Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
วงเวียนกรรม | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

วงเวียนกรรม

254 Views

             สมุดบันทึกการเข่นฆ่าของ หวงเสียงฝ่าน  เขียนเล่าว่า  “เวลานี้บ้านเมืองเกิดกุลียุค จิตใจของผู้คนตกต่ำไม่ว่าจะไปทิศทางไหนก็พบแต่การกระทำที่เหี้ยมโหด ทุกหนแห่งมีแต่ปล้น ฆ่า ฟันแทง แก่งแย่งชิงความเป็นใหญ่ เข้าประหัตประหารซึ่งกันและกัน ผู้คนล้มตายกลาดเกลื่อนราวกับชีวิตไร้ค่า คนเห็นคนเหมือนไม่ใช่คน ฆ่าฟันกันได้เหมือนผักปลาความหายนะปกคลุมไปทั่งทุกหย่อมหญ้า ทั้งเด็กเล็กผู้ใหญ่หนุ่มสาวและคนชราต่างมีชีวิตอยู่ในท่ามกลางความมืดมนอันน่าสะพรึงกลัว” 

            ในขณะนั้น มีบัณฑิตคนหนึ่งนามว่า หลี่เผยเต๋อ มีชีวิตอยู่เห็นเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นก็ได้แต่รำพึงด้วยความสลดหดหู่ใจว่า “ไม่น่าเกิดเรื่องเช่นนี้ในโลกเลย ไม่น่าเลย”  ต่อมาเขาได้ฝันว่าบนเขาสูงมีนักพรตผู้สำเร็จธรรมแล้วท่านหนึ่งมีนามว่า “กวนหลินเต้าจ่าง” บัณฑิตผู้ต้องการค้นหาคำตอบจึงดั้นด้นปีนขึ้นไปบนภูเขา เมื่อพบท่านนักพรตแล้วเขาก็กราบนมัสการเรียนถามท่านว่า

            “เหตุใดในสากลโลกนี้มนุษย์จะต้องพานพบกับชะตากรรมอันเลวร้าย ใยคนดีๆ จึงล้มตายลงอย่างน่าอนาถเช่นนี้เล่า? พระคุณเจ้า” ท่านนักพรตผู้ทรงศีลก็ทอดถอนใจใหญ่ แล้วตอบว่า “โลกมนุษย์เวลานี้ใจของคนเห็นการเข่นฆ่าเป็นเรื่องธรรมดาก็เพราะกรรมชั่วที่สะสมมานับชาติไม่ถ้วนได้ฝังลึกลงในจิตวิญญาณของผู้คน  จนแทบจะไม่มีที่เหลือไว้ให้ความดีสถิตอยู่ได้เลย

             พวกเขาสามารถสร้างความเลวร้ายได้ทุกชนิด โดยไม่สะทกสะท้าน  หากคนยังประพฤติเช่นนี้อีกต่อไปฟ้าเบื้องบนก็ไม่ให้อภัยแรงแห่งบาปกรรมที่แต่ละคนต่างสะสมกันไว้ในจิตใจคนละมากๆ จะสะท้อนกลับมาเป็นมหันตภัยใหญ่ บันดาลให้โลกธาตุวิปริตแปรปรวน แผ่นดินไหว น้ำท่วม ฤดูกาลคลาดเคลื่อน ผืนดินแห้งแล้ง อาหารขาดแคลน เกิดโรคระบาดคร่าชีวิตผู้คน จิตใจของคนเร่าร้อนด้วยกิเลสตัณหาลุกขึ้นเข่นฆ่าประหัตประหารล้มตายกันเป็นเบือจนซากศพกองท่วมภูเขา คนที่สร้างสมแต่กรรมชั่ว ก็จะต้องถูกทำลายลงไปเพื่อชดใช้หนี้กรรมของตนชะตากรรมอันเลวร้ายที่โลกต้องประสบ  ทั้งหมดก็เพราะ “คน” เป็นผู้กำหนดขึ้นมาเองนี่คือกฎแห่งกรรม  กฎแห่งฟ้าดิน  บัดนี้จึงเป็นเวลาแห่งการสะสางบัญชีกรรมครั้งยิ่งใหญ่แล้วนั่นเอง”