ตอน ท่องนรกสอนขับรถ

169 Views

วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2520

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

แพร่หลักธรรม    มิหวั่นไหว    ทางกันดาร
ราตรีกาล            ปลื้มปิติ       ศักดิ์สิทธิ์ปวง
วัฒนธรรม           รุ่งเรืองศรี    กลางเมืองหลวง
กลิ่นธรรมอวล    พวยพุ่ง        สู่นภา

          อรหันต์จี้กง: ฤดูร้อนผ่านไป ฤดูใบไม้ล่วงเข้ามาแทนรู้สึกว่ามีความเย็นประปราย ผู้คนเริ่มนุ่งห่มผ้าหนาขึ้น พวกนกกาก็เพิ่มขนขึ้นบ้างแล้ว สี่ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปไม่หยุดยั้งนึกถึงก่อนโน้นสมัยเด็กๆ เวลานี้ลูกหลานเต็มบ้านสายตาพร่ามัว มือไม้เฉื่อยชา เวลาเดินเหินก็โยกเยกไม่มั่นคง รู้สึกเสียดายวันเวลาที่ผ่านพ้นไป ขณะนี้มาหวนคิดถึงกาลเวลาที่ล่วงลับไปแล้วนั้น ชีวิตคนคล้ายความฝัน จึงขอเตือนชาวโลก ควรยึดมั่นในกาลเวลา ขณะหนึ่งก็คือชีวิตหนึ่งขณะ ควรรีบบำเพ็ญตนปฏิบัติธรรมในกรณีแห่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ปฏิบัติดีของสังคม เป็นศิษย์มีความสามารถในธรณีแห่งศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นแล้วจะไม่เกี่ยวข้องกับพวกนรก ถึงแม้ว่าจะมาบ้างก็อยู่ในฐานะของผู้ท่องเที่ยว มิต้องรับโทษทรมาน การท่องนรกในวันนี้ได้เวลาแล้ว หยางเซิงเตรียมตัวขึ้นดอกบัวเร็ว
          หยางเซิง: มิทราบว่าเราจะไปคุกใดในวันนี้?

          อรหันต์จี้กง: ฉันจะไม่ขอพูดก่อน ชั่วพริบตาเดียวเจ้าก็จะได้รู้เองโดยตลอด
          หยางเซิง: ครับผม กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้…..

          อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ เจ้าจงลงจากดอกบัวเร็ว
          หยางเซิง: ท่านอาจารย์ครับ! ไฉนท่านจึงพาผมมายังไหล่เขาลูกนี้ข้างหน้ามีเสียงร้องพัดผ่านมา คล้ายเสียงที่มีคนถูกฆ่าฟัน หรือถูกทุบตีฉันนั้น ทางเล็กเบื้องหน้ายังมีวิญญาณโทษที่ถูกคุมโดยยมทูตเดินรุดหน้าไป เราจะตามหลังมันไปชมดูให้ถึงที่สุดหรือไฉน?

          อรหันต์จี้กง: การเดินทางของเราในวันนี้ ก็คือจะไปเยี่ยมชมนรกน้อยที่ตั้งอยู่ในไหล่เขาเบื้องหน้านี้แหละ รีบตามยมทูตข้างหน้านั้นไป
          หยางเซิง: เรากวดทันยมทูตมาแล้ว เขายังหันกลับมาทำความเคารพเราด้วย มิทราบว่าพวกวิญญาณโทษเหล่านี้ต้องโทษอะไรไว้บ้าง ที่ได้คุมตัวไปดำเนินคดีในขณะนี้?

          อรหันต์จี้กง: วิญญาณโทษเหล่านี้คือพวกโชเฟอร์ (คนขับรถ) หรือพวกขับรถมอเตอร์ไซค์ เพราะว่าภพก่อนเคยทำผิดเรื่องรถชนคนตาย ดังนั้นจึงต้องมารับโทษจากแดนนรก
          หยางเซิง: ผู้ที่เป็นโชเฟอร์หรือนักขับมอเตอร์ไซค์เมื่อขับรถชนเขาตายแล้ว ตอนอยู่ในโลกมนุษย์ก็ได้จัดการเสร็จไปแล้วยังหาที่สิ้นสุดยุติมิได้หรือ?

          อรหันต์จี้กง: เมื่อมีเรื่องถึงกับคนตาย ยมกฎยังมีการทำโทษอีกวาระหนึ่ง ถึงหน้าประตูคุกแล้ว ประเดี๋ยวเจ้าจะสอบถามรายละเอียดจากพัศดีได้
          หยางเซิง: เบื้องหน้าได้ปรากฏคุกๆ หนึ่ง ข้างประตูคุกมีเวรรักษาการณ์ยืนอยู่ รู้สึกองอาจเคร่งขรึมมากบนประตูคุกเขียนไว้ว่า “สอนขับรถนรกน้อย” พัศดีและนายทหารได้ตั้งแถวต้อนรับเราอยู่แล้ว

          อรหันต์จี้กง: เจ้าจงรีบเข้าไปทำความเคารพ
          หยางเซิง: ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย วันนี้ข้าพเจ้ากับท่านอาจารย์รับคำสั่งมาเยือนคุกท่านและรวบรวมข้อมูลเพื่อเตือนชาวโลก ขอท่านพัศดีโปรดให้ความสะดวกในการค้นหาหลักฐานของความผิด

          พัศดี: มิต้อง ท่านทั้งสองโปรดตามข้าพเจ้าไปชมดูภายในเถิด
          หยางเซิง: ขอเรียนถามท่านพัศดี คุกของท่านอยู่ในความปกครองของขุมใด?

          พัศดี: คุกนี้มีชื่อว่า “สอนขับนรกน้อย” อยู่ในความควบคุมของท่านเปียงเซี้ยอ๊วงแห่งขุมที่ 6 เป็นคุกที่สร้างขึ้นใหม่ มวลชนชาวโลกล้วนไม่เคยรู้จัก ที่สำนักท่านรับเทวโองการแต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” คุกเราทราบมานานแล้ววันนี้ได้รับสาสน์จากเจ้านายแห่งขุมที่ 6 จึงทราบว่าพวกท่านจะมาเยี่ยมชมคุกนี้ยินดีต้อนรับเป็นที่ยิ่ง ท่านหยางเซิงมีข้อปัญหาอะไร ถามได้โดยละเอียดทุกอย่าง
          หยางเซิง: ผู้ที่ถูกทำโทษในคุกของท่าน ล้วนเป็นพวกอะไรบ้าง?

          พัศดี: บรรดาพวกที่ขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ ถึงแก่ความตาย หรือบาดเจ็บสาหัส หรือถึงกับทุพพลภาพไม่ว่าจะเป็นคนขับรถเครื่อง รถยนต์ รถจักรยาน เมื่อตายลงแล้วต้องมารับกรรมสนองลงโทษ ณ ที่นี้ เชิญท่านตามข้าพเจ้าเข้าไปชมดูภายในเถิด
          อรหันต์จี้กง: ขอบคุณมาก

          หยางเซิง: ไหล่เขาข้างหน้าฝูงชนมากมาย มีทางเล็กๆ หลายสายบนถนนล้วนเป็นหินทรายดินกรวดขรุขระไปไม่ราบเรียบ วิญญาณโทษแต่ละตนต่างลากรถคนละคันเหมือนดังลากรถลาก (รถเจ๊ก) ในสมัยก่อนฉันนั้น บนรถบรรทุกเต็มไปด้วยอิฐแดงเคลื่อนลงช้าๆ จากไหล่เขา หนทางก็แคบพอรองรับล้อรถสองข้างเท่านั้น หากล้ำเส้นไปนิดเดียว ก็จะตกไปในล่องลึกสองข้างทาง เท้าวิญญาณโทษทั้งสองข้างเปลือยเปล่าเนื่องจากอิฐแดงบนรถหนักมาก ลงจากไหล่เขาก็ไม่มีที่จะห้ามล้อ (เบรก) ต้องอาศัยเท้าทั้งสองข้างยันไว้ แต่ละคนต้องเดินอย่างแช่มช้าระมัดระวัง ใช้เท้าทั้งสองข้างยันพื้นแบบเบรครถอย่างนั้น ดังนั้นอุ้งเท้าทั้งสองข้างจึงมีผิวหนังขาดเลือดออกเรี่ยราดไปทั่วพื้นดิน บ้างก็ไม่ระวังจนพุ่งลงไปในร่อง เนื่องจากตัวรถหนักมากต้องขนเอาอิฐลงก่อน และแล้วจึงรีบเข็ญรถขึ้นมาบนถนน ใช้อิฐหนุนไว้ ตรึงล้อรถให้อยู่กับที่ ต่อจากนั้นจึงเก็บเอาอิฐทีละก้อนขึ้นไปบนรถ แล้วลากลงเขาอีก มีบางคนกำลังกายต้านไม่ได้เท้าเหยียบพลาดล้มลง โดนรถแล่นทับผ่านไปบนร่างกาย ร้องตะโกนได้เพียงคำเดียวตัวก็สลบเหมือดไปเลย เหมือนดังเกิดอุบัติเหตุโดนรถทับตายฉันนั้นแหละ เลือดสดๆ ทะลักเต็มพื้นที่ การลงโทษแบบนี้แปลกประหลาดทันสมัยมาก แต่ทารุณมากเกินไป

          อรหันต์จี้กง: ผู้ขับรถในมนุษย์โลก ที่ไม่มีความระมัดระวังจนเกิดอุบัติเหตุถึงกับทำให้ผู้อื่นต้องตายลงนั้น เมื่อตนเองตายลงแล้วจะกลับกลายเป็น “ผู้ถูกทำร้าย” และยังต้องมารับโทษทรมานจากสถานที่นี้อีก ซึ่งเป็นการตอบสนองกันถึงที่สุดที่ไม่สามารถจะรอดพ้นจากการตอบสนองของเหตุและผล
          พัศดี: ข้าพเจ้าจะสั่งวิญญาณโทษ 2-3 ตนให้เล่าเรื่องเกิดเหตุการณ์ขึ้นในตอนมีชีวิตอยู่นั้นให้ท่านหยางเซิงฟัง

          หยางเซิง: ขอบคุณท่านพัศดีที่ไม่ทอดทิ้ง
          พัศดี: วิญญาณโทษมาแล้ว รีบสารภาพต่อท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปางก่อน เพื่อท่านหยางเซิงนำกลับไปเผยให้ชาวมนุษย์รู้ต่อๆ ไปในโลกมนุษย์

          วิญญาณโทษ: ตอนผมยังเป็นมนุษย์อยู่นั้น มีอาชีพเป็นคนขับรถประจำทาง อยู่มาวันหนึ่งขณะที่กำลังเลี้ยวรถหักมุมนั้น เกิดมีเด็กหญิงวิ่งพุ่งออกมาจากตรอกอย่างปัจจุบันทันด่วน ผมเบรครถไม่ทันเลยทับผ่านร่างเด็กคนนั้น ถึงกับตายคาที่ ระหว่างเวลาที่ผมขับรถอยู่ก็เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยถึงกับเสียชีวิตลง เพียงแต่ตัวรถเสียหายไปบ้าง บวกกับเรื่องนี้อีกจึงถูกบริษัทไล่ออกเมื่อตายลงแล้ว ถูกตัดสินให้ตกเข้า “นรกสอนขับรถ” มีกำหนดโทษ 1 ปี แต่ละวันฝึกฝนการขับรถอยู่ที่นี้ถนนล้วนลาดลงไปทางตีนเขาทั้งสองเท้าทำหน้าที่เบรครถแม้ว่ากำลังกายยังพอไปไหว แต่ต้องขึ้นลงร้อยเที่ยวทุก วี่ทุกวัน จึงทำให้พลังกายพลังใจสูญสิ้นไปหมด พื้นเท้าแหลกเละทรมานยิ่งนัก
          พัศดี: ตนที่ 2 รีบสารภาพขับรถแล้ว เกิดเหตุอะไรขึ้นตอนที่อยู่ในเมืองมนุษย์

          วิญญาณโทษ: ผมตอนมีชีวิตอยู่มีอาชีพขับรถแท็กซี่ อยู่มาวันหนึ่งไปร่วมวงเหล้าตามัว ไม่เพียงแต่ขับรถเร็วเกินอัตราที่ทางการกำหนดไว้แล้วยังแซงรถคันอื่นๆ ไปอีก ด้วยความประมาทเผลอเรอ เลยชนเอาคนเดินถนนตายไปคนหนึ่ง ผิดทางคดีฆ่าคนตายโดยประมาทเลินเล่อ ต้องชดใช้เงินทองเขาและติดคุกอีก เมื่อตายลงแล้ว ท่านยมบาลสอนผมว่า “ขับรถแล้วยังเมาเหล้าอีก ล้อเล่นชีวิตคน” เลยตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่ใน “นรกสอนขับรถ” 3 ปี ทุกๆ วันลากรถทดลองขับดู ถูกข่มเหงรังแกเหลือหลาย เท้าทั้งสองก็บวมเป่งเจ็บปวด เพราะเหตุกำลังใจและกำลังกายสูญเสียไปมากเกินควร ร่างกายจึงผอมแห้งเหลือแต่กระดูกขอให้ผู้ขับรถในแดนมนุษย์ควรเตือนสติให้ดี เมื่อมอมเมาจากการร่ำสุราแล้วจงอย่าขับรถเป็นอันขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ มาอยู่ที่นี่ไม่มีน้ำเหล้าให้ดื่ม มีแต่น้ำขม (น้ำหนอง) ไหลพรากออกจากเท้าทั้งสองข้าง
          พัศดี: วิญญาณโทษตนที่ 3 รีบสารภาพเกิดเหตุร้ายอย่างไรในตอนมีชีวิตอยู่

          วิญญาณโทษ: ตอนผมอยู่แดนมนุษย์เป็นพ่อค้า แต่ละวันขี่รถเครื่องออกไปส่งของ มักจะขับรถเร็วเกินอัตราไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเพลิดเพลินสุดยอดจนเกิดเรื่องโศกเศร้าขึ้น ในวันหนึ่งไปชนเอาคนเดินถนนเข้า ตัวเองก็ล้มลงได้รับบาดเจ็บทั้งสองถูกนำส่งไปโรงพยาบาล ผมเพียงแต่ขาหัก อีกฝ่ายหนึ่งหัวสมองกระทบกระเทือนอย่างแรง ผมรักษาครึ่งปีจึงหายเป็นปรกติ ฝ่ายตรงข้ามนั้นก็ไม่ถึงกับตาย แต่กลายเป็นสติฟั่นเฟือนผมก็โดนฟ้องร้องจนต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินมหาศาลก็เพราะเหตุนี้แหละ เมื่อตายลงแล้วถูกส่งตัวมายังขุมที่ 6 เปียงเซี้ยอ๊วงตัดสินผมตกเข้าคุกนี้รับความทรมานมีกำหนด 3 ปี ความทุกข์ที่ได้รับ คนทั่วไปไม่มีทางที่จะเข้าใจได้

          พัศดี: วันนี้เอาวิญญาณโทษ 3 ตนนี้เป็นหลักพิสูจน์บรรดาผู้ขับรถในแดนมนุษย์ควรเป็นเยี่ยงอย่างต้องขับรถโดยตั้งใจระมัดระวังทั้งคนและรถก็จะปลอดภัย เมื่อตายลงแล้วก็มิต้องมารับทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่ ผู้ที่ตกเข้ามาอยู่คุกนี้ โทษที่ตัดสินไปนั้น มีหนักมีเบาไม่เท่ากัน หากเป็นพวกที่ไม่เจตนาทำร้ายคน นับว่าความผิดที่เกิดจากความเลินเล่อ ก็ตัดสินให้เบาหน่อย ถ้าเมาเหล้าขับรถเร็วเกินอัตรา หรือไม่ปฏิบัติตามกฎถึงกับเกิดเหตุร้าย ก็ตัดสินให้หนักหน่อยถ้าเกิดเรื่องแล้วไม่หยุดรถ เจตนาจะหลบหนีโดยไม่ว่าฝ่ายถูกชนจะตายหรือไม่? เมื่อตัวเองตายลงแล้วท่านยมบาลจะตัดสินลงโทษหนักที่สุด จึงขอเตือนชาวโลกเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถแล้วอย่าหลบหนี ต้องรับผิดชอบจัดการตามความสามารถ เพื่อภาระหน้าที่และศีลธรรมของตนเองแล้วโทษนั้นก็จะได้เบาบางลงได้

          อรหันต์จี้กง: “นรกสอนขับรถ” เป็นคุกใหม่ของยมโลก เหมือนหนึ่งโรงเรียนสอนขับรถยนต์ในแดนมนุษย์ วิญญาณโทษที่มายังที่นี้ทุกๆ ตนต้องทำตามขั้นตอน ต้องดูทิศทางให้มั่นแม่นเร็วเกินอัตราไม่ได้ หรือผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว พลาดพลั้งไปตัวเองตายจึงเตือนผู้ที่ขับรถเป็นพิเศษ จงขับขี่อย่างระมัดระวัง อันชีวิตของคนนั้นผูกพันกับฟ้าสวรรค์จะเมาเหล้าไม่ได้ ขับรถเร็วเกินอัตราไม่ได้ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎ เมื่อตายลงแล้วต้องมายึดอาชีพเก่าในแดนนรกสอบรับ “อนุญาตขับขี่” ฉบับใหม่จากแดนนรกอีกครั้งหนึ่ง วันนี้เนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก ขอบคุณมากท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การแนะนำชี้แจง
          หยางเซิง: ขอบคุณยิ่งที่ท่านพัศดีและนายทหารใช้ความสะดวกขอลาก่อนละ

          พัศดี: สิ่งใดที่บกพร่องแล้ว ขอท่านทั้งสองอภัยให้ด้วย ให้นายทหารทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
          หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้แล้ว….

          อรหันต์จี้กง: สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
          หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม