Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอน ท่องนรกใหญ่อาปี้ (นรกโลกันตร์) | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอน ท่องนรกใหญ่อาปี้ (นรกโลกันตร์)

225 Views

วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2521

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า: 

ในสำนัก            ดังกังวาน      เสียงสวดมนต์
ปลุกมวลชน     ให้ละยศ         อำนาจรู้
สร้างกันใหญ่    ตึกระฟ้า         สูงสุดกู่
แต่ที่อยู่            ในบั้นปลาย    ใต้แผ่นดิน

        อรหันต์จี้กง: เบื้องหน้าสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งได้สร้างอาคารใหญ่ขึ้นแล้ว ผู้คนในสมัยนี้นับว่ามีโชคดีมากทีเดียวที่ได้กินอยู่หลับนอนกันบนเวหา แต่ว่าความสุขใจยังอยู่เหนือกว่าความสุขกาย ถ้าหากว่าใจนั้นไม่มีความสงบมั่นคง แม้ว่าจะอยู่ในอาคารใหญ่โตเช่นใด ก็ไม่นับว่าเป็นผู้มีโชค มนุษย์เรามีความสำคัญมากอยู่ที่จิตใจได้รับความสงบสุข มิเช่นนั้นแล้วแม้ว่าจะอยู่ในปราสาทราชวัง ก็ยังรู้สึกไม่เป็นอันกินอันนอน จะมีความสนุกหรรษาได้อย่างใด?
        หยางเซิง: ท่านอาจารย์พูดอย่างสมเหตุผลมาก!

        อรหันต์จี้กง: รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว  เตรียมท่องนรก
        หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว  เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้....

        อรหันต์จี้กง: ถึงแล้ว เจ้าจงลงจากดอกบัวเสีย
        หยางเซิง: กระผมลงมาแล้ว ที่มาวันนี้เป็นสถานที่ใดมิทราบ

        อรหันต์จี้กง: วันนี้เราจะท่องชม “นรกโลกันตร์”
        หยางเซิง: “นรกโลกันตร์” ทำให้คนเกรงขามน่าสะพรึงกลัวมากกระผมว่าเปลี่ยนไปชมแห่งอื่นกันเถิดครับ

        อรหันต์จี้กง: เจ้าอย่ากลัวไปเลย มีข้าอยู่เป็นเพื่อนด้วยคนแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะเรียบร้อยไปเอง หากว่าเจ้ามีความหวั่นกลัว ฉันจะให้ยาตั้งสติสักเม็ดหนึ่ง เอ้ารีบกลืนเร็วเข้า ตามอาตมาคืบหน้าไป
        หยางเซิง: ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ได้ให้ยาทิพย์  กระผมกลืนลงไปแล้ว ในใจรู้สึกว่าเกิดความมั่นคงขึ้นเป็นอย่างมาก  พัศดีได้มาต้อนรับเราอยู่เบื้องหน้าแล้ว

        พัศดี: ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่ได้มาเยี่ยมชมให้การชี้แนะ คุกนี้คือ “นรกโลกันตร์” อยู่ในความปกครองของขุมที่ 9 รู้สึกยินดีที่ได้มีท่านทั้งสองมาเยี่ยมเยียน
        หยางเซิง: ขอขอบคุณในความจริงใจของท่านพัศดี  เหตุไฉนอาณาบริเวณของคุก “นรกโลกันตร์” แห่งนี้จึงกว้างใหญ่ไพศาลถึงปานนี้

        พัศดี: “นรกโลกันตร์” เสมือนจมูกของมนุษย์จะว่าใหญ่โตนักก็ไม่เชิง แต่สามารถทะลุไปยังทั่วร่างกาย  และเป็นช่องทางสำคัญของการหายใจ ดังนั้น พวกที่ถูกจองจำอยู่ใน  “นรกโลกันตร์” นี้ล้วนเป็นวิญญาณโทษที่มีโทษฐานอุกฤษฎ์อุกฉกรรจ์ทั้งนั้น
        หยางเซิง: ข้างหน้ามีหลุมใหญ่อยู่หลุมหนึ่ง ข้าพเจ้ามิกล้าชะโงกดูเห็นเพียงแต่ภายในมืดดำมาก และได้ยินเสียงน้ำร้อนเดือดพล่านกับเสียงร้องคร่ำครวญเท่านั้น จะเป็นที่ที่พวกวิญญาณโทษถูกแช่ขังไว้หรือไฉน?

        พัศดี: ภายในหลุมล้วนเป็นพวกวิญญาณโทษ คุกนี้สูง 18 ชั้น ภายในคุกมีคมมีดทุกแห่งหน วิญญาณโทษที่ถูกคุมตัวมานั้น จะโดนนายทหารผลักตกเข้าไป และโดนแรงดึงดูดจากธรณี จะได้ยินเสียงร้องอย่างทรมานแวบเดียว  แล้วก็หยุดไปพักหนึ่ง จากนั้นจึงส่งเสียงคร่ำครวญไม่ขาดสาย ภายในคุกมืดจึงมองนิ้วมือของตัวเองไม่เห็น ผู้ที่ถูกลงโทษอยู่ภายในนั้น  ได้รับความทรมานเป็นอย่างยิ่ง นับได้ว่าเป็นที่สุดยอดแห่งการลงโทษ
        หยางเซิง: ที่ชาวโลกมักจะพูดว่ากลัวที่สุดเมื่อตอนตายแล้วต้องตกเข้า “นรกโลกันตร์”  นั้น เนื่องมาจากเหตุใดมิทราบ?

        พัศดี: บรรดาที่ตกเข้าไปในนรกโลกันตร์นั้นส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้อีก จึงมีสภาพคล้ายกับการถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตของศาลในแดนมนุษย์
        หยางเซิง: จะให้วิญญาณโทษสัก 2-3 ตนมาทำการซักถามความเป็นไปได้หรือไม่ประการใด?

        พัศดี: สำนักของท่านรับโองการให้แต่งหนังสือ  “เที่ยวเมืองนรก” ท่านยมบาลได้มีคำสั่งให้ปล่อย 2-3 ตนออกมาเล่าความเป็นไปเพื่อเป็นข้อมูลได้ มิเช่นนั้นเมื่อตกเข้า “นรกโลกันตร์” แล้วตามปรกติจะให้ออกมามิได้ ข้าพเจ้าจะใช้เครื่องวิเศษ....ท่านจงดูที่เครื่องวิเศษนี้ ส่องเข้าไปในคุก จะเกิดความสว่างไสวขึ้นเครื่องมือเครื่องไม้ในการทำโทษนั้นหยุดชะงักลงหมด นายทหารรีบพาตัวขึ้นมาสัก 2-3 ตนเถิด
        นายทหาร: ขอรับคำบัญชา....ได้คุมตัวออกมาแล้วครับ

        หยางเซิง: แต่ละตนมีบาดแผลมากมาย ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยเลนตม รอยเลือด  ตาทั้งสองข้างก็ถลนปลิ้นออก  สารรูปไม่เป็นตัวเป็นตนเลย น่าสมเพชเวทนาเป็นยิ่งนัก
        อรหันต์จี้กง: ข้าฯ จะแสดงอำนาจอภินิหารย่อยๆ  ให้ดูสักนิด เพื่อทำให้พวกมันมีสติกลับคืนมา และลดความเจ็บปวดทางร่างกายให้น้อยลง เพื่อสะดวกแก่การบอกเล่าถึงเรื่องคดีที่ตนทำขึ้น! 

        หยางเซิง: อิทธิฤทธิ์ของท่านอาจารย์พิสดารยิ่งนัก  พวกมันที่รูปร่างเหมือนภูตผีปีศาจสามารถที่จะพูดจากันได้แล้ว
        พัศดี: ต่อหน้าอาจารย์ใหญ่สองท่านในที่นี้พวกเอ็งจงรีบเล่าตอนที่มีชีวิตอยู่นั้นได้ก่อกรรมทำเข็ญอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เอาไปเผยแผ่ปลอบเตือนชาวโลก

        วิญญาณโทษ: ตอนมีชีวิตอยู่นั้นผมได้กระทำผิดในเรื่องอกตัญญูโดยปรกติแล้วผมไม่ยอมทำมาหากิน  เอาแต่เที่ยวเตร่  หากครั้งใดที่ขอเงินจากบิดามารดาไม่ได้ แล้วก็จะด่าว่าท่านอย่างเสียๆ หายๆ บางครั้งถึงกับลงมือลงไม้ทุบตีเอา  ตลอดชีวิตไม่เคยกตัญญูต่อพ่อแม่เลย เมื่อตายลงแล้วโดนแต่ละขุมทำการลงโทษ  และยังตกเข้าใน  “นรกโลกันตร์”    ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีก ขอวิงวอนท่านอาจารย์ใหญ่สองท่าน  ได้โปรดขอร้องยกโทษให้แก่ผม ขอเพียงแต่ได้หลุดพ้นจาก “นรกโลกันตร์” จะหมุนเวียนไปเกิดเป็น วัว ควาย สุนัขก็ยอม ที่นี้มันช่างทารุณทุกข์ยากเสียจริงๆ

        อรหันต์จี้กง: การทำความดีต่างๆ จะถือว่า กตัญญูต่อผู้บังเกิดเกล้าเป็นเรื่องสำคัญที่ยิ่งยวด ตัวเองไม่รู้จักที่จะชุบเลี้ยงเกื้อหนุนบิดามารดา แล้วยังลงมือลงไม้ทุบตีท่านอีก  ซึ่งเป็นเรื่องที่ชั่วร้ายสารเลวสิ้นดี กฎยมโลกถือเอาการอกตัญญูเป็นโทษที่ไม่สามารถให้อภัยได้ ฉันเองก็จนปัญญาที่จะช่วยได้

        พัศดี: ชาวโลกบางคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวในเรื่องจากการเลือกคู่สมรส หรือเกี่ยวกับทรัพย์สินสมบัติ  หรือความใคร่ทางส่วนตัว ถึงกับทรยศต่อบิดามารดา ไม่ให้การเคารพเทิดทูนกตัญญูต่อท่าน หากไม่รีบกลับเนื้อกลับตัวแล้ว “นรกโลกันตร์” นี้จะต้องมีส่วนได้รับใช้ ตนที่ 2 รีบเล่าเรื่องโดยเร็ว

        วิญญาณโทษ: ตอนที่ผมมีชีวิตอยู่ มีนิสัยชอบมั่วกาม  เคยทำการข่มขืนผู้หญิงก็หลายครั้ง และได้หลอกลวงแม่หม้ายแม่ร้างกับหญิงสาวที่ตนรับเป็นลูกเลี้ยง จนเกิดการสมสู่ขึ้น เรียกได้ว่าได้รับการเสพสุขทางกามารมณ์ อย่างอิ่มแอมพอเพียง แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อตายลงแล้ว ต้องรับการลงโทษจากการทรมานทุกชนิด ในที่สุดยังถูกตัดสินให้ตกเข้า “นรกโลกันตร์” ไม่ให้ผุดเกิดอีก ขอเชิญท่านอาจารย์ช่วยด้วย ถ้าสามารถหลุดพ้นจากห้วงทุกข์นี้แล้ว จะเต็มใจไปเกิดเป็นวัวควายรับใช้ท่าน

        อรหันต์จี้กง: ฉันยังไม่ต้องการวัวควายอะไร  ตัวแกตอนเป็นมนุษย์ชอบมั่วกาม ไม่ประพฤติตัวอยู่ในทางที่ถูกที่ควร เรื่องมั่วกามผิดลูกผิดเมีย ถือว่าสุดยอดเรื่องชั่วร้ายทั้งหลาย ตกเข้า “นรกโลกันตร์” แล้วจงปลงเสียเถิด
        พัศดี: ตนที่ 3 รีบเล่าเรื่องเลวร้าย ในตอนอยู่ในโลกมนุษย์เร็ว

        วิญญาณโทษ: ตอนที่อยู่ในโลกมนุษย์ เก่งในทางที่ทำยาปลอมต่างประเทศ ปลอมทั้งสุรา ผงชูรส เหล้าขาว น้ำส้มและของกินต่างๆ เพื่อหารายได้พิเศษให้มากขึ้นและก็ทำได้ตามที่มุ่งหมายไว้ ก็เนื่องจากทุจริตมิชอบด้วยการผิดศีลธรรมนี้แหละ จึงถูกตัดสินให้ตกเข้าใน “นรกโลกันตร์” ขอให้ท่านอาจารย์ช่วยร้องขอความปราณีจากท่านยมบาลให้ด้วย  ปลดตัวผมออก เมื่อไปเกิดเป็นคนในชาติหน้า ผมจะเจียมตัวเจียมใจ หาเงินจากทางที่ถูกที่ชอบตามปรกติวิสัยของมนุษย์

        อรหันต์จี้กง: การปลอมเหล้าปลอมยานั้นมีโทษฐานร้ายแรงมากไม่คำนึงถึงชีวิตคนและศีลธรรม ของปลอมเหล่านี้พอเข้าปากคนไปแล้วเหมือนกับดื่มยาพิษ ทำลายคนไปมิใช่น้อย ในเมื่อหมดความรู้สึกรับผิดชอบทางด้านจิตใจแล้ว  ตัดสินให้แกตกเข้ามาอยู่ “นรกโลกันตร์” ดื่มน้ำโคลนใต้บาดาล สามารถแก้พิษต่างๆ ได้ รสชาติมันเป็นเช่นใด ตัวเองคงจะซาบซึ้งดี ฉันไม่สามารถจะช่วยอะไรแกได้

        พัศดี: วิญญาณโทษตนที่ 4 รีบสารภาพเหตุการณ์ที่ตัวทำผิดในแดนมนุษย์อย่างไรบ้าง
        วิญญาณโทษ: ผมมีอาชีพค้าของเถื่อนในแดนมนุษย์  และเสพยาเสพติด ทั้งสูบทั้งฉีดด้วย เมื่อติดยาเหล่านี้แล้ว  ต้องใช้จ่ายเงินทองมากมายมหาศาล จึงแอบทำการค้ายาเสพติดให้โทษได้ทำลายชีวิตมนุษย์มิใช่น้อย เมื่อตายแล้วท่านยมบาลพิโรธยิ่งนัก ตัดสินให้ตกเข้า “นรกโลกันตร์” ตลอดชีวิต ถูกทรมานอย่างเหลือที่จะทนทานได้ จึงสำนึกตัวได้ว่าตอนเป็นมนุษย์อยู่ได้ก่อกรรมไว้มากมาย ขณะนี้ไม่มีทางที่จะช่วยเหลือได้อีกแล้ว
อรหันต์จี้กง: การขนของเถื่อน (ของหนีภาษี) นั้นผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ค้ายาเสพติดให้โทษทำลายชีวิตมนุษย์  กฎหมายบ้านเมืองไม่อนุญาตให้ทำ ยมกฎก็ไม่ยอมผ่อนปรน  บรรดาที่ทำการค้ามาก ผู้ใดที่เคยทำมาแล้วให้รีบลามือเสีย  กลับเนื้อกลับตัวใหม่มิเช่นนั้น จะต้องโดนยัดเข้า “นรกโลกันตร์” เมื่อตัวได้ตายลงแล้วจะไม่มีวันได้ผุดเกิดอีกเลย

        พัศดี: ทั้ง 4 ตนได้สารภาพโดยหมดสิ้นแล้ว  หวังว่าชาวมนุษย์ที่ได้อ่านหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” แล้ว ที่เคยมีการกระทำดังกล่าวมาแล้ว ให้รีบกลับเนื้อกลับตัวเสียใหม่  จะผ่อนผันยกโทษให้เป็นพิเศษ หวังว่ามวลมนุษย์จงรีบตื่นขึ้นจากความหลงผิด จงอย่าได้หวังผลกำไรจากสิ่งเหล่านี้เลย  อันที่จะทำให้ตัวเองต้องตกเข้าอยู่ในห้วงหายนะ
        อรหันต์จี้กง: เวลาหมดลงเสียแล้ว เราเตรียมการกลับสำนักเถิด

        หยางเซิง: ขอลาท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย  และขอบคุณที่ให้การต้อนรับด้วย
        พัศดี: ให้นายทหารทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

        อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิง รีบขึ้นดอกบัวเร็ว
        หยางเซิง: กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว  เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางกลับสำนักเถิด

        อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
        หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม