Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
เสียงสวรรค์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

เสียงสวรรค์

517 Views

            ในคัมภีร์  เสี้ยน  อี้  จิง  เล่มที่  12  มีจารึกเรื่องราวเล่าไว้ว่า     หลังจากที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปได้ไม่นาน  พระศาสนาของพระองค์ก็แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง  ไม่ว่าพระธรรมคำสอนของพระองค์ประดิษฐานลง  ณ  ถิ่นแดนแคว้นใด  ก็นำพาความร่มเย็นความสงบและสันติสุข   ให้บังเกิดขึ้นแก่ทุกชีวิตในดินแดนเหล่านั้น

            ครั้งนั้นมีพระสงฆ์ผู้เป็นพุทธสาวกองค์หนึ่ง  ตั้งมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยความวิริยะพากเพียร   เคร่งครัดในวิปัสสนาธุระ  เจริญสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอมิได้ขาด   ทุกวันหลังจากที่ท่านฉันภัตตาหารเพลแล้ว  พระสงฆ์องค์นี้จะสำรวมจิตให้สงบนิ่ง  แล้วเปล่งเสียงสวดมนต์เพื่อพรรณาหลักธรรมคำสอนโดยน้อมรำลึกถึงองค์สมเด็จพระบรมศาสดา   ที่ทรงมีพระหฤทัยเมตตากรุณาต่อเวไนยสัตว์ทั้งปวง

            กระแสเสียงของพระสงฆ์องค์นั้นดังกังวาลไพรเราะยิ่งนักสุดจะเอ่ยพพรรณา   ในเวลานั้นเองมีนกตัวหหนึ่งบินผ่านมาพอได้ยินเสียงสวดมนต์อันเสนาะเพราะพริ้งราวกับเสียงสวรรค์  ก็สะดุดหยุดบินค่อย ๆ  ร่อนลงจับอยู่บนกิ่งไม้ใกล้ ๆ  แล้วเงี่ยหูสดับฟังนิ่งไม่ขยับเขยื้อนไปไหน    นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานกตัวนี้ก็หมั่นเพียรบินมาฟังพระสงฆ์สวดมนต์เป็นประจำมิได้ขาด     ตราบจนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากที่ฟังพระสงฆ์สวดจบ   ขณะที่มันกำลังจะบินกลับรังระหว่างทางได้ถูกคนล่าสัตว์ยิงตกลงมาสิ้นชีวิต

            แต่ด้วยอานิสงส์ที่ก่อนจะตาย   นกตัวนี้ได้รับฟังเสียงสวดมนต์อันไพรเราะซาบซึ้งตรึงใจ    เมื่อจิตวิญญาณออกจากร่างก็ไปจุติเป็นเทพบุตร   มีรูปร่างสง่างามอยู่เสวยสุขในทิพย์วิมานแดนสวรรค์

            ครั้นเทพบุตรผู้เปี่ยมสุขได้ย้อนระลึกถึงเรื่องราวทั้งหมดของตนในอดีตชาติ  ก็ยังตรึงใจในเสียงสวดมนต์อันไพรเราะของพระสงฆ์สาวกองค์นั้น  จึงตั้งจิตอธิฐานเนรมิตธูปหอมกำใหญ่ให้จุดขึ้นแล้วถือไว้ในมือล่องลอยจากแดนสวรรค์สู่โลกมนุษย์

            เมื่อมาถึงสถานที่เจริญภาวนาของพระสงฆ์พุทธสาวกองค์นั้นกลิ่นธูปแห่งสรวงสวรรค์ที่นำมาก็กระจายหอมกรุ่นไปทั่วอาณาบริเวณโดยรอบเทพบุตรผู้มีรัศมีเรืองรองสง่างามพนมมือทั้งสองประคองธูปขึ้น   แล้วก้าวเดินเข้าไปพบพระสงฆ์ที่ตนเคารพยิ่งพร้อมกับกล่าวว่า    “ข้าแต่สมณะผู้เป็นพุทธสาวก  ข้าพเจ้าได้นำธูปหอมมาเพื่อแสดงความคารวะ  ด้วยใจชื่นชมในน้ำเสียงสวดมนต์อันไพเราะเสนาะโสตของท่าน  ขอพระคุณเจ้าผู้เจริญ  ...โปรดรับการถวายบูชาของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด” พระสงฆ์องค์นั้นได้รับการคารวะด้วยความยินดี   แล้วจึงเชื้อเชิญให้เทพบุตรผู้มาเยือนอยู่สนทนาธรรมท่านได้กล่าวว่า     “เสียงสวดเจริญพระพุทธมนต์  ที่ได้พรรณนาถึงสัจธรรมคำสอน     อันองค์สมเด็จพระบรมศาสดาอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้ว    ผู้ที่มาได้ยินได้ฟังก็จะตื่นจากความหลง   ครั้นสิ้นอายุขัยตายจากโลกนี้ไปก็จะสามารถไปเกิดอยู่ในสุคติภพแดนสวรรค์   หากท่านเทพบุตรผู้มีรากบุญหมั่นพิจารณาพระธรรมนั้นอยู่เนือง ๆ   ย่อมสามารถบรรลุมรรคผลอันสูงสุดได้    แสงแห่งพุทธธรรมนั้นแผ่รัศมีอันสว่างไสวไปทั่วอนันตจักรวาลเพื่อส่องนำทางให้เวไนยสัตว์ทั้งปวงสู่ความพ้นทุกข์   ได้พบกับความสงบสุขชั่วนิรันดร”    

            หลังจากที่เทพบุตรกลับขึ้นสวรรค์แล้ว  ก็ตั้งจิตบำเพ็ญเพียรพิจารณาใคร่ครวญหลักธรรมคำสอนที่ได้ยินได้ฟังมาทั้งหมดตามคำชี้แนะของพระสงฆ์องค์นั้นอย่างสม่ำเสมอ    ไม่นานก็สามารถบรรลุธรรมเข้าสู่  “นิพพาน”   อันเป็นแดนบรมสุขได้ในที่สุด 

            สาธุชนทั้งหลายหากรู้จักคิดให้ดี   ก็ย่อมจะเข้าใจได้ว่า    “แม้จะมีร่างเป็นเพียงนกตัวหนึ่งยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง  ไม่เปลี่ยนแปลงอาศัยการได้ยินได้ฟังอย่างสม่ำเสมอแล้วน้อมนำมาพิจารณาให้รู้แจ้ง   เช่นนี้แล้วมรรคผลนิพพานย่อมปรากฏอยู่ต่อหน้า” 
นกยังทำได้คนจะทำไม่ได้เลยเชียวหรือ