไปช่วยนับเงิน  เมื่อเห็นว่าจำนวนเงินถูกต้องไม่ผิดพลาดก็บอกกับเด็กสาวแซ่สวี่ว่า “รออยู่ที่นี่นะ  เดี๋ยวฉันจะออกไปทำธุระก่อน”   คิดไม่ถึง! จากนั้นเป็นต้นมานายสวีก็ไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีกเลย  น่าสงสารเด็กสาวแซ่สวี่  ถูกเขาหลอกมาขายแล้วยังช่วยเขานับเงินอีก  ตัวเองกลับไม่รู้เลยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น  ตั้งแต่นั้นมาชีวิตและร่างกายของเด็กสาวแซ่สวี่ก็ผ่านไปอย่างเจ็บปวดทรมานกายใจเป็นที่สุด  เพียงเพราะถูกคำพูดที่หวานหูหลอกลวงไปชั่วขณะ  ทำให้ตัวเองต้องตกอับกลายเป็นหญิงโสเภณี  มีชีวิตที่น่าอนาถ  แล้วจะไม่ให้รู้สึกเศร้าเสียใจได้อย่าง!  พูดถึงนายสวี หลังจากที่นำเงินกลับไปแล้ว ก็ใช้ชีวิตเสพสุขอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งกิน ดื่ม เที่ยวโสเภณี เล่นการพนัน สุดท้ายก็ติดเชื้อกามโรค ถึงแม้ว่าจะไปหาหมอแต่ก็ไม่สามารถเยียวยารักษาได้  ร่างกายเน่าเฟะ  จบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ  คดีนี้นรกตัดสินให้ลงโทษด้วยเสาร้อน  ภูเขามีด  ผลกรรมที่ตอบสนองนั้นไม่มีคลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย  เอาล่ะ!  ศิษย์เรา  วิญญาณเจ้าจงออกมาจากร่างได้แล้ว

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

ชิวเซิง : ระหว่างทางมีลมเย็นพัดมาเบาๆ  ในหูยังคงได้ยินเสียงร่ำไห้เหมือนเดิมไม่ขาด  ทำให้เกิดความเศร้าใจ  เห็นแสงสว่างเพียงเล็กน้อย  เดี๋ยวก็มืดเดี๋ยวก็สว่าง  พื้นดินอยู่เบื้องหน้าแล้ว

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา  เจ้าเข้าไปคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองสิ

ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง

ชิวเซิง : (ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะเหมือนคนเสียสติ คล้ายกับกำลังหัวเราะแต่ก็เหมือนกับกำลังร้องไห้ ทำให้รู้สึกหวาดผวา ที่แท้มีคนกลุ่มหนึ่งถูกยักษ์ใช้หอกง่ามจี้สกัดจุดหัวเราะเอาไว้ จึงหัวเราะออกมาไม่หยุด และไม่สามารถที่จะหยุดหัวเราะได้  เห็นถึงความน่ากลัวของจุดหัวเราะ  มีบางคนหัวเราะจนน้ำลายฟูมปาก  บางคนหัวเราะจนกระอักเลือด  บางคนหัวเราะจนอาเจียนเอาน้ำย่อยในกระเพาะและลำไส้ออกมา  บางคนก็เข้าไปกินสิ่งที่คนอื่นอาเจียนออกมา  เห็นแล้วทำให้คลื่นไส้  มองไปอีกด้านหนึ่งดูเหมือนมีคนกำลังเต้นอยู่  ทันใดนั้นพื้นก็ค่อยๆแดงขึ้น แล้วคนที่กำลังเต้นอยู่ก็ใช้ขาทั้งสองข้างกระโดดไม่หยุด  และยิ่งกระโดดไวขึ้นไวขึ้น  สภาพชุลมุนวุ่นวายเหมือนเป็ดที่หนีการไล่ฆ่า  พื้นยิ่งแดงขึ้นๆ จนเท้าของคนที่เต้นเกิดตุ่มพุพองขนาดใหญ่  คนที่เท้าไหม้ไปแล้วก็มีจำนวนไม่น้อย  สุดท้ายร่างกายของแต่ละคนก็ทนไม่ไหว ล้มลงไปนอนกับพื้น เนื้อหนังละลายเหนียวติดพื้น กลายเป็นคราบเลือดสกปรก ควันสีฟ้าฟุ้งกระจายออกไป  เหม็นไหม้ไปทั่ว  กระดูกกลายเป็นเถ้าธุลีด้วยอุณหภูมิความร้อนสูง และระเหยกลายเป็นไอลอยเข้าไปในสระบัวแล้วหยดลงในกระโถน  จากนั้นก็กลายร่างเป็นคนแล้วถูกยักษ์ควบคุมตัวอีกครั้ง  พวกเขาถูกยักษ์ตบด้วยฝ่ามือ  ถูกหอกง่ามและกระบองทุบตีที่หัวใจ  ทันใดนั้นก็มีอินทรีเหล็กหลายตัวพ่นเปลวไฟออกมาใส่ทุกคน  ทำให้ขนและผมไหม้เกรียมหมด  แล้วอินทรีเหล็กก็แย่งกันจิกกินลูกตาของพวกเขาเป็นอาหาร  ยังมีหมาทองแดงตัวหนึ่ง  เล็บและฟันของมันคมมาก  มันกระโจนเข้าใส่ร่างของคนเหล่านั้น  ตะกุยตะกายอย่างบ้าคลั่งแล้วกัดหูจนขาด  จากนั้นก็มีงูหินตัวยาวเข้ามาพันรัดตัว  เดี๋ยวก็กัดมือและเท้า  เดี๋ยวก็ชอนไชเข้าไปในตา  ปาก  จมูก  หู  ได้ยินแต่เสียงกรีดร้องจนแสบแก้วหูเป็นระยะๆ  ในที่สุดก็สะอึกสะอื้นเป็นเสียงแหบต่ำ ร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง ถึงตอนนี้นักโทษเหล่านั้นก็ถูกจัดการจนหมดแรงเป็นอัมพาต  ไม่รู้จะทำอย่างไร! ช่างทุกข์ทรมาน!)

