Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 17 ล่อลวงกามเด็กสาว ชั่วร้ายที่สุด | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 17 ล่อลวงกามเด็กสาว ชั่วร้ายที่สุด

49 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

          บนผวาเงา “มีด” (刀) ล่างหวีดหวั่น “เคียวตะขอ” (乚)

          กลางคำว่า “เซ่อ” (色) นี้หนอ “ตะวัน” (日) ล้ม กลัวสั่นพลัน

          เปิดตามองรู้บำเพ็ญ   เพ่งพินิจรูปลักษณ์นั่น

          เข้าสู่ความว่างนั้น   ขจัดความฟุ้งซ่านไป

(*ข้อมูลเพิ่มเติม คำว่า “เซ่อ” (色-เซ่อ)  แปลว่า รูป กาม สี ฯลฯ ในโคลงบทนี้ผู้แปลไม่แน่ใจว่าหมายถึง “รูป” หรือ “กาม” กันแน่ ผู้แปลจึงเลือกที่จะไม่แปลออกมา คำว่า “เซ่อ”  (色) ด้านบนมี “มีด” ปักอยู่หนึ่งเล่ม (刀-เตา แปลว่า มีด)  ด้านล่างมีลักษณะโค้งงอเป็นตะขอ (乚) ตรงกลางมี “ตะวัน” นอนคว่ำอยู่ (日-ยื่อ แปลว่า ตะวัน) สามอย่างประกอบกันเป็นคำว่า “เซ่อ” (色) ซึ่งมีความหมายว่า “รูป” หรือ “กาม”  )

พุทธะจี้กง : รูปก็คือความว่าง  ความว่างก็คือรูป  รูปไม่ต่างจากความว่าง  ความว่างก็ไม่ต่างไปจากรูป  นับตั้งแต่อดีตโบราณมา ความงามของสตรีทำให้ผู้คนลุ่มหลง ทำให้คนเกิดความรู้เห็นที่คลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง  ไม่มีใครที่จะเข้าใจถึงหลักสัจธรรมของรูปและความว่าง  กลับยิ่งถลำลึกเข้าไปในกามตัณหา  คิดว่าเป็นความสุขเสรี  ใครเลยจะรู้ว่าเป็นบาปมหันต์  ทำให้ช่วงเวลาแห่งความผาสุกหมดสิ้นไป  เปลี่ยนเป็นโรคภัยไข้เจ็บคอยรุมเร้า  ทุกข์ทรมานจนพูดไม่ออก  ญาติพี่น้องก็ไม่มาสนใจไยดี เพื่อนๆก็พากันหนีห่าง แล้วอย่างนี้จะหาทุกข์มาใส่ตัวเองไปทำไม!  มีบางคนคิดว่าตัวเองสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีจึงเข้าๆออกๆสถานเริงรมย์อยู่เสมอๆ  และมักจะล่อลวงเด็กสาวที่ยังไม่รู้ประสีประสาไปสนองตัณหาของตัวเองบ่อยๆ  ควรรู้ว่าเหนือศีรษะขึ้นไปสามฟุตมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่  บาปกรรมทั้งปวงไม่ใช่ว่าจะไม่คืนสนอง เพียงแต่เวลามันยังมาไม่ถึง  ฟ้าเบื้องบนเมตตาให้ทุกคนที่ทำผิดมีโอกาสได้สำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิดบาปและไม่ทำผิดซ้ำ แต่ก็ไม่มีใครไปสำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิด  ด้วยเหตุนี้ฟ้าดินจึงร้องคำรามบ่อยๆ  ภัยพิบัติต่างๆทั้งภัยจากน้ำมือของมนุษย์และภัยจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟ แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า และอื่นๆ  ล้วนเป็นสัญญาณเตือนจากฟ้าเบื้องบน  ฟ้าเบื้องบนเมตตาสงสาร  ไม่อาจทนได้ที่เวไนย์จะต้องถูกทำลายจนพินาศ  ดังนั้นจึงส่งสัญญาณเตือนรูปแบบต่างๆครั้งแล้วครั้งเล่า  หวังว่าชาวโลกจะสำนึกผิด  ละบาปบำเพ็ญบุญ  แต่ผู้เตือนก็เตือนไป  ส่วนผู้ที่ทำบาปก็ยังทำบาปอยู่ต่อไป  จนกระทั่งทำให้สี่ฤดูกาลไม่เป็นไปตามฤดูกาล  ส่วนแปดเทศกาลก็คล้ายกับว่าจะปรากฏออกมาได้ไม่ชัดเจน  และในบรรดาความผิดบาปทั้งปวงที่มนุษย์สร้างขึ้น ส่วนใหญ่คือบาปกรรมในเรื่องของกาม  มองดูสหโลกธาตุใบนี้ช่างเต็มไปด้วยกระแสนิยมในเรื่องกามตัณหาราคะ  ถึงแม้จะบอกว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่นั่นกลับกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้แต่ละคนนำมาใช้เป็นข้ออ้างให้ตัวเองทำเรื่องชั่วช้าลามก  หากไม่รู้จักสำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิดแล้วหันมาบำเพ็ญบุญ  เมื่อสิ้นอายุขัยแล้วก็ยากที่จะหลบหนีจากนรกอเวจีได้  ศิษย์เรา  วิญญาณเจ้าจงออกมา

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : นั่งบัลลังก์บัวให้ดี

ชิวเซิง : (ระหว่างทางมีลมเย็นพัดมาช้าๆ  ลมนี้ไม่หนาวทิ่มแทงกระดูกเหมือนกับลมหนาวครั้งก่อนๆ  เบื้องหน้าคือ “ห้องพัก”)

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา! ไหนๆพวกเราก็มาถึงห้องพักแล้ว  ลองเข้าไปเยี่ยมชมดูซักหน่อยก็แล้วกัน

ชิวเซิง : เป็นความคิดที่ไม่เลวครับ

พุทธะจี้กง : (นำพาชิวเซิงเข้าไปในห้องพัก) ศิษย์เรา!  ช่างประจวบเหมาะจริงๆ  พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มาที่นี่พอดี  รีบเข้าไปคารวะเร็ว

ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์ : เมธีไม่ต้องมากพิธี  พุทธะจี้กงก็ไม่ต้องเกรงใจ

ชิวเซิง : พระโพธิสัตว์  ท่านสบายดีไหมครับ?

พระโพธิสัตว์ : เราสบายดี  เธอล่ะสบายดีไหม?

ชิวเซิง : ด้วยบารมีของพระโพธิสัตว์  ผู้น้อยสบายดีครับ  จริงสิครับ! ผู้น้อยมักจะได้ยินคำว่า “ห้องพักของเทียนเต้า” อยู่บ่อยๆ  แต่ทำไมถึงไม่เคยได้ยินว่ามีห้องพักของศาสนาอื่นๆบ้างเลยล่ะครับ?

พระโพธิสัตว์ : เพราะนี่คือแรงปณิธานอันยิ่งใหญ่ของบรรพจารย์องค์แรกที่ปกปักคุ้มครอง จึงมี “ห้องพักของเทียนเต้า” เกิดขึ้น  อีกทั้ง “เทียนเต้า” มีลำดับการสืบทอดชีพจรธรรม  ทั้งยังประสบความสำเร็จในการกล่อมเกลาสั่งสอน  ทำให้ผู้บำเพ็ญธรรมของ “เทียนเต้า” ได้อาศัยใบบุญและสามารถพักอยู่ในห้องพักนี้

ชิวเซิง : ในเมื่อเป็นเช่นนี้ “หลวนเหมิน” ก็มีประวัติศาสตร์ในการสืบทอดชีพจรธรรมมาอย่างยาวนาน  และยังกล่อมเกลาสั่งสอนอยู่ไม่ขาด อีกทั้งยังมีสาขามากมาย แล้วอย่างนี้จะมีห้องพักเฉพาะของ “หลวนเหมิน” หรือไม่?

พระโพธิสัตว์ : หากพูดถึง “หลวนเหมิน”  เมื่อผู้บำเพ็ญธรรมของ “หลวนเหมิน” ละกายสังขารก็จะมีเทพของแต่ละสำนักธรรมเป็นผู้นำพาไปที่สวรรค์ทักษิณ  ดังนั้นจึงไม่ได้จัดตั้ง “ห้องพักของหลวนเหมิน” ขึ้น

ชิวเซิง : ถ้าหากผู้บำเพ็ญของ“หลวนเหมิน”ไม่มีบุญกุศลมากพอที่จะได้ขึ้นสวรรค์  หรือมีบาปกรรมที่ต้องรับการไต่สวนจะทำอย่างไรล่ะครับ?

พระโพธิสัตว์ : ก็รอใน “ห้องพักของเทียนเต้า” ไง

ชิวเซิง : ไม่มีห้องพักพิเศษของ“หลวนเหมิน” แต่ต้องไปอาศัยพักที่ “ห้องพักของเทียนเต้า” เป็นเพราะอะไรกันครับ ทำไมไม่จัดตั้ง“ห้องพักของหลวนเหมิน”?

พระโพธิสัตว์ : ถึงแม้ว่า “หลวนเหมิน” จะมีสาขาอยู่มากมาย แต่การปฏิบัติงานแบบประสานงานกันเป็นระบบกลับมีน้อย  อีกทั้งไม่มีมหาปณิธานของบรรพจารย์มารองรับ  กล่าวคือแบ่งเป็นสาขาใครสาขามัน น้อยนักที่จะติดต่อประสานงานกันและสนับสนุนช่วยเหลือส่งเสริมซึ่งกันและกัน  ส่วน “เทียนเต้า” นั้น  ถึงแม้จะแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆมากมาย แต่ระหว่างกลุ่มต่างๆและอาณาจักรธรรมต่างๆกลับมีการช่วยเหลือส่งเสริมซึ่งกันและกัน  อาจารย์บรรยายธรรมก็ส่งเสริมช่วยเหลือกันและกัน  เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน  มีการรวมกลุ่มสืบทอดองค์กร เพราะมีแรงปณิธานรวมกันจึงเกิดเป็นพลัง  

ชิวเซิง : พระโพธิสัตว์ครับ  ตามความคิดเห็นอันตื้นเขินของผู้น้อย  ผู้น้อยคิดว่า “หลวนเหมิน” ควรมีห้องพักเฉพาะของ “หลวนเหมิน” เองถึงจะถูก

พระโพธิสัตว์ : งั้นต้องให้เราปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูก่อน แล้วค่อยพิจารณาใหม่อีกครั้ง

ชิวเซิง : กราบขอบคุณพระโพธิสัตว์ที่เห็นด้วยโดยนัย

พุทธะจี้กง : พวกเราควรไปกันได้แล้วล่ะ

ชิวเซิง : ผู้น้อยกราบลาพระโพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์ : เมธีอาจารย์-ศิษย์เดินทางดีๆนะ

ชิวเซิง : (เบื้องหน้าปรากฏแสงฟ้าผ่าขึ้นหลายครั้ง มีหลายคนถูกฟ้าผ่า  ทั้งตัวไหม้เกรียม  มีกลิ่นไหม้ของซากศพที่เหม็นมาก ตรงที่โดนฟ้าผ่าค่อยๆมีหนอนแมลงวันมากมายมารวมกัน ทำให้ใจคอรู้สึกห่อเหี่ยว เห็นแต่หนอนแมลงวันดิ้นกันยั้วเยี้ยทั้งในตา ในปาก และไต่ไปทั่วร่างกายของพวกเขาเหล่านั้น  พาให้ใจเกิดความหวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผล  กลางเวหามีนกตัวใหญ่ตัวหนึ่งบินมา ดูเหมือนอีแร้งและก็ดูเหมือนนกเขา กรงเล็บเหมือนไก่  ตัวเหมือนผีเสื้อ  หัวเหมือนแมว  ปากเหมือนเหยี่ยว  ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดอะไร  เจ้านกประหลาดนี้ไม่ใช้ปากกินอาหาร แต่กลับใช้หางทิ้งสิ่งที่มีปากยาวๆคล้ายช้างออกมาดูดอวัยวะเพศของคนเหล่านั้นแทน  จากนั้นก็มีแกะสามตัวร้องเหมือนวัวเสียงแหบใช้เขาของมันแทงไปที่ร่างของคนบาปเหล่านั้น ก้มหัวดันร่างของคนเหล่านั้นให้กลิ้งตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่  ไม่รู้ว่าก้นหลุมลึกแค่ไหนเพราะมีเปลวไฟปกคลุมอยู่หนาแน่น  แสงฟ้าแลบฟ้าผ่าเหมือนแสงไฟในดิสโก้เทคเป็นอย่างยิ่ง บนปากหลุมมียักษ์กลุ่มหนึ่งใช้หอกง่ามแทงซ้ำไปที่ร่างของคนเหล่านั้น  ตอนนี้ท่านเซียนกวนมาถึงแล้ว)  ท่านเซียนกวนครับ  คนเหล่านี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้?

เซียนกวน : คนเหล่านี้ตอนที่มีชีวิตอยู่ล้วนเป็นผู้ที่ประพฤติผิดในกามซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ดังนั้นจึงต้องรับโทษเช่นนี้

ชิวเซิง : มันคือเรื่องอะไรหรือครับถึงได้ลงโทษเช่นนี้?

เซียนกวน : ลองสอบถามวิญญาณบาปดู (ขุนพลทั้งสองควบคุมตัวชายฉกรรจ์อายุประมาณ 30 ปีคนหนึ่งเข้ามาแล้ว)

ชิวเซิง : เขาน่าสะอิดสะเอียนน่าขยะแขยงอย่างนี้  แล้วจะสัมภาษณ์เขาได้อย่างไรกัน?

พุทธะจี้กง : เดี๋ยวอาจารย์ใช้อิทธิฤทธิ์

วิญญาณบาป : พวกท่านคือใครกัน?

ชิวเซิง : เราคือพู่กันทรงแห่งสำนักก่งเหิงถัง ผู้รับเทวราชโองการจากเง็กเซียนฮ่องเต้ให้มาท่องเที่ยวนรกอเวจี  ตอนนี้ให้เธอนำเรื่องที่ทำผิดไว้ตอนสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่เล่าออกมาให้ละเอียด

วิญญาณบาป : ฉันแซ่เลี่ยว ตอนที่มีชีวิตอยู่เป็นเพราะครอบครัวมีอันจะกินจึงมีนิสัยขี้เกียจสันหลังยาว  ตลอดทั้งวันไม่ได้ทำงานอะไร และมักจะไปเที่ยวที่สถานบันเทิงบ่อยๆ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แปดเปื้อนกามตัณหาจนถลำลึกเลยเถิดและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้  นานวันเข้าจู่ๆก็เกิดความคิดพิสดารขึ้น หลายครั้งที่เห็นพวกเด็กสาวออกมาเที่ยวสถานที่แบบนี้แล้วเพลิดเพลินจนลืมกลับบ้าน  ฉันก็มักจะใช้คำพูดที่หวานไพเราะ  สวมเสื้อผ้าที่ดูดีมีระดับ  ใส่ทองหยองเครื่องประดับ  เดินทางด้วยรถลีมูซีนอันโก้หรู  ทำให้เด็กสาวติดกับและจบลงด้วยการมีเพศสัมพันธ์กันอย่างรื่นเริง  ต่อมาฉันก็ตายเพราะติดเชื้อกามโรค  ได้รับการลงโทษในนรกขุมต่างๆจนกระทั่งมาถึงที่นี่  รับโทษทัณฑ์โดยไม่ได้หยุดพัก  และยังจะต้องรับโทษหนักยิ่งขึ้นไปอีก  อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า

ชิวเซิง : ตอนนี้เธอจะต้องรู้จักสำนึกขอขมากรรมอย่างจริงใจ หมั่นสวดท่องพุทธนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และพุทธนามของพระโพธิสัตว์กวนอิมบ่อยๆ   ถึงแม้ว่าร่างกายจะได้รับการลงโทษที่ทุกข์ทรมาน แต่ถ้าหากใจไม่ลืมพุทธนาม  มีสัมมาสติตั้งใจระลึกสวดท่อง  วันหนึ่งในอนาคตจะต้องสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้

วิญญาณบาป : ขอบคุณที่แจ้งข่าวอันประเสริฐเช่นนี้ ฉันจะจดจำเอาไว้ในใจ

พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว  กลับกันเถอะ

เซียนกวน : น้อมส่งพุทธะจี้กงและท่านเมธี

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนที่ช่วยอำนวยความสะดวก

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์