Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอน ท่องสำนักรวมกุศล กองให้รางวัลคนดี กองลงโทษคนชั่ว | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอน ท่องสำนักรวมกุศล กองให้รางวัลคนดี กองลงโทษคนชั่ว

157 Views

วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2521

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

วิญญาณดี      เข้าอบรม       พึ่งรสธรรม
เกลาจิตซ้ำ    ฝึกจิตทุกข์     หมั่นเพียรนา
อภิธรรม         คำล้ำลึก         นำศึกษา
ขันอาสา        ช่วยมวลชน    เพิ่มปัญญา

         อรหันต์จี้กง: การท่องนรกในวันนี้ได้จัดให้ไปเที่ยวที่ “สำนักรวมกุศล” “กองให้รางวัลคนดี” “กองลงโทษคนชั่ว” การแต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ใกล้จะสิ้นสุดลงในขณะนี้ อาตมามีความยินดีอย่างล้นพ้น ที่เห็นผู้ใจบุญได้บริจาคเงินเพื่อพิมพ์แจกอย่างมากมาย เป็นความจริงที่แต่ละคนต่างมีใจกุศลเสมอเหมือนกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่เป็นที่เสียเรี่ยวเสียแรงของเทพเจ้าและบุคคลที่ต่างลำบากตรากตรำขึ้นๆ ล่องๆ ในแดนนรก และใคร่ที่จะเห็นมวลมนุษย์ที่ถือตามหลักการในการคืนสู่ความบริสุทธิ์ ปฏิบัติตามธรรมโดยพร้อมเพรียงกันหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” เล่มนี้อันเป็นหลักธรรมที่เที่ยงแท้ซึ่งแต่ละศาสนาต่างก็ดำเนินปฏิบัติตาม ผู้ที่ได้อ่านมาแล้ว จะได้รับประโยชน์ในทางกายและใจเป็นอย่างมาก ที่อาตมาได้พรรณนามานี้ ก็มุ่งที่จะให้ชาวมนุษย์ทั้งหลายจงละทิ้งความชั่วประกอบแต่ความดีทำเฉพาะสิ่งที่ดี สมกับที่เป็นคนดี ด้วยใจเมตตาปลอบเตือนมา เพื่อจะชักชวนมวลประชาเกิดความเห็นพร้อมกันด้วยหยางเซิง เตรียมขึ้นบนดอกบัวได้
         หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้….

         อรหันต์จี้กง: ถึงแล้ว เจ้าจงลงจากดอกบัวเถิด
         หยางเซิง: “สำนักรวมกุศล” ได้ปรากฏต่อหน้าเราแล้วคล้ายกับโรงเรียนหลังหนึ่ง ภายนอกสะอาดสะอ้านยิ่งนัก และยังมีต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดปลูกอยู่ด้วย มันไม่มีทางที่จะเหมือนคุกตารางแต่อย่างไรเลย

         อรหันต์จี้กง: “สำนักรวมกุศล” คือโรงเรียนในยมโลกนั่นเอง เป็นที่ฝึกสอนอบรมพนักงานในตำแหน่งเจ้า (เจ้าในศาลเจ้า) โดยเฉพาะ
         หยางเซิง: ประตูได้เปิดออกแล้ว ข้าราชการทั้งหลายกำลังจัดตั้งแถวทำการต้อนรับเรา

         อรหันต์จี้กง: เจ้าสำนักและข้าราชการในสำนักได้ออกมาแล้วหยางเซิงเจ้าจงรีบเข้าไปแสดงความคารวะ
         หยางเซิง: ขอแสดงความคารวะต่อท่านเจ้าสำนักและเทวทูตทั้งหลาย

         เจ้าสำนัก: มิต้อง ท่านหยางเซิง ขอต้อนรับท่านและท่านอาจารย์ที่กรุณามาเยี่ยม ข้าพเจ้าได้รอคอยท่านมานานหนักหนา แล้วเชิญท่านทั้งสองตามข้าพเจ้าเข้าไปข้างใน เพื่อความสะดวกในการเยี่ยมชม
         อรหันต์จี้กง: ขอบใจมาก การมารบกวนท่านในวันนี้ขอให้ท่านได้โปรดกรุณาให้การชี้แจงถึงสภาพการณ์ในสำนักของท่านด้วยเพื่อให้เจ้าหยางเซิงได้รับทราบไว้

         เจ้าสำนัก: แน่นอนครับ สำนักนี้มีชื่อว่า “สำนักรวมกุศล” หรืออีกนามหนึ่งว่า “สำนักประชุมกุศล” บรรดามนุษย์ที่ได้สร้างบุญสร้างกุศลในตอนที่ตนยังมีชีวิตอยู่มากพอสมควร แต่ยังไม่ถึงขั้นมาตรฐาน ที่จะลุล่วงถึงผลธรรมอันจะขึ้นสู่สวรรค์ได้ ล้วนต้องนำเข้ามาทำการอบรมฝึกฝนใน “สำนักรวมกุศล” เพื่อเตรียมการเดินทางสู่แดนสวรรค์ หรือไปรับตำแหน่งเจ้าในแดนมนุษย์ที่ทำการช่วยเหลือคุ้มครองมวลประชา
         หยางเซิง: ผู้ที่อยู่เบื้องหน้ามิใช่นักทรง “จวงเกียงอัง” ของสำนักเราผู้วายชนม์ผู้นั้นหรอกหรือ?

         อรหันต์จี้กง: ใช่? พวกเจ้าได้มาพบกันที่นี่ในวันนี้ซึ่งเป็นการนับได้ว่ามีผลบุญต่อเนื่องผูกพันกันอยู่
         หยางเซิง: ท่านแซ่จวงผู้อาวุโสน้ำตาไหลพรากเมื่อเหลือบมาเห็นกระผมเข้า…

         เจ้าสำนัก: ท่านวิญญาณกุศลแซ่จวง จงอย่าเสียอกเสียใจเลย วันนี้ได้จัดให้พวกท่านที่ประจำสำนักเดียวกันให้พบปะกันเป็นพิเศษ ท่านสามารถจะพูดคุยถึงเหตุการณ์หลังจากที่ได้ลาจากโลกมนุษย์มาแล้ว
         วิญญาณกุศล: วันนี้สามารถมาพบปะกับท่านหยางเซิง

         แซ่จวง: ณ ที่นี้ รู้สึกปลื้มอกปลื้มใจอย่างไม่สามารถจะบรรยายได้ แต่ก็ไม่วายที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความโศกเศร้าด้วย…ตอนมีชีวิตอยู่ได้เข้าไปประจำในสำนัก “เซี้ยเฮี้ยงตึ้ง” ได้รับการสั่งสอนจากท่านพระเจ้ากวนอู และรับการช่วยเหลือจุนเจือจากท่านเจ้าสำนักและนักธรรมทั้งหลาย ดังนั้นข้าพเจ้าจงเกิดความสนใจเข้าช่วยงาน ไปทำการช่วยลอกเขียนผนึกซองและจัดส่งจดหมายใน “วารสารเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง” ทุกๆ วันในใจคิดว่าเมื่อมุ่งมาตรช่วยงานไปในอนาคตกาลจะได้ไปเสพสุขบนแดนสวรรค์ แต่ยังมีความหลงใหลอยู่มาก จึงทิ้งเยื่อใยแห่งความใคร่ไว้ในโลกมนุษย์ ดังนั้น เมื่อตอนหลังจากได้ลาโลกแล้ว แม้ว่าจะมีเจ้าโชคเจ้าชัยให้การนำทางและมีท่านพระเจ้ากวนอูช่วยคุ้มครอง แต่เนื่องจากมีความชั่วอยู่มาก เมื่อเอาความดีกับความชั่วมาหักล้างกันแล้ว จึงไม่มีคุณวุฒิพอแก่การไปสู่สวรรค์ ตอนอยู่ในโลกมนุษย์ท่านพระเจ้ากวนอูได้ฝากความหวังไว้กับข้าพเจ้ามาก ได้เคยสั่งสอนปลุกปลอบเสมอๆ หากแต่ตนเองมีสติปัญญาตื้นเขินมาก มิสามารถเข้าใจความหมายโดยตลอด ตัวก็ไม่ได้เป็นตัวของตนเอง ยังมิทันสำเร็จในความมุ่งหมาย แต่ตัวเองก็ด่วนตายเสียก่อน…แต่ยังดีที่ตอนนั้นมีความซื่อสัตย์อย่างบริสุทธิ์พระเจ้าจึงได้นำข้าพเจ้าเยี่ยมชม สภาพการลงโทษของแต่ละขุมแล้วจึงให้เข้ามารับการฝึกอบรม “สำนักรวมกุศล” ขณะที่ทำการฝังศพของตัวข้าพเจ้า นักธรรมร่วมสำนักทุกท่านต่างก็ได้จุดธูปบูชาและส่งศพโดยพร้อมเพรียงกัน ทำให้เกิดความปิติตื่นเต้นใจอย่างบอกไม่ถูก ขอเชิญท่านหยางเซิงจงช่วยไปกล่าวคำขอบคุณแทนข้าพเจ้าด้วย ทุกวันนี้ข้าพเจ้าได้เรียนทั้งหนังสือทั้งธรรมในเวลาเดียวกัน มีการสอบผ่านเป็นประจำ ซึ่งเป็นการฝึกอบรมจิตใจของพวกข้าพเจ้า เช่นการพบเห็นเงินทองจะไม่เกิดความอยากได้ เห็นหญิงงามไม่เกิดความหลงใหล เพรียบพร้อมด้วยใจเมตตากรุณาเป็นต้น…จึงสามารถจะผ่านด่านไปได้ข้อสอบต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นภาพหลอนที่แปลงมาจากเทวดา พระอรหันต์ เช่นอย่างที่ให้เราไปยังที่ที่นั้นๆ ข้างทางเกิดมีทองคำปรากฏมาให้เห็น หรือมีหญิงงามมายั่วยวนชวนใจ หากว่าจิตใจไม่มั่นคงแล้วจะต้องสอบตก ไม่ได้มาตรฐานต้องมีการอบรมฝึกฝนอบรมกันใหม่ ตามปรกติมักจะมีเทวดา พระอรหันต์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสด็จมาเทศน์บรรยายธรรม แม้จะมิได้ถูกทำโทษ แต่รสชาติแห่งการท่องกับการสอบไล่นั้นก็ไม่เบาเหมือนกัน….

         วิญญาณกุศล: กราบวานท่านหยางเซิงได้โปรดไปบอกต่อลูกๆ ของข้าพเจ้าด้วยว่า ควรที่จะหมั่นฝึกตนบำเพ็ญธรรม ลูกชายข้าพเจ้าชื่อ “บุ้งเฮี้ยง” มีนิสัยขวานผ่าซากคงจะทำงานใหญ่โตอะไรได้ยาก รู้สึกน่าเสียดายยิ่ง และหวังว่าศิษย์ร่วมสำนักจงทำงานอย่างจริงจัง หวนคิดถึงวันก่อนโน้น ข้าพเจ้าก็คิดจะตามท่านไปท่องนรกด้วย หารู้ไม่ว่า คำพูดนั้นขลังมาก เลยกลายเป็นความจริง คิดจะฝึกฝนอบรมสร้างกุศลสร้างบุญอีก แต่เรือนร่างได้ดับสูญเสียแล้วก็เลยหมดปัญญาลง
         อรหันต์จี้กง: สภาวการณ์ใน “สำนักรวมกุศล” มีเท่าที่เห็นนี้แหละเราควรรีบไปเยี่ยมชม “กองให้รางวัล” กับ “กองลงโทษคนชั่ว” ขอลาละนะ

         หยางเซิง: ขอให้ท่านผู้อาวุโสแซ่จวงจงรักษาตัวรักษาศีลให้จงหนัก ส่วนงานการในสำนักขออย่าได้เป็นห่วง
         เจ้าสำนัก: ให้ข้าราชการทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

         อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวได้แล้ว เราจะไปเยี่ยมชมแหล่งอื่นต่อไป
         หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เคลื่อนออกไปได้แล้ว…

         อรหันต์จี้กง: ได้มาถึง “กองให้รางวัล” แล้ว
         หยางเซิง: จริงๆ ด้วย บนหน้าประตูเขียนตัวอักษรไว้ว่า “กองให้รางวัลคนดี”

         หัวหน้ากอง: ขอน้อมรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่ได้มายังสถานที่นี้
         อรหันต์จี้กง: เราศิษย์อาจารย์ได้มาเยี่ยมชมกองของท่านในวันนี้ขอท่านได้โปรดแนะนำชี้แจงให้ทราบโดยสังเขปด้วย

         หยางเซิง: เจ้าโชคเจ้าชัยได้นำตัววิญญาณผีมายังสถานที่นี้โดยมิได้มีโซ่ตรวน หรือเฆี่ยนตีแต่ประการใดซึ่งอยู่ในสภาพที่อิสระมาก
         หัวหน้ากอง: บรรดามนุษย์ที่ตายลงแล้ว ที่มีความดีมากกว่าความชั่ว ส่วนหนึ่งที่ได้มายังกองนี้ก่อน เพื่อรอการแยกแยะต่อไป วิญญาณที่อยู่ในกองๆ นี้ได้รับความเป็นตัวของตัวเอง เป็นอิสรเสรีสามารถดื่มน้ำชาสังสรรค์กันตามแต่ใจชอบ หรือจะทำการพักผ่อนด้วยการเล่นหมากรุก “กองให้รางวัล” คือสถานที่ๆ ให้พวกวิญญาณกุศลทำการพักผ่อนชั่วคราว ที่มาอยู่ที่นี้ต้องรอสักระยะหนึ่งแล้วก็จะส่งมอบไปยัง “สำนักรวมกุศล” หรือส่งไปให้แต่ละขุมทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

         หยางเซิง: อ้อ! ที่แท้เป็นดังนี้เอง
         อรหันต์จี้กง: เนื่องจากเวลาจำกัด เราจะไปเยี่ยมชมที่ “กองลงโทษ” กันอีก ขอลาท่านหัวหน้าละ

         หัวหน้ากอง: ให้ข้าราชการตั้งแถวส่งอาจารย์
         อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงขึ้นดอกบัวเถอะ “กองลงโทษ” ห่างจากที่นี่ไม่มากนัก…..ถึงเสียแล้ว

         หยางเซิง: ที่นี่ผิดกับ “กองให้รางวัล” วิญญาณผีที่มายังที่นี้ล้วนโดนยมทูตควบคุมตัว คล้ายกับว่าเพิ่งโดนจับอย่างนั้นแหละ
         หัวหน้ากอง: ขอน้อมรับท่านผู้ทรงธรรมทั้งสอง ที่ท่านได้มาเยี่ยมในวันนี้ ทำให้กองนี้เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ท่านแต่งหนังสือปลอบเตือนชาวโลก บุญกุศลนั้นใหญ่ยิ่งนัก

         อรหันต์จี้กง: ท่านหัวหน้ากองให้เกียรติมากไปแล้วเราศิษย์อาจารย์ที่มาในวันนี้ เนื่องจากเวลาจำกัดมาก ขอให้ท่านหัวหน้ากอง ช่วยชี้แจงอธิบายสภาพการณ์ในกองของท่านให้ทราบด้วย

         หัวหน้ากอง: ได้ครับ คืออย่างนี้ครับ “การลงโทษคนชั่ว” ประดามนุษย์ที่ได้ก่อกรรมทำเข็ญ ที่ทรยศทำระยำต่อลำดับศักดิ์ศรีสังคม เจ้าสามแดนได้ทำการตรวจตราตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วกลับไปรายงานในยมโลก หากพวกที่ทำความผิดอย่างฉกาจฉกรรจ์แล้ว กองๆ นี้จะจับเอาวิญญาณนั้นมาลงโทษที่ยมโลก ผู้ที่โดนทำโทษนั้นตัวยังอยู่ในแดนมนุษย์ เพียงแต่มีความสะลึมสะลือและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ขณะนี้คืออยู่ในระว่างเกิดการป่วยไข้ของตัวมนุษย์ มีอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ตัวมนุษย์นั้นรู้สึกแต่ว่าตัวเองเกิดป่วยไข้ขึ้น ไม่สบายทั้งกายและใจ แต่ไม่รู้ว่าวิญญาณของตนได้ถูกทำโทษ เมื่อหายจากความป่วยไข้แล้ว ก็คือวิญญาณนั้นถูกปล่อยให้คืนสู่แดนมนุษย์ ทางจิตใจร่างกายจึงรู้สึกว่าสบายขึ้น ผู้ที่ถูกคุมตัวมาครู่นี้ คือวิญญาณมนุษย์ นี่แหละคือกิจการทำโทษคนชั่วของกองนี้วิธีหนึ่งล่ะ ส่วนวิธีที่ 2 (ที่ทำการลงโทษผู้มีบาป) ที่สร้างบาปทำชั่วไว้มาก บ้างก็ส่งมาให้กองนี้จัดการลงโทษเสียก่อน แล้วรอจนแต่ละขุมทำการตรวจสอบหลักฐานให้เรียบร้อยแล้ว จึงจะส่งมอบไปให้ขุมอื่นๆ ดำเนินการต่อไป ดังนั้น กองนี้จึงเป็นสถานที่คุมขังครั้งคราวเท่านั้นเอง

         หยางเซิง: ที่จริงมีดังนี้เอง ขอขอบคุณท่านหัวหน้ากองได้ให้การชี้แจง
         อรหันต์จี้กง: เวลาดึกมากแล้ว เราเตรียมการกลับสำนักกันเถิด

         หัวหน้ากอง: ให้ข้าราชการทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
         อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงขึ้นดอกบัวเถอะ

         หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับได้….
         อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
         หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม