Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ผลานิสงส์ของการสักการะ บูชาพระกษิติครรภโพธิสัตว์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ผลานิสงส์ของการสักการะ บูชาพระกษิติครรภโพธิสัตว์

281 Views

              ในขณะนั้นองค์สมเด็จพระศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเอื้อมพระสุวรรณหัตถ์ไปปกแผ่พุทธบารมีลงเหนือพระเศียรของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ พร้อมกับทรงมีพระดำรัสว่า 

              "กษิติครรภ ... กษิติครรภ....ผู้เปี่ยมด้วยฤทธาจุภาพและมหาเมตตาสุดจะหยั่งได้ในโอกาสที่บรรดาเหล่าพุทธะ พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ เทพพรหม พญานาคและสรรพสัตว์ทุกหมู่เหล่าอันมีจำนวนมากมายมหาศาล ได้มาร่วมชุมนุม ณ ดาวดึงส์เทวโลกแห่งนี้ 

              เราตถาคต...ขอฝากฝังพวกเขาตลอดจนเวไนยสัตว์ทั้งหลายในโลกียโลกผู้ซึ่งยังมิได้หลุดพ้นจากวัฏฏะสงสารไว้ในความดูแลของท่าน จงพยายามฉุดช่วยเขาเหล่านั้นแม้สักเพียง 1 วันก็อย่าให้ได้ตกล่วงลงสู่อบายภูมิ จนต้องประสบกับความทุกขเวทนาอีก 

              "เวไนยสัตว์ในโลกียโลก จิตใจเรรวนไม่แน่นอน สันดานบาปมีมากในตน แม้จะมีใจคิดทำความดีอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่ชั่วยาม เมื่อไปพบกับสิ่งชั่วร้ายอบายมุขทั้งหลาย อนุสัยสันดานบาปก็งอกเงยกำเริบขึ้นอีก 
              เหตุฉะนี้ ตถาคตจึงต้องนิรมานกายออกนับหมื่นล้านรูปกายเพื่อโปรดฉุดช่วยพวกเขาเหล่านั้นตามควรแก่รากฐานแห่งบุญบารมีของแต่ละคน
              กษิติครรภโพธิสัตว์...บัดนี้เราขอฝากฝังสรรพสัตว์ทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างไว้กับท่าน หากในอนาคตกาลเวไนยสัตว์เหล่าใดหวังให้พระธรรมเจริญในตนได้ปลูกฝังกุศลกรรมแม้เพียงเท่าเศษผงธุลี ก็ขอให้ท่านใช้กฤษดาภินิหารอันยิ่งใหญ่ของท่านออกปกป้องและอุ้มชูเกื้อหนุนให้เขาเหล่านั้นดำเนินอยู่ในสายธารแห่งสัจจธรรมตลอดไป"

   

              "ดูก่อน....กษิติครรภโพธิสัตว์ ในภายหน้าหากมีสรรพสัตว์เหล่าใดถูกวิบากกรรมตามสนอง อันเนื่องจากบาปเวรที่เขาได้กระทำเป็นเหตุให้ต้องตกล่วงลงสู่อบายภูมิเบื้องล่าง 

              ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ประตูนรก หากสรรพสัตว์เหล่านั้น เพียงแต่รำลึกถึงพระนามของพระพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์องค์ใดองค์หนึ่ง หรือได้สวดภาวนาสักครั้งดียวก็ขอให้ท่านจงใช้ฤทธานุภาพลงไปทลายเครื่องจองจำอันได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ และกิเลสทั้งปวง ซึ่งพันธนาการร้อยรัดจิตวิญญาณของพวกเขาไว้ ให้ต้องได้รับทุกข์ทรมานอยู่ในอบายภูมิ   

              ท้ายที่สุดจงนำแสงสว่างเข้าสู่พุทธจิตธรรมญาณของพวกเขาโดยการถ่ายทอดหลักสัจจธรรมอันเที่ยงแท้ให้ประจักษ์เพื่อเวไนยสัตว์ทั้งปวงทุกหมู่เหล่าจะได้กลับคืนสู่แดนนิพพาน อยู่เสวยบรมสุขชั่วนิรันดร์โดยพร้อมเพรียงกัน" 

              ครั้นพระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้สดับฟังพระพุทธดำรัสจบลงก็ทรงประณมหัตถ์ขึ้นน้อมรับพระบัญชาด้วยเศียรเกล้าล้าทูลว่า 
              "ขอองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่าได้ทรงพระประวิตาไปเลยพระเจ้าข้า ในอนาคตกาลมาตรแม้นว่ามีผู้ใดยึดมั่นในพระสัจจธรรมข้าบาทก็จะใช้กุศโลบายอันแยบยลและเหมาะสม ไปฉุดช่วยนำพาเขาผู้นั้นออกจากวัฏฏสงสารให้จงได้"

 

              "โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม มุ่งมั่นสร้างแต่ความดีมาโดยตลอดข้าบาทจะดูแลให้เขาได้อยู่ในวิถีแห่งธรรมไปตลอดกาล วันยอมให้ล่วงหล่นไปเป็นอันขาดพระเจ้าข้า" 
              ในขณะนั้น มีพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งนามว่า " ซีคงจั่น" ได้กราบขอประทานพุทธานุญาติแล้วทูลถามว่า 
              " ข้าแต่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาในอนาคตกาลภายหน้าหากมีเวไนยสัตว์เหล่าใดที่ได้สดับฟังเรื่องราวของพระกษิติครรภโพธิสัตว์" 

              แล้วตั้งใจพากเพียรบำเพ็ญธรรม ประพฤติดีปฏิบัติชอบ อีกทั้งได้พากันถวายสักการะ บูชา ภาวนาพระนามของท่านเป็นประจำจะบังเกิดผลานิสงส์ประการใดบ้างพระเจ้าข้า? 

              แล้วตั้งใจพากเพียรบำเพ็ญธรรม ประพฤติดีปฏิบัติชอบ อีกทั้งได้พากันถวายสักการะ บูชา ภาวนาพระนามของท่านเป็นประจำจะบังเกิดผลานิสงส์ประการใดบ้างพระเจ้าข้า? 

              พระพุทธองค์ทรงตรัสตอบว่า "ขอพวกท่านทั้งหลายจงตั้งใจฟังให้ดีผู้ใดก็ตามได้ยินได้ฟังเรื่องราวของ พระกษิติครรภโพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร นื้แล้วมีจิตศรัทธากราบไหว้สักการะบูชาระลึกถึงท่านเป็นประจำจะบังเกิดผลานิสงส์ขึ้น 28 ประการดังนี้คือ

 

              1. เทพนาคาปกปักษ์รักษาและระลึกอยู่เป็นนิจ
              2. กุศลผลบุญเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่ง ๆ ขึ้นทุกทิวาราตรี
              3. สร้างสมแต่อริยมรรคเป็นสมุฏฐานทั้งก่อเหตุปัจจัยแห่งกุศลกรรม
              4. โพธิจิตย่อมไม่บังเกิดความท้อถอย
              5. สมบูรณ์ด้วยเครื่องบริโภคอุปโภคตลอดกาล
              6. แคล้วคลาดปราศจากโรคาพยาธิ
              7. รอดพ้นจากอุทกภัยและอัคคีภัย
              8. นิราศจากโจรภัยมาเบียดเบียน
              9. เป็นที่เคารพยกย่องของเหล่านรชนทั่วไป
              10. เทพารักษ์คุ้มครองอุ้มชูช่วยเหลือเสมอ
              11. สตรีปรารถนากลับเพศเป็นบุรุษ
              12. เกิดในตระกูลวงศ์ญาติแห่งพระมหากษัตริย์หรือราชอำมาตย์
              13. มีรูปอินทรีย์กายอินทรีย์สมบูรณ์
              14. จุติในแดนสวรรค์
              15. ภพหน้าจะบังเกิดเป็นพระมหาราชาธิราช
              16. สามารถหยั่งรู้ระลึกเหตุการณ์แห่งอดีตชาติ
              17. คิดประสงค์สิ่งใดย่อมได้ดังมโนปรารถนาทุกประการ
              18. วงศ์ญาติตระกูลอีกทั้งบริวาร เสพแต่ความสุขเกษมสำราญปราศทุกข์
              19. สิ่งอัปมงคลทั้งหลายย่อมสูญหายมลายสิ้น
              20. ไม่ไปบังเกิดในทุคติภูมิ
              21. หากสัญจรไป ณ แห่งใด ย่อมได้รับความสะดวก ผ่านพ้นจากอุปสรรคทั้งมวล
              22. บรรพบุรุษและวงศ์ญาติที่ได้ล่วงลับแล้วนั้น ก็จะหลุดพ้นจากแดนทุคติภูมิ
              23. บรรพบุรุษและวงศ์ญาติที่ได้ล่วงลับแล้วนั้น ก็จะหลุดพ้นจากแดนทุคติภูมิ
              24. กำเนิดในภพหน้าก็จะเป็นผู้มีบุญวาสนา
              25. ได้รับการยกย่องจากอริยชนทั้งหลาย
              26. มีสติปัญญารอบรู้เป็นเลิศ
              27. มีใจอันเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรมเป็นพื้นฐาน
              28. ปัจฉิมกาลจักสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

              ดูก่อน...ซีคงจั่นโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลเวไนยสัตว์เหล่าใด ได้ประพฤติปฏิบัติตนตามธรรมโอวาทแห่งพระสูตรนี้แล้ว บุคคลเหล่านั้นยังจะได้รับมหากุศล 7 ประการคือ
              1. จะได้สำเร็จมรรคผลโดยเร็ว
              2. สามารถลบล้างหนี้เวรบาปกรรม
              3. เหล่าเทพเทวาจะปกป้องคุ้มครองทุกทิวาราตรี
              4. มีโพธิจิตที่มั่นคงไม่เสื่อมถอย
              5. บุญญาบารมีเพิ่มพูน
              6. มีสิริอายุยืนยาว
              7. จักได้สำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณอย่างนานอน 

              ครั้นเหล่าพุทธะ พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ พร้อมทั้งบรรดาเทพพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากทั้วทศทิศในหมื่นจักรวาล ได้สดับฟังเรื่องราวของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ซึ่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดาอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงโปรดเมตตาแสดงวิสัชนาจบลง 
              ทุกพระองค์ต่างก็ได้เปล่งเสียงแซ่ซ้องสาธุการขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันว่า "ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยได้ยินว่าผู้ใดมีปณิธานที่สูงล้ำ ดังองค์พระกษิติครรภโพธิสัตว์เจ้า พระองค์นี้เลย ช่างน่าอัศจรรย์....น่าอัศจรรย์จริง ๆ" 
              ในกาลบัดนั้นเหล่าเทพยดาซึ่งอยู่ในฟากฟ้านภากาศเบื้องบนต่างก็ได้โปรยปรายข้าวตอกดอกไม้ และแก้วมณีรัตนชาติอันแวววาวระยิบระยับลงมา เพื่อน้อมนมัสการบูชาแต่องค์สมเด็จพระศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ทัศนาการดูประหนึ่งหยาดฝนทิพย์อันประพรมให้วิจิตรงดงามสว่างไสวเรืองรองไปทั้วชั้นดาวดึงส์เทวโลกนั้น 
              แลบัดนี้จึงขอสมมุติยุติ "พระกษิติครรภโพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร" ลงด้วยประการฉะนี้