เซียนกวน : คืนนี้ท่านเมธีจะสัมภาษณ์ใครดี?

ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนโปรดชี้แนะ  ไม่ทราบว่าคนเหล่านี้ทำบาปกรรมอะไรจึงถูกลงโทษเช่นนี้?

เซียนกวน : คนเหล่านี้เมื่อตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่เป็นคนปากหวาน  พูดคำอันเป็นเท็จ  เห็นการหลอกลวงคนอื่นเป็นความสุข  ล่อลวงผู้หญิงไปค้ากาม  รายละเอียดต่างๆในนั้นใช้เวลามากกว่าหนึ่งกัปก็ยังพูดได้ไม่หมด

ชิวเซิง : ถ้าอย่างนั้นนำคนที่อยู่ตรงกลางนั่นมาสัมภาษณ์ได้หรือไม่? (ทันใดนั้นขุนพลทั้งสองก็ควบคุมตัววิญญาณบาปเข้ามา)

ขุนพล : เรียนท่านเซียนกวน  นำตัววิญญาณบาปมาแล้วครับ

เซียนกวน : ท่านเมธีเชิญสัมภาษณ์ได้เต็มที่

ชิวเซิง : ท่านเป็นคนที่ไหน?  ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ทำอะไร?  ทำไมถึงได้ตกนรกอเวจี?  โปรดเล่าออกมาให้ชัดเจน

วิญญาณบาป : ฉันแซ่จัง  ชาติที่แล้วเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย  เพราะว่าฉันถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาตั้งแต่เด็กจึงมีนิสัยขี้เกียจสันหลังยาวรักความสบาย  และเป็นเพราะว่าฉันมีชีวิตที่ร่ำรวยจึงติดนิสัยชอบเสพกาม และมักจะไปเที่ยวซ่องโสเภณีอยู่บ่อยๆ  ฉันเป็นคนพูดเก่ง ทุกครั้งที่พูดอะไรไม่มีใครที่จะไม่คล้อยตาม  ถึงแม้บางคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าฉันเป็นคนปากหวาน  แต่กลับไม่มีใครสามารถปฏิเสธต่อต้านได้  ฉันมักจะหลอกลวงเด็กสาวผู้ไม่รู้ประสีประสาให้ติดกับแล้วลักพาตัว  อันดับแรกฉันจะแสวงหาความสุขในกามจากเด็กสาวเหล่านั้นก่อน  พอเบื่อก็ขายเข้าซ่องโสเภณี  เป็นเพราะได้เด็กสาวเหล่านั้นมาอย่างง่ายๆ  นานวันเข้าก็กลายเป็นพ่อค้าค้าผู้หญิง  บังคับผู้หญิงให้เป็นโสเภณี  เพราะในบั้นปลายของชีวิตติดเชื้อกามโรคเลยซี้ม่องเท่ง  หลังจากที่ตายแล้ว  พญายมตัดสินให้รับโทษในนรกฝ่ามือตบ  นรกเจาะใจ  นรกสาวไส้  นรกตัดแขนขา  นรกรถบด  และเพิ่งมารับโทษที่นี่เมื่อไม่นานมานี้

ชิวเซิง : ตัวท่านสกปรกไปหมดทั้งตัว  หน้าตาน่าขยะแขยง  ท่านควรจะตั้งใจสำนึกขอขมากรรมอย่างจริงใจจึงจะถูกต้อง หากตอนสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่รู้จักพุทธนามอยู่บ้าง ควรระลึกถึงพุทธนาม ตั้งใจสวดท่อง พุทธรังสีก็จะปกปักคุ้มครอง

วิญญาณบาป : ฉันจะจดจำไว้ในใจและสำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิด  หวังว่าชาวโลกจะไม่เจริญรอยตามแบบฉัน  ที่นี่ทุกข์ทรมานจริงๆ

พุทธะจี้กง : ดึกแล้วกลับกันเถอะ

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธีชิว

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์