ตอน ท่องแดนตัดแขนตัดขานรกน้อย

150 Views

วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2521

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า:  

ถั่วลิสง              ดอกร่วงหล่น     ก็ได้ผล
เทพเผยโฉม     สวรรค์ไม่           หลอกกมล
หว่านพืช           ไม่ตั้งใจ             ยังได้ผล
แม้นกมล          ตั้งหมั่นเพียร     ใช่เหมือนคน

          อรหันต์จี้กง: ดอกถั่วลิสงถ้าไม่สุกแห้งร่วงหล่นลงดิน ผลของถั่วนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น จึงเรียกว่า “ต้นดอกหล่น” (คือถั่วลิสง) หมายความว่ากลับคืนสู่ที่มาดั้งเดิม ซึ่งได้รวมอยู่ในความหมายนี้แหละรอดพ้นจากความตาย จึงจะนับว่ามีชีวิตอยู่ แต่หากความตายเกิดจากขณะมีชีวิตอยู่ละก้อ ความตายนั้นจะไม่มีทางช่วยได้เลย ได้มาอย่างหนึ่งต้องเสียไปอย่างหนึ่ง เป็นหลักธรรมแห่งวัฏจักรเด็กหญิงเด็กชาย ต่างก็รักกันแบบไร้เดียงสาบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นสัญลักษณ์แห่งเทพยดา แต่ว่าชาวโลกในทุกวันนี้ เมื่อเริ่มมีความรู้สึกเรื่องรักๆ ใคร่ๆ การสังสรรค์สมาคมระหว่างหญิงชายก็จะไม่สามารถหักห้ามความใคร่ลงได้ คล้ายกับถั่วลิสงได้เกิดขึ้นใหม่ เป็นเหตุที่เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด เวียนว่ายอยู่ในระหว่างหกช่องทางเกิด ดังนั้นผู้ที่ฝึกกายบำเพ็ญธรรม จึงต้องเฝ้ารักษาพลกำลังดั้งเดิมไว้ เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องแห่งกายใจไม่ให้เพาะปลูกความใคร่เอาไว้ดังเช่น ปักกิ่งลิ้วเพียงกิ่งเดียวในผืนดิน ต่อมาจะกลายเป็นลิ้วต้นใหญ่ขึ้น ทำให้ไม่สามารถกำหนดเวลาชำระล้างหนี้สิน แห่งความใคร่นั้นให้หมดไปได้ เมื่อดอกทบต้นและต้นทบดอกอีกทีหนึ่ง ชีวิตอันชราภาพนั้นจะมีราคาค่างวดสักเท่าใด หวังว่าชาวโลกคงเข้าใจในเรื่องนี้ วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเร็ว
          หยางเซิง: อากาศค่อนข้างร้อนมาก เหงื่อแตกเต็มกายเลย

          อรหันต์จี้กง: เหงื่อนั้นมาจากน้ำ ไม่มีเหงื่อก็ไม่มีบรรลุธรรม
          หยางเซิง: หมายความว่ายังไงครับ?

          อรหันต์จี้กง: เมื่อปราศจากปากก็พูดจาไม่ได้ เจ้าจงค่อยๆ ศึกษาคำพูดแฝงไว้ในคำพูดก็แล้วกัน เราไปท่องนรกกันเถิด
          หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา…

          อรหันต์จี้กง: ถึงเสียแล้ว รีบลงจากดอกบัวเถอะ
          หยางเซิง: ในแดนนรกค่อนข้างจะเยือกเย็น ต่างกันกับโลกมนุษย์

          อรหันต์จี้กง: แน่นอน โลกมนุษย์เป็นทางแจ้ง แดนนรกเป็นทางลับ เป็นกฎที่แน่นอนที่สุด
          หยางเซิง: วันนี้ได้มายังที่นี้ ผู้คนเทียวไปเทียวมากไม่น้อย ล้วนเป็นพวกยมทูตคุมตัววิญญาณโทษมุ่งไปเบื้องหน้า ต่างทำตามหน้าที่ของตน ข้างหน้ามีผู้คนกลุ่มหนึ่ง คล้ายกับว่าจะมาต้อนรับเราอย่างนั้นแหละ

          อรหันต์จี้กง: ใช่แล้ว! วันนี้เราเที่ยวชม “แดนตัดแขนตัดขานรกน้อย” กลุ่มผู้คนข้างหน้าก็คือ พัศดีและนายทหารของคุกนี้ เจ้าจงรีบเข้าไปทำความเคารพเสีย
          หยางเซิง: ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดี และนายทหาร ข้าพเจ้านายหยางเซิงผู้เป็นศิษย์แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งของท่านกวงตี่ วันนี้ได้ติดตามท่านอาจารย์มาเที่ยวชมคุกของท่าน ขอได้ให้การชี้แจงแนะนำด้วย!

          พัศดี: มิต้อง ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่ได้มาเยี่ยมถึงที่นี้ สำนักของท่านได้รับเทวโองการแต่งหนังสือ มีบุญกุศลใหญ่ยิ่ง หากว่าหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ได้แต่งสำเร็จลงพิมพ์แจกปลอบเตือนชาวโลก ต่างก็จะมีความดีความชอบอันล้ำเลิศ และสามารถจะกอบกู้ช่วยเหลือถึงบรรพบุรุษด้วย สามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุข ความลับต่างๆ ในยมโลก ล้วนจะถูกเปิดเผยออกโดยสิ้นเชิง อันนับว่าเป็นหนังสือที่ประเสริฐยิ่งจากโบราณกาลมาถึงทุกวันนี้ โดยเป็นของที่ได้มาไม่ง่ายนัก เชิญท่านทั้งสองจงตามข้าพเจ้ามา เพื่อตรวจชม “แดนตัดแขนตัดขานรกน้อย” 

          หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านพัศดี ได้แว่วเสียงครางครวญมาจากในคุกแล้ว โอย! สถานที่คุกมีสภาพเป็นสนามกว้างใหญ่ วิญญาณโทษถูกคุมตัวให้คุกเข่านั่งลงบนพื้นสนาม พวกยมทูตถือมีดคมวาวฟันเอาแขนซ้ายของวิญญาณโทษขาดลง ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวดและแล้วก็ฟันลงที่แขนขวาอีก ตัวคนก็ล้มลง ต่อจากนั้นจึงตัดเอาขาทั้งสองข้างออก เลือดสาดไปทั่วพื้นสนามแดงฉานไปหมด ความทารุณโหดร้ายนั้นทำให้ไม่สามารถจะชมดูต่อไปได้ขอถามพัศดีว่า คุกท่านใช้การลงโทษแบบนี้น่ะ มิทราบว่าพวกนั้นมันทำผิดอะไรบ้าง?

          พัศดี: การลงโทษแบบตัดส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้น มีความเจ็บปวดที่จะหาอะไรเปรียบมิได้ ชาวโลกนั้นตอนมีชีวิตอยู่ส่วนมากมีแขนขาสมบูรณ์ไม่บกพร่อง แต่ไม่ทำในสิ่งที่ดีงาม กลับไปใช้ในทางฆ่าคน ทำร้ายคน ดังนั้นเมื่อตายแล้วต้องถูกลงโทษจากขุมต่างๆ แล้วยังจะต้องมารับการลงโทษในคุกนี้อีก เป็นการลงโทษครั้งสุดท้าย บรรดาผู้ที่ไม่มีความสัตย์ซื่อ อกตัญญู จอมโจรสลัด ใช้มือฆ่าคน ใช้มีดใช้ปากกาทำลายคน ใช้เท้าทำร้ายคน หรือผู้ที่หลงทางเดินเข้าไปทางผิด แล้วไม่ยอมกลับเนื้อกลับตัวไปจนตลอดชีวิต เมื่อตายลงแล้วนอกจากให้แต่ละขุมทำการลงโทษแล้ว ท้ายสุดยังต้องมอบให้คุกนี้ทำการซ่อมแซมอีกทีหนึ่ง

          อรหันต์จี้กง: โลกปัจจุบันนี้มีการลักขโมยมากมายเช่น ลักขโมยใช้ชื่อเสียงของผู้อื่น ขโมยผลประโยชน์ ขโมยของเพื่อขาย ขโมยสิ่งของต่างๆ ขโมยผู้หญิง ขโมยชีวิต ล้วนเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน สิ่งต่างๆ ที่ได้มาโดยไม่ยุติธรรม ไม่เป็นธรรมรับซื้อจากพวกขโมย เมื่อตายลงแล้วก็จะได้เชิญยมทูตขโมยเอามือทั้งสองข้างของท่านผู้ที่นอกรีด นอกรอย ก้าวก่ายโดยไม่ทำตามขั้นตอน ผู้ที่ฉวยโอกาสชอบหาเศษหาเลย ชอบเดินในทางลัดทางอุบาทว์ตายลงแล้ว ก็จะให้ยมทูตช่วยตัดขาสีดำสองข้างนั้นเสีย เนื่องจากได้เวลาแล้ว จึงขอชมแดนตัดแขนตัดขานรกน้อย เพียงเท่านี้ก่อน

          พัศดี: ชาวโลกบางพวกก็ไม่เชื่อเรื่องนรก แล้วไฉนจึงไม่เข้าในคุกตารางของเมืองมนุษย์ ล้วนคุมขังเอาพวกที่นักฉวยโอกาสพวกชอบเดินทางลัด มันก้าวออกก้าวเดียวจะใช้แทนสามก้าว จะไม่ล้มยังไงไหว! จะกลืนผลส้มทีเดียวตั้ง 2 ลูก จะไม่ติดคอได้อย่างไร? ท่านทั้งสองต้องตรากตรำลำบากในการแต่งหนังสือ ข้าพเจ้ามีความยินดีจะต้อนรับท่านในโอกาสหน้าอีกครั้ง

          หยางเซิง: เพราะเหตุที่ท่านอาจารย์เร่งให้กลับ จึงจำต้องขอลาก่อนละ ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
          พัศดี: เมื่อต้องกลับสู่แดนมนุษย์ ก็มิมีปัญญาจะหน่วงเหนี่ยวได้ให้นายทหารทั้งหลายตั้งแถว นมัสการส่งท่านอาจารย์กลับ

          หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักเถิดครับ….!
          อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
          หยางเซิงลงจากดอกบัวเร็ว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม