ตอน ท่องแดนผึ้งพิษนรกน้อย

136 Views

วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2520

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

อุทิศตน         พึ่งพระพุทธ    ด้วยใจจริง
โยนมีดทิ้ง     เลิกฆ่าสัตว์      ผียำเกรง
ศีลวิสุทธิ์       ยึดให้มั่น         ไม่คลางแคลง
พิมานแมน    แดนสวรรค์      ทางสะดวก

          อรหันต์จี้กง: การจะบำเพ็ญจนสำเร็จเป็นเทพเทวดานั้น มิใช่สิ่งที่กระทำได้ง่ายนัก แต่การที่จะรักษาศีลนั้นให้ (จิตใจ) มั่นคงตลอด เช่นนักปราชญ์หรือผู้ทรงศีลยิ่งยากมาก บนพื้นโลกนี้มีโรงเจวัดสงฆ์อยู่ทั่วไป แขวนป้ายยี่ห้ออย่างแจ่มแจ้งจรัสแสงถกเถียงตำราวิจารณ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นั่งเข้าฌานบรรลุธรรม อันที่จริงนั้นสถานที่ช่วยกอบกู้มวลมนุษย์ให้พ้นทุกข์เป็นเมืองแมนแห่งโลกมนุษย์ในยุคหลังนี้ มีอยู่ไม่น้อยที่อาศัยอ้างชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ แอบทำการเสื่อมเสียศีลธรรม หรืออาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือหากิน บ้างก็แอบแกะสลักรูปเทพเจ้าเป็นสินค้าเพื่อขายให้แก่นักท่องเที่ยว พลิกแพลงแปรเปลี่ยน เรื่องหลอกเอาทรัพย์ล่อลวงผู้หญิงมีนับครั้งไม่ถ้วน อุจาดและละเมิดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โทษฐานการลวงโทษทำลายล้างหนักข้อขึ้น ยมบาลเข้มงวดหนักหน่วงมาก ไม่มีการยกเว้นอภัยให้อย่างเด็ดขาด วันนี้ข้าฯ จะพาเจ้าหยางเซิงไปท่องชมนรก เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่มวลมนุษย์ เจ้าหยางเซิงเตรียมท่องนรก รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว 
          หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา กระผมได้ขึ้นนั่งบนดอกบัวแล้ว มิทราบว่าวันนี้จะไปสู่แห่งใด?

          อรหันต์จี้กง: “นรกผึ้งพิษ” รีบหลับตาเร็วเตรียมออกเดินทาง
          หยางเซิง: กระผมได้ปิดตาทั้งสองข้างแล้ว เชิญท่านอาจารย์เริ่มได้แล้ว…..

          อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ รีบลงมาดอกบัวเร็ว
          หยางเซิง: อ้อ ที่แท้ “นรกผึ้งพิษ” อยู่ต่อหน้าแล้ว ยมทูตต่างคุมตัววิญญาณโทษมากหลายเข้าไปในคุก แต่ละตนโดนเฆี่ยนตีไปตามทางเดิน ครวญครางสะอึกสะอื้น ทำให้คนได้ยินใจคอหดหู่มิทราบว่าพวกนั้นมีโทษติดตัวประการใด?

          อรหันต์จี้กง: พวกนี้อาศัยเทพเทวดาหากินในแดนมนุษย์ ตอนมีชีวิตอยู่มันกินอิ่มเกินไป เมื่อตายลงแล้วจึงต้องโดนกฎนรกทำโทษ เหตุการณ์โดยละเอียดนั้นต้องรอให้เข้าไปเยี่ยมชมภายในคุกจึงจะรู้ถึงแก่น พัศดีและนายทหารได้มาต้อนรับเราแล้ว รีบเข้าไปทำความเคารพเสีย 
          หยางเซิง: ท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย ข้าพเจ้าหยางเซิงผู้เป็นศิษย์ ขอแสดงคารวะต่อท่าน ข้าพเจ้าเป็นศิษย์แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตงแดนมนุษย์ ได้รับคำสั่งมาท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือพร้อมกับท่านอาจารย์ วันนี้มาเยี่ยมชมคุกของท่านขอได้โปรดให้ความสะดวกด้วย

          พัศดี: โปรดอย่าได้เกรงใจเลย คุกนี้คือ “แดนผึ้งพิษนรกน้อย” อยู่ในความปกครองของขุมที่ 4 เป็นคุกที่สร้างขึ้นมาใหม่ เนื่องจากในยุคหลังนี้มีผู้ทำบาปเวรมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีการลดน้อยลงเลย ท่านศาสดาจารย์แห่งยมโลกจัดการสร้างคุกแห่งใหม่ ณ ขุมที่ 4 ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อที่จะควบคุมอารมณ์นักโทษ เชิญท่านทั้งสองเข้าไปเยี่ยมชมภายใน
          หยางเซิง: ขอบคุณมาก! โอ้โฮ! ท่านอาจารย์ครับ กระผมไม่กล้าเข้าไป ในนั้นล้วนเป็นตัวผึ้ง แต่ละตัวโตเท่าหัวแม่มือมีสีดำคล้ายผึ้งหัวสิงห์ โหมเข้าต่อยพวกนักโทษในคุก ทุกคนส่งเสียงคร่ำครวญ จะหลบหนีก็ไม่มีทางออก ต่างก็เบียดเข้าใกล้มุมกำแพง บางตัวก็มุ่งมาทางเรานี้ กลัวถูกมันต่อยจังเลย หลบเสียดีกว่ามั้ง! ผึ้งหัวสิงห์นี้พิษมันร้ายกาจ ต่อยคนตายได้นะ

          อรหันต์จี้กง: เจ้าไปแตกตื่นตาลีตาเหลือกไปไย พวกผึ้งพิษนี้มีญาณพิเศษ มิใช่ว่าพบคนก็ต่อยดะไป เพราะเหตุว่าวิญญาณโทษมีกลิ่นไอไม่บริสุทธิ์ติดอยู่กับตัว ดังนั้นมันจึงชอบเข้าไปใกล้นักเหมือนดังสถานที่สะอาดหมดจด พวกยุงแมลงจะไม่เข้าใกล้ ที่สกปรกเหม็นพวกยุงแมลงก็แห่กันเข้าไป ผึ้งตัวที่บินมานี้ก็เพื่อแสดงความหมายเป็นการต้อนรับพวกเราเท่านั้นเอง
          หยางเซิง: เป็นเรื่องที่แปลกดี ที่แท้เสียงปืนใหญ่มิได้ทำร้ายคนแต่กลับกลายเป็นเสียงปืนใหญ่ที่ยิงสลุตสดุดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

          พัศดี: เชิญท่านทั้งสองเข้าไปเยี่ยมชม ท่านหยางเซิงมิพักตื่นตนกตกใจก่อนหรือ? หากว่าผึ้นพิษต่อยคนโดยไม่เลือกหน้าเราจะเผ่นหนีแบบอย่างไม่เห็นฝุ่นไปนานแล้ว ผึ้งพิษเหล่านี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่อยเฉพาะพวกที่อาศัยพระอาศัยเจ้า เพื่อหลอกเอาทรัพย์ลวงผู้หญิงเท่านั้น ทำให้มันไม่มีทางจะหลบหนีหากวิญญาณโทษคิดจะวิ่งหนี ฝูงผึ้งกลับตามไล่ต่อยเอา ท่านเห็นไหม วิญญาณโทษแต่ละตนมีบาดแผลเกลื่อนกลาดเต็มตัวเฉพาะอย่างยิ่งศีรษะบวมช้ำ พิษร้ายออกฤทธิ์น้ำตาตกเป็นสายฝน แต่ละตนกุมหัวแล้วโลดเต้นเหยงๆ 
          หยางเซิง: การทำโทษที่โหดเหี้ยมทารุณเหลือเกิน วิญญาณโทษทุกคนโดนฝูงผึ้งไล่ต่อย ที่คุมขังก็คับแคบและไม่มีทางออกจะหลบก็ไม่มีที่ให้หลบ ขอถามท่านพัศดีว่าพวกนั้นทำบาปอะไรบ้าง ไฉนจึงมาถูกลงโทษยังที่นี้

          พัศดี: เพื่อให้ได้ลงพิมพ์ในหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ข้าพเจ้าจะเปิดประตูคุก สั่งให้วิญญาณโทษ 2-3 ตนออกมาเล่าเรื่อง ที่ตนทำชั่วไว้ในแดนมนุษย์ด้วยตัวมันเอง เป็นการเตือนชาวโลก
          อรหันต์จี้กง: ดีมาก! ขณะนี้ทุกขุมในยมโลกต่างก็ทราบว่ารับราชโองการแต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” เก็บประมวลข้อมูลไว้ใช้ในการตักเตือนชาวโลก ขอท่านพัศดีโปรดให้เสนอแนะเกี่ยวกับรายละเอียดการทำบาปของพวกนักโทษด้วย

          พัศดี: นี่คือหน้าที่ของข้าพเจ้าอยู่แล้ว ข้าพเจ้าจะปล่อยตัววิญญาณโทษ 2 ตนก่อน สั่งให้มันเล่าเรื่องความชั่วในตอนอยู่ในแดนมนุษย์ให้ท่านหยางเซิงรับทราบไว้ อย่าอิดออดเสียเวลา
          หยางเซิง: ขอถามท่านบุรุษผู้นี้ ท่านทำอะไรผิดบ้างในขณะที่มีชีวิตอยู่ ไฉนจึงถูกตัดสินให้มารับโทษยังที่นี้?

          วิญญาณโทษ: พูดไปก็อายคนเปล่า ไม่มีหน้าตาจะพบหาคนอีกข้าพเจ้าเป็นศิษย์ในสำนักทรงแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ภาคใต้ของไต้หวัน เนื่องจากเป็นตัวทรงมานานปี ต่อมาถูกส่งไปรับหน้าที่เป็นรองเจ้าสำนัก ครั้งหนึ่งในสำนักนี้ได้รับการลงทรงเพื่อแต่งหนังสือ จะพิมพ์หนังสือธรรมส่งไปยังที่ต่างๆ ข้าพเจ้าก็ได้ทำงานเต็มพละกำลัง ออกเรี่ยไรตามที่ต่างๆ หวังจะพิมพ์ให้มากขึ้นแจกจ่ายผู้คน เนื่องด้วยคำพูดของข้าพเจ้าคมคายมายในเวลา 2 เดือนเศษที่เรี่ยไรเงินได้ 3 หมื่นเหรียญเศษ ขณะนั้นข้าพเจ้าเป็นหนี้ผู้อื่นอยู่บ้าง เมื่อเจ้าหนี้มาเร่งทวงหนี้ ข้าพเจ้าคิดไม่ตกว่าจะทำประการใดดี เพราะเหตุว่าในตัวมีเงินอยู่ 3 หมื่นกว่าเหรียญ ยักไว้สักส่วนเพื่อใช้หนี้คงจะดีมั้ง ในที่สุดจึงส่งมอบให้เจ้าสำนักไปเพียง 2 หมื่นเหรียญ คงเหลือไว้หนึ่งหมื่นสองพันสี่ร้อยห้าสิบหกเหรียญ นอกจากชำระหนี้ไปแล้วยังมีเหลือเศษอยู่บ้าง ไว้เป็นค่าใช้จ่ายประจำตัว คิดว่าผู้อื่นไม่มีทางทราบได้ แต่ว่าหลังจากนั้นมา เกิดความละอายแก่ใจต่อองค์ประทับทรงรู้สึกตะขิดตะขวงใจ แต่ว่าเมื่อลงทรงแต่ละครั้งองค์ประทับทรงท่านก็มิได้เขียนถึงเรื่องข้าพเจ้ายักยอกทรัพย์แต่อย่างไร 3 ปีก่อนข้าพเจ้าตายลงด้วยโรคกระเพาะที่ร้ายแรงมาก ถูกทหารหน้าควายม้าคุมตัว ขณะนั้นเององค์ประทับทรงได้เข้ามาตวาดต่อหน้าข้าฯ ว่า “แกเกิดความคิดชั่วเพียงวูบเดียว แต่จนกระทั่งถึงเวลาตายยังไม่สำนึกตัว เพราะว่าตอนแกมีชีวิตอยู่นั้นมีมูลเหตุหลายอย่างจึงไม่เปิดเผยต่อหน้าคน พุทธเทพลงประทับทรง ประกาศธรรมก็คือสั่งสอนให้คนละบาปสร้างบุญ ได้รวมหลักธรรมความจริงแห่งการประพฤติตัว ปฏิบัติชอบอยู่ในนั้นอย่างพรั่งพร้อมแล้ว” เมื่อแกเรียนรู้คำสอนอันศักดิ์สิทธิ์แต่ไม่ปฏิบัติตาม จึงสมควรแก่โทษแล้ว และได้มอบให้ยมทูตส่งให้ยมบาล ให้ตัดสินโทษในสถานหนัก เมื่อข้าพเจ้าถึงยมโลก ท่านยมบาลมีความโกรธจัด ได้ถูกคุมไปหอกระจก (กรรม) วิเศษฉายรูปเดิมปรากฏออกมาก่อน โดยฉายเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าไปเรี่ยไรเงินแล้วยักยอก ส่วนหนึ่งที่จะพิมพ์หนังสือธรรมนั้น ฉายปรากฏออกอย่างไม่มีปกปิดผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย ทำให้ข้าพเจ้าใจคอสั่นกลัวไปหมด ต่อมาส่งให้ขุมที่ 4 โหงวกัวอ๊วงตัดสินลงโทษ โดยตัดสินให้ตกเข้า “นรกผึ้งพิษ” 28 ปี แล้วจึงส่งมอบมาให้ขุมที่ 5 จัดการ แต่ละวันโดนผึ้งพิษกัดต่อยอยู่ในที่นี้ ทั้งปวดทั้งคันไปทั่วร่างกายเหลือที่จะทนทานได้ บวมช้ำยิ่งนัก ผึ้งพิษพอเห็นข้าพเจ้าก็ไล่ตามไม่ลดละ ห้องคับแคบนิดเดียวไม่มีที่จะหลบหลีก จึงสำนึกรู้ตัวว่าตอนที่เข้าไปเป็นนักทรงอยู่ในแดนมนุษย์ เป็นศิษย์เฉพาะของท่านแป๊ะกงไม่ปฏิบัติตามคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าทำความชั่วไปเพียงครั้งเดียว ก็ไม่มีทางที่จะกอบกู้ช่วยเหลือได้ จึงหวังนักทรงในสำนักทรงทั่วพิภพจงระมัดระวังทั้งคำพูดและการปฏิบัติ แม้จะผิดเพียงนิดเดียว แต่ไม่สามารถจะปิดตาสวรรค์ได้ ขณะนี้ข้าพเจ้าจะสำนึกได้ก็สายเสียแล้ว เป็นการเนรคุณต่อคำสั่งสอนของแป๊ะกงพวกนักธรรมด้วยกันเป็นอย่างยิ่ง อัปยศอดสูนัก

          พัศดี: แกเข้าอยู่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์ ไม่รับธรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ทรยศต่อครูบาอาจารย์ และหลอกลวงชาวบ้าน ส่วนที่หนึ่งเนรคุณต่ออาจารย์ ส่วนที่สองทรยศต่อผู้ที่สละเงินเพื่อพิมพ์หนังสือธรรมะ แต่ว่าผู้ที่ตั้งใจทำทานจริงแล้ว ไม่หวั่นพระปลอม ผู้ที่ให้ทานไปเลยก็ได้เกิดมีใจกุศลอย่างสมบูรณ์ บุญกุศลนั้นจะไม่สูญสลายผู้ที่ละโมบโกงเงินไป ก็เกิดใจอุบาทว์ขึ้นมีโทษหนักติดตัวอยู่บรรดามนุษย์ที่สละตน เข้าอยู่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์แล้ว เรื่องเงินทองแม้แต่สตางค์แดงเดียวก็ต้องเคลียร์ให้เรียบร้อย มิเช่นนั้นแล้วจะทำให้สำนักศักดิ์สิทธิ์แปดเปื้อนมีราคี และเสื่อมวินัยอันใสสะอาดนรกจะลงโทษหนักขึ้น ชาวโลกสมควรที่ระมัดระวังให้ดี

          อรหันต์จี้กง: แกะดำในสำนักอันศักดิ์สิทธิ์ เรื่องเงินทองไม่สะอาดเสื่อมเสียต่อวินัยที่ผ่องแผ้ว โทษนั้นควรตายเป็นหมื่นหน กฎในยมโลกถือเป็นโทษที่ให้อภัยไม่ได้เลย ขอฝากไปยังชาวโลกรับรู้ด้วยว่า ผู้บำเพ็ญธรรมนั้นต้องถือเคร่งในวินัยและกฎข้อบังคับ เพื่อที่ไม่ต้องตกนรกรับการทรมาน แล้วต้องตกไปใน 4 ทางเกิดของสัตว์เพื่อเวียนว่ายตายเกิดอีก จะรู้สึกสำนึกก็สายไปเสียแล้ว เพราะเหตุว่าเวลาสำหรับวันนี้หมดลงแล้ว วันอื่นจะมาเยี่ยมคำนับอีกครั้ง เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก ขอบคุณที่ท่านพัศดีให้คำแนะนำมาก

          หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้ความสะดวกเราได้เข้าไปเยี่ยมชมในคุก เนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว ขอลาก่อนละ
          พัศดี: นายทหารทั้งหลายให้ตั้งแถวนมัสการส่งเชิญทั้งสองมาเที่ยวใหม่นะครับ

          หยางเซิง: กระผมนั่งลงบนดอกบัวแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักเถิด….
          อรหันต์จี้กง: สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
          หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิ