ตอน ไปพบปะพระอรหันต์กษิติครรภ์และเที่ยวงานฉลองสมโภช

126 Views

วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2521

เนื่องในโอกาสที่หนังสือเล่มนี้ได้เขียนแต่งสิ้นสุดลง

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า:  

พิรุณทิพย์       คล้องเกสร       ลายกนก
ตำนานหยก    เกิดมรรคผล     ดุจบัวคลี่
คัมภีร์ธรรม      เปล่งรัศมี         นับหมื่นปี
ทุกวจี             ทุกขั้นตอน       เสร็จสมบูรณ์

           อรหันต์จี้กง: วันนี้เป็นวันแห่งหฤหรรษ์ปิติยินดี ซึ่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ซึ่งใช้เวลา 2 ปีเต็มได้จบลง
ด้วยความสมบูรณ์หนังสืออันล้ำค่า ที่หาได้ยากยิ่งในโลกปัจจุบันเล่มนี้ ได้บรรยายหลักธรรมความจริงของมนุษย์โดยละเอียด บางครั้งอาจมีผู้ใดที่ไม่สู้จะเชื่อถือ แต่ว่าศิษย์ทั้งหลายที่ได้ดูได้เห็นสภาพจริงของการท่องนรกภายใน 2 ปีที่ผ่านมา ประหนึ่งภาพยนตร์ได้ฉายเอาชีวิตจริง ประวัติจริงของตัวบุคคลอย่างไรอย่างนั้น ดังนั้นอาตมาจึงหวังว่าชาวโลกทั้งหลาย จงถือคติให้เชื่อว่ามันเป็นความจริง จงอย่าคิดว่าไม่เป็นเรื่องจริง ให้ตระหนักด้วยว่า “การเกิด” นั้นเป็นการเริ่มต้นเพียงจุดเล็กๆ จุดหนึ่งเท่านั้น “ความตาย” จึงจะเป็นการสืบเนื่องโดยไม่มีที่สิ้นสุด และก็เป็นนิมิตก่อนการเกิดด้วย จงอย่าคิดว่าพอตายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จะจบสิ้นลงเป็นอันขาด ท่านจะเห็นได้จากวิญญาณผีแต่ละกลุ่มล้วนมุ่งไปทางนรกตั้งแต่โบราณมาจนถึงทุกวันนี้ ผู้ที่มีจิตใจซื่อสัตย์กตัญญูมีศีลธรรม ตอนตัวตายลงแล้ว วิญญาณอันผุดผ่องของเขาจึงมุ่งทะยานขึ้นสู่สวรรค์ ทิ้งชื่อเสียงอันหอมหวนผุดผาดให้ชนรุ่งหลังระลึกเทิดทูน เป็นการแสดงออกซึ่งความสัตย์ซื่อ กตัญญูน่าเลื่อมใส แต่พวกที่ผิดต่อหลักธรรมความจริงทำให้เสื่อมเสียในครอบครัวและสังคมแล้ว เมื่อตายลงวิญญาณของมันจะสกปรกโสมมเป็นอย่างยิ่ง มืดมัวหดหู่และตกนรกไปหวังว่าชาวโลกเมื่อได้อ่าน “เที่ยวเมืองนรก” แล้วจะมีอาการคล้ายกับตื่นจากความฝัน อย่าได้หลงใหลในทางหลอกหลอนอันไม่เที่ยงแท้ ซึ่งจะทำให้ยิ่งถลำลึกเข้าไปในปรักแห่งความหายนะจนถึงขั้นที่ไม่สามารถจะกู้ได้ วันนี้เป็นการท่องครั้งสุดท้าย เจ้าหยางเซิงจงตระเตรียมรวบรวมสติกำลังให้ดี จัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เตรียมการไปรับรางวัลจากแดนนรก

           หยางเซิง: ท่านอาจารย์ครับ กระผมมีความปิติยินดีอย่างยากที่จะกล่าว เราศิษย์อาจารย์ได้แต่งหนังสือตามเทวโองการ ภาระหน้าที่จะได้สิ้นสุดลงอยู่แล้ว และจะได้สบายอกสบายใจกันบ้างละ
           อรหันต์จี้กง: ความมานะอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น สวรรค์ท่านไม่ทอดทิ้งผู้มีความอุตสาหะพากเพียรดอก หวังว่าเจ้าจงมานะมุ่งมั่นต่อไป เอ้า! รีบขึ้นบนดอกบัวเสีย

           หยางเซิง: ไฉนดอกบัวช่อนี้จึงใหญ่โตเป็นพิเศษในวันนี้ และยังมีรัศมีเปล่งปลั่งตระกาลตาด้วย
           อรหันต์จี้กง: ดอกบัวช่อนี้ได้บริการเราเข้าๆ ออกๆ ระหว่างแดนมนุษย์กับแดนนรกเป็นเวลา 2 ปี จึงฝึกฝนจนแข็งแกร่งเติบใหญ่และเปล่งรัศมีด้วย

           หยางเซิง: ความจริงเป็นเช่นนี้เอง ซึ่งเป็นที่พิสดารละเอียดอ่อนยิ่งนัก…
           อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ เจ้าจงลงจากดอกบัวเสีย

           หยางเซิง: โอ้โฮ ลานที่อยู่เบื้องหน้านั้นช่างคึกคักสนุกสนานมากดนตรีทิพย์ได้บรรเลงตลอดเวลา มีโต๊ะเลี้ยงอาหารตั้งเต็มลานไปหมด ล้วนทำขึ้นจากหินหยกผู้คนเดินกันขวักไขว่ แต่ละคนไม่เคยได้พบเห็นมาก่อนเลย บ้างก็ใส่เสื้อคลุมแบบศาสนาเต๋า และมีพระภิกษุสามเณร กับที่แต่งกายแบบบัณฑิตชน มิทราบว่าพวกเขามาจากแห่งหนตำบลใด?

           อรหันต์จี้กง: เนื่องจากหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ที่แต่งขึ้นตามเทวโองการจะสำเร็จลงในเร็วนี้ “จอมศาสดา” ท่านได้จัดเลี้ยง ณ ราชวัง “ตี่ฉั้งเก็ง” (พระราชวังของอรหันต์กษิติครรภ์) เป็นการเลี้ยงฉลองสมโภช วันนี้มีเรา 2 คนเป็นแขกผู้มีเกียรติ เจ้าจงมองดูเทวทูตพระสงฆ์สามเณร บัณฑิตชนและแขกทั้งหลาย และท่านพระอรหันต์กษิติครรภ์ได้ออกมาต้อนรับเราแล้ว เจ้าจงรีบเข้าไปทำความเคารพเถิด

           หยางเซิง: ขอแสดงความคารวะต่อท่านพระอรหันต์กษิติครรภ์และเทวทูตทั้งหลาย ข้าฯ ผู้น้อยนายหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตง ศิษย์ของท่านพระเจ้ากวนอู ได้ติดตามท่านอาจารย์ท่องนรก แต่งหนังสือตามเทวโองการ ได้รับความกรุณาจากท่านพระอรหันต์กษิติครรภ์ ที่ได้สั่งให้นรกแต่ละขุมให้การร่วมมือ ช่วยเหลือการเขียนแต่งหนังสือเล่มนี้ บัดนี้ได้สำเร็จลุล่วงลงแล้ว จึงได้ติดตามท่านอาจารย์มาแสดงความขอบคุณต่อท่าน มิบังอาจรบกวนท่านศาสดาจัดเลี้ยงสมโภชน์ถึงขนาดใหญ่โตมโหฬารยิ่งในขณะนี้ รู้สึกหวั่นเกรงเป็นที่ยิ่ง

           จอมศาสดา: ท่านหยางเซิงลุกขึ้นเถิด ท่านกับท่านอาจารย์ลำบากตรากตรำมามากแล้วตลอด 2 ปีมา ได้บุกบั่นในแดนนรก จิตใจที่มุ่งช่วยชาวโลกนั้น หาได้ยากยิ่ง ข้าพเจ้าจึงได้จัดเลี้ยงเป็นพิเศษขึ้นในวันนี้ เพื่อฉลองการสำเร็จลุล่วงของหนังสือเล่มนี้ ขอเชิญท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงขึ้นนั่งบนเก้าอี้เถิด
           หยางเซิง: หามิได้ขอรับ

           อรหันต์จี้กง: วันนี้ท่านจอมศาสดาพระอรหันต์จัดเลี้ยงเราเป็นพิเศษ ฉันว่ามิควรบ่ายเบี่ยงนะ หมกมุ่น 2 ปีจึงได้เกียรติสูงส่งอันนี้ นั่งลงตามฉันก็แล้วกัน
           หยางเซิง: เมื่อท่านอาจารย์ได้นั่งลงแล้ว กระผมก็จะนั่งตาม งานฉลองนี้ผู้คนยิ่งมายิ่งมากขึ้นทุกที ทุกท่านมีรัศมีเปล่งปลั่งบนศีรษะ เชื่อได้ว่าคงบำเพ็ญเพียรมาไม่น้อยทีเดียว

           จอมศาสดา: งานเลี้ยงวันนี้ เป็นการฉลองหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ได้สำเร็จลุล่วงลง เนื่องจากว่านรกนั้นได้รับการยอมรับจากทุกๆ ศาสนาในพิภพ ดังนั้นจึงได้เชื้อเชิญพระศาสดาจากทุกศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาบัณฑิต เต๋า พุทธ คริสต์ อิสลาม หรือศาสนาที่ตั้งขึ้นใหม่ รวมทั้งสาวกผู้บำเพ็ญธรรมทั้งหลาย ล้วนได้รับเชิญมาเลี้ยงฉลองด้วย ดังนั้นสวรรค์ทุกชั้นจึงส่งเทวินทร์เทวทูตมาร่วมด้วย พระจอมมารดาแห่งสุขาวดีแดนพุทธเกษตรได้ประทานผลไม้ทิพย์, น้ำอมฤต ให้ด้วยซึ่งเป็นโชคลาภวาสนาของท่านหยางเซิงแล้ว

           หยางเซิง: ขอน้อมขอบพระคุณที่ท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแห่งสวรรค์ ที่ท่านกรุณาให้ความปรานีแก่ตัวข้าพเจ้า ขณะนี้ดนตรีสวรรค์ได้กระหึ่มขึ้นแล้ว….
           จอมศาสดา: ก่อนงานฉลองจะเริ่ม พระศาสดาทุกพระองค์และพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม) ก็เสด็จมาด้วย
           เจ้าแม่กวนอิม: เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน ท่านอาจารย์และท่านหยางเซิง

           หยางเซิง: ขอน้อมแสดงความเคารพต่อพระมหาโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม
           จอมศาสดา: งานฉลองสมโภชจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้ จงบรรเลงเพลงทิพย์…ขอเจริญพรท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้สูงเกียรติจากสวรรค์ วันนี้ได้เสด็จมายังยมโลก ทำให้ยมโลกเปล่งปลั่งสว่างไสวขึ้น เนื่องจากสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองไถ่ตง มณฑลไต้หวัน ในชมภูทวีป ได้รับเทวโองการจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ให้ท่องนรกแต่งหนังสือ เพื่อปลอบเตือนชาวโลกขจัดปัดเป่ากลิ่นไอแห่งความสกปรกโสมม ท่านอาจารย์พระอรหันต์จี้กง ซึ่งมีวิสัยตลกคนองยังความหรรษาชื่นชมแก่ผู้พบเห็น ท่านเลยถือโอกาสนี้ (วิสัยนี้) ทำการช่วยเหลือชาวโลก คำพูดของท่านแต่ละคำแต่ละประโยค จึงคล้ายกับโอสถขนานวิเศษ สามารถที่จะทำให้คนตายแล้วฟื้นคืนชีพขึ้น ดังนั้นท่านเง็กเสียง อ๊วงตี่ จึงได้สั่งให้ทำการนำเที่ยวทั้งนี้ไม่เฉพาะที่จะทำให้สามารถล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ในยมโลก และยังจะทำให้ความจริงแห่งศาสนามีชีวิตชีวาขึ้นด้วย อันจะนับได้ว่าเป็นผู้นำเที่ยวที่ล้ำเลิศสุดวิเศษผู้หนึ่ง ส่วนท่านหยางเซิงซึ่งเป็นนักทรงเอกแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง ซึ่งมีจิตใจอันผ่องแผ้ว ได้ติดตามท่านจี้กงท่องมาทั่วทั้ง 10 ขุมนรก ได้สร้างกรรมดีที่ปลอบเตือนชาวโลกอย่างใหญ่ยิ่ง วันนี้หนังสือเล่มนี้ได้แต่งสำเร็จเรียบร้อยลง จึงได้จัดเลี้ยงฉลองเป็นกรณีพิเศษ เพื่อแสดงความชื่นชมยินดี และอันดับต่อมาก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้ว่าโลกนี้จะกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด แต่ในแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ทุกๆ ศาสนาต่างไม่มีการกีดกันซึ่งกันและกัน ดังนี้ได้เห็นอยู่ในขณะนี้ แต่ละศาสนิกชนล้วนได้นั่งลงเป็นที่ระเบียบเรียบร้อย มีความสนิทสนมกลมกลืนกัน แสดงออกซึ่งภาพพจน์ ที่ปราศจากการเห็นแก่หมู่พวก ข้าพเจ้าจึงหวังในความเข้าใจในหลักธรรม ความจริงของมวลมนุษย์ จงฝึกฝนจิตใจบำเพ็ญธรรม ปฏิบัติแนวทางตามศีลธรรมของท่านขงจื้อ เม่งจื่อ มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นการทอดทิ้งความถูกต้อง ทำนองคลองธรรมอันดีงาม และจะเกิดนิสัยป่าเถื่อนขึ้น ไม่เป็นการดีแก่โลกอารยธรรมเลย ธรรมที่ยิ่งใหญ่เมื่อแผ่ออกสู่โลกแล้ว โลกทั้งโลกจะผสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง จากความมั่งคั่งอันน้อยๆ ขยับขยายเป็นความมั่งคั่งอันเป็นปึกแผ่นไปทั่วทั้งโลกา สิ่งนี้แหละคือความสุขของชาวโลกละ เมื่อได้กล่าวถึงตอนนี้ งานเลี้ยงฉลองสมโภชได้เริ่มขึ้น…..

           อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงอย่าได้เกรงใจ อาหารเหล่านี้คือน้ำอมฤตและผลไม้ทิพย์ของพระจอมมารดา รับประทานแล้วสามารถช่วยให้มีอายุวัฒนยืนนาน
           หยางเซิง: ขอบคุณท่านอาจารย์ กระผมจะไม่เกรงใจอีกแล้ว ถือโอกาสรับประทานสัก 2-3 ผลเลย…

           จอมศาสดา: ขอน้อมต้อนรับท่านศาสดาจารย์ ลูซุ่งเอี้ยง ที่ได้อุตส่าห์มาร่วมในงานนี้ด้วย
           ศาสดาจารย์ลู: ท่านจอมศาสดาจงอย่าได้แสดงการคารวะมากนักเลย ข้าพเจ้ารับคำบัญชาจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ให้นำเอา “หนังสือชมเชย” มามอบให้นายหยางเซิง เพื่อเป็นรางวัลแก่สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งที่ได้ทำการแต่งหนังสือในครั้งนี้

           หยางเซิง: ขอกราบขอบคุณท่านพระมหากรุณาธิคุณด้วยเกล้าฯ
           จอมศาสดา: ขอเชิญท่านศาสดาจารย์ลูซุ่งเอี้ยง รับประทานอาหารด้วยขอรับ

           ศาสดาจารย์ลู: ขอบใจละ...
           จอมศาสดา: เนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว ขอได้รับความอภัยในสิ่งขาดตกบกพร่อง ต่อท่านผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย ท่านอาจารย์จี้กงและท่านหยางเซิง ที่ได้มาร่วมงานนี้ในวันนี้ ข้าพเจ้ามีความปลื้มปิติเป็นที่ยิ่ง สำนักทรงทำการบรรยายพระศาสนา ประกาศธรรมตามแต่โอกาสอำนวยให้ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามความคิดเห็นของสวรรค์ท่าน และปฏิบัติต่อมวลมนุษย์ หนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” เล่มนี้ได้เขียนแต่งสำเร็จลงล้วนได้อาศัยความศักดิ์สิทธิ์ “พู่กันด้ามท้อลิว” อันที่ได้สืบต่อมาจากปราชญ์ผู้เปรื่องปราดในโบราณกาล ชาวโลกจึงควรตระหนักให้ถ่องแท้ในความเมตตาของสวรรค์ท่าน จงประพฤติปฏิบัติตามกฎสวรรค์ และจิตใจที่ทรงธรรมเมื่อตายลงแล้วจึงจะมิต้องถูกทำโทษจากนรก 10 ขุม คำว่า “ตี่ฉั้งพ้อสัก” (พระอรหันต์กษิติครรภ์) เป็นการยกย่องในศักดิ์สูงแห่งศาสนาพุทธ แต่ทางศาสนาเต๋าจะใช้คำว่า “ฮงโตวไต่ตี่” (มหากษัตริย์แห่งยมโลก) ดังนั้นนรกจึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “ฮงโตวตี่เง็ก” อันนี้ชาวโลกส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะเข้าใจ ถึงวันนี้จึงถือโอกาสในวาระที่เที่ยวเมืองนรกได้บรรลุสำเร็จลงนี้ ผนวกไว้ในท้ายหนังสือเพื่อที่จะให้ชาวโลกรับรู้ไว้ด้วย

           อรหันต์จี้กง: ดอกบัวช่อนี้กำลังโบยบินอยู่บนอากาศในขณะนี้ ซึ่งเป็นการสำเร็จแห่งมรรคผลจากศิษย์ทั้งหลายของสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง ข้าฯ ไม่มีของขวัญอะไรจะมอบให้ จึงมอบดอกบัวช่อนี้ให้แก่เจ้า อันเป็นของที่ระลึกในการท่องนรกแต่งหนังสือของเราอาจารย์ในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา หวังว่าเจ้าจงถนอมรักษาไว้เป็นอย่างดี

           หยางเซิง: ขอบคุณท่านอาจารย์ ที่ประทานช่อบัวให้เป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกกระดากใจด้วย กระผมจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ และหวังว่าต่อไปนี้ท่านอาจารย์จะให้การชี้แจงแนะนำตามโอกาสอำนวยให้ด้วยนะครับ
           อรหันต์จี้กง: พระพุทธท่านได้อยู่ใกล้ตัวของเจ้าเพียงแต่เจ้าจะยึดมั่นในพระธรรมก็จะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้

           จอมศาสดา: น้ำอมฤตขวดนี้ขอให้ท่านหยางเซิงช่วยนำกลับไปที่สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เพื่อให้ศิษย์ทั้งหลายได้ดื่มกันโดยทั่วถึง พวกเขาก็ลำบากมามากเช่นเดียวกัน บรรดาผู้ที่ได้พิมพ์แจก หรือช่วยประกาศบรรยาย “เที่ยวเมืองนรก” เป็นการปลอบเตือนชาวโลกนั้น จะมีเจ้าผู้ตรวจตราทั้งกลางวันและกลางคืนได้ทำการตรวจสอบรายงานให้ทราบ และยมโลกก็ได้จดบันทึกไว้ด้วย สิ่งที่ต้องการที่ตนได้บนไว้ จะต้องได้รับผลสำเร็จตามความปรารถนาทุกอย่าง จึงหวังว่าชาวโลกจงจัดพิมพ์เผยแผ่ให้กว้างขวางยิ่งๆ ขึ้น ผลบุญในการปลอบเตือนจิตใจมวลมนุษย์นั้น จะหาที่สุดมิได้เลย ในวาระสุดท้ายนี้ ขออวยพรให้ผลบุญของศิษย์ทั้งหลายในสำนักจงสำเร็จลงด้วยความสมบูรณ์ สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งจงเจริญรุ่งเรืองตลอดกาลนานเทอญ
           อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิง เราเตรียมตัวกลับกันเถิด

           หยางเซิง: ขอน้อมกราบขอบพระคุณท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ ท่านจอมศาสดา ท่านอาจารย์ และท่านผู้ทรงธรรมอาวุโสทั้งหลาย ที่ได้ให้การชี้แจงแนะนำ จะไม่ขอลืมจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ขอกราบลาละครับ
           จอมศาสดา: ขอเชิญทุกท่านได้โปรดยืนขึ้น เพื่อนมัสการส่งท่านอาจารย์ ท่านหยางเซิงกลับสำนัก

           อรหันต์จี้กง: น้ำอมฤตนั้นระวังถือให้ดี อันนี้คือผลที่ได้รับในระยะ 2 ปีนี้แหละ
           หยางเซิง: กระผมจะไม่ทำให้หล่นหายหรอกครับ ได้กุมผลแห่งความสำเร็จนี้ไว้อย่างหนาแน่นแล้ว บัตรชมเชยก็อยู่ในกระเป๋ากระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางกลับสำนักได้แล้วครับ

           อรหันต์จี้กง: ตรากตรำวุ่นวายเพื่อใครกันหนอ “เขตแดนระหว่างมนุษย์และยมโลก” ประตูผีย่ำผ่านตลอดชั่วแดนนรกยมโลกตลอดระยะ 2 ปี ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจอย่างไม่อั้น ก็เพื่อจะให้มวลมนุษย์ละความชั่วสร้างความดี บัดนี้ได้สมตามความปรารถนาดีแล้ว ที่เหลืออยู่นั้นเพียงแต่จะเฝ้ามองมวลมนุษย์จะหวนกลับเข้าหาฝั่ง เมื่อแต่งเรื่อง “เที่ยวเมืองนรก” เสร็จสิ้นลงแล้ว ตัวก็สบายท่านจะบำเพ็ญหรือไม่อาตมาไม่เกี่ยว จะตกนรก จะขึ้นสวรรค์ ล้วนขึ้นอยู่กับตัวของท่านเอง สั่งเสียแล้วก็สั่งเสียอีก หวังว่ามวลมนุษย์จะเหมือนดอกบัวที่เติบโตจากตมเลน ที่ไม่มีรอยเปื้อนจากตมเลนนั้นเลย ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
           หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม