Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
พระรังนกโปรดอำมาตย์ไป๋ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

พระรังนกโปรดอำมาตย์ไป๋

225 Views

          วันหนึ่งพระอาจารย์รังนกได้ไปที่บ้านอำมาตย์ไป๋ ครั้นไม่พบเจ้าของบ้าน เพื่อเป็นการเตือนสติอำมาตย์ไป๋ พระอาจารย์รังนกจึงเขียนบทกลอนไว้ที่ฝาผนัง มีใจความว่า

          ใช้กระบี่กับพู่กันสี่สิบปี

          หนึ่งบ้านสุขีพันบ้านเศร้าหมอง

          ชีวิตนี้ไม่เที่ยงอย่าลำพอง

          ครึ่งชาติชื่อก้องร้อยชาติใช้กรรม

          อำมาตย์ไป๋มีภรรยา 4 คน วันหนึ่งเขากลับจากราชการมาถึงบ้าน เห็นที่ฝาผนังมีบทกลอนดังกล่าวก็อ่านดู พลันก็เกิดความรู้แจ้งว่า ชีวิตคนเราล้วนแต่ต้องวนเวียนอยู่ในทะเลทุกข์ไม่มีจบสิ้นจึงกล่าวกับภรรยาหลวงว่า “แม้ว่าขณะนี้พี่จะมียศศักดิ์ใหญ่โต แต่ในที่สุดแล้วทุกอย่างก็ต้องว่างเปล่าอยู่ดี มีแต่บาปและบุญเท่านั้นที่พาไปได้ วันหน้าเมื่อสิ้นอายุขัยก็คงต้องตกนรก บาปกรรมมากมายนี้ยากที่จะแบกรับไหว จึงตั้งใจจะไปบำเพ็ญเพียรตามป่าเขา เพื่อเป็นการลดบาปกรรม จะได้หนีพ้นนรกอบายภูมิ” ภรรยาหลวงได้ฟังก็กล่าวว่า “ความคิดของท่านพี่ผิดไปแล้ว อยู่ที่บ้านมีความสุขสบายทุกอย่างไม่มีใครเทียบได้ ไฉนต้องไปเข้าป่าบำเพ็ญเพียรให้ลำบากทำไม? อย่าว่าแต่ท่านพี่จะมีบาปกรรมแค่นี้ ต่อให้มีบาปกรรมยิ่งกว่านี้เราสี่พี่น้องและลูก ๆ ก็สามารถแบ่งกันแบกรับได้ ไยท่านพี่ต้องกังวลถึงกับจะไปบำเพ็ญเพียรให้ลำบากทำไมเล่า”

          อำมาตย์กล่าวว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ คืนนี้ให้จัดเตรียมอาหารมากินเลี้ยงโต๊ะหนึ่ง ให้ทุกคนในบ้านมากินกันอย่างพร้อมหน้า” ขณะกำลังกินเลี้ยงกันอยู่อำมาตย์ไป๋เป่าตะเกียงจนดับ แล้วถามบรรดาภรรยาและลูก ๆ ว่า ใครเป็นคนเป่าตะเกียงดับ? ทุกคนต่างก็รู้ว่าอำมาตย์ไป๋เป็นคนเป่ากับเอง จึงไมีมีผู้ใดบอกว่าเป็นใคร อำมาตย์ถามภรรยาหลวงว่า “เธอเป็นคนเป่าดับใช่ไหม?” ภรรยาหลวงตอบว่าไม่ใช่ แล้วถามภรรยาคนที่สองว่า “เธอเป็นคนเป่าดับใช่ไหม?” ภรรยาคนที่สองตอบว่า ไม่ใช่ แล้วถามภรรยาคนที่สามและที่สี่อีก ซึ่งต่างก็ตอบว่าไม่ใช่ แล้วถามลูกว่า “เจ้าเป็นคนเป่าดับใช่ไหม?” ลูกตอบว่า “ก็เห็น ๆ อยู่ว่าพ่อเป็นคนเป่าดับเอง แต่กลับมาถามทุกคน แล้วยังหาว่าลูกเป็นคนเป่าดับ”

          บัดนี้อำมาตย์ไป๋ก็ประจักษ์แจ้งถึงจิตใจของภรรยาและลูก ๆ แล้ว เพียงแค่ตนเป่าตะเกียงดับก็ไม่มีแม้แต่สักคนกล้ายอมรับ แสดงให้เห็นว่าบาปกรรมที่ตนทำ บุตรหรือภรรยาไม่อาจรับแทนได้ ก็เป็นอันแน่ชัดแล้วว่า คนไหนบำเพ็ญคนนั้นก็ได้รับคนไหนกินข้าวคนนั้นก็อิ่ม คนอื่นกินข้าวตนย่อมไม่อิ่ม เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกข์ เทพยดาองค์ใดก็ไม่สามารถมารับแทนหรือถ่ายโอนแก่ใครได้ เว้นแต่ตนเองจะบำเพ็ญ มิเช่นนั้นก็ไม่อาจสลายบาปกรรมที่ตนสร้างมารับภพนับชาติไม่ถ้วน ไร้บารมีไม่อาจสยบมาร ไร้กุศลไม่อาจแก้ไขเวร ถ้าไม่ได้บำเพ็ญแม้ได้รับธรรมก็ไม่เกิดผล ธรรมแท้จำต้องบำเพ็ญจริง แม้ได้รับธรรมแท้ แต่ถ้าไม่บำเพ็ญจริง ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดสู่แดนนิพพาน

          ในที่สุดอำมาตย์ไป๋ได้ตัดสินใจไปบำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรม