Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 12 ข่มขืนผู้หญิง ทุกข์หมื่นกัป | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 12 ข่มขืนผู้หญิง ทุกข์หมื่นกัป

54 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

สงบจิต แล้วฟังคำ นำพ้นทุกข์     หนทางสุข สู่สวรรค์ ยึดให้มั่น

อันบรรดา ความชั่ว ทั้งปวงนั้น    กามตัณหา มาที่หนึ่ง พึงสังวร

พุทธะจี้กง : ในโลกโลกีย์นี้มีเวไนย์มากมายที่ลุ่มหลงและเจตนาทำเรื่องที่ไม่ดีอยู่เสมอ เพื่อความสุขเพียงแค่ชั่วครู่ กลับไม่สนใจเสรีภาพของผู้อื่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย มีบางคนชอบใช้แผนการทำลายผู้อื่นมาตั้งแต่เกิด  ยิ่งเป็นเรื่องของสาวงามด้วยแล้ว ถึงแม้จะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยก็ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไป  มักจะใช้กลอุบายไปแย่งชิงลูกสาวหรือเมียของคนอื่นอยู่เสมอ  คนเช่นนี้ทำความชั่วจนเคยชินเป็นนิสัย  ไม่ได้ใช้กลอุบายปฏิบัติต่อผู้อื่นเพียงแค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น  แต่กลับปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นนี้เป็นเรื่องปกติเหมือนกับการกินอาหารสามมื้อ  โดยหารู้ไม่ว่า การกระทำเช่นนี้คือการสร้างบาปเวร  แล้วยิ่งไม่รู้จักสำนึกแก้ไขความผิด  อีกทั้งไม่มีจิตที่สำนึกเสียใจในความผิดบาปที่ได้ทำลงไป  ความผิดบาปมากมาย เมื่อถึงตอนที่สิ้นอายุขัย จะต้องถูกกักขังอยู่ในนรกอเวจีรับการลงโทษต่างๆนานาอย่างถึงอกถึงใจกันทุกคน ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม  (พุทธะจี้กงโบกพัดใบลานหนึ่งที  วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่าง)

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบนั่งบัลลังก์บัวเถอะ

ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ  ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้ว ขอเชิญท่านออกเดินทางได้ (ณ เวลานี้เห็นแต่เกล็ดหิมะที่ปลิวว่อน เกล็ดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ตกสู่พื้นเป็นชิ้นๆโดยที่ไม่แตกกระจาย  เกล็ดหิมะเคลื่อนที่ไปตามแรงลม กลิ้งไถลเหมือนกับลูกบอล จับก้อนรวมตัวกันเป็นรูปกระบองด้วยตัวของมันเองโดยอัตโนมัติ  บ้างก็มีลักษณะเหมือนแคร่เลื่อนบนหิมะ เกล็ดหิมะบางส่วนจับตัวกันกลายเป็นรูปหมา  หนู  งู  เสือ  บางส่วนก็กลายเป็นหลุมที่มีความลึกและความกว้างสามารถบรรจุคนได้หนึ่งคนพอดี  และยังมีกองหิมะที่สูงเหมือนภูเขา โอนเอนไปตามแรงลมจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ ที่น่ามหัศจรรย์คือ  มีอาคารสิ่งปลูกสร้างคล้ายปราสาทอยู่หลายหลัง  ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการจับก้อนรวมตัวกันของเกล็ดหิมะทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด?)

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา เจ้ารีบเข้าไปคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองเร็วเข้า

ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี  คารวะท่านพุทธะจี้กง

ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ   เพราะเหตุใดที่นี่ถึงมีปราสาทที่เกิดจากการจับก้อนรวมตัวกันของเกล็ดหิมะเช่นนี้  มีวัตถุประสงค์อะไรอย่างนั้นหรือครับ?

เซียนกวน  :  ปราสาทนี้ก็คือปราสาทที่เกิดขึ้นเองตามแรงกรรมของเวไนย์  แรงกรรมของเวไนย์ดลบันดาลให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา  เพราะว่าจิตใจของคนเหมือนกับน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ  วัตถุประสงค์ก็เพื่อไว้ใช้สำหรับขังคนเลือดเย็นโดยเฉพาะ  ปราสาทนี้ไม่เพียงแต่ภายนอกเท่านั้นที่เป็นน้ำแข็ง  แม้แต่ภายในปราสาทก็มีเกล็ดหิมะปลิวว่อนตลอดทั้งปี  ถ้าหากไปสัมผัสโดนเกล็ดหิมะเหล่านี้เข้า  ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถสลัดมันออกไปได้  ความหนาวเย็นนั้นจะแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย  แช่แข็งระบบการไหลเวียนของเลือด  แช่เย็นหัวใจของคน  ความหนาวเย็นของมัน ไม่ว่าน้ำแข็งชนิดใดในโลกก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้  วิญญาณบาปที่ถูกขังอยู่ภายในนั้นต่างก็ได้รับการลงโทษตามผลกรรมที่ตนได้ทำเอาไว้  สัตว์เลือดเย็นก็ต้องใช้วิธีการลงโทษด้วยน้ำแข็งที่หนาวเย็นนี่แหละถึงจะเหมาะสม

ชิวเซิง : แล้วตรงนั้นที่มองเห็นหิมะเป็นรูปสัตว์ชนิดต่างๆ  เช่น  หมา  งู  หนู  เสือ  นั่นมันคืออะไรกันครับ?

เซียนกวน : หิมะที่จับตัวกันกลายเป็นรูปสัตว์นั้น  หลังจากที่วิญญาณบาปรับการลงโทษเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะถูกนำมาสังเวยให้สัตว์เหล่านี้กินเป็นอาหาร

ชิวเซิง : แล้วหิมะที่เป็นหลุมเป็นบ่อล่ะ  มันคืออะไรกันครับ?

เซียนกวน : นั่นเอาไว้ทำ “แดงกลางหิมะ” อะไรที่เรียกว่าแดงกลางหิมะ?  ก็คือการเอาวิญญาณบาปไปฝังไว้ในหลุม  มีเพียงส่วนหัวของวิญญาณบาปเท่านั้นที่โผล่พ้นขึ้นมาจากหลุม  จากนั้นงูหิมะ  หนูหิมะ  เสือหิมะ  และสัตว์หิมะชนิดต่างๆเหล่านี้ก็จะเข้ามาเดินเหยียบเดินย่ำหรืออาจจะกินเป็นอาหาร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งงูหิมะ  ลำตัวของงูหิมะนั้นเป็นน้ำแข็งที่หนาวเย็นทิ่มแทงกระดูก  มันจะชอนไชเข้าไปในปาก  จมูก  หู  ตา  และอวัยวะภายในของวิญญาณบาป  เจ็บปวดทรมานจนดิ้นทุรนทุรายไปทั้งตัว  เหมือนกับในชาติก่อนที่เคยวางแผนแย่งชิงลูกสาวหรือเมียของคนอื่นอย่างเลือดเย็น  นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนในยุคนี้แสวงหาเพื่อให้ได้มาหรอกหรือ?   ผลตอบสนองเช่นนี้หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วไม่ใช่หรือ?

ชิวเซิง : แล้วภูเขาหิมะนั่นล่ะครับ  มันคืออะไร?

เซียนกวน : หลังจากที่วิญญาณบาปรับการลงโทษเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะรู้สึกหิวกระหายและเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียไปหมดทั้งตัว  เมื่อใดก็ตามที่วิญญาณบาปเดินผ่านภูเขา  ภูเขาก็จะถล่มลงมาทับร่าง นี่ไม่ใช่วิธีการขจัดความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียให้หมดไปอย่างรวดเร็วหรอกหรือ?

ชิวเซิง : ในทุ่งหิมะมีแม่น้ำ นั่นคืออะไรครับ?

เซียนกวน : วิญญาณบาปที่รู้สึกกระหายน้ำ เมื่อเดินมาที่ริมน้ำแล้ววักน้ำขึ้นมาดื่ม  อวัยวะภายในก็จะถูกแช่เย็น  ไม่รู้สึกกระหายน้ำอีก นี่ไม่ใช่วิธีการดับกระหายที่ดีที่สุดหรอกหรือ?

ชิวเซิง : อยู่ในทุ่งหิมะ ดื่มน้ำเย็นๆรู้สึกน่ากลัวจริงๆ  แล้วที่กลางทุ่งหิมะมีอยู่ที่หนึ่งที่มีเปลวไฟลักษณะคล้ายกับเตาทำอาหาร  แต่ว่าส่วนยอดของมันกลับมีความกว้างและสูงอย่างไร้ขอบเขต  นั่นคืออะไรครับ?

เซียนกวน : นั่นคือน้ำทองแดงเอาไว้ให้วิญญาณบาปได้ดื่มกินยามที่หิวโหย  อยู่ในทุ่งหิมะ ได้ดื่มกินอาหารที่ร้อนเดือด  นี่ไม่ใช่การเสพสุขหรอกหรือ?

ชิวเซิง : เรื่องที่ทุกข์ทรมานเหล่านี้  ท่านบอกว่าเป็นความสุขอันล้ำเลิศ  ช่างเป็นการซ้ำเติมจริงๆ

เซียนกวน : ท่านพูดผิดแล้ว! คนที่ไม่ธรรมดา ทำเรื่องที่ไม่ธรรมดา คนบาปย่อมได้รับการลงโทษเช่นนี้เป็นเรื่องปกติตามหลักของเหตุและผล เหมือนกับว่าอยู่ในทุ่งหิมะได้กินไก่งวงอบ  ได้สร้างประติมากรรมน้ำแข็ง  แล้วจะเป็นการซ้ำเติมได้อย่างไร?

ชิวเซิง : ถ้าอย่างนั้นช่วยหาวิญญาณบาปมาให้ผู้น้อยสอบถามดูได้หรือไม่?

เซียนกวน : ได้! ขุนพลทั้งสองไปหาวิญญาณบาปมาให้ท่านพู่กันทรงสอบถามข้อมูลซิ

ขุนพล : นำวิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ

ชิวเซิง : ท่านเป็นคนที่ไหน?  ตอนที่มีชีวิตอยู่ทำอาชีพอะไร?  แล้วมารับการลงโทษอันโหดเหี้ยมที่นี่ได้อย่างไร?

วิญญาณบาป : ฉันเป็นคนจินเหลียว เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย  ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำงานหนัก  งานทุกอย่างมีคนรับใช้ช่วยทำแทน  ด้วยเหตุนี้ฉันจึงมีนิสัยขี้เกียจ  รักความสบายไม่ชอบทำงานหนัก  สิ่งที่ฉันชอบมากเป็นพิเศษคือสาวงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทที่ต้องแย่งชิงมายิ่งทำให้ฉันมีความสุขเป็นที่สุด  แม้กระทั่งผู้หญิงที่มีสามีแล้ว  ฉันก็ไม่เคยละเว้น  ตลอดทั้งวันทั้งคืนได้แต่ครุ่นคิดหาวิธีที่จะแย่งชิงลูกสาวหรือเมียของคนอื่น  มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ฉันกำลังพักผ่อนอยู่  โดยที่ไม่ทันรู้ตัว ทันใดนั้นเองความหนาวเย็นก็ทิ่มแทงไปทั่วทั้งร่างกายและจบชีวิตลง  พญายมตัดสินให้รับโทษในนรกเจาะใจ  นรกเสาทองแดง  นรกทอดน้ำมัน  นรกแส้เดียว  นรกแยกมือและเท้า  นรกทะเลเพลิง  นรกภูเขามีด  และนรกอื่นๆ  ถูกลงทัณฑ์อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต  ทุกข์ทรมานจนไม่อาจที่จะบรรยายออกมาได้  ตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในที่อันหนาวเย็น  ความทุกข์ยิ่งเพิ่มทวี  ช่างทุกข์ระทมจริงๆ

ชิวเซิง : ถ้ารู้แต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้  ก็จะไม่ทำเรื่องพวกนี้ตั้งแต่ตอนแรก  ท่านจะต้องใช้จิตศรัทธาจริงใจมาสำนึกขอขมากรรม ใช้จิตที่มีความจริงใจและสุภาพอ่อนโยนน้อมรับการลงทัณฑ์โดยไม่ปฏิเสธ  เชื่อว่าท่านจะสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานได้ก่อนระยะเวลาที่กำหนด

เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านหันมาดูทางนี้ (ชี้ไปทางด้านขวา ที่แท้เป็นคันฉ่องทองแดงบานหนึ่ง  ทันใดนั้นคันฉ่องก็เปล่งลำแสงสีแดงออกมา ปรากฏภาพไก่  เป็ด  หมา  จำนวนหลายร้อยครั้ง  ยังปรากฏภาพกุ้ง  ปลา  ปลาไหล  อีกหลายร้อยครั้ง  แล้วจึงปรากฏภาพของขอทานแขนขาด้วน 6000 ครั้ง  หลังจากนั้นก็มีแสงสว่างโชติช่วงชัชวาลปรากฏขึ้น  ผืนแผ่นดินว่างเปล่าราวกับคนหัวล้าน   ฟ้าดินมืดมัวอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง  น้ำในมหาสมุทรท่วมหมู่บ้านทั้งหมด  แล้วจึงปรากฏกลางวัน  มีคนๆหนึ่งนั่งโดดเดี่ยวอยู่บนก้อนหิน  จิตใจเหม่อลอย  ลำแสงมลายหายไป  คันฉ่องทองแดงก็กลับคืนสู่สภาพปกติ)

พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว พวกเราควรกลับกันได้แล้ว

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่คอยช่วยอำนวยความสะดวก

เซียนกวน : ที่ไหนกันเล่า!  น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์