ตอน ท่องแดนพร่าหัวใจนรกน้อย

130 Views

วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2520

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

ข่มทำลาย      ทั้งเจ้า-โคตร    อดสูมาก
ยกต่างชาติ    หมิ่นตนเอง      ไร้คุณธรรม
ศีลธรรมจีน     สืบต่อกัน          หลายพันปี
วัฒนธรรม       เลื่องลือดี        ใหญ่ยิ่งเอย

        อรหันต์จี้กง: วัฒนธรรมและศีลธรรมของประเทศจีนนั้น แรกเริ่มเดิมทีนั้นซึ่งสะสมก่อตัวขึ้นจากธาตุศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าดิน ดังนั้นกาลเวลายิ่งนานจึงผุดผ่องใหม่สดอยู่เสมอ สืบต่อเป็นหมื่นปีมิรู้ขาดสิ้น แต่น่าเสียดายที่ผู้คนหลงนิยมในปรากฏการณ์ มุ่งแสดงแต่วัตถุ ดูหมิ่นวัฒนธรรมของตนเองแล้วกลับไปนิยมเลียนแบบตะวันตกโดยสิ้นเชิง การเสพเหล้ากินเนื้อ กามลามกที่รุนแรงดุเดือด เต็มไปทั่วทุกหัวระแหง ในสังคมพวกที่ลืมชาติลืมตระกูลนิยมชาติอื่น การดูหมิ่นตนเองนั้นน่าอับอายที่ตนเองเป็นบุตรหลานแห่งพระเจ้าอึ้งตี่ (ต้นตระกูลชนชาติจีน) ยิ่งทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์เจริญรุ่งเรือง คิดว่ามนุษย์สามารถเอาชนะธรรมชาติ แต่หารู้ไม่ว่าตนเพียงแต่เป็นข้าวเม็ดหนึ่งในท้องน้ำมหาสมุทร ถึงแม้จะมีฝีมือยอดเยี่ยมก็เปรียบเสมือนฟองน้ำน้อยฟองหนึ่งในทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลเท่านั้น ใช้ความแยบยลเอาชนะธรรมชาติจึงต้องรับผลร้ายในที่สุด เมื่อมนุษย์หลุดพ้นจากธรรมชาติก็ตกอยู่ในความไม่ปรกติแห่งความเป็นอยู่ของชีวิต ดังนั้นผู้ที่มีเลือดเนื้อจิตใจควรตระหนักให้มากๆ วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเร็ว
        หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้……

        อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว
        เซียมล้ออ๊วง: ยินดีต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงมาเยือนขุมเราอีกครั้ง การเดินทางคงลำบากนะ

        อรหันต์จี้กง: ที่ไหนได้ เรามารบกวนขุมของท่านในวันนี้อีกครั้งขอท่านยมบาลพาเข้าไปชมดูในคุก
        เซียมล้ออ๊วง: คราวก่อนข้าพเจ้าได้พูดไว้แล้วว่า จะพาท่านเข้าไปชม “นรกพร่าหัวใจ” ด้วยตนเอง เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปในคุกเถิด นายทหารคอยให้การอารักขา

        หยางเซิง: ขอบคุณมากที่ท่านยมบาลให้ความเอ็นดู เบื้องหน้านั้นก็คือ “16 แดนพร่าหัวใจนรกน้อย” ได้ยินเสียงแว่วแห่งความทรมานแผดผ่านมา ข้าพเจ้าว่าคงจะเป็นสถานที่ลงโทษที่คลุ้งไปด้วยคาวเลือด
        เซียมล้ออ๊วง: มวลมนุษย์ล้วนเกิดการ “เปลี่ยนใจ” ไปแล้วเมื่อตกลงมาในนรก จึงจำเป็นต้องเฉือนเอาออกรักษาเสียบ้าง

        หยางเซิง: พัศดีมาแล้ว ข้าพเจ้าจะไปแสดงความเคารพก่อน 
        พัศดี: ขอน้อมต้อนรับท่านเจ้านายและท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงที่ได้มาเยือนคุกของข้าพเจ้า ทราบว่าท่าน หยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตง และท่านอาจารย์แห่งฟ้าตะวันตกจะมาเยือนคุกนี้ หากมีมารยาทที่ไม่เรียบร้อย ขอโปรดอภัยให้ด้วย 

        หยางเซิง: ท่านพัศดีเกรงใจมากเกินไปแล้ว ข้าพเจ้าติดตามท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกของท่านในวันนี้ ก็เพื่อจะแต่งเรื่อง “เที่ยวเมืองนรก” ขอได้ให้การชี้แจงแนะนำ
        เซียมล้ออ๊วง: ให้นายทหารรีบเปิดประตู

        นายทหาร: ขอรับคำบัญชา…เปิดออกแล้ว เชิญเข้าไปชมข้างในเถิด
        หยางเซิง: อุ๊ยๆ เสียงร้องอย่างอเนจอนาถใจเหลือที่จะทนฟังได้อีกแล้ว มองเห็นยมทูตในคุกล้วนใช้มีดแหวกอกวิญญาณโทษควักเอาหัวใจราวกับฆ่าหมู แล้วตัดเอาหัวใจออกฉันนั้น วิญญาณโทษถูกมัดติดกับหลักเสาไม้ อกถูกผ่าออก ได้ยินเสียงวิญญาณโทษถูกมัดติดอยู่กับหลักเสาไม้ อกถูกผ่าออก ได้ยินเสียงวิญญาณโทษร้องอย่างเวทนาเพียงคำเดียว ก็สลบไปเลยมิทราบว่าพวกมันต้องโทษอะไรบ้าง?

        พัศดี: ข้าพเจ้าจะราดน้ำคืนชีพให้ ให้มันได้คืนชีพขึ้น
        หยางเซิง: ศักดิ์สิทธิ์พิสดารจริงๆ วิญญาณที่โดนน้ำคืนชีพเข้า หน้าอกแต่ละตนเรียบร้อยดีดังเดิม ตัวก็ฟื้นตื่นขึ้น

        พัศดี: ข้าพเจ้าจะพาวิญญาณโทษ 2-3 ตนออกมาให้มันเล่าความชั่วของตนเองให้ฟัง
        เซียมล้ออ๊วง: วิญญาณโทษฟังคำสั่งทางนี้ นี่คือท่านอรหันต์จี้กง และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองไถ่ตงแดนมนุษย์ตามเทวโองการ มาสืบหาความลับยังที่นี่ พวกแกทำชั่วอย่างไรในโลกมนุษย์ ให้สารภาพโดยเร็ว ห้ามปิดบัง เพื่อความสะดวกในการแต่งหนังสือ อย่าขัดคำสั่ง

        วิญญาณโทษ: ขอรับคำบัญชา ขอให้ท่านยมบาลลดหย่อนผ่อนโทษให้กระผมด้วย มิทราบจะได้หรือไม่ประการใด?
        เซียมล้ออ๊วง: แกเล่าไปก่อน แล้วฉันจะพิจารณาให้เอง

        วิญญาณโทษ: เอาครับ กระผมตอนเป็นมนุษย์ได้เล่าเรียนศึกษาไม่น้อยถึงขั้นมหาวิทยาลัย ได้รับการอบรมจากแผนสมัยใหม่หลงใหลแบบอย่างตะวันตก ในมหาวิทยาลัยมีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งเป็นผู้ถือศาสนาคริสต์ ท่านปลอบให้กระผมถือคริสต์ด้วย โดยบอกว่าไม่เพียงแต่จะศึกษาภาษาอังกฤษในชั้นสูงแล้วยังมีโอกาสไปเรียนนอกอีกด้วย กระผมคิดถึงหนทางในอนาคต เห็นว่าการนี้ก็เป็นทางที่ดีทางหนึ่งเหมือนกัน เลยตกลงรับคำอย่างง่ายดาย จากนั้นมาพอมีเวลาว่าง ก็ไปโบสถ์ฟังการบรรยายธรรมจากบาทหลวง เรียนภาษาอังกฤษ  สาวกผู้ถือคริสต์ล้วนแต่งกายแบบสากลทันสมัย ฉะนั้นผู้ถือคริสต์จึงมีคนหนุ่มมากที่เป็นเพื่อนฝูงกัน ประการแรกจะได้ความรู้ ประการสองสามารถรู้จักคนมาเป็นเพื่อนกันได้มากขึ้น และมีการจัดงานต่างๆ เสมอ คิดเป็นคณะสังคมแห่งคนหนุ่มคณะหนึ่ง หลังจากได้รับการล้างบาปแล้ว ในใจคิดว่าทางบ้านไหว้เจ้าไหว้พระมันไม่เหมาะสมกับกาลสมัยเสี่ยแล้ว ล้วนเป็นการไหว้ตัวรูป เป็นผู้ที่งมงายตอนโรงเรียนปิดพักร้อนกระผมกลับไปอยู่บ้าน ก็ตั้งใจเปลี่ยนแปลงความเชื่อถือของคนในบ้าน เริ่มพูดจาหว่านล้อมบิดามารดา ให้ละทิ้งนับถือในตัวรูป เนื่องจากบิดามารดาหลงใหลเชื่อถือยึดมั่นมานาน จึงไม่ยอมเชื่อฟังคำกระผม กระผมเกิดความโกรธเคืองขึ้นในแวบหนึ่ง ก็เลยขนเอาป้ายเจ้าป้ายของบรรพบุรุษไปโยนทิ้งยังพื้นดิน บิดามารดาเห็นเข้าโกรธจนหน้าเขียวหน้าเหลือง คว้าเอาเก้าอี้ฟาดตีกระผม เมื่อได้รับการเสียดแทงใจจากการนี้ กระผมจึงไม่กลับไปอยู่บ้านอีก เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ได้ติดตามบาทหลวงออกไปประกาศธรรมและได้เข้าทำงานในคริสต์สมาคมนั้น ต่อมา ตายลงด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ ขณะที่ตายนั้นพระผู้เป็นเจ้าท่านพระเยซู ก็มิได้ให้เกียรติมารับไปขึ้นสวรรค์ กลับมีแต่ยมทูต ดุๆ 2 ตนคุมตัวมายังนรกผ่านการตัดสินจากยมบาลแล้วให้คุมขังไว้ใน “นรกพร่าหัวใจ” ของท่านยมบาล อภัยโทษให้กระผมด้วยเถิด

        เซียมล้ออ๊วง: การนับถือศาสนานั้นอันที่จริงแล้วก็มิได้แบ่งแยกออกเป็นเขตแดนอันใด (ลืมต้นตระกูล) ทำการล้างผลาญป้ายเจ้าป้ายบรรพบุรุษ การเชื่อถือแบบแกอย่างนี้จะสอนให้ชาวมนุษย์ที่ดื่มน้ำ ต้องระลึกถึงแหล่งต้นน้ำได้อย่างไร (หมายความว่าระลึกถึงบรรพบุรุษที่ให้กำเนิดสืบต่อๆ มา) ถึงแม้ว่าผู้เผยแผ่ศาสนาบอกไม่ให้กราบไหว้ “ตัวรูป” แต่แกไม่เข้าใจธรรมแห่งความเป็นจริง ไม้กางเขนคัมภีร์คริสต์บาทหลวงนั้นก็เป็นตัวรูปเช่นเดียวกัน แล้วแกทำไมจึงกราบไหว้นับถือเล่า? ที่ว่า “สลัดทิ้งซึ่งตัวรูป” ก็คือต้องการให้แกมองเห็นความไม่เที่ยงแท้ในโลกมนุษย์ อย่าไปหลงใหลเสพสุขทางเรือนร่าง (เนื้อหนังมังสา) ควรเสริมสร้างความว่างเปล่าทางจิตใจให้เต็มที่ “ไม่ไหว้ตัวรูป” ก็คือ ยกย่องการเชื่อถือเลื่อมใสแห่งจิตใจ เพื่อที่จะแสวงหาทางอยู่ยืนยงตลอดไป แกเข้าใจในความหมายนี้ผิดไป การทำลายป้ายชื่อบรรพบุรุษ เท่ากับตัดขาดกุศลบุญของบรรพบุรุษ อยากจะถามตัวแกมาจากแห่งใด แกแซ่อะไร? ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษสวรรค์ “ตั่วเซียงตี่” (พระเจ้าองค์ใหญ่) บรรพบุรุษคือ “เสี่ยวเซี่ยงตี่” (พระเจ้าองค์เล็ก) แกมันลืมต้นตระกูลข่มโคตรไม่ใช่ความมุ่งหมายอันแท้จริงของพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นสวรรค์จึงไม่รับ ต้องตกลงมาอยู่ในนรกในเมื่อแกสารภาพมาตามความจริงจะลดโทษให้ 2 เดือนเมื่อหมดกำหนดการลงโทษแล้ว ให้ส่งไปยัง 6 ช่องทางเพื่อไปผุดเกิดอีกครั้ง

        อรหันต์จี้กง: การเลื่อมใสนับถือศาสนาคือการฝึกฝนอบรมจิตใจมิใช่ว่าพวกปัญญาอ่อนวุ่นวายกันเอง การต่อต้านซึ่งกันและกันอ้างตนเองถูกต้อง กฎสวรรค์ได้วางไว้แน่วแน่แล้ว ที่โจมตีหาว่าศาสนาอื่นไม่ถูกต้อง อ้างอวดว่าศาสนาตนเองถูกต้องนั้นได้บังเกิดจิตใจแห่งการแบ่งแยกแล้ว จิตแห่งเมตตากรุณานั้นสูญสิ้นไปแล้ว จึงไม่สามารถสำเร็จธรรม ถ้าหากว่าคนพวกนี้สามารถสำเร็จธรรมแล้ว ก็หมายความว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นเกิดการลำเอียง ต้องดูคนที่นับถือศาสนาใดแล้วจึงให้ความคุ้มครอง เมื่อนั้นแล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพเจ้าก็จะเกิดขัดแย้งวุ่นวาย สวรรค์ก็จะกลายเป็นสนามรบ จะมีชื่อว่าแดนแห่งความผ่องแผ้วสดใสยอดสุขได้อย่างไร? วันนี้เวลาหมดแล้ววันอื่นค่อยมาเยี่ยมชมใหม่เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก

        เซียมล้ออ๊วง: นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
        หยางเซิง: เพราะเหตุเวลาดึกมาก อยู่นานไม่ได้ขอขอบคุณท่านยมบาลและพัศดีกับนายทหารทั้งหลาย ในการให้คำแนะนำเราขอลาก่อนละ

        อรหันต์จี้กง: รีบขึ้นดอกบัว
        หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เดินทางกลับเถิด….

        อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
        หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิ