Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 8 พระสงฆ์และนักพรตที่ขูดรีดทรัพย์ บาปมหันต์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 8 พระสงฆ์และนักพรตที่ขูดรีดทรัพย์ บาปมหันต์

50 Views

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

                แล่นลงตรงใจกลางโลกเยี่ยมชมวิญญาณบาป  

อเวจีจนถึงตราบ ณ บัดนี้ยังคงมี

                พระสงฆ์และนักพรตที่รีดทรัพย์อยู่ในนี้    

ชำระล้างหกอินทรีย์ไม่ปรานีไฟคุโชน

        พุทธะจี้กง : ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือนักพรต เดิมทีควรมีความประหยัดมัธยัสถ์และซื่อสัตย์สุจริต  ควรขจัดความละโมบในทรัพย์สินเงินทอง  แต่กลับมีผู้บำเพ็ญจำนวนไม่น้อยที่อาศัยการบำเพ็ญมาแสวงหาชื่อเสียงลาภยศ  ขูดรีดทรัพย์สินจากผู้มีจิตศรัทธา  แล้วจะไม่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกทอดถอนใจได้อย่างไรกัน  ผู้ที่ทุศีลเพียงไม่กี่คนกลับทำให้ผู้บำเพ็ญที่รักษาศีลวินัยบริสุทธิ์จำนวนมากต่างพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย  เหมือนปลาเน่าที่อยู่ในข้อง ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดต่อภาพลักษณ์ของผู้บำเพ็ญธรรม  ปลูกฝังความคิดอันไม่ถูกต้องที่มีต่ออาณาจักรธรรม  คิดว่าอาณาจักรธรรมหรือวัดวาอารามเป็นสถานที่ขูดรีดทรัพย์  เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ทำลายประเพณีให้ตกต่ำ ถึงแม้ว่าจะมีการบัญญัติกฎหมายออกมาปราบปรามกวาดล้างคนที่แอบอ้างตัวเป็นเทพหลอกลวงผู้อื่น แต่ก็ยากที่จะสามารถปราบปรามให้ถึงที่สุดได้  สุดท้ายก็เลยจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนไปลงโทษในนรก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนรกอเวจีทั้ง 18 ขุมที่อยู่ลึกลงไปใจกลางโลก  ความร้อนนั้นร้อนจนไม่สามารถจะพูดออกมาเป็นคำพูดได้  ความทุกข์นั้นทุกข์จนไม่สามารถบรรยายออกมาได้หมด  ดังนั้นหวังว่าผู้บำเพ็ญที่อยู่บนโลกมนุษย์จะสามารถยึดมั่นอยู่ในความถูกต้องชอบธรรม  อย่าได้เป็นเพราะเกิดความละโมบในทรัพย์สินเงินทองเพียงชั่วขณะจึงขูดรีดทรัพย์สินของผู้อื่น  ทำลายพระธรรมให้เสื่อมเสีย  เอาล่ะ! ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม (พุทธะจี้กงโบกพัดใบลานหนึ่งที วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่าง)

        ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี  รีบนั่งบัลลังก์บัวเถอะ

        ชิวเซิง : ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้วครับ  ขอเชิญพระอาจารย์ออกเดินทางได้ (ตลอดทางมืดมิดไม่เห็นแสงเงาใดๆ  แต่กลับมีลมหนาวเป็นระยะๆ รู้สึกเย็นยะเยือก  แล้วฉับพลันก็กลับกลายเป็นร้อนอบอ้าวขึ้นมา)

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา  ที่อยู่เบื้องหน้านั้นคือท่านเซียนกวนและขุนพลอีกสองท่านซึ่งมารอคอยพวกเราอยู่นานแล้ว เจ้ารีบเข้าไปแสดงความคารวะเร็ว

        ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        เซียนกวน : มิกล้าๆ!  ท่านพุทธะจี้กงและท่านพู่กันทรงมือเอกชิวเซิงมาถึงขุมนรกของเรา  พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างที่สุด

        พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนถ่อมตนแล้ว  เปิดประตูคุกเถอะ  พวกเราจะได้เข้าไปสัมภาษณ์ด้านใน

        เซียนกวน : ได้ๆ !  (รีบเอากุญแจออกมาเปิดประตูคุก)

        ชิวเซิง : (เห็นด้านบนของประตูคุกมีป้ายเขียนว่า“นรกอเวจี” ทั้งด้านซ้ายและด้านขวามีสิงโตทองแดงซึ่งตอนนี้มันสั่นเล็กน้อยพร้อมทั้งพ่นไฟออกมาจากปาก  เปลวไฟนั้นยาวประมาณ 20 เมตร  ภายในคุกเห็นแต่เปลวไฟที่คุโชนพวยพุ่งออกมาจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง ในขณะเดียวกันก็พวยพุ่งจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน  ทั้งสองด้านซ้ายขวาต่างก็ลุกไหม้ในเวลาเดียวกัน  คนที่อยู่ในนั้นคิดอยากจะหลบหลีกแต่ก็ไม่สามารถที่จะหลบหลีกได้เลย  ท่านเซียนกวนหยิบธงบัญชาการออกมา แล้วเปลวไฟทั้งหมดก็หยุดลง)

        เซียนกวน : ท่านเมธีชิว  โปรดเตรียมสัมภาษณ์วิญญาณบาป

        พุทธะจี้กง : หาผู้บำเพ็ญที่รีดทรัพย์ของผู้อื่นมาทำการสัมภาษณ์

        เซียนกวน : เอาคนนี้เถอะ

        ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าท่านแซ่อะไร?

        วิญญาณบาป : แล้วท่านล่ะเป็นใคร? มาทำอะไรที่นี่?

        ชิวเซิง : เราคือพู่กันทรงมือเอกจากสำนักก่งเหิงถัง  เมืองฟงเอวี๋ยน  ได้รับเทวราชโองการจากเง็กเซียนฮ่องเต้  มาที่นี่เพื่อสัมภาษณ์วิญญาณบาปว่าตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้  และรวบรวมตัวอย่างการลงโทษต่างๆ ประพันธ์เป็นหนังสือบันทึกการเดินทาง ถ่ายทอดสู่โลกมนุษย์เพื่อเตือนชาวโลกให้ตื่นตัว  ละความชั่วหันมาทำความดี

        วิญญาณบาป : อาตมาทั้งหิวและกระหายน้ำเหลือเกิน  ได้โปรดบริจาคอาหารและเครื่องดื่มให้อาตมาที

        ชิวเซิง : จริงสิ!  ที่นี่จะมีร้านหมี่หรือโรงอาหารด้วยหรือ?  งั้นเราขอนิมนต์ท่านฉันได้ไม่อั้นจนกว่าจะอิ่ม

        พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา!  ที่นี่คือแดนลงทัณฑ์  ไหนเลยจะเหมือนกับโลกมนุษย์ที่มีอาหารและเครื่องดื่มให้นักโทษที่ถูกคุมขังได้ดื่มกิน  อาจารย์มียาทิพย์ให้เขากิน

        ชิวเซิง : (หยิบยาให้วิญญาณบาป)

        วิญญาณบาป : หลังจากที่ได้ฉันยาทิพย์แล้วก็ไม่รู้สึกหิวกระหาย  ขอบคุณทุกท่าน  อาตมาแซ่โจว  เป็นคนไหลหยางในสมัยราชวงศ์ฉิน  เกิดในครอบครัวที่ยากจน  เพราะครอบครัวยากจนจึงดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก  อนาคตมืดมน  ดังนั้นในขณะที่อาตมาเริ่มจะมีความรู้  พ่อแม่ก็ส่งอาตมาไปบวชที่วัดให้อาจารย์รับเลี้ยง  จากนั้นเป็นต้นมาอาตมาก็ตัดขาดจากโลกภายนอก  ทุกวันอยู่หน้าองค์พระพุทธปฏิมา  ฉันอาหารเพียงมื้อเดียว  ตั้งแต่เช้าตรู่ก็ต้องลุกขึ้นมาสวดมนต์ท่องพระสูตรต่างๆ  ยามอิ๋น(ช่วงตีสามถึงตีห้า)ก็ต้องออกไปหาบน้ำ  ตอนเที่ยงวันก็เป็นเวลาฉันอาหาร ตอนบ่ายก็ต้องไปตัดฟืน  ตอนกลางคืนก็ต้องสวดมนต์และฟังพุทธธรรมจากเจ้าอาวาส

        ชิวเซิง : ที่เล่ามานี้ควรจะมีมหากุศลได้ไปเกิดยังแดนวิสุทธิภูมิถึงจะถูก  แล้วเหตุใดจึงตกนรกได้?

        วิญญาณบาป : ตอนที่อาตมาอายุ 20 ปี  มักจะเห็นคนอื่นๆมีของกินดีๆให้กินดื่มอย่างเหลือเฟือ  ทั้งยังได้สวมใส่ของดีๆ  ใช้ของดีๆ  ในใจของอาตมาเกิดความอิจฉายิ่งนัก  เวลาที่ตรวจนับเงินค่าน้ำมันงา  อาตมาก็เริ่มยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง  วันแล้ววันเล่าจนได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะ  ต่อมาเป็นเพราะศึกษาพุทธธรรมอยู่หลายปีอีกทั้งมีพระอุปัชฌาย์คอยอุปถัมภ์ค้ำชูเสนอให้ออกไปตั้งวัดใหม่  เจ้าอาวาสเห็นว่าอาตมามีความสามารถดังนั้นจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้   ในเวลาไม่ถึงสามปีทรัพย์สินเงินทองที่ได้มายังมากมายยิ่งกว่าขุนนางตำแหน่งเอวี๋ยนไว่และพวกคหบดีเสียอีก  เช่นนี้จึงทำให้อาตมาไม่รู้จักสำนึกผิดแก้ไขกลับตัว  กลับยิ่งถลำลึก  เพราะเหตุนี้จึงถูกพญายมประณามว่า “เป็นผู้บำเพ็ญธรรมแต่ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เวไนย์  กลับทำตัวเป็นแบบอย่างที่เลว”  และลงโทษให้อาตมารับโทษในนรกเฉือนมือ  นรกเฆี่ยนใจ  นรกผ่าลำไส้  และนรกทุบใจ  บุญกุศลในชาติที่แล้วเหลือเพียงแค่เอาไว้ไปเกิดและใช้ในวันข้างหน้า  ก่อนหน้านี้ไม่นานได้ถูกส่งตัวมาขังที่นี่  ทุกวันต้องเผชิญกับไฟคุโชนเผาร่าง  ช่างโหดเหี้ยมทารุณจริงๆ

        เซียนกวน : คนที่สวมชุดของผู้บำเพ็ญธรรมแต่มีพฤติกรรมอันมิชอบเยี่ยงนี้  ได้รับการลงโทษเช่นนี้ยังถือว่าเบาเกินไปสำหรับเจ้าด้วยซ้ำ

       ชิวเซิง : คิดไม่ถึงเลยว่าการรีดทรัพย์จะบาปหนักขนาดนี้  ขอเตือนผู้บำเพ็ญบนโลกมนุษย์  จะต้องมีความเคารพเทิดทูนธรรม  บำเพ็ญกุศลอย่างแท้จริง  บ่มเพาะตนเองหล่อหลอมพุทธจิตจึงจะเป็นผู้บำเพ็ญธรรมอย่างแท้จริง

        พุทธะจี้กง : ถูกต้อง! ดึกมากแล้ว  พวกเรากลับกันเถอะ!

        เซียนกวน : น้อมส่งเมธีอาจารย์-ศิษย์

        ชิวเซิง : กราบขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

        พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว  ศิษย์เราจงรีบกลับเข้าร่างเถอะ

        ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์