ตอน ท่องบ่อน้ำเลือดและขุมภูผาตะวันออก

162 Views

วันที่ 29 กรกฏาคม พ.ศ. 2521

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนว่า:  

ท่องนรก              ผ่านเทือกเขา    นับหมื่นไมล์
เลือดเหงื่อไหล    ดั่งสายน้ำ          ไหลเนืองนอง
ผู้ใดว่า                 กรรมดีชั่ว           ไม่สนอง
ใครใคร่ลอง         ในนรก               จะเห็นจริง

          อรหันต์จี้กง: ได้บุกบั่นผ่านทางนรกมาโดยทั่วถึงเท่าที่ได้ล้วนเห็นเป็นพวกวิญญาณผีผู้หลงใหล ขณะที่ตัวเรายังมิได้เกิด ไม่รู้ว่าใครคือตัวเรา? ตาทั้งสองข้างที่มองเห็นมัวๆ ซัวๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าใครเป็นตัวเรา? มวลมนุษย์จึงหลงลืมไปหลงลืมมา เสมือนหนึ่งนักเรียนที่ไม่อาจเอาใจใส่ในการเรียน พกเอาอาหาร ตามเข้าไปโรงเรียน เอาแต่กินข้าวแล้วก็เที่ยวเล่น พอได้เวลาสอบจึงตอบอะไรไม่ได้เลย ทำให้เสียความตั้งใจของพ่อแม่ที่ได้เลี้ยงลูกปัญญาอ่อนไม่เอาถ่าน อาตมาขอฝากคำไปยังมวลมนุษย์ในโลกา เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ต้องยืนหยัดค้ำฟ้า ต้องสร้างความดีไว้ให้มาก จงอย่าได้หลบๆ ซ่อนๆ ทำแต่เรื่องผิดศีลผิดธรรม เพื่อที่ไม่เป็นผู้หลงทางในแดนมนุษย์ตายลงแล้วไปเป็น “ผีไร้คุณค่า” ต้องกระเสือกกระสนคลำหากันต่อไป ก็จะเป็นเรื่องที่น่าอนาถมาก วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงจงขึ้นบนดอกบัวเสีย
          หยางเซิง: กระผมได้นั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้

          อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ เจ้าจงลงจากดอกบัวได้
          หยางเซิง: ที่เราได้มาถึงในวันนี้ ไฉนจึงมีบ่อน้ำขวางอยู่ข้างหน้ามองดูจากระยะไกลเช่นนี้ เห็นคล้ายว่ามีเงามนุษย์ผลุบโผล่อยู่ และยังมีแว่วเสียงขอความช่วยเหลือด้วย โอย แล้วยังได้กลิ่นคาวเลือดเหม็นตลบด้วย

          อรหันต์จี้กง: ข้างหน้านั้นคือ “บ่อน้ำเลือด” ที่พาเจ้ามาเยี่ยมชมในวันนี้ เจ้าจงรวบรวมสติกำลังให้ดี รีบรุดไปข้างหน้าเถิดเพื่อที่จะได้พิจารณาดูให้ละเอียดถ่องแท้ 
          หยางเซิง: บนถนนมียมทูตคุมตัวผู้คนมากหลาย มุ่งไปยังบ่อน้ำ

          อรหันต์จี้กง: เหล่านี้ล้วนเป็นพวกวิญญาณโทษที่ถูกคุมตัวไปยังบ่อน้ำเลือด
          หยางเซิง: กลิ่นเหม็นนั้นยิ่งทวีความเหม็นคาวมากขึ้น เสียงร้องให้ช่วยยิ่งดังขึ้นทุกที ที่แท้น้ำในบ่อสกปรกเป็นน้ำเลือด กลิ่นคาวเหม็นของมันหาที่จะเสมอเหมือนไม่ได้อีกแล้ว

          นายทหาร: ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิง ที่ได้มาเยี่ยมถึงที่
          ผู้คุมบ่อ: ข้าพเจ้าได้รับทราบว่าท่านทั้งสองจะมาเยี่ยมในวันนี้เชิญเข้าไปตรวจชมดูภายในเถิดครับ

          หยางเซิง: ยืนอยู่ที่นี้ก็มองเห็นชัดเจนมากแล้ว ข้าพเจ้าว่ามิต้องเข้าไปใกล้ขอบบ่อมากนัก แต่ขอให้ท่านผู้คุมช่วยอธิบายสภาพการณ์ ของการลงโทษวิญญาณโทษในบ่อน้ำเลือดให้ทราบด้วย
          นายทหาร: ครับ ได้ครับ! บ่อนี้มีชื่อว่า “บ่อน้ำเลือด” ตั้งอยู่ตอนใต้ของ “สะพานมรณะ” วิญญาณโทษที่เดินผ่าน “สะพานมรณะ” เมื่อตกลงไปใน “บ่องูพิษ” ของใต้สะพานแล้ว เนื่องจากโดนพวกงูพิษฉกกลืนกิน หรือทำให้บาดเจ็บ น้ำเลือดจึงรวมกันเข้าแล้วไหลมานองอยู่บ่อนี้ เกิดเป็น “บ่อน้ำเลือด” ขึ้น ผู้ที่ถูกคุมขังในบ่อนี้ ล้วนเป็นพวกที่ทำความชั่วด้วยความสกปรกโสมมทั้งนั้น

          หยางเซิง: ขอท่านผู้คุมได้โปรดบรรยายให้ละเอียดกว่านี้หน่อยครับ
          ผู้คุม: อันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น แต่ไหนแต่ใดมาแล้ว มิควรที่จะไปละเมิด หรือทำให้แปดเปื้อนติดราคี แต่ว่ามีผู้คนไม่น้อยที่มักจะแช่งด่าท่าน หรือกล่าววาจาอันสกปรกต่อผู้หลักผู้ใหญ่ และใส่ร้ายป้ายสีแก่ผู้อื่น ล้วนเป็นที่มีจิตใจสกปรก บ้างก็ทำการร่วมสังวาสในเวลากลางวันแสกๆ หรือเสพสมกันในที่แจ้งไม่เกรงกลัวต่อแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ และแสงดาวเลย ทั้งยังไม่อายต่อผู้คนที่มาพบเห็นด้วย ซึ่งหมดยางอาย สกปรกเป็นที่ยิ่ง บ้างก็ขายตัวเพื่อแลกกับเงิน คำพูดที่ลั่นออกจากปากล้วนเป็นคำลามกจกเปรต บ้างก็มั่วกามจนเกินควร เสพเมถุนกันไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ ทำให้ร่างกายที่ผ่องแผ้วแปดเปื้อนไปด้วย บ้างก็กินของสกปรก กินเพื่อบำรุงร่างกาย การกินบำรุงอย่างอุบาทว์นี้เป็นพวกของอสูรกาย หรือผู้ที่ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ชอบทำให้วัดวาอารามโรงศาลโรงเจ้าแปดเปื้อนไปด้วย หรือที่ทำให้ตำราพระคัมภีร์สกปรกนั้นๆ เมื่อตายลงแล้วล้วนต้องตกเข้าไปอยู่ใน “บ่อน้ำเลือด” ให้รับความทรมาน 

          อรหันต์จี้กง: ตามที่ชาวบ้านเล่าลือกันว่า ผู้หญิงที่เคราะห์ร้ายที่ตายในเวลาคลอดลูกต้องตกเข้าไปยัง “บ่อน้ำเลือด” นั้นเป็นคำลือกันอย่างผิดๆ การคลอดให้กำเนิดซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ของฟ้าดินโดยธรรมชาติ เมื่อเคราะห์หายามร้าย เกิดตายลงอย่างกระทันหัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าอนาถยิ่งแล้ว ไฉนยังต้องตกเข้าไปใน “บ่อน้ำเลือด” ด้วยเล่า? ดังนี้เมื่อชาวโลกที่มีญาติพี่น้องที่ตายลง ในระหว่างคลอดบุตรแล้ว เพียงแต่ให้ทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ เข้า หรือสวดมนต์ภาวนา หรือพิมพ์แจกหนังสือธรรม เพื่อนำเอาบุญกุศลนี้ส่งไปปกคลุม จะได้ทำให้ความหวั่นกลัวสยดสยองนั้นลดน้อยลง เพราะเหตุว่าขณะทำการคลอดของผู้หญิง จิตใจปั่นป่วนเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง หากเคราะห์ร้ายเสียชีวิตลง ดวงวิญญาณนั้นจะป้วนเปี้ยนไม่เป็นสุข ครอบครัวนั้นจึงควรทำบุญสร้างกุศลอุทิศไปให้ เพื่อที่จะขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พระอรหันต์เทวดาช่วยกอบกู้ชักจูงให้พ้นภัยพิบัติไป

          ผู้คุม: ท่านอาจารย์พูดถูกต้องมาก หวังว่าชาวโลกคงเข้าใจด้วย
          อรหันต์จี้กง: เนื่องจากยังต้องท่องไปแหล่งอื่นๆ อีก ส่วนเหตุการณ์ใน “บ่อน้ำเลือด” นี้ก็รู้พอประมาณแล้ว เราขอลาก่อนละ

          หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านนายทหารให้การชี้แจงแนะนำ
          ผู้คุม: หามิได้ครับ หากมีสิ่งที่ขาดตกบกพร่องประการใดแล้ว ขอได้รับความอภัยจากท่านด้วย

          อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงขึ้นดอกบัวเถอะ เตรียมการไป “ขุมภูผาตะวันออก” 
          หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้….

          พระเจ้าแห่งภูผาตะวันออก: ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่มาเยือน ท่านทั้งสองรับแต่งหนังสือตาม พระราชโองการ เพิ่งมาถึงขุมนี้ในวันนี้ ซึ่งเราได้รอคอยมานานหนักหนาแล้ว

          อรหันต์จี้กง: เนื่องจากอำนาจของท่านพระเจ้าเขาแห่งภูผาตะวันออกยิ่งใหญ่ล้นพ้น อาตมาจึงร่วมท่องมาตามลำดับจากขุมที่ 1 ที่จัดให้ ท่องขุมของท่านในตอนท้ายสุด ก็ถือคติที่ว่า “สุดท้ายอยู่ที่สูงกว่า” ท่านโปรดอย่าได้หาว่ากระนั้นกระนี้เลย

          พระเจ้าแห่งภูผาตะวันออก: ท่านอาจารย์มิต้องเกรงใจ เมื่อได้มาถึงขุมของเราแล้ว ข้าพเจ้ามีความยินดีเบิกบานใจยิ่งนัก สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแห่งเมืองไถ่ตงของท่านได้ทำการเผยแผ่ศีลธรรมหลักความจริง ตั้งแต่ได้เปิดตั้งสำนักมา ได้แต่งพระสูตรเรื่องไท้เสียงบ้อเก๊กคุงง้วนจิงเก็ง เง็กอ๊วงโผวโต่วเซี้ยกง เข็มทิศในทางบำเพ็ญธรรมได้เผยแผ่บรรยายธรรมการตอบสนองของกุศลอกุศลในโบราณกาล และปัจจุบันกาล และหลักความจริงของนักปราชญ์ผู้ศักดิ์สิทธิ์…ซึ่งเป็นตำราคัมภีร์ธรรม และได้พิมพ์แจกให้อ่านอย่างกว้างขวาง เพื่อปลอบเตือนชาวโลกทั่ว 4 ทิศ จิตใจผู้คนในโลกมนุษย์ได้รับการขัดเกลา จึงตั้งหน้ามุ่งมั่นทำแต่ความดีเหลือจะคณานับได้ซาบซึ้งเข้าใจในจิตของข้าพเจ้าอย่างล้นพ้น มาเป็นเวลานานแล้ว วันนี้ท่านหยางเซิงได้ตามท่านอาจารย์มาเยือนขุมของเรา ควรที่จะได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ เชิญท่านทั้งสองเข้าไปพักผ่อนในปราสาทก่อน เพื่อที่จะได้สังสรรค์สนทนาด้วย
          หยางเซิง: ขอขอบคุณที่พระเจ้าฯ ได้ให้ความดูแลคุ้มครอง

          พระเจ้าฯ: เชิญนั่งเถิด นายทหารเสิร์ฟน้ำชาและผลไม้เร็ว
          นายหาร: ขอรับคำบัญชา….เสิร์ฟแล้วขอรับกระผม

          พระเจ้าฯ: ท่านทั้งสองจงอย่าได้เกรงใจ เชิญรับประทานเลย
          อรหันต์จี้กง: ขอขอบคุณพระเจ้าฯ ที่ได้ประทานให้

          หยางเซิง: รสน้ำชาก็หอมหวาน ผลไม้ก็อร่อย ขอเอากลับไปแดนมนุษย์สัก 2-3 ผลจะได้หรือไม่ประการใด
          พระเจ้าฯ: ผลไม้นี้ควรกินเสียในที่นี้จะเป็นการดี

          อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงจงอย่าโลภให้มากนัก ต้นไม้ผลที่บ้านของเจ้าต้นนั้นติดลูกดกอยู่แล้ว เพียงแต่เจ้าเอาใจใส่รักษามันให้ดีละก็ เจ้าจะกินไม่หวาดไม่ไหวแล้ว
          พระเจ้าฯ: ผลสำเร็จแห่งธรรมจึงจะเป็นสิ่งของที่ใช้การได้ดีเลิศพวกผลไม้ที่เป็นรูปเป็นร่างนั้น จะกินมัน มันก็หมดลง จะใช้มัน มันก็หมดได้เช่นกัน และยังน่าเสียดายอีกด้วย ล้วนเป็นสิ่งของที่ไม่เหมาะแก่การใช้งานได้จริงจังเลย

          หยางเซิง: คำพูดของท่านอาจารย์ และของพระเจ้าฯ นั้นกระผมเข้าใจดีแล้ว รู้สึกว่าน่าอับอายแก่ใจมาก
          อรหันต์จี้กง: ขอเชิญพระเจ้าฯ ได้โปรดชี้แจงอธิบายภาระหน้าที่ของท่านให้ทราบด้วย

          พระเจ้าฯ: ได้ซิ! ภูเขาตะวันออกมีนามว่า “ไท่ซัว” ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในภูผาทั้งหมด 5 แห่ง ของประเทศจีนและมีภาระหน้าที่ควบคุมแดนนรกทั้ง 10 ขุม โดยตรง นับได้ว่าเป็นสถานที่ชั้นสูงสุดแห่งการปฏิบัติทางกฎหมาย เปรียบเสมือนศาลฎีกาในแดนมนุษย์ และได้ปกครองบรรดาวิญญาณแตกแยกกระจัดกระจายล่องลอยตามที่ต่างๆ ด้วย รวมทั้งการให้เลื่อนลดตำแหน่งของผี เจ้าในแดนนรกและแดนมนุษย์ เพราะเหตุว่าขุมเราสามารถถวายกราบทูลถึงท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่โดยตรง และมีอำนาจสั่งการให้ปฏิบัติตาม เช่นเจ้าภูผา เจ้าที่เจ้าทาง ต่างก็อยู่ในแดนปกครองของขุมเรา ประดาคดีที่ยากแก่การพิจารณาของทั้ง 10 ขุม ที่ไม่สามารถตัดสินลงได้ ต้องส่งมาให้ขุมเราจัดการทันที ดังนั้นขุมเราจึงอยู่เหนือ 10 ขุม แต่เหนือขุมของเราก็ยังมี “จอมศาสดาแห่งบาดาล” ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแล การกอบกู้ช่วยเหลือมวลชนทั่วไป ข้าพเจ้าก็ควบคุมตรวจตราในยมโลก ต่างมีภาระหน้าที่คนละทาง

          หยางเซิง: กระผมมีข้อสงสัยอยู่ข้อหนึ่ง ขอให้พระเจ้าฯ ได้โปรดกรุณาชี้แจงให้ทราบด้วย คือที่พระเจ้าฯ ว่าได้ควบคุมพวกวิญญาณผีที่ล่องลอยไปอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง แต่ในแดนมนุษย์มักจะได้ยินว่ามีผู้คนถูกผีเข้าสิงสู่ หรือไปปะทะกับผีเข้า ถึงกับเกิดอาเพศขึ้น เรื่องนี้จะเป็นการเกิดช่องโหว่ขึ้นในยมกฎหรือไฉน?

          พระเจ้าฯ: กฎสวรรค์แม้จะอะลุ่มอล่วย แต่ก็ไม่หละหลวมจนเกินไป กฎนรกเข้มงวดกวดขันมาก แม้จะรอดไปได้แต่ก็รอดได้ไม่นาน ท่านหยางเซิงพูดได้ถูกต้องแล้ว ในแดนมนุษย์ยังมีวิญญาณผีเที่ยวล่องลอยอยู่ แม้ยมกฎจะกวดขันเพียงใดแต่ก็ยังมีจิตใจแห่งความกรุณาปรานี ที่เรียกว่ามีทั้ง “ความเห็นอกเห็นใจ เหตุผล และกฎบัตร” รวมอยู่ในตัววิญญาณผีที่ถูกกลั่นแกล้ง ป้ายร้ายถึงกับตัวต้องตายลงก็มีอยู่ไม่น้อย ยมกฎอนุญาตให้ไปทำการล้างแค้นได้ แต่เมื่อตอนกลับเข้าไปในแดนมนุษย์แล้ว มักจะยับยั้งอารมณ์แค้นไม่อยู่ ไม่รู้สิ่งไหนผิด สิ่งไหนชอบ มั่วกันไปหมด พอเห็นผู้คนเข้าก็เข้าไปสิงสู่เลยทีเดียว หากว่าบุคคลผู้นั้นจิตใจพลังวิญญาณสูงส่งรุ่งโรจน์หรือมีศีลธรรมกว้างใหญ่ลึกซึ้ง ผีนั้นจะไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วย หากแต่ว่าวิญาณผีที่เร่ร่อนไม่ยอมทำตามกฎข้อบังคับแล้ว ก็จะให้เจ้าในศาลแห่งเมืองมนุษย์หรือกองตรวจของขุมเราจับกุมตัวมาดำเนินคดี เมื่อนั้นแล้วมันจะพูดอะไรไม่ได้อีกแล้ว และต้องดำเนินไปตามความผิดของมัน เพราะเหตุว่าเทวทูตทั้งหลาย ในเมืองนรกไม่ปล่อยให้ชาวโลกพกเอาความแค้นไว้โดยไม่มีวันคลาย จึงได้ปล่อยวิญญาณผีออก เพื่อให้ไปทำการล้างแค้น แต่ก็เหมือนกับนักโทษในเมืองมนุษย์บางคน เมื่อถูกปล่อยตัวไปแล้ว ยิ่งทำชั่วหนักเข้า รีดไถข่มขู่ชาวบ้าน ชาวมนุษย์ที่โดนผีเข้าสิงรังควานก็อยู่ในสภาพการณ์เช่นว่านี้แหละ

          อรหันต์จี้กง: ขอขอบคุณพระเจ้าฯ ได้ประทานชี้แจง เวลาดึกมากแล้ว เราเตรียมการจะกลับสำนักละ
          พระเจ้าฯ: ท่านทั้งสองมุ่งมั่นตรากตรำมามากแล้ว ขออวยพรให้ “เที่ยวเมืองนรก” เสร็จสิ้นลงโดยเร็ว จะได้ช่วยกอบกู้ชาวโลกโดยทั่วถึง ที่จะเห็นผลในเร็วนี้เทอญ ให้ข้าราชการทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

          หยางเซิง: ขอขอบคุณพระเจ้าฯ และเทวทูตทั้งหลายขอกราบลาก่อนละ….กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้…..
          อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
          หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม