Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอน ท่องแดนกระทะทองแดงนรกน้อย | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอน ท่องแดนกระทะทองแดงนรกน้อย

245 Views

วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2521

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า:  

ฝึกฝนธรรม      เสมือนหนึ่ง      น้ำตาเทียน
จงหมั่นเพียร    อย่าขาดตอน    มีสติ
เบิกบานใจ       รับฤดู               ใบไม้ผลิ
ดวงศศิ            ฟังเสียงขิม       หินตอบรับ

        อรหันต์จี้กง: เริ่มต้นปีใหม่ ท่องนรกแต่งหนังสือเหมือนแรกรับฤดูใหม่ ฤดูใบไม้ผลิต้องมีกลิ่นไอของไม้ผลิ จึงจะเป็นการเริ่มต้นด้วยดี เจ้าหยางเซิงเตรียมท่องนรก
        หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เริ่มออกเดินทางได้….

        อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ รีบลงดอกบัวเร็ว
        หยางเซิง: กระผมลงมาแล้ว วันนี้จะท่องนรกใดมิทราบ?

        อรหันต์จี้กง: วันนี้จะท่อง “กระทะน้ำมันทอดกายนรกน้อย” (กระทะทองแดง) พัศดีได้ตั้งแถวคอยต้อนรับเราอยู่เบื้องหน้าแล้ว
        หยางเซิง: เบื้องหน้ามีผู้คนอยู่หมวดหนึ่งจริงๆ ด้วย แสดงกิริยาอาการเป็นมิตรอย่างดี ขอแสดงความเคารพท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย

        พัศดี: มิต้อง ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่ได้มาเยี่ยมในวันนี้ คุกนี้มีชื่อว่า “กระทะทอดกายนรกน้อย” ขึ้นกับขุมที่ 7 ท่านทั้งสองมาตามโองการเป็นที่ยากลำบาก แต่มีความดี ความชอบมากมายล้นเหลือจริงๆ
        อรหันต์จี้กง: หามิได้ ท่านเสียอีกที่รับความลำบากมากกว่า ต้องอยู่กับพวกนักโทษตลอดทั้งวัน ก็มิใช่เรื่องที่ทนทานได้ง่ายนัก

        พัศดี: อันนี้เพียงทำตามหน้าที่เท่านั้นเอง เพื่อที่จะปลอบขวัญวิญญาณโทษ ก็ต้องทุ่มเทกำลังใจกำลังกายไม่น้อยเหมือนกัน เหมือนดังท่านปลอบเตือนกอปรกู้ผู้คนในแดนมนุษย์นั่นแหละ ล้วนเป็นการประกาศกล่อมเกลามวลชนแทนสวรรค์ เชิญท่านทั้งสองตามข้าพเจ้าเข้าไปภายในเถิด…
        หยางเซิง: ถึงปากประตูคุกแล้ว ข้างประตูมีการวางยามรักษาการณ์เข้มแข็งมาก แต่วิญญาณโทษไม่สู้มีมากนัก มีแต่เดินเข้า ไม่มีเดินออก คงจะเกี่ยวกับการกำหนดเวลาโทษยาวนานนั่นเอง การตบแต่งภายในคุกก็ไม่มีอะไรสวยงามน่าชมดี กระทะใหญ่ตั้งเป็นแถวๆ เหมือนกับกระทะที่ใช้ต้มผักหมูในชนบทอย่างไรอย่างนั้น ข้างใต้กระทะพวกยมทูตกำลังโหมให้ไฟแรงจัด ในกระทะมีน้ำมันเดือดพล่านดังที่โลกมนุษย์ได้เรียกว่า “กระทะน้ำมัน” นั่น พวกวิญญาณโทษถูกคุมโดยยมทูตใช้ง่ามเหล็กแทงเข้าไปในกระทะร้องตะโกนเสียงได้คำเดียวก็จมดิ่งลงในก้นกระทะ น้ำมันที่เดือดพล่านนั้นไม่มีการปราณี พริบตาเดียววิญญาณโทษกลายเป็นกระดูกสีขาวเสียแล้ว ขอถามพัศดีว่า อันนี้เป็นการลงโทษชนิดไหนไม่ทราบต้องโทษชนิดใดจึงต้องมารับเคราะห์ฆาตยังที่นี่?

        พัศดี: “แดนกระทะทอดกายนรกน้อย” เป็นสถานที่ลงโทษอย่างหนักที่สุดของขุมที่ 7 ที่แดนมนุษย์ใช้การ “ลงกระทะน้ำมัน” เป็นวิธีการปราบพวกภูตผีปีศาจที่ชอบเล่นของให้หมดฤทธิ์เดชลงโดยสิ้นเชิง ดังนั้นพวกที่ตกลงมาคุกนี้ “คือพวกที่ทำความผิดอย่างอุเอกสาหัสสากรรจ์ในโลกมนุษย์ มีความประพฤติที่โหดร้ายที่สุด ดังนั้นเมื่อตายลงแล้วต้องมารับโทษที่หนักสุดยอดในแดนนรก”
        หยางเซิง: ส่วนใหญ่พวกนั้นทำผิดในคดีอะไรบ้าง

        พัศดี: เป็นพวกขโมยขโจร นักโทษปล้นจี้ฆ่าคนตาย ผิดศีลในเรื่องกามลามก หรือนักโทษคอร์รัปชั่นรายใหญ่ๆ หรือวางยาพิษฆ่าคนฆ่าชีวิตผู้คน และนักโทษที่กระทำการขัดต่อหลักธรรมแห่งสวรรค์นั้นๆ เมื่อตายลงแล้วนอกจากถูกแต่ละขุมทำโทษแล้วยังต้องมารับโทษที่นี่อีก
        หยางเซิง: นอกจากพวกนี้แล้ว ยังมีนักโทษอื่นอีกบ้างไหม

        พัศดี: หากว่าใช้ฤทธิ์เดชให้ร้ายผู้คนในแดนมนุษย์ ก็จะโดนทำโทษแบบนี้เหมือนกัน เพื่อจะกำจัดทำลายของมันเสีย
        หยางเซิง: ท่านจะจัดวิญญาณโทษที่ยังมิได้ถูกแทงลงไปในกระทะสัก 2-3 ตน มาสอบถามสักนิด จะได้หรือไม่ประการใด

        พัศดี: ได้ซิครับ ให้นายทหารพาพวกวิญญาณโทษ 2-3 ตน มาสารภาพความผิดเสีย 
        นายทหาร: ขอรับคำบัญชา…พามาแล้วครับ เชิญท่านหยางเซิงถามได้ 

        หยางเซิง: ขอถามคุณยายผู้นี้ ว่าท่านไฉนจึงมารับโทษยังที่นี้
        วิญญาณโทษ: ตอนฉันมีชีวิตอยู่นั้น เป็นแม่เล้าในเขตพื้นที่เริงรมย์ ในชีวิตได้รับซื้อหรือหลอกพาตัวเด็กหญิงเป็นอาชีพ โดยเฉพาะหารายได้จากการขายตัวของผู้หญิง เมื่อตายลงแล้วถูกตัดสินตกเข้าไปอยู่ใน “อุจจาระ-ปัสสาวะเลนโคลน” และ “นรกลากไส้” ทำการลงโทษแล้วยังถูกส่งมาอยู่ใน “นรกกระทะน้ำมัน” อีก ท่านยมบาลโหดเหี้ยมไม่มีอะไรจะเปรียบได้ ฉันเอาแต่เงินในตอนมีชีวิตอยู่ ไม่เชื่อถือเรื่องผีเรื่องเจ้า ตายลงแล้วจึงรู้ว่านรกนั้นรอดได้ยากยิ่ง

        พัศดี: เธอไม่มีเมตตาจิตจนเกินไป โดยไม่คิดว่าผู้ร่วมชาติก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขอันเดียวกับเธอ เธอซื้อเขามาด้วยเงิน ไปให้ผู้คนพร่าเฉือนขยี้เล่น ศีลธรรมมนุษยธรรมไม่มีเหลือไว้บ้างเลย ไม่เอาลงไปทอดในกระทะน้ำมัน เชื้อโรคในตัวเธอคงจะทลายล้างไม่หมด
        หยางเซิง: ขอถามคุณผู้นี้เถิด ดูท่านอายุยังน้อยก็โดนมารับโทษที่นี่ด้วย บนกายท่านยังมีคราบเลือดติดอยู่ใช้มือทั้งสองข้างกดไว้แล้วร้องด้วยความเจ็บปวด ผมเผ้าก็กระเซิงยุ่งเหยิง คล้ายกับพวกจิ๊กโก๋มิทราบว่าท่านมีอาชีพใดในขณะที่มีชีวิตอยู่

        วิญญาณโทษ: พูดไปแล้วก็สำนึกได้ เสียใจไม่รู้วาย ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ประพฤติดี ไปมั่วกับพวกจิ๊กโก๋อยู่เป็นวันๆ เนื่องจากเล่นการพนันเป็นหนี้ผู้อื่น ถูกกดดันจนเกิดความคิดมิชอบขึ้นเลยกระทำการปล้นทรัพย์ เคราะห์ร้ายถูกจับได้ โดนทางการตัดสินประหารชีวิต ตายลงโดยการถูกยิงเป้า แผลที่โดนยิงนั้นยังเจ็บปวดอยู่ในขณะนี้ เมื่อตายลงแล้วผ่านการพิจารณาโทษจากทุกขุมแล้ว ท่านยมบาลไม่ปรานีตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่ “นรกกระทะน้ำมัน” เวลานี้จิตใจพรั่นพรึงหวาดหวั่นขอเตือนชาวโลก จงเจียมตัวเจียมใจข้าวของผู้อื่นแม้จะแย่งชิงมาได้ ก็ไม่สามารถกลืนกินลงไปได้ทรยศเนรคุณต่อบิดามารดาครูบาอาจารย์ ที่ให้การชุบเลี้ยงอบรมสั่งสอนมา บุญคุณอันนี้มิทราบว่าจะตอบแทนท่านได้ในวันใด

        อรหันต์จี้กง: กฎหมายบ้านเมืองไม่เข้าใครออกใคร แกรนหาที่ตายเอง ในที่สุดต้องตายลงโดยกระสุนปืน แต่แกยังพอมีความสำนึกแห่งจิตใจที่ดีงามอยู่บ้าง จงไปรอคอยบำเพ็ญในภพหน้าเถิดขอถามท่านผู้นี้ อะไรที่ทำให้ท่านมารับโทษอยู่ ณ แห่งนี้ 
        วิญญาณโทษ: ตอนมีชีวิตอยู่เกิดขาดความยั้งคิดแห่งความรับผิดชอบไป ในขณะที่มีเรื่องเกี่ยวกับแย่งชิงผู้หญิงกับผู้อื่น โดยได้ฆ่าคนตายทีเดียว 2 คนรวด ตอนหลังถูกตัดสินประหารชีวิต เมื่อตายลงแล้วผ่านการลงโทษอย่างหนักจากทุกขุมและได้ตกมาอยู่คุกนี้ในวันนี้อีก เห็นน้ำมันในกระทะเดือดพล่านเนื้อตัวก็พลันสั่นระริกไปหมด จึงโทษตัวเองทำผิดใจชั่ววูบเดียวเท่านั้น ก่อบาปมหาศาล

        พัศดี: ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต โบราณท่านได้บ่นไว้ชัดแจ้งอยู่แล้วเมื่อลงมือทีไรเห็นชีวิตคนเหมือนมดปลวกแล้ว ลงในกระทะน้ำมันจะไปเกรงกลัวอะไรอีกเล่า ถ้าไม่ลงไปในกระทะน้ำมันหยดเลือดที่ติดอยู่กับมือมันจะแห้งได้อย่างไรอีกเล่า
        หยางเซิง: ขอถามผู้เฒ่าท่านนี้ ท่านมาอยู่ในคุกนี้ด้วยเหตุใดมิทราบ

        วิญญาณโทษ: ผมได้เรียนจบในวิชาฤทธิ์เดชอภินิหารตอนอยู่ในโลกมนุษย์ โดยได้รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์เป็นการลับเฉพาะ มีฉายาที่คนทั่วไปเรียกว่า “เซียนผ้ายันต์” ผู้ที่ให้เงินกับผม ไหว้วานผมใช้ฤทธิ์เดชทางอุบาทว์ ทำให้ผู้อื่นเกิดจิตใจฟั่นเฟือน ครอบครัวระส่ำระสาย หรือทำให้คู่สมรสต้องแตกแยกก็จะทำให้ทั้งนั้น และใช้วิชายันต์อุบาทว์ทำให้ผู้หญิงเกิดความหมดสติสลบลงแล้วทำการข่มขืน เรียกได้ว่าตอนมีชีวิตอยู่อยากจะทำอะไรก็ตามใจชอบ เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลโกรธกริ้วเป็นที่ยิ่ง คิดจะลงโทษผม ผมก็แสดงอิทธิฤทธิ์อุบาทว์ต่อสู้ หารู้ไม่ว่ายมโลกรวบรวมทหารผีเข้าโจมตีผม ผมเลยต้านไม่อยู่ วันนี้ลงมากระทะน้ำมัน อิทธิฤทธิ์ถูกทำลายลง ต้องสูญสิ้นอันตรธานไปหมดสิ้น โอย! มีวิชาอิทธิฤทธิ์ไม่ใช้ในทางที่ถูกที่ชอบ เมื่อตายลงแล้วน่าอนาถทุเรศเป็นอย่างยิ่ง

        พัศดี: แกทำอย่างไม่เกรงกลัวต่อฟ้าดินและกฎหมาย อาศัยฤทธิ์เดชทำลายผู้คน ฤทธิ์เดชนี้เรียกว่าเดียรัจฉานวิชา เป็นที่เกลียดชังที่สุดของแดนนรก บรรดาผู้ที่มีวิชาเดชฤทธิ์แล้ว ไม่ตั้งตัวอยู่ในทางที่ถูกที่ชอบ เมื่อตายลงแล้วไม่มีใครจะรอดพ้นจากการลงโทษ “กระทะน้ำมัน” แม้แต่คนเดียว ขอเตือนชาวโลกที่ร่ำเรียนวิชาอิทธิฤทธิ์อภินิหารนั้น จงปฏิบัติตามคำสั่งสอนของอาจารย์และวินัยธรรม เอาวิชาที่ร่ำเรียนมาใช้ในการช่วยเหลือชาวโลก เมื่อตายลงแล้วจะได้เข้าสู่ช่องทางแห่งเทพเจ้า มิเช่นนั้นแล้วต้องตกเข้าทางมาร จงระวังสังวรไว้

        หยางเซิง: ขอถามท่านพัศดี การลงโทษของคุกท่านที่วิญญาณตกเข้าในกระทะน้ำมันแล้วกลายเป็นโครงผี (โครงกระดูก) แล้วก็เอาง่ามงัดมันขึ้นมา ใช้น้ำคืนชีพราดให้ ทำให้กลับคืนเป็นวิญญาณอีก ทำอย่างนี้กลับไปกลับมา พวกวิญญาณโทษจะมีความรู้สึกเช่นใดมิทราบ
        พัศดี: การทำโทษให้แทงลงไปในกระทะน้ำมัน เป็นการลงโทษที่ทรมานที่สุด ที่เรียกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีชิ้นดีเลย วิญญาณโทษจะรู้สึกเหมือนกับจมอยู่ในน้ำ เริ่มแรกก็หมดการหายใจ ต่อมาก็รู้สึกเจ็บแสบ เลยหมดความรู้สึกไป บรรดาที่มีวิชาฤทธิ์เดชอภินิหารวิชามาร (ปีศาจ) เมื่อผ่านกระทะน้ำมันแล้ว “ฤทธิ์เดชก็แตกดับสลายลงหมด” 

        อรหันต์จี้กง: เพราะเหตุว่าเวลาดึกแล้ว เราเตรียมกลับสำนักเถิด
        หยางเซิง: ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีและนายทหารให้การต้อนรับอย่างสนิทสนมอบอุ่นมาก ขอลาก่อนละ

        พัศดี: ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
        หยางเซิง: กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้….

        อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
        หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม