Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
สละเนื้อช่วยนก | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

สละเนื้อช่วยนก

658 Views

                 ในกาลก่อน   เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่บำเพ็ญโพธิสัตว์ธรรม   ยังมิได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า    วันหนึ่งได้ทรงทอดพระเนตรเห็นเหยี่ยวตัวใหญ่ที่ผอมโซ   กำลังบินไล่จิกนกตัวเล็ก ๆ   หมายจะกินเป็นอาหารวิหคน้อยหวาดกลัวเป็นอันมาก    พยายามบินหนีเพื่อเอาชีวิตรอดจนสุดกำลัง   ครั้นได้แลเห็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่ไม่ไกลนกน้อยตัวนั้นจึงโผบินลงสู่หน้าอกของพระโพธิสัตว์ทันที

                 พญาเหยี่ยวไม่กล้าติดตามเข้าไปใกล้  ได้แต่เฝ้าบินวนอยู่ไม่ไปไหน   เมื่อเป็นดังนี้พญาเหยี่ยวผู้หิวโหยจึงพูดขึ้นด้วยความโมโหว่า      “  ข้าแต่พระโพธิสัตว์เจ้า!พระองค์อยากช่วยนกตัวเล็ก ๆ และจะปล่อยให้ข้าพระองค์อดตายหรืออย่างไร”  พระมหาโพธิสัตว์เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทรงยิ้มแล้วตรัสแก่พญานกว่า   “  ท่านประสงค์จะกินสิ่งใด  เพื่อคลายหิวเล่า ”                   พญาเหยี่ยวได้ทูลตอบทันทีว่า  “ ข้าฯ พระองค์  อยากกินเนื้อเป็นอาหาร”   พระโพธิสัตว์จึงตรัสว่า “ถ้าเช่นนั้นเรายินดีมอบเนื้อของเรา   ให้เป็นอาหารแก่ท่านแทนนกน้อยตัวนี้”                  ขณะที่พระมหาโพธิสัตว์กำลังจะตัดเนื้อที่แขนของพระองค์พญาเหยี่ยวก็พูดขึ้นว่า  “ ช้าก่อน..........หากพระองค์ประสงค์จะแลกเอาชีวิตนกน้อยด้วยเนื้อของพระองค์เองแล้วละก็  พระองค์จะต้องตัดเอาเนื้อออกมาให้ได้เท่ากับเนื้อของเจ้านกตัวนั้น”  โดยมิได้รั้งรอแต่ประการใด  พระโพธิสัตว์ผู้ทรงพระกรุณาธิคุณจึงใช้มีดเฉือนเอาเนื้อที่ต้นแขนออกมามอบให้พญาเหยี่ยวทันที    พญาเหยี่ยวเมื่อได้รับเอาก้อนเนื้ออันองค์พระบรมโพธิสัตว์ทรงยื่นให้แล้ว    ก็กล่าวบ่ายเบี่ยงว่า    “ เบาไป”  ครั้นพระโพธิสัคว์ทรงเฉือนเนื้อก้อนใหม่ให้อีกก็ติว่า   “หนักไป”   เป็นดังนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า      

                 อนิจจา........พระโพธิสัตว์ผู้ทรงเปี่ยมด้วยเมตตาจิต     พระองค์ยิ่งเฉือนเนื้อไปเท่าไรก้อนเนื้อก็ยิ่งเบา   เป็นเช่นนี้จนกระทั่งเนื้อถูกตัดออกไปจนหมดแขนก็ยังไม่สามารถตัดเนื้อออกมาให้ได้เท่ากับเนื้อของนกน้อยนั้นสักที     พญาเหยี่ยวจึงเอ่ยถามพระโพธิสัตว์ว่า   “ถึงบัดนี้แล้ว    พระองค์ทรงเสียพระทัยแล้วหรือยัง”                 พระบรมโพธิสัตว์ผู้มีพระทัยอันมั่นคงมิหวั่นไหว  จึงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันหนักแน่นว่า   “เพื่อรักษาชีวิตของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย    เราไม่เสียใจเลยแม้แต่นิดเดียว   หากแม้นว่าเรากล่าวด้วยคำสัตย์จริงขอเนื้อที่ขาดหายไปจงงอกขึ้นมาใหม่    เพื่อเราจะได้ตัดออกเป็นกุศลทานอีก”                    ครั้นสิ้นสุดอธิษฐานวาจา    ด้วยพลานุภาพแห่งสัจจะบารมีอันพระบรมโพธิสัตว์ทรงตั้งพระทัย    จะบำเพ็ญมหาเมตตาบารมีทานให้สำเร็จ     แขนของพระองค์ก็ปรากฏเนื้อเพิ่มพูนบริบูรณ์ดีขึ้นดังเดิม    

                 พญาเหยี่ยวได้เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง   และแล้วพญาเหยี่ยวผู้มีกายอันซูบผอมก็พลันกลับกลายร่างปรากฏเป็นพระวิสุทธิเทพผู้มีรัศมีเรืองรองสง่างาม     พร้อมกับกล่าวอนุโมทนากถาขึ้นด้วยความปิติยินดีว่า   “สิ่งที่คนทั้งหลายไม่อาจทนได้  พระองค์สามารถทนได้ในสิ่งนั้น         สิ่งที่ไม่มีผู้ใดจักกระทำได้    พระมหาโพธิสัตว์ผู้จะสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กระทำแล้ว     ช่างหาได้ยากยิ่ง  ยากยิ่งจริง ๆ”