นิรมานกายแห่งองค์พระกษิติครรภโพธิสัตว์

148 Views

           

            ในกาลบัดนั้น นิรนามกายแห่งองค์พระกษิติครรภโพธิสัตว์นับด้วยหมื่นแสนพระภาคก็ได้มาประชุมครบองค์ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์อีกวาระหนึ่ง 

            ด้วยอำนาพุทธบารมีอันทรงพลานุภาพ เป็นเสมือนแรงดึงดูดให้เหล่าพระโพธิสัตว์ เทพยดาและผู้สำเร็จอภิญญาญาณจำนวนมากมายมหาศาลมาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน พระหัตถ์ของแต่ละองค์ก็ทรงประคองธูป ประทีปและช่อบุปผา นำมาน้อมถวายสักการะแด่องค์สมเด็จพระศากยมุนีพุทธเจ้า จนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สว่างรุ่งเรืองไปด้วยทิพยรัศมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพยเจ้าทั้งปวง 

            เป็นเวลาหลายกัปป์หลายกัลป์มาแล้ว ทุกพระองค์ ณ ที่นั้นล้วนเคยตกอยู่ในอบายภูมิอันทุกข์ยากมาตลอดจนกรทั่งมาได้รับมหาเมตตาจากพระกษิติครรภโพธิสัตว์ฉุดช่วย ให้สามารถบำเพ็ญธรรมจนสำเร็จมรรคผลโดยสำดับ เหตุฉะนี้จิตญาณของทุพระองค์จึงต่างก็เบิกบานปิติยินดี ที่ได้มาร่วมขุมนุมต่อเบื้องพระพักตร์แห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดาโดยถ้วนหน้ากัน 

            

            บัดนั้นพระตถาคตเจ้าได้ทรงยืนพระหัตถ์แผ่พระรัศมีสีม่วงประกายทองปรากฎเป็นพระหัตถ์ทิพย์นับพันนับหมื่นพระหัตถ์ หกแผ่พุทธบารมีลงยังเหล่านิรมานกายของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ครั้นแล้วพระบรมศาสดาจึงทรงมีพระดำรัสว่า " เราตถาคต...ได้โปรดเวไนยสัตว์ผู้ที่หลงติดอยู่ในวัฏฏสงสาร เพื่อให้พวกเขาได้ละเว้นจากสิ่งที่เลวร้ายแล้วหันกลับมาสร้างความดี แต่ทว่าหนึ่งในจำนวนสิบคนของปุถุชนในโลก ก็ยังคงเป็นผู้ที่มีกมลสันดานฝังแน่นอยู่กับความชั่วช้าสามานย์อย่างยากที่จะเปลี่ยนได้ 

            ตถาคตเองก็ได้นิรมารกายออกไปนับหมื่นแสนรูปกายเพื่อเทศนาอบรมแก่บุคคลที่สอนยากเหล่านั้น เพื่อจะให้พวกเขาหลุดพ้นจากโลกีย์ทุกข์ ได้บรรลุสู่นิพพานอันเป็นแดนบรมสุขอย่างแท้จริง" 

            หากแม้นมีสรรพสัตว์ในดลกาตุใดสมควรจะได้รับการโปรดด้วยพระพุทธกายแล้วตถาคตก็จักอวตารปรากฎภาคในรูปลักษณะที่ต่างกัน บ้างเป็นบุรุษ บ้างเป็นสตรีบ้างก็เป็นอสูร กระทั่งในรูปลักษณะแห่งขุนเขาห้วยละหานลำธารต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อเป็นอุบายในการเอื้อประโยชน์แก่สรรพสัตว์เหล่านั้น 

            ไม่ว่าจะปรากฏในรูปลักษณะขององค์อินทรา เทวเสนา มหาราชา พราหมณ์ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา กุมาร กุมารี นาคยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑ กระทั่งในรูปลักษณะพระอรหันต์พระปัจเจกพุทธ พระโพธิสัตว์นิรมานกายของตถาคตทั้งหลายก็เพื่อจักไปแสดงธรรมโปรดเหล่าเวไนยสัตว์นั่นเอง 

            พระตถาคตเจ้าทรงมีพระดำรัสต่อไปว่า "ดูก่อน ....กษิติครรภโพธิสัตว์ ท่านได้เห็นเราตถาคตออกท่องเที่ยวเทศนาโปรดเวไนยสัตว์ตลอดจนเหล่าบุคคลผู้มีจิตใจอันหยาบกระด้าง มามากมายเหลือคณานับ 

            แม้กระนั้นสรรพสัตว์ที่แข็งกร้าวด้วยมิจฉาทิฐิก็ยังคงหลงเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก หากจะปล่อยให้สรรพสัตว์เหล่านั้นเป็นไปตามยถากรรม แน่นอนเหลือเกินว่าพวกเขาจักต้องตกลงสู่อบายภูมิและได้รับทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

            กษิติครรภโพธิสัตว์....ท่านจงจดคำของเราที่ได้กล่าวไว้แล้ว ณ ดาวดึงส์เทวพิภพนี้ขอให้ท่านจงลงไปโปรดเวไนยสัตว์ในสากลโลกนำพาพวกเขาให้ละจากการทำชั่วอันเป็นการตระเตรียมการณ์ไว้จนกว่าองค์พระศรีอริยเมตไตรยจะเสด็จลงมาตรัสรู้บนโลก

            เวลานั้นผู้ใดได้สดับฟังพระสัจจธรรมอันล้ำเลิศจากพระองค์ แล้วสามารถบรรลุสู่ความรู้แจ้ง บุคคลผู้นั้นก็จะถูกรับไว้เป็นหน่อเนื้อพุทธางกูรสืบต่อไป" 

            บัดนั้น ครั้นพระพุทธดำรัสยุติลงนิรมานกายแห่งองค์พระกษิติครรภโพธิสัตว์ที่ได้แบ่งออกไป มีจำนวนนับหมื่นแสนพระภาค ก็บังเกิดปิติซาบซึ้งจนน้ำพระเนตรเอ่อล้นไหลรินอาบพระพักตร์ และแล้วทุกพระภาคจึงได้เข้าเป็นพระกายเดียวกันพร้อมกับ กราบทูลต่อองค์พระบรมศาสดาว่า "นานนับหลายอสงไขยกัปป์แล้วที่ตัวข้าบาทได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์จนสามารถสั่งสมไว้ซึ่งปัญญาญาณและอภิญญาที่ล้ำลึก

            บัดนี้ข้าบาทก็ได้แบ่งภาคออกไปฉุดช่วยเหล่าสรรพสัตว์ทั่วทุกสารทิศเพื่อให้พวกเขาทั้งหลายได้กลับเข้าสู่หนทางแห่งแสงสว่างอย่างแท้จริง


"เริ่มตั้งแต่ผู้ที่ได้ทำความดีเล็กๆ น้อยๆ ข้าบาทก็จะช่วยเกื้อหนุนเสริมส่งให้การทำดีนั้นเพิ่มพูนจำเริญยิ่งๆ ขึ้นไปอีก จากนี้ขอองค์พระสมเด็จพระสัพพัญญูตถาคตเจ้าอย่าได้ทรงปริวิตกถึงเหล่าเวไนยสัตว์ที่อยู่เบื้องหลังอีกเลย พระเจ้าข้า" 

            พระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้กราบบังคมทูลเช่นนี้ถึง 3 คำรบ ครั้นแล้วองค์สมเด็จพระศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงตรัสอนุโมทนากถาว่า
"ด้วยมูลเหตุที่ตัวท่านได้บำเพ็ญธรรมสร้างบุญบารมีตามที่เคยตั้งปณิธานเอาไว้ว่า จะขอโปรดสรรพสัตว์จนหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดให้หมดเสียก่อน จึงจะเข้าสู่แดนนิพพานฉะนั้นจึงสมควรและเหมาะสมอย่างยิ่งแล้วที่ได้ดำรงอริยะฐานะเป็นมหาโพธิสัตว์สืบต่อไป"