ตอน ท่องแดนตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย

131 Views

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า:  

อิงแอบกาย       ที่เมื่อยเปลี้ย    ในราตรี
ประสาทศรี        ศักดิ์สิทธิ์          ใหม่ผ่องแผ้ว
กวาดล้างเสีย    ฝุ่นละออง         ชะบาปแล้ว
คนไม่แคล้ว       ต้องลำบาก       ทำไมหนอ

         อรหันต์จี้กง: ทั้งภายในและภายนอกของสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ตกแต่งลงเรียบร้อยแล้ว รู้สึกว่าหน้าตาสดใสผ่องแผ้วสง่างามขึ้น เทพเทวดาท่านชอบสถานที่ที่สะอาดหมดจด มวลชนที่ต้องการจะพบเห็นเทพเทวดานั้น ต้องชำระล้างร่างกายและจิตใจให้สะอาดเรียบร้อย มิเช่นนั้นตาทิพย์จะถูกปกปิดด้วยฝุ่นละออง ยากที่จะมองทะลุทิวทัศน์บนสวรรค์วันนี้เตรียมไปท่องแดนนรก เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเสีย
         หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา! วันนี้เห็นท่านอาจารย์สดชื่นเบิกบานมาก มิทราบว่าท่านมีความสุขด้วยสิ่งใด?

         อรหันต์จี้กง: เมื่อมาถึงสถานที่ผ่องแผ้วแห่งธรณีศักดิ์สิทธิ์ เห็นปราสาทอันทรงธรรมศักดิ์สิทธิ์ปราศจากฝุ่นละอองแม้แต่ผงธุลี ความกลัดกลุ้มที่เกาะจับอยู่ในหัวใจจึงคลายออกจนหมดสิ้นก็เลยเป็นสุขหายกังวล 
         หยางเซิง: ชาวโลกมักพูดว่า “เมื่อไม่เห็นก็นับว่าสะอาดหมดจด” ท่านอาจารย์มีความเห็นประการใด?

         อรหันต์จี้กง: พุทธเทพท่านสามารถทรงอำนาจแห่งความมั่นคงชนิดนี้ได้ ปุถุชนจะไม่มีทางเสมอเหมือนได้ “มุมตาย” (มุมมืด) ที่ไม่สามารถมองเห็นนั้น มักจะสกปรกเหลือหลาย ประพฤติความชั่วร้ายในมุมมืด จะเรียกว่าเมื่อมองไม่เห็นให้ถือเป็นสะอาดหมดจดได้อย่างไรเล่า
         หยางเซิง: ท่านอาจารย์พูดสมเหตุสมผลมาก กระผมนั่งลงบนดอกบัวเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้แล้ว….

         อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ รีบลงจากดอกบัวเร็ว
         หยางเซิง: วันนี้เรามาถึงที่นี่ เห็นแต่ยมทูตคุมตัววิญญาณโทษรุดไปข้างหน้า ยังไม่ได้ยินเสียงจากการถูกทำโทษเลย

         อรหันต์จี้กง: วันนี้เรามาเยี่ยมชม “ตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย” ก็เพราะว่าวิญญาณโทษเหล่านั้นที่รับการลงโทษมีความทรมานอย่างเชื่องช้า จึงมีแต่เสียงครวญคราง เจ้าจะได้เห็นโดยละเอียดหลังจากนี้สักครู่ นี่ก็ได้ใกล้กับประตูคุกอยู่แล้ว พัศดีกับนายทหารก็ได้มาคอยต้อนรับเราแล้ว 
         หยางเซิง: ขอแสดงความเคารพต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย ข้าพเจ้าพร้อมทั้งท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกของท่านในวันนี้ให้ความสะดวกด้วย 

         พัศดี: หามิได้! คุกนี้คือ “ตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย” ซึ่งขึ้นกับท่านเปียงเซี้ยอ๊วงแห่งขุมที่ 6 สำนักเซี้ย เฮี้ยงตึ้งแห่งเมืองไถ่ตง รับประทับทรงบรรยายธรรม มีบุญกุศลกว้างใหญ่ล้ำลึกยิ่งนัก คราวนี้ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” เปิดเผยเหตุการณ์ของยมโลกปลอบเตือนกอบกู้ชาวโลก ความบากบั่นอุตสาหะน่าสรรเสริญยิ่งนัก คุกเรานี้สามารถตีพิมพ์ลงในหนังสืออันมีค่าเปรียบเสมือนทองคำเล่มนี้ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง เชิญท่านทั้งสองเข้าไปชมภายใน

         หยางเซิง: ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีให้การแนะนำ โอย! ภายในคุกล้วนปูด้วยตาข่ายหนามแหลม เสมือนหนึ่งลวดหนามสิ่งกีดขวางในแดนมนุษย์ บนพื้นดินก็บุอีกชั้นหนึ่ง และมีน้ำขังเปียกชุ่มอยู่ ด้านบนก็มีอีกชั้นคุมไว้ด้วย ตัวตนยืนตรงไม่ได้ เวลาเดินต้องใช้คลานเอา พอเงยหัวขึ้น ศีรษะและแผ่นหลังจะโดนหนามเหล็กทิ่มแทงบาดเจ็บ วิญญาณโทษแต่ละตนครวญเสียงอย่างหมดอาลัย เสื้อผ้าขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี บนตัวยังมีสิ่งของ 2 สิ่งติดอยู่ เนื่องจากอยู่ในระยะห่างไกลพอสมควร ข้าพเจ้ามองเห็นไม่ถนัดนัก ขอท่านพัศดีบอกให้ทราบด้วย จะได้หรือไม่ประการใด?

         พัศดี: อ้าย 2 สิ่งนั้น สิ่งหนึ่งคือตัวตั๊กแตน อีกสิ่งหนึ่งคือตัวปลิงซึ่งดูดกินมันสมองและโลหิตของมนุษย์โดยเฉพาะ
         อรหันต์จี้กง: เราขึ้นไปอีกหน่อย เจ้าจะได้มองเห็นชัดเจนขึ้น

         หยางเซิง: ดีซิครับ โอ้โฮ้! ที่แท้บนตัววิญญาณโทษโดนพวกปลิงเกาะทั้งตัวเลย มองดูแล้วรู้สึกหวาดเสียวมากจริงๆ แล้วบนศีรษะยังมีตั๊กแตนเกาะเต็มไปด้วย ที่จริงแล้วมันกำลังดูดกินอะไรนะ?
         อรหันต์จี้กง: ตัวปลิงมีอีกชื่อหนึ่งว่า หม่าม้อ (ปลิงใหญ่ชนิดหนึ่ง) มีชุมที่สุดหนองน้ำร่องเล็ก พอมันเกาะอยู่กับตัวคนโลหิตจะถูกดูดกินจนหมดเกลี้ยง ชาวโลกหวาดกลัวยิ่งนัก ตัวตั๊กแตนเป็นพวกทำลายต้นข้าวเป็นแมลงที่ให้โทษ แมลงตั๊กแตนฝูงหนึ่งสามารถกัดกินต้นข้าวทั้งปวงให้เหลือแต่ซาก บัดนี้ตัวตั๊กแตนทั้งฝูงกำลังดูดกินมันสมองของวิญญาณโทษอยู่

         พัศดี: เนื่องจากตัวตั๊กแตนเลือกกินแต่น้ำหล่อเลี้ยงใบต้นข้าวโดยเฉพาะ วันนี้มันมาแปลงกายเกิดอยู่ในนรก จึงดูดกินแต่มันสมองของคนซึ่งเป็นของเหลวสีขาวเช่นเดียวกัน
         หยางเซิง: น่าสะพรึงกลัวเป็นที่ยิ่ง ข้าพเจ้าเห็นแล้วทำให้หัวใจชักอ่อนแรงลง หายใจครืดครากมือเท้าอ่อนนุ่มหมดเรี่ยวแรง

         อรหันต์จี้กง: มิต้องหวั่นกลัว เราท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือ ซึ่งมาตามพระราชโองการ มีข้าฯ อยู่เป็นเพื่อนด้วยทำใจให้กล้าเถิด
         พัศดี: ท่านทั้งสองโปรดรอสักครู่ ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณโทษ 2-3 ตนมาบอกเล่าถึงหลักฐานในคดีที่มันก่อขึ้น

         หยางเซิง: ขอบคุณท่านพัศดีมาก แต่ขอให้เร็วหน่อย และต้องเอาตัวปลิงเกาะติดตัววิญญาณโทษนั้นออกหมด ข้าพเจ้ากลัวสิ่งนี้เป็นที่สุด
         พัศดี: ได้ครับ! ท่านคอยสักครู่นะครับ…สิ่งร้ายสองสิ่งได้เอาออกหมดแล้ว ท่านหยางเซิงมิต้องตกใจ สิ่งให้วิญญาณโทษ 2 ตนนี้สารภาพเรื่องไม่ดีที่ทำไว้ตอนมีชีวิตอยู่ ที่ต้องมารับโทษที่นี่ด้วยเหตุใดๆ ท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองมนุษย์ ได้มายังยมโลกเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานแห่งการทำชั่ว แกทั้งสองจงร่วมมือสารภาพออกมา เพื่อเอาไปปลอบเตือนชาวโลก

         วิญญาณโทษ: ตอนอยู่ในแดนมนุษย์ผมเป็นตุลาการผู้พิพากษาดำเนินการพิจารณาคดีความ เนื่องจากเคยรับสินบนจากฝ่ายจำเลย เป็นเหตุให้คดีดำเนินและตัดสินไปโดยไม่ยุติธรรม จึงเกิดการทำให้คนติดคุกโดยปราศจากความชอบธรรมแห่งขบวนความ ตอนนั้นได้รับทรัพย์สินเงินทองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่น้อย แม้ว่าจะเคยได้ยินผู้คนพูดว่า “เป็นตัวตุลาการแล้วไม่อยู่ในความยุติธรรม ละโมบทรัพย์ตัดสินไม่เที่ยงตรง เมื่อตายลงแล้วต้องได้รับการสนองตอบ” แต่บางครั้งใจก็คิดว่า ในชาตินี้ขอให้ได้ร่ำรวยมียศศักดิ์ศรี มีอำนาจบาทใหญ่ชาติหน้าจะเป็นฉันใดก็ช่างหัวมัน เมื่อตายลงแล้วผ่านหอกระจก (กรรม) วิเศษฉายปรากฏออกซึ่งเหตุการณ์คอร์รัปชั่น หรือการตัดสินที่ผิดศีลธรรมไม่เที่ยงตรง ล้วนถ่ายออกมาเป็นฉากๆ ดังถ่ายภาพยนตร์เห็นอย่างแจ่มแจ้งชัดเจนต่อหน้าต่อตา นอกจากรับการลงโทษจาก “นรกอุจจาระ- ปัสสาวะแล้วยังส่งขุมที่ 6 นี้อีก ท่านเปียงเซี้ยอ๊วง ตวาดว่าผมเป็นผู้พิพากษาตุลาการ รู้กฎหมายถือกฎหมายทำผิดกฎหมายโทษฐานนั้นยิ่งใหญ่หนักหนา ตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่ใน “นรกตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะ” รับความทรมานทุกวี่วันต้องคลานไปภายใต้ตาข่ายหนาม ทั่วทั้งร่างกายโดนตัวตั๊กแตนตัวปลิงเจาะกินเจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กาย พลังกายพลังใจแทบจะสูญสิ้นทลายลง ทรมานเหลือที่จะกล่าว 

         พัศดี: รู้กฎหมายเองแล้วทำผิดเอง เป็นการกระทำที่ดูหมิ่นดูแคลนกฎบัตรแห่งสวรรค์เป็นที่ยิ่ง ขอเตือนผู้รักษากฎหมายในเมืองมนุษย์ ควรถือแบบอย่างของท่านเปาบุ้นจิ้น เคร่งครัดซื่อสัตย์เที่ยงธรรม ทำชนิดไม่ลงโทษคนดีไม่ปล่อยคนชั่ว เพื่อแผ้วถางสิ่งชั่วร้ายกำจัดทุจริตในสังคม แผ่เมตตาธรรมแทนฟ้าสวรรค์ท่านจะได้กุศลบุญมหาศาล หากไม่ทำตามกฎวินัย เห็นแต่ได้เสียความเที่ยงธรรม โลภรับสินบนเมื่อตายลง ต้องรับโทษอย่างหนักจากแดนนรก แล้วจะมีผลพลอยให้ลูกหลานเหลนไม่เจริญไปด้วย ซึ่งมีตัวอย่างมาให้เห็นแต่โบราณกาลแล้ว การตอบสนองนั้นล้วนจะไม่เข้าใครออกใครวิญญาณโทษตนที่ 2 รีบเล่าความผิดที่สร้างไว้ในปางก่อน

         วิญญาณโทษ: เนื่องจากผมมีร่างกายสูงใหญ่แข็งแรงตอนอยู่เมืองมนุษย์ เคยมีหน้าที่เป็นผู้คุ้มครองในบ่อนการพนันและสถานที่เริงรมย์ต่างๆ เรียกเก็บค่าที่คุ้มครองยังชีพไปวันๆ ก็ผ่านไปอย่างสุโขไม่น้อยจะกินจะดื่มมั่วกันสนุกสารพัด แต่หารู้ไม่ว่าตายลงแล้ว ท่านยมบาลตัดสินให้เข้ามาตกอยู่ในคุกนี้ ความทรมานนั้นหาที่เปรียบมิได้จริงๆ แสนที่จะอเนจอนาถเหลือประมาณ
         พัศดี: อย่าปิดบังความชั่วอื่นๆ อีกนะ ให้พูดออกมาเร็ว มิเช่นนั้นจะลงโทษให้หนักกว่านี้อีก

         วิญญาณโทษ: ครับผม ผมจะพูด เนื่องจากผมใหญ่พอในสังคมมืด จึงไม่คิดจะอาศัยกำลังกายไปหากิน หากเวลาเงินทองขาดมือ ก็มักจะไปรีดไถเอาจากร้านที่ค้าขาย ทำอย่างนี้ทั้งปีทั้งชาติจนชีวิตจะหาไม่
         อรหันต์จี้กง: บรรดาผู้ที่ไม่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยงานการสุจริตเอาแต่รีดไถเงินทองผู้อื่น ที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อเลือดเนื้อนั้น ล้วนต้องมาลงเอยกันอีแบบนี้ทั้งสิ้น ขอเตือนชาวโลกจงสำนึกตัวตื่นขึ้น และกลับตัวกลับใจเวลามันดึกมากแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนักได้

         หยางเซิง: ขอบคุณท่านพัศดี และนายทหารที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง เพราะเหตุว่าเวลาหมดลง เราขอลาท่านก่อน
         พัศดี: ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

         หยางเซิง: กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เดินทางกลับสำนักเถิด…
         อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
         หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่างดังเดิม