Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 13 ข่มขืนลูกสะใภ้ งูไชร่าง | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 13 ข่มขืนลูกสะใภ้ งูไชร่าง

92 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

      พ่อสามี ล่วงเกิน ลูกสะใภ้            ไม่สนใจ เรื่องศีลธรรม ดั่งคนบ้า

      ไม่ขจัด ความคิด อันชั่วช้า           อเวจีนี้หนา ชำระบาปนาน

        พุทธะจี้กง : ช่างน่าเศร้าใจนัก!  คนบนโลกโลกีย์นี้ ตลอดทั้งวันใช้ชีวิตผ่านไปอย่างโง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วคนเกิดมาเพื่ออะไร  มุ่งแสวงหาแต่ความสุขอันแสนสั้นที่ไม่รีจังยั่งยืน  เช่นนี้ทำให้เรารู้สึกทอดถอนใจ  ยังมีคนอีกประเภทหนึ่งที่ตลอดชีวิตมัวเมาอยู่กับกามตัณหา  ตลอดทั้งวันคิดถึงแต่เรื่องกามลามกเท่านั้น   แล้วยังมีคนอีกประเภทหนึ่งที่มีจิตพิศวาสลูกสะใภ้ในบ้านของตัวเอง  ในใจครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถครอบครองลูกสะใภ้ได้อย่างสบายๆ  แม้แต่คำพูดคำจาที่พูดออกมายังสอดแทรกคำหยาบช้าลามกที่กระตุ้นความกำหนัด  พฤติกรรมและจิตใจที่สกปรกเช่นนี้เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งนรกอเวจี  ต้องจมสู่อเวจีอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  ดังนั้นชาวโลกที่ฝ่าฝืนทำผิดควรรีบสำนึกขอขมากรรมและไม่ทำผิดซ้ำอีก  ประพฤติตนเป็นคนใหม่ก็ยังคงพอมีความหวัง  แต่ถ้าหากยังไม่รู้ความผิดของตัวเองและไม่รีบสำนึกผิดก็จะต้องตกนรกอเวจีตลอดกาลไม่มีวันได้ออกมา  ถึงแม้ว่าจะขอหยุดพักแม้เพียงชั่วขณะก็ยังเป็นไปไม่ได้เลย  ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม (พุทธะจี้กงโบกพัดใบลานหนึ่งที  วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่าง)

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้วครับ  ขอเชิญพระอาจารย์ออกเดินทางได้ (ระหว่างทางเห็นละอองแสงเป็นจุดๆเปล่งแสงระยิบระยับ  มีจุดสีแดง จุดสีขาว  จุดสีคราม  จุดสีเขียว  จุดสีดำ  จุดสีเหลือง  และละอองแสงสีอื่นๆ  จุดแสงยังแตกกระจายสว่างโชติช่วง  มีทั้งเส้นตรง  เส้นกระจาย  และเส้นแสงที่ไม่เป็นระเบียบ  ชั่วแวบเดียวก็ใหญ่ขึ้นราวกับเขาพระสุเมรุ  แล้วบางครั้งก็เหมือนกับเล็กกระจิริด  ฉากที่งดงามอลังการเช่นนี้ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร?  หลังจากนั้นก็มีลมหนาวพัดโชยมาเบาๆเป็นระยะๆ  ไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก  เสียงโศกเศร้าครวญครางดังมาจากที่ไกลๆ  ภายในใจเกิดความเศร้าโดยไม่รู้ตัว อัตราความเร็วในการเดินทางเหมือนกับจะช้าลงแล้ว เบื้องหน้าเห็นผืนทะเลใหญ่ แต่เพราะเหตุใดบริเวณรอบๆทั้งหมดถึงเป็นหิมะ?  ต้นไม้น้ำแข็งที่ขึ้นอยู่บนฝั่งหิมะเป็นต้นไม้เล็กๆที่ไม่โตมาก  คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อสัมผัสโดนต้นไม้ที่หนาวเย็นเหล่านี้ ต้นไม้จะเจริญเติบโตงอกงามขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งต้นผลิใบออกผลเป็นหิมะและน้ำแข็ง  ต้นไม้เหล่านี้เหมือนกับต้นไม้ที่อยู่บนโลกมนุษย์แต่สีสันนั้นแตกต่างกัน  ในทะเลหิมะแห่งนี้มีผู้คนมากมายกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง  เดี๋ยวก็จมเดี๋ยวก็ลอย  แต่เพราะเหตุใดถึงได้มีงูที่เกิดจากหิมะชอนไชที่หู ตา และอวัยวะเพศของชายหญิงเหล่านั้น?  บางครั้งไชเข้าไปในตาแล้วเลื้อยออกมาทางปาก  เปลี่ยนเป็นเลื้อยเข้าไปในหูแล้วไชออกมาที่อวัยวะเพศ  บางครั้งไชเข้าไปในอวัยวะเพศแล้วเลื้อยออกมาจากปาก  เปลี่ยนเป็นเลื้อยเข้าไปในหูแล้วไชออกมาทางตา ทางจมูก กลับไปกลับมาเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ใช่แค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น  บางครั้งงูหิมะก็พ่นเกล็ดหิมะออกมาทำให้ชายหญิงเหล่านั้นแข็งจนกลายเป็นมนุษย์น้ำแข็งแล้วก็เอาโยนขึ้นฝั่ง ถูกหมาทองแดงที่อยู่บนฝั่งฉีกกัดจนเป็นชิ้นๆ สุดท้ายก็พ่นไฟที่คุโชนออกมาจากปาก เผาไหม้มนุษย์น้ำแข็งให้ฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิม แล้วบังคับให้กระโดดลงไปในทะเลหิมะอีกครั้ง  ชายหญิงบางส่วนที่อยู่ห่างจากริมฝั่งไม่มากนัก อยากจะกลับขึ้นฝั่ง  ไม่นานก็ถูกหมาทองแดงไล่กวด  บางทีก็ถูกยักษ์กลุ่มหนึ่งเข้ามารุมล้อมแล้วใช้เหล็กง่ามเสียบร่าง  บางทียักษ์ก็จับชายหญิงเหล่านั้นโยนขึ้นกลางอากาศแล้วรับด้วยเหล็กง่าม  บางทีก็ใช้เหล็กง่ามเสียบไปที่อวัยวะเพศของชายหญิงเหล่านั้นจนกระทั่งเลือดไหลเกือบหมดตัวถึงจะยอมหยุด ความทารุณโหดเหี้ยมต่างๆเหล่านี้ทำให้รู้สึกเศร้าใจจริงๆ)

        พุทธะจี้กง : เบื้องหน้านั่นท่านเซียนกวนและขุนพลทั้งสองรอคอยพวกเราอยู่นานแล้ว  ศิษย์เรารีบเข้าไปแสดงความคารวะเร็ว

        ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี   น้อมรับพระบาทท่านพุทธะจี้กง

        พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนถ่อมตนไปแล้ว

        ชิวเซิง : อยากทราบว่าทำไมที่นี่ถึงได้มีทะเล?  แล้วอุณหภูมิของน้ำในทะเลก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับอุณหภูมิที่อยู่บนฝั่ง?

        เซียนกวน : นั่นเอาไว้สำหรับใช้ลงโทษชาวโลกที่ตัณหาจัด  มักมากในกามอยู่เสมอไม่ขาด  รวมถึงผู้ที่ละเมิดหลักคุณสัมพันธ์*  ไม่ว่าจะเป็นคนร่ำรวย สูงศักดิ์  ยากจน ต่ำต้อย  หรือว่าผู้ชาย ผู้หญิง ขุนนางข้าราชการ  ประชาชนคนทั่วไป  หลังจากที่ตายแล้วและผ่านการลงโทษในนรกขุมต่างๆจนครบกำหนดวาระก็จะถูกส่งตัวมาที่นี่ก่อน  ใช้น้ำแข็งแช่แข็งเพื่อขจัดตัณหาราคะของวิญญาณบาปแล้วจึงคุมตัวส่งไปให้คุกไฟที่ร้อนแรง (*หลักคุณสัมพันธ์ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมท้ายเล่ม)

        ชิวเซิง : ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง เกิดเป็นคนต้องรู้จักควบคุมตัวเองอยู่ทุกขณะ ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับอยู่ตลอดเวลาจึงจะถูกต้อง จริงดั่งที่ท่านเจิงจื่อกล่าวว่า “สิบตาที่มองมา สิบมือที่ชี้มา เข้มงวดนักแล”

        เซียนกวน : พูดได้ดี !

        ชิวเซิง : (มองตามมือที่ชี้ไป  เห็นยักษ์นำผู้เฒ่าคนหนึ่งขึ้นมาบนฝั่ง)

        เซียนกวน : ท่านเมธี นี่คือคนที่ใช้กำลังขืนใจลูกสะใภ้  ท่านเตรียมถามปัญหาเถอะ

        ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่าชื่อแซ่อะไร?  ตอนที่มีชีวิตอยู่ทำเรื่องอะไรไว้?  ทำไมถึงได้ตกนรกอเวจี?

        วิญญาณบาป : ตาเฒ่าหนาวเหลือเกิน ไม่มีเรี่ยวแรงตอบคำถามเธอหรอก

        พุทธะจี้กง : นี่ยาไล่ความหนาวและน้ำอมฤต  ดื่มซะสิ

        วิญญาณบาป : รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแล้ว  ตาเฒ่าแซ่จาง ตอนที่มีชีวิตอยู่นับได้ว่าครอบครัวร่ำรวย  มีลูกชายหนึ่งคนกับลูกสาวอีกสองคน  ลูกๆแต่ละคนต่างก็แต่งงานมีครอบครัวกันหมดแล้ว  จึงมีเพียงฉัน  ยายเฒ่า  ลูกชาย  และลูกสะใภ้ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน  เพราะว่าลูกสะใภ้เป็นคนที่สวยมาก  ฉันจึงหาโอกาสเข้าไปใกล้ชิดลูกสะใภ้บ่อยๆ  มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกชายไม่อยู่บ้าน  ยายเฒ่าก็ออกไปข้างนอก  ในบ้านมีเพียงฉันกับลูกสะใภ้สองคน  ฉันคิดว่านี่เป็นโอกาสแล้ว  จึงฉวยโอกาสนี้เข้าไปในห้องของลูกสะใภ้  พอดีลูกสะใภ้เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จยังไม่ทันได้สวมเสื้อชั้นนอก  ฉันก็เข้าไปข่มขืน  หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นแล้วลูกสะใภ้กลัวจะอับอายขายหน้าจึงไม่กล้าพูดมาก  ก็เพราะเป็นเช่นนี้ฉันเลยยิ่งได้ใจและทำจนกลายเป็นความเคยชิน  สุดท้ายในขณะที่ล่วงประเวณีกับลูกสะใภ้ก็เกิดอาการอ่อนเพลียหมดกำลังแล้วตาย  เมื่อมาถึงยมโลกก็ถูกพิพากษาให้รับโทษในนรกเจาะใจ  นรกควักตับ  นรกลากไส้  นรกเย็นเยือก  เมื่อรับโทษจนครบหมดแล้วก็ถูกนำตัวมายังสถานที่ๆปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งแห่งนี้  ถูกผลักลงไปในทะเลน้ำแข็งและถูกงูน้ำแข็งชอนไชเข้าไปในร่างกายอยู่เสมอๆ  ทุกข์ทรมานจนไม่อาจทนได้  คนที่อยู่ในสถานที่นี้เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวก็ไม่มี  ทุกข์ทรมานจริงๆ

        ชิวเซิง : ที่แท้ตอนที่มีชีวิตอยู่ข่มขืนลูกสะใภ้ แต่กลับไม่รู้ว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ทั้งเทพและคนต่างก็รู้สึกไม่พอใจ  ทำให้ฉันรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาจริงๆ   ท่านแก่ แต่ “แก่ตัณหากลับ”  ท่านทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน?

        เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านด้านนอก (คณะผู้เดินทางเดินออกไปข้างนอก)

        ชิวเซิง : (ท่านเซียนกวนพามาที่ตึกใหญ่หลังหนึ่ง  ด้านนอกสร้างขึ้นจากเหล็กและทองแดงบริสุทธิ์  รอบด้านโอบล้อมด้วยไฟรอบทิศทาง  เมื่อเข้ามาด้านใน คล้ายดั่งตำหนักสุขภาพในพระราชวังต้องห้าม)

        เซียนกวน : ทุกท่านเชิญนั่ง

        ชิวเซิง : (ทอดตามองไป  แลเห็นที่นั่งมากมาย  เลือกนั่งที่นั่งที่อยู่ด้านในสุด  ที่นั่งแต่ละที่มีน้ำชา ผลไม้ และเค้กวางอยู่ด้านหน้า)

        เซียนกวน : ทุกท่านเชิญดื่มชาและทานของว่างก่อน

        ชิวเซิง : (ชานี้รสหวานชุ่มคอทั้งยังมีกลิ่นหอมหน่อยๆ  ส่วนผลไม้นี้ก็ผลโตเหมือนแตงโม) ท่านเซียนกวนครับ ผลไม้นี้มันคือผลไม้อะไร?

        เซียนกวน : นี่คือผลผันเถาของยมโลก เทียบกับของสวรรค์แล้วไม่แตกต่างกันมาก (ผันเถาคือผลท้อชนิดหนึ่ง ผลกลมแบนมีน้ำมาก)

        ชิวเซิง : งั้นจะต้องเป็นผลไม้ประเภทที่กลายพันธุ์แน่  เค้กนี่กินอร่อยชุ่มคอ ผลไม้ก็หวานมาก

        เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านเดินเข้าไปข้างในต่อ

        ชิวเซิง : (ด้านในมีอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี และยังมีจานดูดจำนวนมาก  ที่ปลายสายของจานดูดเหล่านี้มีที่นั่งมากมาย  ต่างคนต่างนั่งลง  จานดูดลอยขึ้นมาอยู่บนหัวแล้วครอบลงมาเหมือนหมวก  ต่อจากนั้นเบื้องหน้าก็ปรากฏภาพกบ ปลา วัวนม 300 ครั้ง แล้วปรากฏภาพหญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์ถูกคนอื่นข่มขืนกลับไปกลับมาเช่นนี้ 1000 ครั้ง  จึงปรากฏภาพของหญิงสาวที่ยากจนสวมใส่เสื้อผ้าบางๆเร่ขอทานตามที่ต่างๆ  ภาพหมดเพียงเท่านี้  แล้วที่ครอบหัวก็เคลื่อนที่ออกมาเองโดยอัตโนมัติ)

        เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านออกไปด้านนอก

        พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว  สมควรกลับแล้ว

        เซียนกวน : น้อมส่งพุทธะจี้กงและท่านเมธี

        ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยอำนวยความสะดวก

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา! เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อครู่นี้ตอนที่ดื่มชาเจ้านั่งอยู่ตำแหน่งไหน?

        ชิวเซิง : ไม่ใช่ว่าที่นั่งตรงนั้นเป็นที่ๆไม่มีใครอยากจะนั่งหรอกหรือครับ?

        พุทธะจี้กง : ที่นั่งตรงนั้นคือที่นั่งที่สงวนไว้ให้องค์ศาสดาแห่งยมโลกพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์  เจ้าควรรู้ว่าที่นั่งส่วนในสุดทั้งหมดนั้นเป็นที่นั่งของเจ้าบ้าน  ที่นั่งที่อยู่ส่วนนอกนั่นต่างหากถึงจะเป็นที่นั่งของแขก

        ชิวเซิง : ที่นั่งของแขกกับเจ้าบ้านมีขนาดเท่ากัน  ไม่เห็นว่าจะแตกต่างกันเท่าไหร่นี่ครับ

        พุทธะจี้กง : ช่างมันเถอะ! อาจารย์เป็นบัณฑิตที่เจอกับทหาร พูดเรื่องหลักเหตุผลไปทหารก็ฟังไม่เข้าใจ

       ชิวเซิง : พูดถึงหลักเหตุผล  ศิษย์ก็อยากถามท่านกลับถึงเรื่องหลักเหตุผลเหมือนกันว่าท่านพาศิษย์มาเที่ยวสถานที่ๆหนาวเย็น  แต่กลับปล่อยให้ศิษย์เผชิญกับลมหนาวสิบกว่าวัน  ไม่ทราบว่าควรพูดถึงหลักเหตุผลข้อไหนครับ?

        พุทธะจี้กง : ตาเฒ่าน้อยนี่คือกายสังขารที่ไม่แข็งแรงของเจ้า  มาตำหนิสงฆ์เฒ่าได้อย่างไร  อาจารย์ให้น้ำมันไล่ลมเจ้าเอาไว้ทาถู  ดื่มน้ำอมฤตนี่ซะหน่อย (พลางใช้พัดตบเบาๆไปที่ตัวของชิวเซิง)

        ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ ศิษย์เพียงแค่พูดเล่นกับท่านเท่านั้น  ท่านอย่าได้ตำหนิตัวเองเลยครับ

        พุทธะจี้กง : เห็นทีว่าอาจารย์จะเจอกับทหารกะล่อนเข้าซะแล้ว  ช่างเถอะ!  ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  วิญญาณจงกลับเข้าร่าง

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์