แม่หม้ายตัวอย่าง

277 Views

           ในสมัยราชวงศ์ซ้อง เปาบุ้นจิ้นเป็นเจ้าเมืองไคฟง มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในความซื่อสัตย์ยุติธรรมตราบจนบัดนี้ เปาอี้บุตรชายของท่านได้ป่วยตายตั้งแต่ยังหนุ่ม นางชุยภรรยาของเปาอี้มีชื่อเสียงในความกตัญญู นางมีบุตรชาายเพียงคนเดียว

           เปาบุ้นจิ้นเห็นว่านางชุยเป็นคนสวยและอายุยังน้อย ไม่อาจทนเห็นนางต้องครองหม้ายอยู่อย่างเดียวดาย จึงสั่งให้ลูกน้องผู้ใกล้ชิด ไปพูดจาหว่านล้อมให้นางแต่งงานใหม่ เพื่อนางจะได้มีชีวิตที่สุขสมบูรณ์ เมื่อนางชุยทราบดังนั้น ก็เอาขี้โคลนทาหน้าแล้วไปคุกเข่าต่อหน้าเปาบุ้นจิ้น ร้องไห้สะอื้นกล่าวว่า “ท่านพ่อเป็นขุนนางมีชื่อเสียงในแผ่นดิน ข้าน้อยได้มีโอกาสปรนนิบัติรับใช้ดูแล บ้านเรือนก็รู้สึกเป็นเกียรติเหลือที่จะกล่าวแล้ว ไหนเลยจะกล้าทำให้ตระกูลเปาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แม้ข้าน้อยจะเป็นคนโง่ไร้การศึกษา แต่ก็พอจะรู้หลักการว่า เมื่อเกิดมาเป็นคนของตระกูลเปาตายแล้วก็ขอเป็นผีตระกูลเปา ข้าน้อยได้ตั้งใจแต่แรกแล้วว่า จะครองหม้ายตลอดไปไม่เแปรเปลี่ยนเป็นอื่นเด็ดขาด” นางพูดจนเปาบุ้นจิ้นรู้สึกตื้นตันใจ จนน้ำตาซึมพูดอะไรไม่ออก

           แล้วความโชคร้ายก็เกิดขึ้นอีก ลูกน้อยของนางชุยได้เสียชีวิตระหว่างเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ แม่ของนางชุยเมื่อทราบข่าวลูกสาวสิ้นสามีและลูกหมดแล้วก็รีบเดินทางมาหา เพื่อจะให้นางชุยแต่งงานใหม่ โดยบอกกับบุตรสาวว่า “สิ้นสามีอยู่กับลูก ลูกตายจะอยู่กับใครอีก ควรแต่งงานใหม่ได้แล้วนะ” นางชุยกล่าวอย่างจริงจังว่า “ที่ฉันตัดสินใจอยู่บ้านตระกูลเปา มิใช่เพื่อลูกเพียงอย่างเดียว แต่จุดประสงค์เพื่อคอยปรนนิบัติดูแลพ่อแม่ของสามี ที่ทำงานเหนื่อยยากมาตลอดชีวิต ตอนนี้ท่านทั้งสองก็ชราแล้ว เป็นเวลาที่ต้องการให้ฉันช่วยเหลือ แล้วฉันจะถือโอกาสนี้ทอดทิ้งท่านไปได้อย่างไร?” แม่ของนางชุยได้ฟังดังนั้นก็โมโหกล่าวว่า “แม่อุตส่าห์เดินทางมาจากทางไกล จะไม่ยอมเสียเที่ยวเปล่าเด็ดขาดถึงตายก็จะไม่ยอมปล่อยให้ลูกต้องมาทนลำบากอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต” ว่าแล้วนางก็ทั้งดึงทั้งลากจะให้ลูกสาวไปด้วยกัน นางชุยคุกเข่าอ้อนวอนมารดาว่า “คุณแม่เดินทางมาไกล ที่ถูกก็ไม่ควรให้แม่กลับไปคนเดียว แต่ถ้าจะให้ฉันแต่งงานใหม่จริง วันใดที่ถูกบังคับ ฉันจะขอผูกคอตาย เพียงแต่ขอร้องคุณแม่ให้ส่งศพคืนตระกูลเปาฉันก็จะกลับไปพร้อมกับคุณแม่ แม่ของนางชุยรู้สึกประทับใจในความดีของบุตรสาวมาก จึงไม่บังคับนางชุยอีก อ่านมาถึงบทนี้แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ กับความประทับใจในเรื่องราวของนางชุยไม่ทราบว่าในสมัยนี้ยังมีวีรสตรีเช่นนี้อีกไหมหนอ?