Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอนที่ 25 ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอนที่ 25 ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ

191 Views

               เมื่อพระซิ่นคงเช็ดถูที่โต๊ะบูชาพบว่าแจกันหยกขาวมีน้ำเต็มมีกิ่งหลิวปักอยู่เธอเคยได้ยินไต้ซือบอกว่าวันนี้จะเป็นวันที่ไต้ซือเมี่ยวส้านจะสำเร็จธรรม จึางทให้เธอดีใจจนออกนอกนหน้าโยนผ้าเช็ดโต๊ะทิ้งรีบวิ่งออกมานอกห้อง ประจวบกับหย่งเหลียนกำลังจะนำดอกไม้ไปบูชาพระ  ทั้งสองไม่ได้ระวังตัว จึงเกิดชนกันขึ้น ล้มลงไปคนละทาง เมื่อหย่งเหลียนได้สติก็มองมาทางซิ่นคงแล้วพูดว่า เธอก็ยังเป็นแบบนี้ กระโดกกระเดกเหมืนเดิมมีเรื่องอะไรกันหรือ

               จึงเที่ยววิ่งชนคนจนเจ็บไปหมดแล้วอย่างนี้เมื่อซิ่นคงได้สติแล้วก็ยกมือขึ้นไหว้แล้วพูดว่า  อาจารย์หย่งเหลียนเพราะฉันเห็นแจกันหยกขาวมีน้ำมีกิ่งหลิวจึงดีใจขึ้นมา คิดจะรีบไปเรียนท่านไต้ซือให้รู้ จึงไม่มีสติวิ่งชนอาจารย์เข้า  โปรดอภัยให้ด้วย หย่งเหลียนจึงพูดขึ้นว่า มีเรื่องนี้จริงหรือซิ่นคงตอบว่า เรื่องนี้เป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์  ฉันไม่กล้าโกหกหรอกหย่งเหลียนพูดว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอเอาดอกไม้นี้ไปถวายพระฉันไปเรียนไต้ซือเอง เมื่อซิ่นคงรับดอกไม้แล้วก็เข้าไปในห้องหย่งเหลียนก็เข้ามายังห้องของไต้ซือ  ก็เห็นไต้ซือกำลังเสวนากับแม่อุปถัมภ์อยู่

               เมื่อเห็นหย่งเหลียนเข้ามาก็ตรัสขึ้นว่า เอ่อ! หย่งเหลียนเธอมาพอดี ฉันกำลังมีเรื่องจะพูดกับเธออยู่พอดีประมาณว่าวันนี้จะเป็นวันที่ฉันจะสำเร็จธรรมแล้ว เมื่อคืนเข้าสมาธิก็เกิดมีดอกบัวขาวบานขึ้นกลางใจกลัวว่าจะเป็นเพียงลางสังหรณ์ หย่งเหลียนก็นำเรื่องแจกันหยกขาวที่มีทั้งน้ำและกิ่งหลิวเล่าให้ฟัง  ไต้ซือเมี่ยวส้านตรัสว่า ถ้าอย่างนั้นธรรมสัมพันธ์ก็มาถึงแล้ว ขอให้พวกเธอได้จัดแจงสถานที่ๆ หอ หลิงหลง ฉันคงเข้าเงียบที่นั่นเมื่อหย่งเหลียนออกไปสั่งงานพวกพระให้ช่วยตระเตรียมทุกอย่างให้พร้อมแล้ว  ไต้ซือเมี่ยวส้านก็เข้าไปชำระสรงพระวรกายด้วยน้ำหอม  เปลี่ยนจีวรชุดที่สง่างาม หลังจากนั้นก็เสด็จขึ้นสู่หอหลิงหลง เสด็จขึ้นประทับบนโต๊ะฌานเพื่อเข้าสู่สมาธิ  แม่อุปถัมภ์และหย่งเหลียนก็นำเหล่าภิกษุณีแบ่งเป็นสองขบวนยืนประดับอยู่ทั้งซ้ายและขวา  เมื่อกล่องปลาไม้ถูกเคาะให้จังหวะ  ควันธูปลอยวนอบอวลแล้ว พระทุกรูปก็เริ่มสวดมนต์  ศูรางคมธารณีสูตร

               กล่าวฝ่ายเด็กน้อยเซิ่นอิง เขากำลังเตรียมเรื่องซุกซนอยู่ในใจที่ต้องการจะก่อกวนไต้ซือ เมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า เขาก็ไม่สนใจจะรับประทานอาหารเช้าเลย รีบวิ่งตรงมาที่วัดก็เห็นพวกพระภิกษุณีกำลังชุลมุนกันอยู่  ทั้งยังได้ข่าวว่าท่านไต้ซือจะบรรรลุมรรคผล สำเร็จเป็นพุทธในวันนี้  ทำให้เขารู้สึกแปลกใจมากจึงเผ่นขึ้นไปดูบนหอ  ในขณะนั้นประชาชนที่อยู่ตามเชิงเขาก็ได้รับข่าวนี้ด้วย ก็พากันมาที่วัดเพื่อเข้าพิธีกราบไหว้  ทำให้หอหลิงหลงทั้งชั้นบนชั้นล่างเต็มไปด้วยผู้คน เหล่าพระภิกกษุณี ก็ยังคงหลับตาสวดมนต์อยู่ พวกที่มาเฝ้าก็สงบนิ่งอยู่  ไม่มีเสียงอึงคะนึงแต่อย่างไร จะมีก็แต่เด็กชายเซิ่นอิง

                เมื่อเห็นสภาพของไต้ซือเมี่ยวส้านก็แอบหัวเราะว่า ทำงีบหลับอยู่ดีนัก พูดได้อย่างไรว่าจะสำเร็จพุทธะ  เห็นชัดๆ อยู่ว่าทำหลอกเจ้าอยู่ที่นั่น  คอยเดี๋ยวเราจะไปทำให้ตกใจเสียหน่อย รับรองว่าท่านคงกระโดดเหยงขึ้นมาแน่ๆ  เมื่อเด็กชายเซิ่นอิงคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็ค่อยๆย่องเข้าไปข้างๆ กล่องปลาไม้ที่เคาะจังหวะ  แล้วก็เลือกหยิบไม่เคาะกล่องที่มีขนาดใหญ่ ค่อยๆ ขยับไปที่หน้าของไต้ซือร้องตะโกนขึ้นมาคำหนึ่งแล้วก็ตีลงบนกระหม่อมของไต้ซือขณะนั้นแม้จะมีคนเห็นแต่ก็เขาไปห้ามไม่ทันเสียแล้วการตีครั้งนี้มีชื่อเรียกว่า ตีหัวร้องตวาด

               เมื่อตีลงไป ก็มีลำแสงสีแดงพุ่งออกมา ทุกคนคิดว่าศีรษะไต้ซือคงแตกจึงทำให้มีเลือดไหลออกมา เมื่อมองด้วยสติ แสงสีแดงนั้นก็ค่อยๆ พุ่งขึ้นมา  แล้วค่อยๆ รวมตัวกันกลายเป็นรูปธรรมกายของไต้ซือประทับยืนขึ้นพระบาทเปล่า ในพระหัตถ์ก็ทรงถือแจกันขาวที่มีกิ่งหลิวปักอยู่การตีครั้งนี้ทำไมถึงมีเงาภาพเกิดขึ้นละทั้งนี้เพราะจิตญาณของไต้ซือได้บำเพ็ญจนถึงขั้นไม่ต้องใช้กายเนื้อแล้ว แต่เพราะอยู่ในโลกมนุษย์นาน ฝุ่นไอกิเลสแปดเปื้อน ทวารกลางกระหม่อมจึงถูกอุดตัน จิตญาณจึงไม่สามารถหลุดพ้นจากกายเนื้อได้จนกระทั่งได้รับการกระแทกจากการตี ทวารกลางกระหม่อมจึงเปิดขึ้น

                ดังนั้นจึงอาศัยการตีครังนี้ ทำให้ละทิ้งกายเนื้อการซุกซนของเซิ่นอิงก็เป็นธรรมสัมพันธ์ที่ประจวบเหมาะขณะนั้นเหล่าพระภิกษุณีเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นไหว้ ฝูงชนที่มาเฝ้าก็พลอยไหว้ตามไปด้วย ต่อมาก็แลเห็นธรรมกายของไต้ซือลอยสูงยิ่งขึ้นๆ  แล้วค่อยๆหายเข้ากลีบเมฆไป ทุกคนจึงพากันลุกขึ้น  หย่งเหลียนลุกขึ้นคลำกายเนื้อของไต้ซือปรากฎว่าเย็นเฉียบเสียแล้วจึงบอกให้ภิกษุณีช่วยกันสวดมนต์ต่อไป ตนเองและแม่อุปถัมภ์ก็เตรียมตัวเข้าเมืองหลวง เพื่อกราบทูลให้ราชาเมี่ยวจ้วนทรงทราบเพื่อจัดการต่อไป ทั้งสองคนลงมาจากหอหลิงหลงแล้วเดินออกจากวัด 

               เมื่อเดินออกมาถึงซุ้มประตูวัดก็ได้ยินเสียงกระพรวนดังใกล้เข้ามา มีองครักษ์สองคนขี่ม้าเร็วจะลอยมา เมื่อมาพบบุคคลทั้งสองเข้าจึงถามว่า ท่านระภิกษุณีทั้งสองจะไปไหน  เราได้ถือราชโองการจากราชาเมี่ยวจ้วนให้นำพระราชโองการมาที่นี่โดยเฉพาะ  รีบๆ ไปเรียกเจ้าอาวาสคนปัจจุบัมารับราชโองการ ดังนั้นแม่อุปถัมภ์และหย่งหลียนจึงคุกเข่าลงไหว้ราชโองการ  แล้วให้องครักษ์ทั้งสองเข้ามาในวัดรีบสั่งให้จัดโต๊ะบูชารับราชโองการ เมื่อทุกคนคุกเข่าลงไปเพื่อฟังราชโองการ ที่แท้ราชาเมี่ยวจ้วนก็รู้เรื่องการบรรลุมรรคผลของไต้ซือแล้ว เพราะตอนที่ราชาเมี่ยวจ้วนกำลังออกว่าราชการอยู่นั้นก็ปรากฎเห็นธรรมกายจของไต้ซือมาปรากฎที่หน้าบัลลังก์ ประทับยืนอยู่บนอากาศแล้วตรัสว่า

               ขณะนี้ตนได้สำเร็จบรรลุมรรผลแล้วพระพุทธองค์ได้สถาปนาให้เป็น มหาเมตตาสดับเสียงโปรดทุกข์โพธิสัตว์กวนอิม  จะต้องไปที่เขาโปตละโลกาแห่งทะเลใต้ ดังนั้นจึงมากราบลา เมื่อไรที่ราชาเสด็จสวรรคตก็จะมาโปรด ดังนั้นราชาเมี่ยวจ้วนจึงมีพระราชโองการ ให้ทำการลงลักปิดทองพระวรกายของพระโพธิสัตว์ที่ทรงเหลือไว้  แล้วประทับตั้งไวัที่หอหลิงหลง  ให้คนกราบไหว้บูชา ให้เปลี่ยนชื่อหอหลิงหลงเป็นหอเมตตาโพธิสัตว์กวนอิม

               ภายหลังที่พระโพธิสัตว์กวนอิมบรรลุธรรมแล้ว คุณแม่อุปถัมภ์ก็ถูกคนทั้งหลายสถาปนาเป็นเจ้าอาวาส  เมื่อได้เป็นเจ้าอาวาสก็ออกคำสั่งให้หาช่างไม้ฝีมือเยี่ยม และช่างสีที่เก่งช่วยกันลงลักปิดทองพระวรกายเนื้อของพระโพธิสัตว์กวนอิมจากนั้นก็ลบชื่อหอหลิงหลงออก แล้วก็เปลี่ยนเป็นหอเมตตาโพธิสัตว์กวนอิม จากนั้นสร้างตู้ไว้ที่ตรงกลางหอแล้วก็นำพระวรกายเนื้อทองของโพธิสัตว์ให้ประทับอยู่ในตู้เพื่อให้คนกราบไหว้ตลอดไป งานที่ทำไปหลายวันจึงเสร็จเรียบร้อย

               บัดนี้ประเทศซิ่นหลินกั๊ว  นับตั้งแต่พระราชาลงมาจนถึงพสกนิกรต่างก็มีความศรัทธาบำเพ็ญทั่วหน้ากัน จนกล่าวได้ว่าประเทศซิ่นหลินกั๊วกลับกลายเป็นพุทธประเทศไป  เพราะทุกคนศรัทธายึดพระรัตนตรัยเป็นสรณ ะ  ต่อมาภายหลังเมื่อราชาเมี่ยวจ้วนเสด็จสวรรคตแล้ว ก็ได้รับการโปรดจากโพธสัตว์กวนอิมสำเร็จเป็นอรหันต์ ส่วนแม่อุปถัมภ์ก็ถูกสถาปนาเป็นเจ้าอุปถัมภ์แดง หย่งเหลียนก็ได้รับการโปรดไปสู่ทะเลใต้  คอยเฝ้าอยู่เบื้องพระบาทเป็นกุมารีเซียนหลง  ส่วนเด็กน้อยที่ชุกซนเซิ่นอิงนับตั้งแต่พระโพธิสัตว์บรรลุมรรคผลแล้ว เขาก็เกิดมีปัญญาบรรลุธรรม  เดิมทีเขามีญาณของเจ้าอัคนีย์แดนทักษิณ จิตญาณสูงกว่าผู้อื่นเขาครึ่งหนึ่ง เมื่อบรรลุธรรมแล้วก็ได้รับการโปรดของพระโพธิสัตว์กวนอิมให้เฝ้าอยู่เบื้องพระบาท เขาคือกุมารส้านไฉ

               หลังจากที่โพธิสัตว์กวนอิมได้เสด็จไปกราบลาราชาเมี่ยวจ้วนแล้วก็ลอยละล่องมาตามเมฆ  ก็เสด็จถึงเขาโปตละโลกาแห่งทะเลทักษิณ อันเป็นที่พำนักของพระองค์ ดินแดนแห่งนี้งดงามประหนึ่งเกาะเนรมิตที่มีรัศมีส่องประกายเจิดจรัสแผ่ไพศาล ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เต็มไปด้วยบุปผชาติแปลกตาขึ้นอยู่โดยรอบ บรรรดาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ก็พากันต้อนรับด้วยการเต้นรำมีดอกบัวขาวในสระส่งกลิ่นหอมจรุงจิต

               ท่ามกลางป่าไผ่สีม่วงที่สูงชลูดเสียดเมฆเปล่งรัศมีแวววาว ตรงกลางเป็นปทุมอาสน์ที่ส่องฉัพพรรณรังสีโดยรอบ แต่ยังว่างอยู่ พระโพธิสัตว์เสด็จมาถึงทีนี่ก็ตรัสว่า เจิรญพร แล้วเสด็จขึ้นประทับนั่งบนปทุมอาสน์นั้น ซึ่งในวันนั้นตรงกับวันที่ 19 เดือนเก้าที่น่าอัศจรรย์ก็คือ วันที่ 19 เดือนยี่ เป็นวันประสูติ  วันที่ 19 เดือนหก เป็นวันออกบรรพชา และวันที่ 19 เดือนเก้า บรรลุมรรผล  ซึ่งทั้งสามววันล้วนเป็นวันที่ 19 ซึ่งเรียงจากต้นปีสู่ปลายปีเหมือน เกิด บวช และสำเร็จ แต่ประชาชนก็ถือว่าทั้งสามวันเป็นวันประสูติทั้งหมดซึ่งง่ายต่อการจดจำ  

จบบริบูรณ์