ตอน ชมศาลาเม้งผั้วเต้ง

128 Views

วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2521

อรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า:  

ท่องนรก           ทั่วสิบขุม        งานสำเร็จ
จัดพิมพ์เสร็จ    แจกจ่ายทั่ว     การงานแล้ว
หนังสือนี้          ล้ำเลิศนัก        ดุจดวงแก้ว
ช่วยแนะนำ      จิตมนุษย์         สู่ทางธรรม

          อรหันต์จี้กง: การท่องนรกได้มาถึงขุมที่ 10 แล้วระยะเวลาที่ผ่านมา 2 ปีนี้ ศิษย์ทั้งหลายได้ทำการปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือในการแต่งหนังสือ บุคคลภายนอกอาจจะคิดว่า การที่ถูกเกณฑ์ให้มายืนเป็นตอไม้อย่างนั้น จะมีความหมายอะไรกัน? แต่ที่จริงแล้วการยืนตัวตรงอยู่อันเป็นกิริยาพื้นฐานของมนุษย์ที่พึงมีต่อสังคม ผู้บำเพ็ญธรรมแม้กระทั่งถึงกับเกิดความรำคาญต่อการยืน หรือยืนอย่างเอนเอียงไม่เป็นระเบียบ ไหนเลยจะสามารถบำเพ็ญให้บรรลุถึงขั้นเทวดาชั้นยอด ทุกๆ คนต่างคิดที่จะเอนกายในโซฟาให้สบายๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็คงจะเป็นได้แต่ไอ้หลังยาวผู้เกียจคร้านเท่านั้นเอง จะยืนหยัดค้ำฟ้าเป็นวีรบุรุษที่สามารถได้อย่างไร เจ้าหยางเซิงเจ้าพูดว่าอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่?
          หยางเซิง: ถูกต้องครับ ท่านอาจารย์พูดได้ถูกต้องมาก การยืนที่ไม่ยันพื้นดินคือไม่มีจุดยืน (คือไม่มีความมุ่งหมาย) แล้วจะคุยอะไรในเรื่องบำเพ็ญธรรมอีกเล่า?

          อรหันต์จี้กง: การที่ยืนไม่มั่นคง การนั่งการนอนก็จะไม่มั่นคงเช่นเดียวกัน ดังนั้นการบำเพ็ญต้องสามารถให้ “ยืนได้มั่นคง” เสียก่อน นั่นคือกำเนิดจิตใจของตนไว้ให้อยู่ในสมาธิ ทำจิตใจที่ฟุ้งซ่านให้สงบลง เจ้าหยางเซิงจงเตรียมตัวขึ้นดอกบัว วันนี้เราจะท่องขุมที่ 10
          หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้…

          อรหันต์จี้กง: ถึงแล้ว เจ้าจงลงจากดอกบัวเสีย
          หยางเซิง: ยมบาลแห่งขุมที่ 10 ได้อยู่ต่อหน้าเราแล้ว ข้าพเจ้าขอแสดงความคารวะต่อท่าน

          ยมบาล: มิต้อง ท่านทั้งสองได้มาเยี่ยมอีกครั้ง ในวันนี้ ข้าพเจ้าขอต้อนรับอย่างเต็มใจยิ่ง วันก่อนนี้ได้เยี่ยมชมเฉพาะ “สำนักหมุนเวียนฆาตเคราะห์” ได้แนะนำอธิบายสภาพการณ์ของกองต่างๆ วันนี้จะได้เยี่ยมชมการเวียนว่ายตายเกิดของ 6 ช่องทางจากสภาพจริงให้ประจักษ์แก่ตา เนื่องจากเวลาจำกัด เราจะไปกันเดี๋ยวนี้แหละ!

          หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านยมบาลที่ให้เกียรติมากและขอบคุณท่านเทวทูตทั้งหลายที่ให้การนำชม ได้มาถึง “สำนักหมุนเวียนฆาตเคราะห์” ที่วันก่อนได้เยี่ยมชมไปแล้ว มีผู้คนมากหน้าหลายตาไม่ว่าจะเป็นพวกชาวตะวันออก ตะวันตกล้วนมีอยู่เป็นจำนวนมาก พวกเขาต่างเตรียมการไปเกิดใหม่หรือไฉน

          ยมบาล: ชาวโลกที่ตายลงแล้ว ผู้ที่มีความผิดล้วนต้องผ่านการพิจารณาจากขุมต่างๆ ดังนั้นแดนนรกจึงเปรียบเสมือน “ศาลโลก” ไม่ว่าชนชาติใดที่จะไปเกิดใหม่ล้วนต้องมีหลักฐานติดตัว ดังเช่นผู้ที่จะไปต่างประเทศต้องมีหนังสือเดินทางติดตัวของโลกมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น

          หยางเซิง: ได้มาถึงกองให้เกิดแล้ว ที่ๆ นี้ฝูงชนยิ่งมากขึ้นแออัดยัดเยียดเหมือนการรอคอยขึ้นรถในป้ายรถ
          อรหันต์จี้กง: ฮา! ฮา! พวกนี้ล้วนแต่ต้องการจะขึ้นไปบนหอหมุนเวียนทั้งนั้น ดังเช่นการรอรถในแดนมนุษย์ เมื่อรถเคลื่อนที่ล้อรถก็หมุนไปไม่หยุดยั้ง แต่ละคนมีที่มุ่งหมายซึ่งตนจะไปตามตั๋วรถที่ซื้อไว้ซึ่งต่างกัน จึงเปรียบเสมือนวิญญาณผีที่หมุนเวียนไปเกิดในที่ต่างๆ ของโลก

          ยมบาล: ท่านอาจารย์พูดถูกแล้ว มนุษย์ที่ตายลงแล้วที่ได้ผ่านการพิจารณาโทษจากขุมต่างๆ และเสร็จสิ้นการทำโทษแล้ว ตามหนทางของแต่ละคนไปทำการเกิดใหม่ ช่องทางแห่งเวียนว่ายตายเกิดไม่มีความปรานี แม้จะนั่งอยู่ในรถคันเดียวกัน แต่จุดหมายปลายทางต่างไม่ตรงกัน ต้องตามแต่บุญกรรมของแต่ละคนที่ทำไว้ โบกมือแล้วก็ลงจากรถไป ชั่วชีวิตจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แหละ!
          หยางเซิง: ข้างหน้ามีผู้คนมากหลาย คล้ายกับว่ากำลังได้ดื่มชาเย็นแก้กระหาย อากาศร้อนจัดเช่นนี้ กระผมกำลังกระหายน้ำอยู่ด้วย จะไปดื่มสักถ้วยให้ดับกระหายเห็นจะดีนะครับ?

          ยมบาล: จงอย่าดื่มเป็นอันขาด! ที่นั่นคือ “ศาลาคุณยายเม้ง” ผู้ที่จะไปเกิดกำลังดื่ม “น้ำลืมชาติ” เมื่อท่านดื่มแล้วเวลากลับไปยังโลกมนุษย์จะไม่กลายเป็นผู้หลงๆ ลืมๆ หรือ?
          หยางเซิง:  ร้ายถึงขนาดนี้เชียวหรือ?

          อรหันต์จี้กง: เจ้าอย่าพูดเป็นเล่นไป ท่านยมบาลจะไม่มีการพูดล้อเล่นนะ!
          หยางเซิง: บนศาลามีตัวอักษรเขียนไว้ว่า “เม้งผั้วเต้ง” (ศาลาคุณยายเม้ง) จริงๆ ด้วย ขอท่านยมบาลช่วยแยกแยะแนะนำเหตุการณ์ของสถานที่นี้ให้ทราบ จะได้หรือไม่ประการใด?

          ยมบาล: ได้ซี “เม้งผั้วเต้ง” นี้อยู่ในความควบคุมดูแลของคุณยายเม้งซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ มีภาระหน้าที่ในการทำให้ลืมชาติก่อนที่จะไปเกิด เพราะเหตุว่าหากไม่ดื่ม “น้ำลืมชาติ” แล้ว เมื่อหลังจากเกิดใหม่แล้วยังระลึกชาติได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ละก๊อ เด็กเล็กจะตามไปหาญาติโยมของชาติก่อน จะทำให้ลำดับศักดิ์นั้นยุ่งเหยิงเลอะเทอะ หรืออาจเกิดการตามล่าศัตรูเพื่อล้างแค้น ก็จะทำให้สังคมวุ่นวายปั่นป่วนไปหมด แต่ฟ้าดินมีความละเอียดอ่อนพิสดารมาก ให้ผู้ที่จะไปเกิดได้ดื่ม “น้ำลืมชาติ” ลืมเหตุการณ์ในอดีต น้ำชนิดนี้ผสมรสหวาน เผ็ด ขม เปรี้ยว และเค็ม 5 รสอยู่ในตัว ดังนั้นเมื่อดื่มแล้วจึงหลงๆ ลืมๆ ซู่ๆ ซ่าๆ ไม่รู้เหนือรู้ใต้ จึงตกเข้าไปในหกช่องทาง ไปเวียนว่ายตายเกิดเอง

          อรหันต์จี้กง: น้ำลืมอดีตนี้คือน้ำยาสลบ เมื่อดื่มแล้วจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในโลกมนุษย์ก็มีของชนิดนี้อยู่เหมือนกัน
          หยางเซิง: กระผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!

          อรหันต์จี้กง: เอ้า เอาเป็นเหล้าก็แล้วกันนะ เจ้าเคยเห็นคนที่ดื่มเหล้าเกินกำลังนั่นน่ะ มักจะเดินผิดเดินถูกไม่รู้เหนือรู้ใต้ ยิ่งกว่านั้นถึงกับเข้าบ้านผิดก็ยังมี เสมือนหนึ่งไม่มีวิญญาณ สติสัมปชัญญะ อย่างนี้แหละจึงจะสามารถผลักให้ตกเข้าไปในทางเวียนว่ายตายเกิด มิเช่นนั้นแล้วใครเล่าที่จะยอมไปเกิดในทางชั่วร้าย? คนที่เมาเหล้าทะเลก็กล้าโดดลง ใต้ล้อรถก็กล้าบุกไม่กลัวน้ำ ไม่กลัวไฟ ใจกล้าเสียจริงๆ อันนี้แหละ ภายใต้ความไม่รู้เนื้อรู้ตัว จึงตกเข้าไปในทางเวียนว่ายตายเกิดโดยไม่มีความรู้สึก จนกระทั่งสร่างจากการเมา สติคืนมา ก็เป็นวันรุ่งขึ้นเสียแล้ว จึงเสมือนกับหมุนเวียนไปเกิด เมื่อตื่นขึ้นรู้สึกว่าเป็นคนละชาติเสียแล้ว และได้อยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น 
          หยางเซิง: ในเมื่อ “น้ำลืมชาติ” (ลืมอดีต) มีความพิสดารมากถึงอย่างนี้ ชาวโลกที่ตายลงแล้วไม่ว่าใครก็จะไม่ยอมดื่มมันแหละ! 

          ยมบาล: ท่านหารู้ไม่ว่า วิญญาณผีเมื่อผ่านการพิจารณาโทษจากขุมต่างๆ มาแล้ว เมื่อตกมาถึงที่นี้จึงมีความหิวกระหายอย่างมากและอีกอย่างหนึ่งขุมที่ 10 ก็ใกล้กับแดนมนุษย์เสียด้วย อากาศภายนอกของ “ศาลาคุณยายเม้ง” ก็ร้อนจัด บรรดาวิญญาณผีที่ได้มาถึงที่นี่ ล้วนมีความอยากจะเข้าไปในศาลาเพื่อดื่มน้ำชาเย็นดับกระหาย ไหนเลยที่ไม่พาตัวเองตกเข้าไปในบ่วงแร้วได้เล่า เช่นหน้าร้อนท่านเดินทางไกลหมื่นลี้ จะต้องรู้สึกกระหายน้ำยิ่ง และที่สุดแห่งหนทางนั้น มีศาลาพักร้อน และมีน้ำชาเย็นๆ ให้ดื่มฟรี เหตุไฉนผู้คนจึงไม่แย่งกันเข้าดื่มเล่า? บางคนยังหาว่าให้ถ้วยเดียวน้อยเกินไป ยังเทเอาๆ เป็นการใหญ่ แม้ว่าจะมีพวกที่หัวไวฉลาดมากที่รู้สึกกระหายน้ำ แต่ก็รู้ว่าของสิ่งนี้มีความพิสดาร จึงไม่ยอมเข้าไปดื่มมันใน “ศาลาคุณยายเม้ง” แต่บนพื้นดินมีตะขอเหล็กพุ่งออกมาโดยอัตโนมัติ จับติดรัดไว้มิให้กระดิกกระเดี้ย ครั้นแล้วพนักงานจึงถือโอกาสนี้กรอกน้ำเข้าปาก ที่เรียกว่า “ให้กินดีๆ ไม่ชอบ ชอบกินแต่ที่เขาบังคับ”

          หยางเซิง: เมื่อดื่มน้ำนี้เข้าไปแล้วสามารถจะทำให้ลืมเรื่องในอดีตได้แล้วไฉนเด็กที่เกิดใหม่ในทุกวันนี้ จึงเฉลียวฉลาดรู้ความมากกว่าแต่สมัยก่อน จะเป็นที่น้ำนี้มีคุณภาพด้อยลงหรือไฉน
          ยมบาล: ท่านหารู้ได้ไม่ว่า ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มา ผู้คนได้ผ่านพ้นการฆาตเคราะห์จากความหมุนเวียน นับพันนับหมื่นครั้ง การดื่มน้ำลืมอดีตก็มากครั้งขึ้น นานไปจึงเกิดความเคยชินขึ้น ดังนั้นเมื่อเด็กในปัจจุบันที่เกิดออกมา จึงดูเหมือนว่าฉลาดเฉลียวเป็นพิเศษ ที่เรียกว่า “หัวแหลมหัวไว” อันนี้คือเนื่องจากดื่มน้ำชนิดนี้มากครั้งเข้า ค่อยมีความเคยชินขึ้นเลยทำให้สมองเปรื่องปราดแต่ก็มิใช่เรื่องดี ท่านไม่เห็นหรือผู้ที่ติดเหล้านั้นน่ะ ดื่มเข้าไปเป็นโหลยังไม่มีวี่แววแห่งความมึนชาไร้สติ ดังนั้นผู้ที่ไร้ศีลธรรมไม่ซื่อสัตย์ในมนุษย์โลกยิ่งมีมากขึ้นทุกๆ วัน และผู้ที่ฉลาดเฉลียวหัวแหลมเกินคนนั้นจึงง่ายที่จะหลงเดินเข้าไปในทางผิด เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วความเฉียบแหลมคมคายนั้นๆ จะมีประโยชน์อันใด

          หยางเซิง: ความจริงเป็นเช่นนี้เอง
          อรหันต์จี้กง: ได้เวลาแล้วละ การหมุนเวียนของ 6 ช่องทางจะมาเยี่ยมชมใหม่ในวันหน้าก็แล้วกัน

          หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านยมบาลชี้แจงให้พ้นจากความหลงผิดที่ได้อธิบายแยกแยะความพิสดารอันละเอียดอ่อนของธรรม เพื่อที่มนุษย์ทั้งหลายจะปฏิบัติตามซึ่งเป็นการหายากยิ่งนัก ขอลาก่อนละครับ
          ยมบาล: เมื่อท่านจะกลับ ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถรั้งไว้ได้ หวังว่าจะมาเยี่ยมชมใหม่อีกครั้ง

          อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงรีบขึ้นดอกบัวเร็ว เตรียมตัวกลับสำนัก
          หยางเซิง: กระผมได้นั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับได้…

          อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
          หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม