ตอน ท่องแดนตัดไตหนูนรกน้อย

99 Views

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2520

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

ดวงประทีป       ลอยเด่นใน      ราตรีกาล
นำหยางเซิง     ท่องบาดาล     แดนประหาร
ครบรอบปี         แต่งหนังสือ     ตามโองการ
ดลบันดาล        ผู้หลงทาง       ทั่วแดนไกล

        อรหันต์จี้กง: สำนักของท่านรับเทวโองการแต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ถึงวันนี้ได้รับครึ่งปีแล้ว อาตมารับเกียรตินำพานายหยางเซิงไปเที่ยวชมรายละเอียดในแดนนรก และรวบรวมหลักฐานแห่งความผิดนั้นๆ รู้สึกว่าเป็นภาระหน้าที่ที่หนักหน่วงและยาวนานมาก เฉพาะอย่างยิ่งถนนหนทางใดแดนนรกน้อยขรุขระกันดาร ก่อให้เกิดความลำบากในการท่องเดินยิ่ง “เที่ยวเมืองนรก” เป็นหนังสือที่แปลกประหลาดพิสดารอันยิ่งใหญ่ในพิภพนี้ ซึ่งจุติลงด้วยการสนองรับความมุ่งมาตรแห่งสวรรค์ เนื่องจากสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแห่งเมืองไถ่ตงได้รับเทวโองการให้รับประทับทรงบรรยายธรรม มีผลงานกอบกู้ช่วยเหลือผู้คนนับได้เป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่มีความพอพระทัยเป็นที่ยิ่ง จึงตรัสสั่งมอบหมายภาระกิจอันใหญ่หลวงนี้ ทั้งนี้ก็เป็นความสามารถแห่งพู่กันศักดิ์สิทธิ์จึงจะสามารถบรรลุผลงานอันศักดิ์สิทธิ์นี้ อาตมาก็รู้สึกพลอยสุขใจไปด้วย การเขียนแต่งของหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ได้สำเร็จลงไปแล้วกว่าครึ่งเล่ม ระยะทางก็ยังห่างไกลมากอยู่ ขอศิษยานุศิษย์ทั้งหลายจงมุมานะงานอย่าได้หน่ายแหนงเมื่อกาลเวลาที่หนังสือนี้สำเร็จลง ผลบุญของศิษย์ทั้งหลายจะสามารถช่วยได้ถึง 3 ชั่วคน (ปู่ พ่อ และลูก) ได้เวลาท่องนรกแล้วหยางเซิงเตรียมขึ้นดอกบัวเร็ว

        หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่ลำบากมาตลอดทั้งปี แผ่บารมีช่วยปกป้องคุ้มครองในทางลับ อย่างถี่ถ้วนละเอียดทุกประการ รู้สึกว่าตนเองนี้มีสติปัญญาไม่ผ่องแผ้วยังไม่สามารถเข้าใจบรรลุถึงขั้นลึกล้ำพิสดาร ขอท่านอาจารย์โปรดประทานรัศมีแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้แก่กระผมด้วยเถิดขอรับ เนื่องจากกระผมพึ่งเดินทางกลับจากสำนักธรรม “กำซิวตึ้ง” ทางใต้รู้สึกว่ามีอาการอ่อนเพลียบ้างเล็กน้อย อาจารย์ท่านจะให้ยาวิเศษกระผมสักเม็ด เพื่อปลุกกระตุ้นประสาทได้หรือไม่ไฉน?

        อรหันต์จี้กง: เจ้าลำบากมามาก เนื่องจากเจ้ามีความตั้งใจแน่วแน่บริสุทธิ์ ฉันจึงได้ให้ยาวิเศษไปหลายหน เจ้าก็รู้แก่ใจแล้วหลังจากเริ่มแต่ง “เที่ยวเมืองนรก” ร่างกายเจ้าแข็งแกร่งล่ำสันขึ้นทุกวัน พุทธเทพเจ้าท่านได้ประทานช่วยเจ้าช่วยพลังแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อยเลย วันนี้ฉันจะให้ยาทิพย์อีก 3 เม็ด กินเร็วเข้า เพื่อเตรียมท่องนรก

        หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านอาจารย์เป็นที่ยิ่ง ที่ได้แผ่บารมีปกป้องคุ้มครองกระผม โรคกระเพาะเรื้อรังมานานปี หลังจากรับเทวโองการแต่งหนังสือแล้ว ค่อยๆ หายไปโดยมิได้ทานยาวันนี้ได้รับทานยาทิพย์จากท่านอาจารย์อีกครั้ง รู้สึกจิตใจและสติผ่องใสกระปี้กระเปร่า ขอบพระคุณมากครับ
        อรหันต์จี้กง: เพราะเวลาน้อยมากแล้ว ขึ้นบนดอกบัวเร็ว

        หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา กระผมนั่งเรียบร้อยแล้วเชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางเถิด…
        อรหันต์จี้กง: ถึงแล้ว รีบลงจากดอกบัวเร็ว

        หยางเซิง: เบื้องหน้าคือคุกอะไร? ไฉนจึงได้ยินเสียงคนร้องอย่างเจ็บปวดและมีเสียงหนูด้วย
        อรหันต์จี้กง: คุกข้างหน้าเป็นคุก “แดนตัดไตหนูกัดนรกน้อย” ซึ่งเป็นคุกหนึ่งในจำนวน 16 นรกน้อยที่อยู่ในความปกครองของขุมที่ 6 พัศดีและนายทหารได้มาแล้ว รีบเข้าไปแสดงความเคารพ

        หยางเซิง: ขอรับกระผม ขอแสดงความเคารพต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย ข้าพเจ้านายหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตง วันนี้ได้ติดตามท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกของท่านขอได้ให้คำแนะนำชี้แจงและความสะดวกด้วย
        พัศดี: มิต้องลุกขึ้นเร็ว! คุกของเราได้รับคำสั่งจากท่านยมบาลทราบว่าท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงจะมาเยี่ยมชมเพื่อแต่งหนังสือ เชิญตามข้าพเจ้าไปยังในคุกเถิด

        หยางเซิง: ขอบคุณท่านพัศดีให้การรับรองอย่างดี แต่ว่าในคุกเห็นมีหนูเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น บุกจู่โจมเข้าเล่นงานวิญญาณโทษ วิญญาณโทษแต่ละตนถูกล่ามติดอยู่กับพื้น มือทั้งสองข้างมิสามารถป้องกันตนเองได้ ได้ยินแต่เสียงร้องตะโกนอย่างเจ็บปวด อันที่จริงแล้วพวกมันต้องโทษอย่างไร?
        พัศดี: คุกนี้มีนักโทษชายล้วนๆ เพราะเหตุว่าตอนมีชีวิตอยู่ล้วนชอบมั่วหญิงมักมากในกาม หรือผู้ที่ผิดศีลธรรมวินัยเป็นเสือผู้หญิง โดยที่ตอนมีชีวิตอยู่นั้นชอบเสพกามเสื่อมเสียทำลายศีลธรรม นอกจากตัดเอาไอ้จ้อนออกแล้ว ยังให้พวกหนูแทะกัดขั้วของมันอีกด้วย ซึ่งมีความมุ่งหมายจะ “ขุดรากถอนเหง้า” นั่นแหละ

        อรหันต์จี้กง: ลงโทษแบบนี้เหลือที่จะทนได้ ไอ้จ้อนมันเกี่ยวเนื่องกับหัวใจ เมื่อโดนตัดหรือถูกกัดจะเจ็บปวดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ คำพังเพยกล่าวว่า “ตัดหญ้าไม่ถอนราก ลมอุ่นโชยมาก็จะงอกขึ้นอีก” พวกนี้มันลุ่มหลงในการเสพเมถุนเกินไป จึงต้องรับการลงโทษวิตถารแบบนี้
        พัศดี: ข้าพเจ้าจะพาวิญญาณโทษ 2-3 ตนออกมาเล่าเรื่องที่มันทำความผิดอย่างไร ในตอนมีชีวิตอยู่ด้วยตัวมันเอง มันต้องมาลงเอยกันอีกแบบนี้

        หยางเซิง: ดีมากครับ! วิญญาณโทษพวกนี้มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ พวกหนูจู่โจมบุกเข้ากัดจากเบื้องล่าง บ้างก็โหยหวนคร่ำครวญ ไม่สามารถหลบหลีกเลยกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้น หนูพวกนี้ตัวโตเท่าแมวมองดูแล้วรู้สึกดุร้ายเหลือหลาย เวลากัดคนคล้ายกับกินอาหารอย่างนั้น 
        อรหันต์จี้กง: พวกหนูชอบแทะกัดถุงผ้ายิ่งนัก ชอบกินถั่วลิสงก็คือภาพที่ได้เห็นอยู่อันนี้แหละ เห็นแต่เลือดสดๆ ทะลักเรี่ยราด น่าสมเพชที่มวลมนุษย์หลงในการเสพสุขชั่วครั้งชั่วคราว เลยก่อความทุกข์อย่างน่าเวทนาในวันนี้

        พัศดี: ข้าพเจ้าได้พาวิญญาณโทษ 2 ตนออกมาแล้ว วิญญาณโทษฟังคำสั่งนี้ ท่านรูปนี้คือพระอรหันต์จี้กง อีกท่านหนึ่งคือหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองมนุษย์ สองศิษย์อาจารย์รับเทวโองการท่องนรกแต่งหนังสือ พวกแกจงรีบสารภาพความชั่วที่กระทำไว้ในปางก่อน เพื่อที่จะลงในหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” เพื่อปลอบเตือนชาวโลก

        วิญญาณโทษ: ภพก่อนผมได้สละตนเป็นศิษย์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์บำเพ็ญธรรม และได้ถือศีลกินเจ ได้แต่งงานมีลูกเต้าต่อมาเกิดมีจิตใจรวนเรไม่มั่นคง ได้เกิดได้เสียกับผู้หญิงบำเพ็ญธรรมซึ่งเป็นศิษย์คณะเดียวกัน ทำลายล้างกฎวินัยข้อบังคับซึ่งเป็นการล้างผลาญความตั้งใจจากแรกเริ่ม เมื่อตายลงแล้วไม่เพียงแต่ไม่มีทางไปสวรรค์ กลับโดนยมทูตขาวดำคุมมาแดนนรกผ่านการฉายร่างเดิมจากหอกระจก (กรรม) วิเศษ มองเห็นเหตุการณ์อันบัดสีโดยตลอดอายจนพูดไม่ออก และแล้วส่งมอบขุมที่ 6 เปียงเซี้ยอ๊วงท่านโกรธมาก ด่าผมว่าตัวอยู่ในธรณีสงฆ์แห่งศักดิ์สิทธิ์รู้กฎเองทำลายเอง ต้องลงโทษเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ตัดสินให้ตกเข้าไปยัง “แดนนรกตัดไตหนูกัด” โดนยมทูตตัดเอาไอ้จ้อนออกก่อน แล้วถูกมัดอยู่กับพื้นปล่อยให้หนูแทะกัดเอาตามใจชอบ ทุกวี่ทุกวันจิตใจอ่อนไหวเจ็บแสบอย่าบอกใครเชียว จึงโทษตัวเองพลาดพลั้งหนเดียวกลายเป็นความขมขื่นตลอดกาล ขอผู้คนในแดนมนุษย์เมื่อเข้าอยู่ในธรณีศักดิ์สิทธิ์แล้ว จงรักษาปฏิบัติกฎระเบียบแห่งศักดิ์สิทธิ์นั้น มิเช่นนั้นแล้วบุญกุศลใดๆ ที่ตนสร้างไว้ก็ไม่สามารถจะชดเชยความผิดนี้ได้

        อรหันต์จี้กง: คำพังเพยกล่าวไว้ว่า “การถือศีลกินเจไปหมดเขตที่ตรงสะดือเท่านั้น” ก็คืออย่างที่ว่านั้นแหละ เมื่อท่อนล่างไม่บำเพ็ญให้สะอาดหมดจด บัดนี้ให้ยมทูตและพวกหนูช่วยรักษาให้ ทำให้แกสะอาดขึ้น เวรนั้นต้องรับเอาเอง
        พัศดี: ตนที่ 2 รีบเล่าการกระทำในปางก่อนเร็ว

        วิญญาณโทษ: เพราะเหตุว่าตอนที่ผมเรียนอยู่ในชั้นมัธยมนั้น ถูกลวงจากเพื่อนชั่วไปเที่ยวโสเภณีจากสถานเริงรมย์ ต่อมาพอมีเงินบ้างก็ไปเที่ยวหย่อนใจตามสถานที่นั้นๆ แล้วยังชวนเพื่อนนักเรียนไปเปิดหูเปิดตาหลายครั้งด้วย เป็นเหตุให้เสียตัวในขณะร่างกายกำลังอยู่ในความเจริญของวัย บ้างก็ติดกามโรคเนื่องจากความสำส่อนวัยหนุ่ม ทำผิดเรื่องพรรค์นี้ ตายลงแล้วจึงถูกตัดสินให้มารับโทษยังที่นี้ ทุกข์ทรมานอันนี้หามีผู้ใดเข้าใจไม่ ตอนเป็นมนุษย์ก็เสพสุขอย่างสุโข เมื่อตายแล้วมาอยู่ที่นี่อย่างยากที่จะทนต่อวันเวลานึกขึ้นมาทีไรจึงเสียใจไม่รู้วาย

        พัศดี: ตอนเป็นหนุ่มเป็นแน่นไม่ประพฤติดีหลงใหลแต่นารีหญิงสาว ยังไม่ทันแต่งงานก็เสียความเป็นโสดเสียแล้ว จะเรียกได้ว่า “ไม่รักศักดิ์ศรี” และยังลวงเพื่อนให้เสื่อมเสียอีก ไอ้จ้อนมันสร้างเวร จึงต้องตกคุกนี้ เป็นเหตุที่สมควรแล้ว 
        หยางเซิง: ดูๆ แล้วพวกนี้น่าเวทนามาก ในกรงขังยังมีวิญญาณโทษอีกมากมาย ที่จริงมันทำผิดอะไรบ้าง จึงมารับการลงโทษที่นี่

        พัศดี: คุกนี้มีวิญญาณโทษใหม่เข้ามาวันละเป็นพันตน ดังนั้นคุกนี้จึงมีขอบเขตแห่งความผิดกว้างขวางมาก บรรดาผู้ที่ชอบเที่ยวผู้หญิงจนเกินความต้องการ ผู้ที่มีไอ้จ้อนไม่สะอาด หรือผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน ก็ไปเสียตัวในซ่องผู้หญิง หรือผู้ที่เที่ยวไปหลอกลวงผู้หญิง หรือผู้ที่แต่งงานแล้วเป็นชู้กัน หรือที่ปาวารณาตัวถือศีลอยู่ในบรรพชิตหรือสำนักศักดิ์สิทธิ์ แล้วยังมั่วกามลามก หรือผู้ที่สมสู่กันขัดต่อระดับชั้นวรรณะ หรือพวกโทรมหญิง (ลงแขก) ไอ้จ้อนมันร้ายมาก ล้วนตัดสินให้ตกเข้ามาคุกนี้รับโทษอย่างทารุณทั้งสิ้น

        อรหันต์จี้กง: อาตมาขอเตือนชาวโลก อย่าได้ทำผิดในเรื่องกามเป็นอันขาด โทษนี้หนักที่สุดเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่บำเพ็ญธรรมอยู่ยิ่งสมควรระวังให้จงหนัก ผู้ทำผิดทางนี้ไม่มีทางให้อภัยเลยนอกจากต้องเกี่ยวข้องกับ “นรกพร่าหัวใจ” แห่งขุมที่ 5 แล้วบางพวกยังต้องโทษที่ขุมนี้อีก แต่สวรรค์ท่านมีความเมตตาปราณีต่อชีวิตของมวลมนุษย์ แหวกช่องให้รอดเปิดโอกาสให้ถ้าได้อ่าน “เที่ยวเมืองนรก” แล้วได้ตั้งใจปลงบาปสำนึกตัวและพิมพ์แจก “เที่ยวเมืองนรก” ให้มากเพื่อเตือนชาวโลก และไม่ทำผิดในเรื่องนี้อีก แล้วท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่จะได้ตรัสสั่งให้อภัยลงโทษ เนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก

        หยางเซิง: ขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การต้อนรับอย่างดี เราขอลาก่อนละ
        พัศดี: ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

        อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเร็ว เตรียมกลับสำนัก
        หยางเซิง: กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้….

        อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
        หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม