Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
สะสางบัญชีกรรม | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

สะสางบัญชีกรรม

224 Views

           มณฑลเจียงซู  มีทำเลภูมิประเทศส่วนใหญ่อยู่ติดริมน้ำผู้คนที่มาตั้งบ้านเรือนอยู่โดยรอบทำมาหากินโดยอาศัยจับสัตว์น้ำจำพวก กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด เป็นเช่นนี้มานานหลายชั่วคน  พูดได้ว่านิสัยชอบฆ่าได้ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของชาวบ้านไปเสียแล้ว   

           เด็กเล็กๆ เมื่อโตพอรู้ความก็จะถูกผู้ใหญ่พ่อแม่พี่น้องสอนให้ฆ่าสัตว์ ใครฆ่าได้มากก็ได้รับคำยกย่องชมเชย  ทุกวันๆ จิตใจจึงสะสมไว้แต่ความเหี้ยมโหด ยิ่งนานวันจิตใจของคนในหมู่บ้านก็ยิ่งทวีความทารุณโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ จนถึงกับว่าครอบครัวใดให้กำเนิดลูกเป็นผู้หญิง  ทารกตัวน้อยๆ ก็ถูกนำไปโยนทิ้งแม่น้ำให้ตาย  ด้วยความเกลียดชังไม่อยากได้ลูกเป็นผู้หญิง  ถึงขั้นนี้แล้วเรียกได้ว่าจิตใจของผู้คนในเวลานั้นตกต่ำลงจนถึงขีดสุด  ไม่มีความดีหลงเหลืออยู่อีกเลย  

           แต่ภายใต้ท้องทะเลอันขุ่นข้นยังสามารถเป็นที่เกิดของไข่มุกอันขาวบริสุทธิ์สุกสกาวได้ฉันใด ท่ามกลางผู้คนที่โหดเหี้ยมใจบาปหยาบช้า ก็ยังมีคนดีๆ ปะปนอยู่ด้วยฉันนั้น ในหมู่บ้านเดียวกันนี้มีหญิงชราผู้หนึ่งอายุ 70 กว่าปีแล้วชื่อ ขุ่ง ผ่อ กับหลานสาวตัวเล็กๆ ทั้งสองอาศัยอยู่ในกระท่อมท้ายหมู่บ้าน  
คุณยายขุ่งผ่อและหลานสาวหาเลี้ยงชีวิตด้วยการทอผ้าไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตถือศีลกินเจตั้งมั่นอยู่ในศีล  เงินที่ได้จากการทอผ้าขาย ยายหลานพยายามใช้จ่ายอย่างประหยัดส่วนที่เหลือจากการกินการใช้ทั้งสองก็จะนำไปซื้อนกซื้อปลาปล่อยตลอดมาคุณยายขุ่งผ่อผู้ใจบุญจะบอกกล่าวตักเตือนคนในหมู่บ้านเพื่อให้เขาเหล่านั้นเลิกฆ่าสัตว์ตัดชีวิต คุณยายพูดอยู่เสมอว่า  “เกิดมาเป็นคนต้องมีจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารี ต้องรู้จักรักชีวิตผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เรารักชีวิตตัวเองไม่ว่าจะเป็นมดสักตัวหนึ่ง ถ้าเราช่วยได้ก็นับว่าเป็นกุศลอย่างยิ่ง  อย่ามองข้ามเห็นว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยเหลือเกิน จึงไม่คิดทำ” 

           เฮ้ย...น่าทอดถอนใจ  คำพูดที่หวังดีของคุณยายนั้นไม่บังเกิดผลแต่ประการใด ไม่ต่างอะไรกับการหว่านเมล็ดพืชลงไปบนแผ่นหิน  มันยากที่จะเจริญงอกงามขึ้นมาได้  ชาวบ้านทั้งหลายเคยฆ่าอย่างไร ก็ฆ่าต่อไปไม่ยอมหยุดไม่มีใครคิดบ้างเลยว่าหากทุกวันๆ มีแต่ “ฆ่า”  ต่อไปภายหน้าเมื่อกฎแห่งกรรมมาถึงแล้ว จะเป็นอย่างไรและแล้วเวลาผ่านไปไม่นาน ก่อนที่จะสิ้นสุดเทศกาลกินเจปีนั้นไม่กี่วัน คนจับปลาในหมู่บ้านได้พบเห็นบุรุษผู้หนึ่งแต่งกายภูมิฐาน ดูน่าเกรงขามราวกับขุนนางในราชสำนัก บุรุษผู้ซึ่งไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน  ได้เอื้อมลงไปหยิบสมุดเล่มใหญ่สีดำเล่มหนึ่งขึ้นจากลำน้ำที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมกับเปิดดูด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม  

           คนจับปลามี่เฝ้าดูอยู่จึงตะโกนถามด้วยความอยากรู้ อยากเห็นว่า “มันเป็นสมุดอะไรเหรอ”  บุรุษนิรนามท่านนั้นจึงหันมามองด้วยท่าทีที่ขึงขังและตอบด้วยเสียงอันดังกึกก้องไปทั้วท้องน้ำว่า “ทำดี ได้ดี  ทำชั่ว  ได้ชั่ว  นี่คือ สมุดบัญชีหนี้สินบาปเวร ผู้ใดเข่นฆ่าทำลายชีวิตผู้อื่นมันผู้นั้นต้องชดใช้การกระทำทั้งหมด เวลาแห่งการสะสางหนี้สินบาปกรรมมาถึงแล้วการเข่นฆ่าจองเวรควรยุติลงเสียที”  สิ้นคำประกาศ...บุรุษลึกลับผู้นั้นก็ขว้างสมุดสีดำในมือกลับคืนลงสู่ลำน้ำ แล้วอันตรธานหายวับไปทันที คนจับปลาตกตะลึงจนแทบเสียสติ  ไม่มีใครเชื่อเรื่องที่เขาเล่า  ชาวบ้านทั้งหลายต่างคิดว่าเขาบ้าและพูดเพ้อเจ้อไปเอง  

           ครั้นแล้วก่อนฟ้าสางของเช้าวันรุ่งขึ้นปีนั้น ซึ่งตรงกับวันที่ เก้า เดือน เก้า แห่งรัชสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลง  เขื่อนกั้นน้ำทางตอนเหนือมณฑลเจียงซูได้พังทลายลง  เกิดอุทกภัยใหญ่ น้ำจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว ภายในไม่กี่อึดใจหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านก็จมอยู่ใต้กระแสน้ำ ชาวบ้านถูกน้ำท่วมตายหมดไม่มีเหลือ  แต่ก่อนหน้าที่เขื่อนจะพังเพียงวันเดียว ตอนบ่ายวันนั้นคุณยายขุ่งผ่อกับหลายสาวได้พากันเดินขึ้นไปยังสำนักปฏิบัติธรรมของแม่ชีบนภูเขา  เพื่อสวดมนต์ไหว้พระและพักค้างคืนที่นั่น เหตะนี้จึงมีเพียงยายหลาน 2 คนเท่านั้นที่รอดชีวิตจากอุทกภัยใหญ่คราวนั้น  เหตุฉะนี้เองผู้รู้จึงกล่าวว่า “สวรรค์มีตา ไม่เคยทอดทิ้งคนดีมีเมตตาจิต  ฟ้าเบื้องบนย่อมไม่ปล่อยให้เขาต้องรับผลกรรมซึ่งตนไม่เคยก่อไว้อย่างแน่นอน”