ตอน ท่องแดนตัดลิ้นร้อยแก้มนรกน้อย

150 Views

วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2521

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

โลกมนุษย์        วุ่นวายหนอ     มิควรยุ่ง
เนื้อนาบุญ        ปลอดภาษี       หว่านไถนา
ลูกคลื่นหลัง     ซัดคลื่นหน้า    ในคงคา
ชั่วพริบตา         ใบไม้ร่วง          อีกคราเอย

         อรหันต์จี้กง: อ่านตามคำกลอนนี้แล้ว อาจมีคนพูดว่าอาตมานั้นเป็นผู้ที่หมดความมานะ เป็นผู้สิ้นหวัง ก็ล้วนแต่คนจะพูดไป อาตมาก็ไม่มีปัญญาที่จะไปห้ามปรามได้ ความมีมานะบากบั่นคล้ายกับการไต่บันได หากคิดจะมุ่งก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เมื่อบรรลุถึงขั้นสุดแล้ว ไม่รู้จักยับยั้งฝีเท้าก็จะต้องล่วงหล่นลงร่างกายก็จะย่อยยับแหลกลาญไม่มีชิ้นดี ดังนั้นชาวโลกควรจะสำนึกรู้ตัว ชีวิตของผู้คนในชาติหนึ่งมิได้ยืนยงยาวนานอะไรนักหนา ห้องหอบ้านช่องตึกรามนั้นเพียงให้ท่านได้ยืมอาศัยอยู่ได้ไม่กี่สิบปีเท่านั้นเอง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีวิธีใดที่จะยึดอยู่ได้ตลอดกาล เมื่อเหยียดแข้งเหยียดขานอนแผ่เมื่อใด ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสูญสิ้น พวกลูกหลานก็จะเชิญให้ท่านย้ายไปอยู่ยังแหล่งอื่นลูกคลื่นในแม่น้ำคลื่นลูกหลังซัดไล่คลื่นลูกหน้า คนรุ่นใหม่เข้ามาแทนคนรุ่นเก่า หากไม่สำนึกรู้ตัวโดยเร็ว รอคอยจนฝุ่นไอ (ผืนดิน) เต็มตัว (กลบหน้า) มองไม่เห็นวี่แววแห่งความสดใสใหม่แล้ว เวลานั้นก็จะกลายเป็นบุคคลในอดีตกาลเสียแล้ว วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงจงขึ้นดอกบัวเสีย
         หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา คำสวดมนต์หน้าศาลเจ้าได้ดังกังวานขึ้น คือเสียงดนตรีที่สวดส่งผู้คนกลับขึ้นไปสู่แดนตะวันตก

         อรหันต์จี้กง: เสียงสวดเร่าให้คนตื่นขึ้น คนตายแล้วไม่มีวันกลับเราไปนรกกันเถิด…ถึงแล้วละ เจ้าหยางเซิงลงจากดอกบัวเสีย
         พัศดี: ยินดีต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิง แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งมาเยี่ยมชมคุกนี้ และคุกนี้คือ “แดนตัดลิ้นร้อยแก้มนรกน้อย” อยู่ในความปกครองของขุมที่ 7 ท่านทั้งสองแต่งหนังสือตามเทวโองการมีความดีใหญ่หลวง น่าสรรเสริญเทิดทูนเป็นอย่างยิ่ง

         หยางเซิง: ที่ท่านพัศดียกย่องนั้น ข้าพเจ้าไม่สามารถจะรับไว้ได้ การท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือก็ได้รับการดูแลคุ้มครองอุ้มชูจากท่านอีกด้วย ต้องขอขอบคุณจากขั้วหัวใจโดยแท้ วันนี้ได้มาถึงคุกของท่าน ขอท่านจงเปิดประตูแห่งความสะดวกให้ด้วย
         พัศดี: ต้องเปิดประตูแห่งความสะดวกให้แน่นอน ท่านทั้งสองเชิญตามข้าพเจ้า เข้าไปภายในคุกตรวจชมให้ละเอียดถ้วนถี่ได้

         หยางเซิง: ขอบคุณมาก…ถึงหน้าประตูคุกแล้วยามรักษาการณ์ตั้งแถวแสดงความเคารพอยู่ ภายในคุกส่งเสียงขรมระงมไปด้วยเสียงคร่ำครวญทรมาน ยมทูตใช้ตะขอเหล็กงัดปากของพวกวิญญาณโทษออกแล้วก็สับเกี่ยวดึงเอาลิ้นออกมา เห็นวิญญาณโทษร้องตะโกนขึ้นทันที แล้วก็ใช้มีดที่คมกริบตัดเอาลิ้นให้ขาดเลือดสดๆ เปรอะเปื้อนเต็มหน้าอก ถึงขนาดนี้แล้ว พวกยมทูตยังไม่ยอมหยุด ยังหย่อนเอาเหล็กเจาะๆ เอาแก้มของวิญญาณโทษทั้งสองข้าง แล้วจึงใช้เส้นลวดร้อยไว้ ล่ามให้ติดกับเสาหลัก วิญญาณโทษก็ร้องครวญคราง แล้วก็สลบเหมือดไป การลงโทษแบบนี้สยดสยองและรุนแรงเหลือหลาย
         พัศดี: ลิ้นติดเนื่องถึงขั้วหัวใจ ผู้ที่โดนตัดเข้าล้วนมีความเจ็บปวดแสนจะทรมาน บรรดาที่ถูกทำโทษแบบนี้ มือไม้เท้าตีนสั่นเทาไปหมด อุจจาระ-ปัสสาวะเรี่ยราดลงพร้อมกันในทันที

         หยางเซิง: ยมโลกทำเครื่องมือทำโทษผู้คน ล้วนเป็นยาขนานที่ตรงต่อโรคทั้งนั้น เป็นที่น่าทึ่งน่าประหลาดใจมาก มิทราบว่าวิญญาณโทษเหล่านี้มันทำผิดโทษฐานอะไรบ้าง?
         พัศดี: บรรดาที่มารับโทษในคุกนี้ ล้วนมีความผิดทางวาจา การสูญเสียศีลธรรมในการพูด ข้าพเจ้าจะสั่งให้วิญญาณโทษมาบอกเล่าถึงความผิด ในตอนที่มันมีชีวิตอยู่ เพื่อลงพิมพ์ “เที่ยวเมืองนรก” ปลอบเตือนชาวโลก

         หยางเซิง: ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีให้ความร่วมมือ
         พัศดี: วิญญาณโทษออกมาแล้ว ท่านหยางเซิงจงสอบถามได้ทุกประการ

         หยางเซิง: ขอถามคุณยายผู้นี้ว่า ท่านมารับโทษยังที่นี้ด้วยเหตุใดมิทราบ?
         วิญญาณโทษ: ฉันเพียงแต่พูดพล่อยไปเท่านั้น มิได้ทำความผิดอะไรเลยนี่!

         อรหันต์จี้กง: ฆ่าคนด้วยคำพูดมิใช่ความผิดดอกหรือ? เธอไม่พูดความจริงต้องถูกลงโทษให้หนักกว่านี้อีก
         วิญญาณโทษ: เอาละค่ะ! อีฉันจะพูดความจริงก็แล้วกัน ตอนมีชีวิตอยู่อีฉันชอบอิจฉาริษยาคนอื่นมาก มักจะยุยงให้แตกกันเสมอๆ เคยใช้วาจากล่าวร้ายให้โทษผู้อื่น ทำให้เกิดความบาดหมางปั่นป่วนในครอบครัว พี่น้องต้องแตกแยกออกจากกัน ทำให้พ่อแม่ที่แก่เฒ่าขาดการเลี้ยงดูสงเคราะห์ นอกจากนั้น ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้ผู้อื่นต้องรับเคราะห์กรรมนี่

         พัศดี: เธอเป็นผู้หญิง “ปากหมา” (ปากเสีย) ที่ชาวโลกชอบกล่าวถึงนั่นแหละ ตัวเป็นผู้หญิง ไม่มีศีลธรรมในวาจา ใช้คำพูดยุยงปลิ้นปล้อน ทำลายครอบครัวที่มีสุขอย่างกลมกลืนสมบูรณ์และก็เคี้ยวหมาก ดื่มเหล้า เมายาไม่ขาดปาก ยามปรกติคำพูดคำจาก็ไม่มีการยับยั้ง บางครั้งก็ตะเบงเสียงเอ็ดตะโรลั่นบ้าน บางครั้งก็พูดแนบหูผู้ชายกระซิบสั่ง ที่กระทำไปล้วนคำพูดที่ไม่สุจริตหรือเป็นเรื่องไม่ดีไร้สาระ ลิ้นของเธอนั้นมีพิษสงจำตัดให้ขาดลง จึงจะทำให้เธอนิ่งเฉยพูดไม่ออก เพื่อจะได้ให้ไปบำเพ็ญทางวจีธรรมอีก
         อรหันต์จี้กง: ลิ้นนั้นคมดังมีดดาบ “นรกตัดลิ้น” มีพวกผู้หญิงเป็นส่วนมาก เพราะว่าผู้หญิงนั้นพูดมากแล้วใจคอคับแคบ ทำให้เกิดคลื่นลมปั่นป่วนได้ง่ายที่สุด บ้างก็ตัวนั้นเป็นหญิง แต่ไม่มีคุณสมบัติที่อ่อนหวานแม้แต่น้อย พูดจาทีไรเสียงดังยังกับฟ้าร้อง โดยวาจานั้นไปทำให้ผู้อื่นเกิดความโกรธเคืองก็ยังไม่รู้สึกตัว เมื่อตายลงต้องให้หัวควายหน้าม้าตัดซ่อมลิ้นของมัน เพื่อทำให้สุ้มเสียงนั้นได้ลดต่ำลง จึงหวังว่าบรรดาผู้หญิงในโลกมนุษย์ จงใช้วาจานุ่มนิ่มจะดีกว่า เพื่อไม่ต้องไปขัดใจขัดคอใครให้เสียน้ำใจกัน

         หยางเซิง: ขอถามสุภาพบุรุษผู้นี้ ว่าท่านทำผิดฐานอะไรบ้าง จึงต้องมารับโทษชนิดนี้ยังที่นี้เล่า?
         วิญญาณโทษ: ตอนมีชีวิตอยู่นั้น ผมมีนิสัยร้อนรุนแรงมาก พอพบเห็นเรื่องที่ไม่สบอารมณ์หรือได้ยินคำพูดที่ขัดหูเข้า ก็จะแหกปากแผดเสียงด่าทอเป็นการใหญ่ โดยไม่เกรงกลัวผู้หลักผู้ใหญ่ หรือโคตรเหง้าบรรพบุรุษของผู้อื่น ล้วนด่าเปิงไปหมด นอกจากนี้แล้วก็มิได้ทำอะไรชั่วร้ายเลย เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลไม่ลดละจะเล่นงานผม หาว่าผมปากเสียชอบด่าคน ทำสกปรกให้อภัยมิได้ ตัดสินให้เข้ามาตกอยู่ในคุกนี้รับการลงโทษให้ตัดลิ้นร้อยแก้ม แสนที่จะทรมานจึงขอเตือนชาวโลก จงอย่าได้เลียนแบบผมเที่ยวไปด่าทอผู้อื่น มิเช่นนั้นเมื่อตกถึงนรกแล้ว ทุกข์นั้นจะไม่สามารถบรรยายได้ถูก
พัศดี: ภาษิตท่านว่า “ใจร้ายนั้นคนมองไม่เห็น ปากร้ายทุกคนต่างได้ยิน” ปากที่ร้ายกาจนั้นจะทำให้ผู้อื่นเจ็บใจได้ง่ายที่สุดก่อเรื่องก่อราวเสมอๆ ทำให้กินแหนงแคลงใจไร้ความสมัครสมานที่เรียกว่า “บาดแผลจากคมมีดหายได้ง่าย แต่เจ็บช้ำจากคำกล่าวร้ายยากที่จะลบเลือน” เวลาด่าทอนัยน์ตาไม่ยอมมองคนเลยหยาบช้าสามานย์สิ้นดี เหยียดหยามฉีกหน้าผู้คนสารพัด เรียกได้ว่า “ไม่เว้นแม้แต่โคตรเหง้า” ก็เป็นความผิดที่หนักหนาชนิดหนึ่ง เฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บำเพ็ญธรรม คำพูดคำจายิ่งต้องตั้งอยู่ในหลักธรรม ห้ามใช้คำพูดที่มีสิ่งสกปรกปะปนเคลือบแฝงเป็นอันขาด มิเช่นนั้นศีลธรรมทางปากเสื่อมคลาย ผลธรรมก็เน่าเปื่อย หมดสิ้นความหวังที่จะบรรลุธรรม แต่ตายลงแล้ว “นรกตัดลิ้นร้อยแก้ม” จะมีส่วนให้รับ

         หยางเซิง: ขอถามครูบาผู้นี้ ท่านมาสวดมนต์ที่นี้ด้วยหรือ
         วิญญาณโทษ: นะโมพุทโธ มนต์ช่างสวดยากหนักหนาหวนนึกถึงปางก่อน เลื่อมใสในอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธอันใหญ่ยิ่งมโหฬาร จึงได้ออกบวชรับศีลเป็นภิกษุสงฆ์ขยันท่องอ่าน ค้นคว้าในทางพระธรรมคัมภีร์จนรู้ซึ้งแตกฉาน ได้แต่งตำราประกาศธรรมหรือขึ้นธรรมมาสน์บรรยายธรรมะ มักจะวิจารณ์ติเตียนศาสนาอื่นๆ เขา โดยถือเอาพระพุทธเป็นใหญ่แต่องค์เดียว ว่า นอกนั้นแล้วเช่นเทพเจ้า เจ้าชั้นกษัตริย์ เจ้าแม่ต่างๆ ล้วนเป็นเจ้ากระจอกกว่าเป็นภูต เป็นมารนอกศาสน์มิใช่ศาสนาของพระพุทธท่านที่เป็นศาสน์แท้เพียงองค์เดียว ไม่ต้องไปเคารพนับถือ ผู้ที่รับการกล่อมเกลาอบรมจากผมก็มีไม่น้อย จากนั้นมาดูหมิ่นดูแคลนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นินทาให้ร้ายศาสนาอื่น ทั้งนี้ผมได้ทำตามพูดตามคำจดบันทึกของคัมภีร์พระธรรม จึงไม่รู้ว่ามีความผิด เมื่อตายลงแล้วดวงวิญญาณโดนผูกมัด ไม่สามารถเอาตัวรอด ที่แท้นั้นคือโดนควบคุมตัวจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โดยโทษที่กล่าวร้ายเสียดสีผู้อื่นไม่เบาเลย จึงทำให้ผมต้องตกเข้ามาอยู่ในนรก ไม่สามารถไปยังแดนตะวันตก ขอท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยเหลือกอบกู้ผมด้วย

         อรหันต์จี้กง: ไอ้ศิษย์เวร ทางพุทธไม่มีศิษย์เลวๆ เหมือนอย่างเองนี่น่ะ ธรรมแห่งพระพุทธให้ความเสมอภาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะสามารถบำเพ็ญสำเร็จธรรมได้ ภายใต้กาลสมัยและสถานที่ๆ ต่างกันได้ เว้นแต่วาจาที่ยกขานขนานนามต่างกันเท่านั้นเอง เทพยดาเจ้าแม่ต่างๆ ที่ช่วยชาวโลกกอบกู้ผู้คนล้วนแล้วแต่เป็นผู้บำเพ็ญธรรม ฝึกอบรมจนบรรลุสำเร็จเป็นสิ่งสูงศักดิ์ สลายเรือนร่างแล้วขึ้นสู่สวรรค์เสพสุขยังแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น ซึ่งไม่ตรงกับได้กล่าวไว้ว่า โลกแห่งความสุดยอด เนื่องจากผู้บำเพ็ญธรรมยังห่างไกลจากการบรรลุถึงผลธรรมนั้น มีอยู่จำนวนมากมักอวดถือว่าตนฉลาดเก่งมากแล้ว เพื่อที่จะรวบรวมสมัครพรรคพวกลูกศิษย์สาวก ทำการตัดทอนต่อเติมคัมภีร์ตำรา หรือแต่งหนังสือขึ้นโดยเอาความเห็นส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เลยทำให้เกิดความพิพาทวุ่นวายทางศาสนา ทำให้ผู้เลื่อมใสในทางบำเพ็ญธรรม เชื่อถือทำตามอย่างงมงายจนเกิดคติในการดูหมิ่นศาสนาอื่น ตัวเป็นมนุษย์เช่นเดียวกันแต่จิตใจต่างกัน การกระทำของมนุษย์จึงทำให้คลื่นลมโหมแรงจัดมาก โทษฐานนั้นจะให้อภัยมิได้ จึงขอเตือนพวกพระพวกนักบวชในโลกมนุษย์ว่า การบำเพ็ญธรรมสำคัญที่จิตใจต้องบรรลุ มิได้อยู่กับการก่อเรื่องทำเหตุ บรรดาที่ประกาศธรรมบิดเบือนสกปรก แต่งหนังสือด้วยใจอคตินั้น หากไม่เผาหนังสือโยนพู่กันทิ้ง (คือสำนึกผิด) โดยด่วน แล้วประกาศธรรมที่ถูกต้องถ่องแท้โดยปากที่สะอาดหมดจด เมื่อตายลงแล้วล้วนจะโดนลงโทษจากนรกตัดลิ้นร้อยแก้ม ให้ไปถ่องบน “ตำราทุกข์” ทุกวันคืนจะได้รู้รสแห่งการที่ใช้ปากทำลายคน วันนี้ได้เวลาแล้วเจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก

         พัศดี: สิ่งที่ขาดตกบกพร่องประการใด ขอได้โปรดอภัยด้วย ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
         หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย เราศิษย์ขอลาละ ท่านอาจารย์ครับกระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้วเชิญออกเดินทางได้….
         อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
         หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม