ตอน ท่องแดนแหวกปากเอาเข็มทิ่มนรกน้อย

158 Views

วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า:  

แดนศักดิ์สิทธิ์    มักซบเซา          ขาดนักธรรม
ต้องรับกรรม       หากละเมิด         ผิดศีลธรรม
มุ่งสงบ               หากหมั่นเพียร    มีผลนำ
คงจะกรรม          หากตอแหล       ทุกข์ร่ำไป

           อรหันต์จี้กง: ธรณีศักดิ์สิทธิ์เงียบเหงา ผู้บำเพ็ญธรรมมีอยู่ประปราย บ้างก็เสแสร้งแกล้งทำโดยไม่มีความจริงใจ หน้าไหว้หลังหลอก บ้างก็ไม่เข้าใจหลักธรรมที่ถ่องแท้ นึกคิดอย่างลมๆ แล้งๆ ตามใจตัว ทำเป็นหูทวนลมต่อคำสั่งสอนศักดิ์สิทธิ์ไม่รักษาตามกฎวินัย เป็นเหตุให้ศีลธรรมเสื่อมโทรมลง แม้ว่าพวกที่สามารถพูดได้อย่างน้ำไหลไฟดับ พูดเป็นต่อยหอย แต่คำพูดนั้นก็ไม่ตรงกับใจ ดังเหมือนกลุ่มควันที่ปราศจากรากเหง้าพื้นฐานไม่มั่นคง ลอยละล่องไปตามกระแสลมที่พัดต้อง ยากที่จะเติบโตเป็นต้นกล้าหรือไม้ยืนต้นที่ใหญ่โต ดังนั้นจะมุมานะในการหว่านไถ จะได้รับผลสมบูรณ์ทุกๆ ปี เหนือกว่าที่พูดคุยส่งเดช อันไม่มีผู้ใดจะเห็นชอบกับมันด้วย การบำเพ็ญธรรมนั้นต้องยืนอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง ปราชญ์โบราณท่านว่า “ผู้ที่สร้างบุญกุศล ต้องได้รับโชคลาภเหลือล้น พวกที่ก่อกรรมทำเข็ญต้องพบแต่ภัยพิบัติ” กฎแห่งสวรรค์ถึงจะหละหลวม แต่ก็ไม่รอดพ้นได้ง่ายนัก ถ้าสามารถสำนึกตัว หันหลังกลับยังมีหนทางให้เดิน มิเช่นนั้นแล้วจะเสมือนลมเย็นกวาดใบไม้ร่วงเป็นแถบๆ ที่จะมาเยือนโลกมนุษย์ แล้วจะรู้สึกหนาวสะท้านหาที่พึ่งมิได้ ธรณีบ้านจะซบเซาเปล่าเปลี่ยว ความทุกข์โศกนั้นจะหาที่สิ้นสุดมิได้ วันนี้ได้เวลาไปท่องนรกแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมขึ้นดอกบัว
           หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา ขอเรียนถามท่านอาจารย์ว่าไฉนวันนี้จึงดื่มจนเมาแป้? คำพูดคำจาก็แสดงออกถึงความไม่สบอารมณ์หมาย

           อรหันต์จี้กง: ก็เพราะมองทะลุปรุโปร่งของจิตใจชาวโลก ที่ล้วนแล้วแต่เสาะแสวงทางเสพสุขในด้านวัตถุ ละเลยในขนบธรรมเนียมประเพณีสะท้านต่อจิตใจของฉัน ดังนั้นจึงดื่มเหล้าขมไป 2-3 ขวด วันนี้มีเหล้าก็ขอให้เมาในวันนี้ มวลมนุษย์จะไปตกนรกหมกไหม้ก็ช่างมัน แม้ฟ้าดินจะเกิดปรวนแปรถล่มทลายอีกครั้งก็ไม่แคร์
           หยางเซิง: ท่านอาจารย์มีทั้งเมตตากรุณาทั้งทุกข์โศก

           อรหันต์จี้กง: ขึ้นบนดอกบัวเร็ว เหล้าไม่เมาคน คนไปเมามันเอง ผู้หญิงมิได้ทำให้คนหลงใหล แต่คนไปหลงใหลเอง เงินทองไม่เคยไปสนใจใคร แต่มนุษย์นั้นไปสนใจมันเอง ลมเย็นโบกมาวูบหนึ่ง ทำให้ฉันสดชื่นขึ้นหน่อย เราศิษย์อาจารย์ไปแดนนรกกันเถอะ….ถึงแล้ว หยางเซิงลงจากดอกบัวได้
           หยางเซิง: พัศดีได้มาต้อนรับเราอยู่เบื้องหน้าแล้ว ขอแสดงคารวะท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย วันนี้ข้าพเจ้าพร้อมกับท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกท่าน ขอได้ให้คำแนะนำชี้แจงด้วย

           พัศดี: มิต้องเชิญลุกขึ้นเถิด คุกนี้คือ “แดนแหวกปากเอาเข็มทิ่มนรกน้อย” เป็นเขตปกครองของขุมที่ 6 เราได้รับคำสั่งแล้ว ทราบว่าท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองมนุษย์จะมาเยี่ยมแต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ขอต้อนรับๆ
           อรหันต์จี้กง: ขอท่านพัศดีอย่าได้เกรงใจเลย เราศิษย์อาจารย์ได้รับเทวโองการให้ท่องนรก ที่มาถึงที่นี่ในวันนี้ ขอให้เปิดประตูแห่งความสะดวกให้ด้วย

           พัศดี: ท่านทั้งสองเชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปข้างใน เพื่อสะดวกในการตรวจชม
           หยางเซิง: เห็นแต่วิญญาณโทษเต็มพืดไปหมด ที่ถูกขังอยู่ในกรงขัง พวกยมทูตใช้ง่ามเหล็กเจาะแหวกปากให้อ้าออก และแล้วเอาลูกเหล็กที่มีหนามแหลมเต็มไปทั้งลูก บังคับยัดเยียดเข้าไปในปากของวิญญาณโทษ แต่ละตนแหวกร้องอย่างเจ็บปวดปานฟ้าดินจะถล่ม ชั่วประเดี๋ยวเดียวเลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากปาก แต่ละตนก็ตกเข้าในลักษณะสงบหมดสติไป

           อรหันต์จี้กง: ลูกเหม็นมีหนามแหลม เหมือนลูกหนามเหล็ก พวกวิญญาณโทษมันปากแข็ง จึงต้องใช้ง่ามเหล็กแหวกออก ยัดลูกเหล็กเข้าไป ทำให้มันมีปากพูดไม่ได้ และไม่มีเสียงให้ร้องเจ็บด้วย
           หยางเซิง: การทำโทษแบบนี้ทารุณมาก หาที่เสมอเหมือนมิได้ มนุษย์เราหากมีก้างปลาอยู่ในคอก็จะทุกข์ทรมานไปร้อยแปดทุรนทุรายไปทั้งเนื้อทั้งตัว ตอนนี้ใช้ลูกหนามบังคับยัดใส่เข้าไป จึงเป็นคนใบ้กินยาขมไม่สามารถบรรยายความขมได้ (คือทุกข์นั้นพูดไม่ออก) ขอถามพัศดีว่า พวกวิญญาณโทษนี้ ทำความผิดอะไรหนักหนาในแดนมนุษย์ จึงต้องมารับโทษทัณฑ์ในแดนนรกเช่นนี้

           พัศดี: ชาวโลกที่ชอบพูดจาสามหาว โดยปราศจากเหตุผล ถือใจตัวเป็นใหญ่ หรือใช้วาจาที่อ่อนนุ่มหยดย้อยหลอกลวงผู้หญิงหรือที่โกหกมดเท็จ เอาเงินทองผู้อื่นเข้ากระเป๋าตัวเอง หรือที่ชอบสูบยาเสพติดให้โทษ หรือชอบพูดจาอย่างมีเลศนัยให้ร้ายผู้อื่นเสมอๆ พวกนี้เมื่อตายลงแล้วล้วนยากที่จะรอดจากการลงโทษของ “นรกแหวกปากเอาเข็มทิ่ม” ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณ 2-3 ตนออกจากกรงขัง เพื่อมาเล่าอธิบายสารภาพการทำผิดอย่างไรบ้าง
           นายทหาร: ได้ถอดเอาลูกเหล็กออกแล้ว เชิญท่านอาจารย์จัดการได้

           อรหันต์จี้กง: วิญญาณโทษทุกตนฟังคำสั่งนี้:  วันนี้อาตมาพานายหยางเซิงแห่งเมืองมนุษย์ มารวบรวมหาสภาพการณ์ที่พวกแกถูกทำโทษ ณ ที่นี้ ให้ทุกๆ คนเปิดเผยความจริงที่ทำอะไรเสียบ้าง จากปากของตนตอนที่อยู่ในเมืองมนุษย์ เมื่อตายลงแล้วจึงต้องมารับโทษที่นี้?
           วิญญาณโทษ: ฉันตอนมีชีวิตอยู่นั้นมีคารมคมคายดีมาก เวลาพูดเวลาจาไม่เพียงแต่นุ่มนิ่มเสนาะโสด เนื่องจากฉันมีรูปโฉมโนมพรรณสวยงาม หลังจากแต่งงานแล้ว ยังมีผู้ชายไม่น้อยมาติดพันฉันอยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งมาขอความรักอย่างร้อนแรงจากฉัน ฉันเห็นว่าเขาผู้นั้นร่ำรวยมีเงินมากจึงใช้ตลบตะแลงต่อเขา โดยพูดหลอกว่า “สามีฉันปฏิบัติต่อฉันไม่ดี ขอให้คุณจงช่วยเหลือฉันให้มากหน่อย” ต่อจากนั้นก็เกิดเป็นชู้กันขึ้น เพราะเหตุว่าฉันประจบประแจงออเซาะเก่ง โดยเอาลิ้น 2 นิ้ว นี้เป็นเครื่องมือตะล่อมหลอกล่อเอาทรัพย์สินเงินทองจากเขาจนหมดเกลี้ยง เสร็จแล้วก็ใช้วาจาอันสามหาวใส่เขา แต่ละคำล้วนแฝงด้วยเลศนัยฝังคม กระแทกกระทันเพื่อนชายผู้นั้น เขาโดนการเหยียดหยามดูหมิ่นเข้าแบบนี้ เกิดความปลงไม่ตกก็เลยฆ่าตัวตาย เมื่อตายลงแล้วใจนั้นจึงผูกความพยาบาทไปฟ้องยังท่านยมบาล ท่านยมบาลเห็นว่าเขาพลาดพลั้งไปโดยความนึกคิดชั่ววูบเดียว แต่เห็นว่าตัวฉันเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจโหดร้ายเกินควร จึงรับฟ้องไว้ให้มีการตอบสนองรับกรรมเวร ต่อมาวิญญาณชายผู้นั้นก็เข้ามาสิงอยู่กับตัวฉันเสมอๆ ทำให้ตัวฉันอยู่ไม่เป็นสุข โดยผ่านมาได้ 7 ปีเศษ ถึงคราวอับโชคและตายลงด้วยจิตใจร่างกายที่อ่อนเปลี้ย เราทั้งสองได้ไปโต้เถียงที่เมืองผีตายโหง เขาถูกลงโทษด้วยฐานที่มักมากในกามไปมั่วลูกเมียชาวบ้าน ฉันก็โดนขุมต่างๆ ลงโทษอย่างหนัก วันนี้ถูกส่งตัวมายังขุมนี้ เปียงเซี้ยอ๊วงด่าว่าฉันมีปากไว้ให้ผู้อื่นหลงใหล ทำร้ายคนเสียดแทงคน ควรรับสนองตอบจาก “นรกแหวกปากเอาเข็มทิ่ม” ทุกวี่ทุกวันโดนยัดด้วยลูกหนามเหล็ก รับทุกข์ทรมานด้วยร้อยแปดพันประการ

           อรหันต์จี้กง: เธอแกล้งทำเป็นมีความรักใคร่คบชู้สู่ชายฆ่าคนด้วยปากด้วยลิ้น เมื่อตายลงแล้วมารับโทษยังที่นี้ เป็นการสมควรแล้ว ไม่ต้องพร่ำบ่นแค้นเคืองใคร วิญญาณโทษตนที่ 2 เล่าเรื่องของแกที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
           วิญญาณโทษ: ภพก่อนผมเป็นอันธพาลคนหนึ่ง ชอบเสพแต่พวกยาเสพติด และฉีดทั้งมอร์ฟีน จนติดงอมแงมจึงต้องเที่ยวออกหาลักขโมยข้าวของของชาวบ้านไปทั่วทุกแห่ง เพื่อจะซื้อยาเสพติด เมื่อตายลง ถูกตัดสินให้ตกมาอยู่คุกนี้ รับทุกข์ทรมานอย่างไม่สามารถจะพูดได้ ไม่มีความสุขสบายดังเช่นเสพยาเสพติดครั้งที่อยู่ในโลกมนุษย์ ทุกๆ วันกลืนกินแต่ลูกเหล็ก รับทุกข์จากการแทงทิ่มปาก จึงโทษตัวเองไม่ทำดีในตอนที่มีชีวิตอยู่

           พัศดี: การสูบเสพยาเสพติดให้โทษ คุกนี้ตัดสินให้ลงโทษยาวนานมาก เนื่องจากพิษยายังไม่เสื่อมสลายตัว วิญญาณนั้น จึงไม่สามารถถูกปลดปล่อยให้ไปผุดไปเกิดและในแดนมนุษย์ยังมีผู้คนไม่น้อยที่ชอบพวกยาเสพติดให้โทษ ยาต้องห้ามกฎหมายบ้านเมือง ก็ลงโทษอย่างหนักเมื่อตายลงแล้วกฎในยมโลกยิ่งหนักขึ้นไปอีก บางตนต้องย้ายขังไว้ “นรกโลกันตร์” ขอเตือนผู้ที่ประพฤติผิดในทางนี้ รีบสำนึกตัวกลับโดยเร็ว อย่ามอมเมาชีวิตและวิญญาณต่อไป

           อรหันต์จี้กง: ตนที่ 3 รีบสารภาพได้ก่อกรรมทำชั่วอะไรไว้ตอนเป็นมนุษย์อยู่?
           วิญญาณโทษ: ผมได้รับการศึกษาอยู่บ้าง ท่องจำคำพังเพยสุภาษิตอยู่ไม่น้อย จึงมักจะถกเถียงกับญาติมิตรด้วยเหตุผลที่ไม่ถูกต้องตามหลักธรรมเสมอๆ ที่พูดไปนั้นเพียงแต่เป็นหลักธรรมผิดๆ เพี้ยนๆ และชอบนำเอาคำพูดของนักปราชญ์อัจฉริยะบุคคลมากล่าวร้ายป้ายสีผู้อื่น เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลพูดว่า “แกไม่ยกเอาคำพูดของนักปราชญ์อัจฉริยะบุคคลไปปฏิบัติในการสร้างบุญสร้างกุศล แต่กลับนำไปใช้ในทางไร้ประโยชน์เถียงอย่างข้างๆ คูๆ ควรที่จะนับได้ว่าพูดเพ้อเจ้อ เมื่อปากแข็งนักจึงควรตัดสินให้กลืนกินลูกหนาม ให้ทดลองลิ้มรสชาติแห่งปากเหล็กฟันแข็งเสียบ้าง เวลานี้จึงมีปากเหมือนมีก้น (พูดไม่ออก) เสียจริงๆ”

           อรหันต์จี้กง: คนมีเหตุมีผลท่องเดินไปได้ทั่วโลก คนไร้เหตุไร้ผลก้าวเดียวก็ขยับไปไหนไม่รอด ชาวโลกเมื่อจะพูดจะจาควรพูดตรงตามหลักธรรม เช่นพูดว่า การฆ่าเขาตายเพราะว่าผู้ตายนั้นชีวิตมันถึงฆาตแล้ว โดยไม่ใช่ตายเพราะฉันไปฆ่ามันพูดแบบนี้ก็คือพูดอย่างข้างๆ คูๆ ปราศจากเหตุผล ผู้ที่ชอบพูดแบบน้ำขุ่นไม่ตรงต่อเหตุผล เมื่อตายลงแล้วก็ต้องถูกลงโทษแน่นอนถามวิญญาณโทษตนที่ 4 อีกที แกมาตกนรกนี้ด้วยเหตุใด?
           วิญญาณโทษ: ผมตอนมีชีวิตอยู่สะสมเงินทองไว้ได้ไม่น้อย เนื่องจากโลภอยากได้ดอกผลเพิ่มพูน ประดาผู้ที่เดือดร้อนจะใช้เงินหรือคนยากจนจะมายืมเงินจากผม ล้วนเรียกดอกเบี้ยอย่างสูงมาก ฉะนั้นทั้งเงินต้นทั้งดอกเบี้ย กระเป๋าก็ตูมขึ้นทุกวัน ถ้าฝ่ายกู้ยืมถึงกำหนดเวลาแล้วไม่สามารถชำระเงินคืนก็จะเสี้ยมสอนพวกอันธพาลไปทำการข่มขู่ พอตายลง ท่านยมบาลจึงกล่าวหาว่าผมปล่อยกู้ขูดรีด ดูดกินเลือดคน กอบโกยอย่างโหดเหี้ยมเกินควร ต้องลงโทษด้วยการกลืนกินหนามเหล็ก มันทรมานเสียเหลือที่จะรับไว้จริงๆ

           พัศดี: คนรวยบางคนมีจิตใจแข็งกระด้างดุจเหล็กดุจทอง ยึดอาชีพปล่อยเงินกู้ ด้วยการเก็บดอกเบี้ยสูงลิ่ว แม้ว่าฝ่ายกู้จะสมยอมด้วย แต่ใจคอโหดเหี้ยมเกินไป เสมือนหนึ่ง “กินทองเหลืองกินเหล็กได้” เมื่อตายลงแล้วให้มันได้ชิมรสชาติแห่ง “รวยแล้วไม่มีความเมตตาสงสารผู้อื่น จึงขอเตือนบรรดาผู้ที่มีความร่ำรวยในแดนมนุษย์ ตัวเองมีเงินทองเหลือใช้ให้ผู้อื่นหยิบยืม อย่าได้เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงนักไปรีดไถเขา ควรปล่อยกู้ด้วยดอกเบี้ยต่ำๆ การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นรากเหง้าแห่งความสุข ไฉนจึงไม่ปฏิบัติเล่า”
           อรหันต์จี้กง: เวลาดึกมากแล้วสำหรับวันนี้ เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก ขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง ขอลาก่อนละ

           พัศดี: ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
           หยางเซิง: กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนัก…

           อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
           หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม