Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอน ท่องแดนผึ้งพิษนรกน้อย ครั้งที่ 3 | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอน ท่องแดนผึ้งพิษนรกน้อย ครั้งที่ 3

141 Views

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2520

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

เทพลงทรง      ช่วยชาวโลก    เมตตาจิต
ฝึกฝนฤทธิ์      แลธรรมะ         อยู่เนืองนิจ
แนะคนหลง     ด้วยวาจา        อันศักดิ์สิทธิ์
พ้นวิกฤต         ขจัดเคราะห์    แก่มวลชน 

         อรหันต์จี้กง: เทพเทวะท่านลงประทับทรงเพื่อกอบกู้ช่วยเหลือชาวโลกตั้งใจใช้เมตตาจิต ความปราณี ปลดความทุกข์ยากของมวลชน แต่ถูกพวกนักบวชปลอม เทพปลอม ฉกฉวยพาไปในทางผิด เพื่อหาผลประโยชน์โดยทรัพย์ สมควรลงโทษเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง พวกหมอดูยกตัวเองว่า “ปากเหล็ก” แต่มีบางคนกัดคนโดยไม่ให้เห็นเลือด โหดร้ายเท่ากับเสือสิงห์ พวกศิษย์ทรยศต่อท่าน “กุ้ยก๊กเซียนซือ” ศาสดาจารย์แห่งต้นตำรับหมอดู ทำให้เสื่อมเสียไปถึงท่านนั้น เมื่อตายลงแล้วโดนยมบาลทำโทษอย่างหนัก หลังจากนั้นให้หมุนไปเกิดเป็นพวกนกกาใน “หุบเขาผีเปลี่ยว” อาศัยปากเหล็กนั้นๆ ร้องเสียง เจี๊ยว ๆ อันไพเราะเท่านั้นเอง วันนี้ได้เวลาท่องนรกแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมขึ้นบนดอกบัวเร็ว
         หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา อากาศร้อนมากไม่ทราบว่าหนทางแห่งนรกจะเย็นสบายกว่านี้บ้างไหม?

         อรหันต์จี้กง: บรรยากาศในนรกหนาวเหน็บ จะทำให้เจ้าขนลุกรีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว อย่าเสียเวลาอีกเลย
         หยางเซิง: ขอรับกระผม นั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เริ่มได้…

         อรหันต์จี้กง: ถึงแล้ว รีบลงเสีย 
         พัศดี: ขอต้อนรับท่านทั้งสอง ที่มาเยี่ยมคุกนี้อีกครั้งหนึ่ง

         หยางเซิง: วันนี้มาเยี่ยมชม “นรกผึ้งพิษ” อีกครั้งท่านพัศดีและนายทหารได้ออกมาต้อนรับเราแล้ว
         อรหันต์จี้กง: ในโลกมนุษย์มีพวกทรชนอาศัยชื่อของเทพเจ้า แต่ทำสิ่งที่เสื่อมเสียคุณธรรมชื่อเสียงของท่าน ดังนั้น จึงทำให้เราต้องเวียนมาถึง 3 ครั้ง 3 ครา ยังที่ “นรกผึ้งพิษ” เพื่อรวบรวมข้อมูลประกาศ เปิดเผยสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นในแดนนรก เพื่อปลอบเตือนกอบกู้ชาวโลก

         พัศดี: ท่านทั้งสอง เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปข้างใน พักผ่อนดื่มน้ำชาก่อนเถิด
         หยางเซิง: วันนี้ได้เสียเวลาไปบ้างแล้ว กระผมว่าไม่ต้องก็ได้นะครับ

         พัศดี: ถ้างั้น เชิญท่านอาจารย์ และท่านหยางเซิงเข้าไปในคุกกันเถิด
         หยางเซิง: ผึ้งพิษอยู่เต็มห้อง เอาตัวคนเป็นรัง ล้วนบินไปตอมอยู่บนร่างของวิญญาณโทษนั่น มิได้ทำการผลิตน้ำผึ้งนะ แต่ทำการพ่นยิงน้ำพิษ

         อรหันต์จี้กง: อยู่ในแดนมนุษย์กินของหวานมามากแล้วมาอยู่ที่นี่ให้มันลิ้มรสขมเสียบ้าง
         หยางเซิง: วิญญาณโทษร้องลั่น ด้วยความเจ็บปวดแตกตื่นวิ่งพล่านแต่ไม่มีทางออก

         อรหันต์จี้กง: นี่แหละคือ “สวรรค์” มีทางมันไม่ไป “นรกไม่มีประตู ดันจะเข้า” เป็นอย่างนี้ละ
         พัศดี: ขณะนี้โลกมนุษย์มีผู้จัดการแห่งโรงเจ้าโรงธรรมหลายคนอาศัยชื่อเสียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลอกล่อทรัพย์สินและผู้หญิง ทางสังคมก็ติเตียนกล่าวโทษอยู่เนืองนิตย์ ทำให้กระทบต่อเกียรติศักดิ์อันผุดผ่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “นรกผึ้งพิษ” มีวิญญาณโทษเพิ่มขึ้นเสมอๆ ทำให้สะเทือนในอารมณ์ข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่งข้าพเจ้าจะให้วิญญาณโทษ 2-3 ตนที่มีสัญลักษณ์ซึ่งจะเป็นตัวแทนได้มาเล่าความชั่ว ทำลายศีลที่ตนก่อไว้ในโลกมนุษย์เพื่อลงพิมพ์ใน “เที่ยวเมืองนรก” 

         หยางเซิง: รบกวนท่านพัศดีที่ให้ความช่วยเหลือที่จะทำให้เราศิษย์อาจารย์สามารถบรรลุถึงหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ รู้สึกขอบคุณเป็นที่ยิ่ง
         พัศดี: นี่เป็นสิ่งที่ควรกระทำอยู่แล้ว อย่าได้เกรงใจเลย ได้ให้นายทหารคุมตัววิญญาณโทษ 3 ตนออกมาแล้วฟังคำสั่ง ท่านผู้นี้คือหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตงในแดนมนุษย์ โดยมีท่านอรหันต์จี้กงพาเข้ามายังยมโลก สืบหาและสำรวจความลับในแดนนรก เพื่อแต่งหนังสือเตือนชาวโลก ให้รีบเล่าสารภาพตอนอยู่เมืองมนุษย์ ได้ทำชั่วอย่างไรบ้างอย่างหมดเปลือก

         วิญญาณโทษ: ผมเป็นเด็กนักทรงของจอมพลหอ กลางสำนักหนึ่งในเมืองไถ่ตง ตอนมีชีวิตอยู่เริ่มแรกข้าพเจ้ามาอาศัยตัวผมลงประทับทรงช่วยชาวโลก ก็ได้ช่วยกอบกู้ผู้คนนับจำนวนไม่น้อยจริง ผู้ป่วยที่นายแพทย์ไม่สามารถรักษาให้หายหลายรายล้วนได้รับการรักษาจนหายจากเดชเทพเจ้าแห่งจอมพลหอกลางนี้ ต่อมาผมเห็นว่ามีคนศรัทธามากขึ้น บางครั้งท่านจอมพลหอกลางไม่อยู่ ผมก็จะแกล้งทำกระโดดโลดเต้นว่าเจ้าลงประทับทรงแล้ว ให้โทษแก่ร่างกายที่เจ็บไข้ของผู้มาเฝ้าทรง และก็อาศัยโอกาสนี้บอกกับผู้มาเฝ้าทรงว่า มีฆาตเคราะห์หรือมีภูตผีปีศาจสิงอยู่ตัวก็บ่อยครั้ง ต้องทำการสะเดาะจึงจะแก้ได้ แต่ผู้ที่จะสะเดาะเคราะห์ต้องเผากระดาษทองเป็นจำนวนมาก รีดเอาเงินทีละพัน สองพัน สามพัน ต่างๆ นานา ทั้งนี้ล้วนมิใช่ความประสงค์ของเทพเจ้า ในชีวิตหาเงินทองได้มิใช่น้อย ยังซื้อตึกสูงหลายชั้น ได้เสพสุขชนิดชั้นยอด เมื่อตายลงแล้วถูกยมทูตคุมตัวไปยังขุมที่ 4 ท่านยมบาลโกรธมากดุด่า “ตัวแกเป็นเด็กนักทรงแห่งจอมพลหอกลาง ตามหลักแล้วต้องรอจนกว่าธาตุทุกส่วนสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วจึงจะทำการกอบกู้ผู้คนได้ แต่แกบังอาจเอาชื่อเจ้าไปหลอกลวงโกงทรัพย์ ความดีที่ช่วยกอบกู้ผู้คนหักล้างกับความชั่วที่โกยทรัพย์ไปแล้ว ความชั่วมากกว่าความดี จึงตัดสินให้ตกเข้า “นรกผึ้งน้อย” ไปรับโทษลงทัณฑ์ทุกๆ วัน โดยผึ้งพิษกัดต่อยจนปวดแสบเหลือจะทนทานได้ ตอนมีชีวิตอยู่แม้เอามีดดาบมาแทงฟันตามตัว ยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย แต่บัดนี้โดนผึ้งตัวเดียวปล่อยเหล็กในเข้าทีเดียว จะเจ็บปวดถึงขั้วหัวใจ สำนึกตัวได้ก็สายเสียแล้ว ขอฝากคำไปยังเด็กนักทรงในแดนมนุษย์ด้วย ต้องตั้งอยู่ในจิตที่ช่วยกอบกู้ผู้คนอันดั้งเดิมนั้นไว้ อย่าไปเปลี่ยนใจกลางทาง เข้ากับเจ้าเพื่องานการ อย่าอาศัยเจ้ามาหลอกคน จึงจะไม่ต้องเดินตามรอยของผมอย่างนี้

         อรหันต์จี้กง: เทพเจ้าลงประทับทรงเพื่อช่วยมวลชนเป็นปฏิบัติการสืบต่อกันมาของศาสนาเดิม ทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือบรรดาคนป่วย ที่นายแพทย์ไม่สามารถให้การรักษาได้ ช่วยรักษาในทางไสยศาสตร์ ซึ่งเป็นคุณธรรมที่เมตตาชีวิตมนุษย์ของฟ้าสวรรค์ท่าน ต่อมามนุษย์ได้ถือเอาเป็นเครื่องมือทำการกอบโกยรวบทรัพย์ ขัดกับความมุ่งหมายแห่งการช่วยชีวิตของสวรรค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง นับได้ว่าผู้ทรงเป็นเหตุในการทำบาป การรับประทับทรงเพื่อช่วยกอบกู้ชาวโลก หากจะทำเพื่อยังชีพ ก็แล้วแต่ผู้เฝ้าทรงจะบริจาค ก็ยังไม่ผิดอะไรหนักหนา ถ้าอาศัยสิ่งนี้ทำการรับทรัพย์แบบซื้อขาย “รักษาโดยเทพเจ้า” ก็จะกลายเป็น “อาศัยเทพเจ้าหากิน” กฎหมายของบ้านเมืองอนุญาตให้ ยมกฎแห่งนรกก็ไม่ให้อภัย

         พัศดี: สั่งให้วิญญาณโทษตนที่ 2 เล่าเรื่องความชั่วที่ตนทำไว้ในแดนมนุษย์ให้ท่านหยางเซิงฟัง
         วิญญาณโทษ: ตอนอยู่ในโลกมนุษย์ผมเป็นหมอดูคนหนึ่ง ศึกษาทางโหราศาสตร์ หากินไปทั่ว มักจะตั้งโต๊ะดูหมอตามตลาดโต้รุ่ง ช่วยแก้ปัญหาช่วยเหลือผู้คน มีอยู่ครั้งหนึ่ง ในขณะที่การค้าซบเซา ก็มีเจ้าหนุ่มผู้หนึ่งมาขอให้ตรวจโชคชะตาราศี ผมสังเกตดูเห็นการแต่งกายเป็นต่างถิ่น จึงรัวลิ้นอันติดสปริงนั้นบอกเขาว่า อนาคตอันใกล้นี้ชะตาจะถึงฆาต ต้องทำการสะเดาะเคราะห์ มิเช่นนั้นหนทางข้างหน้าจะมืดมน ผมก็เรียนจบทางเวทย์มนต์ของขลัง จะย้ายดวงย้ายดาวให้ เจ้าหนุ่มนั้นเชื่อว่าเป็นความจริง ก็เลยตกหลุมพรางของผม หลังทำสะเดาะเคราะห์แล้ว ผมเรียกเอาเงิน 1,500 เหรียญเป็นค่าบริการ ต่อจากนั้นจึงใช้ลูกไม้หลอกลวงทรัพย์ เมื่อตายลงแล้วยมบาลตวาดดุด่าผมว่า เรียนจบตำราดูหมอ ขาดศีลธรรม หลอกลวงเงินทองผู้อื่น ตัดสินผมเข้าคุก “นรกผึ้งพิษ” 12 ปี ขณะนี้รับโทษมาแล้วเพียง 3 ปีเศษ วันข้างหน้าความทุกข์ยังอีกมากนัก ผึ้งพิษไม่ประทานน้ำผึ้งหวานให้ ล้วนฉีดให้แต่เข็มพิษ ทั่วกายบวมช้ำและคันเหลือกำลังจึงสำนึกได้ว่าเมื่อก่อนนั้นเราไม่ควรทำเลย
อรหันต์จี้กง: ตอนมีชีวิตอยู่คำพูดคำจา หวานดังน้ำผึ้ง พูดอย่างน้ำไหลไฟดับ คุยว่ามีฤทธิ์เดชสารพัดที่แท้เหมือนกับผึ้งพิษตัวหนึ่ง ให้โทษเขามาก ช่วยคนได้น้อยจึงต้องรับการตอบสนองดังทุกวันนี้แหละ ขอเตือนหมอดูในโลกมนุษย์จงฝึกอบรมธรรม บำเพ็ญตนใช้หลักความจริงช่วยกอบกู้ผู้คน ช่วยแก้ไขปัญหาที่สับสนยุ่งยากแก่ผู้อื่น ก็จะสร้างบุญสร้างกุศลอันใหญ่หลวง การตรวจดวงตรวจดาวอย่างชุ่ยๆ ส่งเดช เป็นการตรวจเฉพาะเงินในกระเป๋าของผู้อื่นก็จะไม่สมชื่อว่าหมอดู นรกจะมีส่วนกำนัลให้ วันนี้เวลาดึกมากแล้ว เราเตรียมกลับสำนักเถอะ

         หยางเซิง: ขอถามท่านพัศดีว่า ผู้อาศัยเจ้าหากินพวกนั้น เมื่อตายลงแล้วตกลงมารับโทษที่คุกนี้ทั้งหมดหรือไฉน?
         พัศดี: มันก็ไม่แน่หรอก บ้างก็ลวงหญิงโดยเฉพาะ หรือที่มีพฤติการณ์พิเศษกว่านี้ก็ขังไว้ที่อื่น ที่ขังอยู่ในคุกนี้เพียงแต่บางส่วนเท่านั้นเอง

         หยางเซิง: เนื่องจากเวลาหมดลงแล้ว ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การแนะนำ เราศิษย์อาจารย์ขอลาก่อนละ
         พัศดี: ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

         อรหันต์จี้กง: ขอบคุณท่านพัศดีมาก เราขอลาแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมออกจากคุก รีบขึ้นบนดอกบัว
         หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญอาจารย์ท่านกลับได้…

         อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
         หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิ