Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
พุทธานุภาพ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

พุทธานุภาพ

232 Views

             อิ้ง อัน เหยิน เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อยู่ในสมัยราชวงศ์ ซุ้ยครอบครัวของเขามั่งคั่งร่ำรวย   ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาทั้งตัวเขาเองและครอบครัวชอบทำบุญทำกุศล  บริจาคเงินสร้างวัดวาอารามและที่พักพิงแก่คนยากจน    ครั้งหนึ่งมีคนเดินทางมาจากแดนไกล  มาขอพักค้างคืนในบ้านของ อิ้ง  อัน เหยิน  โดยที่เขามิได้ล่วงรู้เลยว่าชายผู้นั้นระหว่างทางได้แอบขโมยลาตัวหนึ่งมาด้วยและขณะ ที่พักอยู่ได้ฆ่าลากินเป็นอาหารแล้วถลกหนังเก็บไว้ขาย   เมื่อมาอาศัยอยู่ในบ้านนั้นก็คิดจะตอบแทนบุญคุณบ้างจึงนำเอาหนังลาให้ไว้เป็นของกำนัล

            เวลาผ่านไปจนย่างเข้าปีที่ 3 แห่งรัชสมัยราชวงศ์ถังขณะ ที่ท่าน อิ้ง อัน เหยิน  เดินอยู่บนถนนในเมือง  ได้มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งได้ร้องทักขึ้นว่า   “ตัวท่านชะตาขาดเสียแล้ว ! พรุ่งนี้จะมีคนมาจับตัวท่านไป” อิ้งอัน เหยิน  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจมากแต่เมื่อสงบสติลงเขาจึงคิดในใจว่า  “คืนนี้เราควรเข้าไปสวดมนต์อยู่ในห้องพระจะดีกว่า”  ตอนเย็นวันนั้นหลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้วข้าราชการท่านนี้ก็จะเข้าไปอยู่ในห้องพระโดยไม่ยอมออกมาอีก

            ท่านอี้ง อัน เหยิน  สวดมนต์ตั้งแต่หัวค่ำเรื่อยมาจนกระทั่งดึกสงัดอากาศเย็นยะเยือกสักครุ่ก็มีลมพัดเข้ามาอย่างแรงเมื่อหันไปมองที่หน้าต่างก็เห็นวิญญาณภูตผีมากมายในมือถือโซ่และอาวุธ  มายืนเรียกให้เขาออกไปพบ   ท่าน อิ้ง อัน เหยิน  ขนลุกซู่พยายามสะกดอารมณ์ข่มความกลัวไม่สนใจในเสียงเรียกนั้นแล้วตั้งใจสวดมนต์ต่อหน้าพระพุทธรูปอธิฐานขออำนาจพระพุทธคุณช่วยคุ้มครองชีวิต   วิญญาณผีตัวหนึ่งได้พุดขึ้นว่า “เมื่อวานนี้  พวกเราไม่รีบจับตัวเขาไปทันที  วันนี้เขากำลังสวดมนต์สร้างความดีอยู่จะเข้าไปจับตัวเขาได้อย่างไร”  วิญญาณผีทั้งหลายคอยอยู่นานจวนใกล้สว่างแล้ว  ท่าน อิ้ง อัน เหยิน  ก็ยังไม่เลิกสวดมนต์ผีเหล่านั้นจึงตกลงกันว่า  ให้วิญญาณผีตัวหนึ่งอยู่เฝ้าไว้เพียงตัวเดียวก็พอ   นอกนั้นจึงหลับไปจนหมดวิญญาณผีที่คอยเฝ้าอยู่ได้พูดกับเขาว่า 

            “ลาตัวหนึ่งได้ฟ้องร้องว่า  ถูกฆ่าตายในบ้านของท่านพวกข้าจึงต้องมาจับตัวท่านไปด้วยขอให้ไปกับเราเสียดี ๆ”  ท่านอิ้ง อัน เหยิน    ได้ยินเช่นนั้นก็นึกขึ้นได้ทันทีว่า  เคยรับหนังลาตัวหนึ่งเป็นของกำนัลเขาจึงตอบไปว่า  “ลาตัวนั้นเป็นของคนอื่นข้าพเจ้าไม่ทราบเลยว่า  เขาจะนำมันมาฆ่าในบ้านของข้าพเจ้า   แต่หนังลาตัวนั้นเขามอบให้ข้าพเจ้าจริงข้าพเจ้าไม่ได้ลงมือฆ่าทำไมจึงต้องถูกจับตัวไปด้วยขอให้ท่านกลับไปชี้แจงให้วิญญาณของลาตัวนั้นรับรู้ด้วยข้าพเจ้าขออโหสิกรรม  ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านและจะตั้งใจทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่เขาด้วย หวังว่าทั้งเขาและท่านจะให้โอกาสแก่ข้าพเจ้าสักครั้ง” 

            วิญญาณที่เฝ้าอยู่ได้ยินคำตอบเช่นนั้นจึงนั่งคิดอยู่ชั่วครู่แล้วพูดขึ้นว่า  “ข้าจะกลับไปอธิบายให้เขาฟังแต่ถ้าเขาไม่ยอมพรุ่งนี้ข้าจะกลับมาใหม่”  วิญญาณนั้นจากไปแล้วคืนต่อมาก็ไม่ได้กลับมาปรากฏให้เห็นอีก  นับตั้งแต่นั้นท่านอิ้ง อัน เหยิน ก็ตั้งใจทำบุญสร้างกุศลอุทิศให้แก่วิญญาณทั้งหลาย  หลังจากเหตุการณ์นั้นแล้วสมาชิกในครอบครัวของท่าน อิ้ง อัน เหยิน  ก็พร้อมใจกินเจด้วยกันทุกคน