Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตอน ท่องแดนน้ำร้อนลวกมือนรกน้อย | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตอน ท่องแดนน้ำร้อนลวกมือนรกน้อย

202 Views

          

วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2520

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

การปล้นจี้           ขโมยทรัพย์     สุดบัดสี
เงินไม่ดี               แม้ร่ำรวย         ก็ไร้เกียรติ
เลี้ยงลูกชั่ว          ทำจัญไร         โคตรถูกเหยียด
บ้านเหงาเงียบ    อยู่เดี่ยวโดด    สุดเศร้าเอย

          อรหันต์จี้กง: การค้าทุกกิ่งก้านสาขาของโลกมนุษย์ล้วนดำเนินการได้ ภาษิตกล่าวว่า “แต่ละวิชาชีพผลิตบัณฑิตได้ทั้งนั้น” ขอแต่ว่ารู้ช่องทางหาเงิน ที่ไม่ผิดกฎหมายของประเทศชาติเท่านั้น เช่นนี้แล้วในแดนมนุษย์จะไม่มีคนอดตาย มองดูรอบด้านของสังคม ปรากฏว่ามีพวกมิจฉาชีพยึดเฉพาะในทางตัดช่องย่องเบาลักขโมย หรือฉ้อฉลคดโกงหลอกลวงเป็นอาชีพ จนกระทั่งแย่งชิงทรัพย์สมบัติ แอบเอามือที่โหดเหี้ยมล้างผลาญฆ่าคน เลี้ยงลูกแล้วไม่สั่งสอนเป็นความผิดของใครเล่า? น่าสงสารจิตใจผู้เป็นพ่อแม่ทั่วพิภพ สูญสิ้นแล้วซึ่งพลังใจพลังกายอย่างมหาศาล เลี้ยงลูกขึ้นมาเป็นนักเลงอันธพาล ก่อกรรมทำเข็ญผิดกฎผิดเกณฑ์ ทำลายความสงบสุขของสังคม โทษทัณฑ์นั้นน่าจะฆ่าทิ้งเสียนี่กระไร เมื่อตอนที่มีชีวิตอยู่ ยกตัวเองเป็นนักเลงโตออกตระเวนครองความเป็นใหญ่เป็นถิ่นๆ แต่เมื่อตกมาถึงในคุกแห่งแดนนรกแล้ว จึงต้องชูมือยอมแพ้ (ยื่นมือให้มัด) โดนยมทูตดุด่าเฆี่ยนตีน่าสงสารมาก ถ้าชาวโลกไม่เชื่อ วันนี้อาตมาจะนำหยางเซิงไปเยี่ยมชมยมโลกสักครั้งก็จะทราบดีถึงแก่นแท้ เจ้าหยางเซิงเตรียมท่องนรก รีบขึ้นดอกบัวเร็ว

          หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านอาจารย์เป็นการตักเตือนสั่งสอนชาวโลก เมื่อได้ยินคำพูดของท่านก็คงจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน กระผมมีปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง ขอให้ชี้แจงด้วยคือ มีผู้คนหลายคนถามถึงเหตุการณ์ตอนท่องนรก โดยบอกว่า บางขณะที่ท่านพากระผมไปท่องนรก และในขณะเดียวกันก็มีคนขอเชิญท่านลงประทับทรง ท่านจะสามารถแบ่งกายได้หรือไฉน? ขอได้คลายความกังขาแก่มวลชนด้วย

          อรหันต์จี้กง: ปัญหานี้ซึ่งความจริงแล้วเป็นที่สนใจแก่ชาวโลกมาก วันนี้ฉันจะอธิบายให้รู้พอสังเขปดังนี้ ดวงจันทร์ลอยอยู่เหนือสระน้ำใสสะอาดแวววาว แต่เมื่อผู้คนไปจับต้องเข้าแล้วจะกลายเป็นฟองน้ำ ที่ว่า “ดอกไม้ในกระจก ดวงจันทร์ในนที (คือน้ำ) ล้วนเลื่อนลอยไม่แน่นอน” พุทธท่านว่า “พุทธเดชไม่มีที่สิ้นสุด” ทางเทพว่า “เทวฤทธิ์กว้างใหญ่มหาศาล” พุทธและเทพก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โปร่งใสดั่งแสงทองดวงหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถแปรธาตุแปลงกายเปลี่ยนตัวสารพัด พุทธเทพเมื่ออยู่บนฟ้าก็เหมือนพระจันทร์ดวงหนึ่งบรรดาแม่น้ำลำธาร ทะเล มหาสมุทร ในที่มีน้ำแล้วล้วนมีดวงจันทร์สถิตอยู่ ดังที่ว่า “แม่น้ำพันสายพันดวงจันทร์หมื่นลี้ไร้เมฆหมอกเห็นฟ้าหมื่นลี้” พระจันทร์มีเพียงดวงเดียวจะสามารถแปรเปลี่ยนสารพัดได้อย่างไร ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่าดวงจันทร์นั้นทั้งสูงทั้งสว่างสมเทียมฟ้านั่นเอง ถ้าผู้คนสามารถสร้างบุญ สร้างกุศล ขยันหมั่นบำเพ็ญในธรรม เช่น “สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง” อักษร 3 ตัวนี้เพียงแต่เป็นตัวแทนของสำนักทรงที่ปลอบเตือนชาวโลกเท่านั้นเอง แต่ในใจของผู้คนนับพันนับหมื่นทั่วโลกล้วนมี “สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง” อักษร 3 ตัวนี้ สถิตอยู่ในดวงใจ นี่แหละคือสำนักเดียวพิมพ์ (ตึง) ใจคนพันคน พระจันทร์ดวงเดียวฉายทั่วพันแม่น้ำ ยกมาเปรียบเทียบอีกทางหนึ่ง ก็เหมือนกับการส่งโทรทัศน์ในทุกวันนี้ ในสถานที่ทำการปัจจุบัน มีเพียงผู้จัดรายการคนเดียว แต่ละบ้าน ขอให้มีความถี่เหมือนกัน ก็จะมีภาพเป็นพันเป็นหมื่นปรากฏตัวออกมา ความมหัศจรรย์พิสดารเป็นเช่นนี้แหละ ล้วนขึ้นอยู่กับการสัมผัสสัมพันธ์ในความนึกคิดชั่ววูบหนึ่งเมื่อชาวมนุษย์จะจองให้ฉันลงประทับ เพียงแต่ให้มีจิตนึกคิดเหมือนฉัน เกิดความสัมผัสต่อเชื่อมกัน ฉันก็จะลงประทับทันทีในความนึกคิดของเขา สิ่งนี้ขอให้ชาวโลกจงเข้าใจรู้ตัวไว้ด้วย อรหันต์จี้กงแม้ว่ามีเพียงรูปเดียว ฉันอยู่บนฟ้าผู้ที่นับถือเคารพในตัวข้าฯ ก็จะแปรสภาพเป็นพันเป็นหมื่นให้ทุกๆ คนสามารถมองเห็น คัมภีร์ท่านว่า “พระพุทธสถิตอยู่ภูผาอันศักดิ์สิทธิ์ ภูผาศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ในจิต ภูผาศักดิ์สิทธิ์เปรียบเสมือนพระเจดีย์ ทุกผู้ทุกนามล้วนมีพระเจดีย์อยู่ในจิต จงบำเพ็ญธรรมภายใต้พระเจดีย์เทอญ” ทั้งหมดนี้ก็คือมีความหมายดังที่กล่าวไว้นั่นแหละ ได้เสียเวลาท่องนรกไปแล้วเจ้าหยางเซิงรีบขึ้นดอกบัว เตรียมเที่ยวชมนรกเถิด

          หยางเซิง: กระผมขึ้นอยู่บนดอกบัวแล้วครับท่านอาจารย์เชิญเริ่มเดินทางได้
          อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ เจ้าหยางเซิงรีบลงจากดอกบัวเร็ว

          หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา หูได้แว่วเสียงร้องอย่างเจ็บปวด คุกนรกข้างหน้า บนประตูเขียนว่า “แดนน้ำร้อนลวกมือนรกน้อย” 
          อรหันต์จี้กง: ที่นี่แหละคือ “แดนน้ำร้อนลวกมือนรกน้อย” ซึ่งขึ้นต่อขุมที่ 4 เรารีบรุดไปข้างหน้า เตรียมการเยี่ยมชม

          หยางเซิง: ข้างในนั้นมีข้าราชการหมู่หนึ่งเดินออกมา คงจะเป็นพัศดีของคุก…ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย วันนี้เราศิษย์อาจารย์ได้รับคำสั่งมาเยี่ยมชมคุกของท่านขอได้โปรดให้การแนะนำด้วยเถิด
          พัศดี: มิต้อง ยินดีต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง ที่ได้มาเยี่ยมชมถึงคุกนี้ ข้าพเจ้าพึ่งได้รับคำสั่งจากท่านยมบาล ทราบว่าท่านทั้งสองจะมาเยี่ยมชมคุกนี้มีอะไรขาดตกบกพร่องแล้ว ขอได้โปรดอภัยให้ด้วย

          อรหันต์จี้กง: ได้เสียเวลาไปไม่น้อยแล้ว การมาถึงล่าช้าลง ขอท่านพัศดีจงให้อภัย เจ้าหยางเซิงรีบตามพัศดีเข้าไปชมในคุกเร็ว
          พัศดี: ท่านทั้งสองตามข้าพเจ้าเข้าชมในคุก ก็จะได้ทราบเหตุการณ์ต่างๆ โดยละเอียด

          หยางเซิง: ขอบคุณมาก ทั่วเรือนจำ เต็มไปด้วยไอน้ำร้อนเสียงหวีดร้องร่ำไห้ดังลั่นปกคลุมทุกแห่งหน  วิญญาณโทษในคุก  มือทั้งสองข้างล้วนถูกตอกตรึงอยู่กับรางไม้  ยมทูตต่างยกเอาน้ำร้อนที่เดือดพล่านอยู่เป็นถังๆใช้กระบวยตักราดลงบนมือทั้งสองข้างของวิญญาณโทษ  แต่ละตนโดนลวกจนคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด ยมทูตอีกตนหนึ่งก็ถือแส พอได้ยินเสียงร้องก็หวดลงทีหนึ่งสภาพนั้นน่าเวทนายิ่ง  มิทราบว่าพวกนั้นทำผิดโทษฐานอะไรบ้าง  บางตนอายุยังอ่อนอยู่ก็โดนทำโทษอย่างทรมานด้วย
          พัศดี: วิญญาณโทษเหล่านี้  ล้วนต้องโทษด้วยความผิดที่ลักขโมยหรือคดโกงในแดนมนุษย์  เมื่อตายลงแล้วจึงตกมายังคุกนี้รับการลงโทษ ข้าพเจ้าจะเรียกมาสัก 2-3 คน ให้มาเล่าเรื่องชั่วร้ายที่ตนก่อขึ้นในแดนมนุษย์ให้ท่านฟัง

          หยางเซิง: นั่นก็ดีซิครับ  กระผมจะได้ถามสภาพการณ์ทำชั่วของเขา เพื่อลงพิมพ์ “เที่ยวเมืองนก” จะได้ปลอบเตือนกอบกู้มวลมนุษย์
          พัศดี: ข้าพเจ้าได้ปลดวิญญาณโทษ 3 ตนออกแล้ว สั่งให้ตนที่ 1 เล่าเหตุการณ์ที่ตนทำชั่วอย่างไรบ้าง  ในขณะที่เป็นมนุษย์อยู่ในแดนมนุษย์ให้ท่านหยางเซิงแห่งเมืองไถ่ตงฟัง

          วิญญาณโทษ: โอย โอย มือของผมใกล้จะแหลกเหลวแล้วขอให้ท่านอาจารย์รีบช่วยผมด้วย  ขอทายาให้ด้วย
          หยางเซิง: ดูมือทั้งสองข้าง  ได้มีน้ำเหลืองไหลออกมาแล้ว  คล้ายกับเนื้อหมูเละๆ อย่างนั้น  เชิญท่านอาจารย์ช่วยทายาให้มันด้วย

          อรหันต์จี้กง: เจ้าอย่าได้พูดมาก  มือสองข้างของมันสร้างบาปขึ้นเอง  หยูกยาก็ช่วยรักษามือที่โหดร้ายนี้ได้ยาก
          พัศดี: ไอ้เวร ห้ามร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือส่งเดชนะรีบสารภาพทำบาปชั่วร้ายอย่างไร  ในเมืองมนุษย์ออกมาโดยเร็ว

          วิญญาณโทษ:   เอาครับ  เนื่องจากผมได้เกิดอยู่ในครอบครัวที่มั่งคั่งมาก  อยู่ดีกินดีทุกอย่างคบค้ากับพวกจิ๊กโก๋อย่างสนิทสนมแบบเพื่อนฝูง กินแล้วไม่คิดจะทำงานทำการ  ชอบไปมั่วอยู่ในค็อฟฟี่ช็อฟ ไปมั่วหยอกเย้ากับพวกผู้หญิงโสเภณี  หรือพวกจิ๊กกี๋หญิงใจแตก รวมพวกกันสุมหัวเสพสุข  พ่อแม่จะตักเตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ในที่สุดโดนตัดขาดจากความสัมพันธ์ทางบ้านโดยถูกประกาศไว้ในหนังสือพิมพ์  ตัดการเป็นพ่อเป็นลูกกันจากนั้นผมก็พกความแค้นอยู่ในใจ  ไม่ยอมกลับเข้าบ้านอีก  ก็เลยตระเวนเที่ยวไปทั่วทุกแห่งหนเข้าเป็นพวกของสังคมมืด รับการชักชวนเสี้ยมสอนจากเพื่อนวายร้ายทั้งหลาย  เรียนจบวิชาขโมยลักทรัพย์  มักจะอยู่บนรถประจำทางหรือท่ารถสถานที่สาธารณะต่างๆ  แสดง “มือเซียน” (ล้วงกระเป๋า)
          พัศดี: ไอ้เวร ห้ามพูดจาละเมิดเทพ-พุทธ ที่ยื่นออกไปนั้นเป็น “มือผี” ต่างหาก

          วิญญาณโทษ: ทำการล้วงกระเป๋าลักทรัพย์มาเรื่อย ตอนหลังมาคิดได้ว่า  ทำเช่นนี้ได้เงินน้อย  จนก้าวถึงขั้นเข้าไปลักขโมยทรัพย์สินในบ้านพักหรือในแฟลต ชั่วชีวิตนั้น ได้ทรัพย์สินมาเป็นล้าน  ครั้งหนึ่งในขณะที่ทำการลักทรัพย์นั้นเกิดเรื่องแตกขึ้นถูกชาวบ้านไล่ต้อน  เคราะห์ร้ายโดนจับไปดำเนินคดี  ถูกศาลตัดสินจำคุกส่งไปทำโทษในเรือนจำ  เมื่อพ้นโทษออกจากคุกก็ไม่สำนึกกลับตัวล้างเท้าล้างมือเสีย  ยังแอบขโมยตามอาชีพเก่าเมื่ออายุได้ 41 ปี  เนื่องจากเสพสุรานารีมากเกินควร เลยเกิดเป็นมะเร็งถึงแก่ความตาย ในระหว่างป่วยไข้ต้องใช้เงินทองของตัวเองรักษา เพื่อนฝูงในสังคมมืดนั้นเห็นว่าผมไม่มีความสามารถใดๆ  แล้วจึงไม่เข้ามาแยแสด้วย ดังนั้นจึงตรอมใจตายเมื่อตายลงก็ถูกนายทหารหัวควายม้าคุมมายังนรก โดนเฆี่ยนตีตลอดทาง ตอนหลังถูกตัดสินเข้ามาอยู่คุกนี้ จึงรู้ว่าตนถูกตัดอายุขัยไป 9 ปี  เป็นการสนองตอบจากความชั่วโดยแท้  ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว

          พัศดี:   เมื่อแกสำนึกตัวได้ก็สายเสียแล้ว  หากว่าตอนพ้นโทษออกจากคุกแล้วรู้จักสำนึกตัวใหม่  ทำตัวเป็นพลเมืองดี  สร้างกุศลชดใช้เวรบาปที่ก่อไว้  จะไม่ต้องถูกหักอายุขัย  และตกลงในนรกรับการทรมาน แกน่ะไม่เพียงแต่ผิดฐานขโมยลักทรัพย์  ยังผิดฐานอกตัญญูซึ่งเป็นโทษใหญ่อีกด้วย  ยมบาลท่านตัดสินให้แก่มาอยู่คุกนรกนี้  32 ปี  โทษฐานนี้พอที่จะให้แกชดใช้กรรมอยู่แล้ว วิญญาณโทษตนที่ 2 รีบสาธยายบาปเวรที่สร้างไว้ในเมืองมนุษย์ให้ท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งชาวมนุษย์ฟังโดยเร็ว

          วิญญาณโทษ: ฉันทำการค้าเครื่องเหล็กและเครื่องอะไหล่กลไกต่างๆ  ในแดนมนุษย์  เริ่มต้น 2-3 ปี  ด้วยความอดทนขยันหมั่นเพียรมีผลกำไรได้เงินทองไม่น้อย  ต่อมาค่อยๆ หัดเล่นการพนัน และดื่มเหล้าเที่ยวหาความสุข  เที่ยวหาผู้หญิงนางบำเรอนอกบ้าน  รับเลี้ยงเมียน้อยอยู่คนหนึ่ง ส่วนเมียหลวงไม่มีทางรู้ได้เลย  ดังนั้นการหมุนเวียนทางการเงินจึงค่อยๆ  ฝืดลง  ต่อมาเพื่อที่จะปรับค่าใช้จ่ายให้สมดุล  จึงสั่งซื้อสินค้าวัสดุจำนวนมากจากโรงงาน 2 แห่งโดยเขียนเช็คให้ไว้เป็นจำนวนเงินมหาศาล แล้วก็เอาเครื่องเหล็กเครื่องกลนั้นไปขายที่ต่างถิ่น  ด้วยราคาต่ำๆ  เป็นพิเศษ ในธนาคารคงเหลือยอดเงินเพียงนิดเดียว เสร็จแล้วก็หลบหนีหายตัวไป  บรรดาเจ้าหนี้เมื่อได้เวลาเก็บเงินตามใบสั่ง  ก็เก็บเงินไม่ได้  จึงรู้ว่าโดนเช็คสปริงเสียแล้ว  แก่กันมาคิดบัญชีกับฉัน  และฟ้องร้องไปยังศาลสถิตยุติธรรมตำรวจก็ประกาศจับตัวไปทั่วทุกทิศ ต่อมาจึงโดนจับตัวได้ขณะอยู่บ้านญาติแห่งหนึ่ง ส่งตัวไปดำเนินคดี  เพราะเหตุว่าฉันฝากเงินไว้กับเพื่อนหญิงคนหนึ่งเมื่อหลุดพ้นจากการจองจำออกมา  การดำเนินชีวิตก็ยังสุขสมบูรณ์มาก แต่ว่าพวกเจ้าหนี้ล้วนผูกใจเจ็บแค้นด่าฉัน  “ไอ้ชั่วชาติ ไอ้ขี้โกง ใจอำมหิต” 6 ปีก่อนฉันตายลงด้วยโรคหัวใจ ถูกนายทหารหน้าควาย-ม้า คุมตัวส่งไปขุมที่ 2 แห่งแดนนรก  ฉอกังอ๊วง ดุด่าว่าฉันโกงเงินค่าสินค้าของชาวบ้าน หากินทางสกปรกไร้ศีลธรรม ตัดสินให้ตกเข้าไปอยู่ใน  “แดนนรกอุจจาระ-ปัสสาวะ” รับการลงโทษเมื่อหมดโทษแล้ว  จึงย้ายมาขุมที่ 4 ในปัจจุบันนี้แหละ โหงวกัวอ๊วงว่าฉันจ่ายเช็คหลอกลวงเขา  มือทั้งสองข้างเป็นต้นเหตุแห่งกรรมชั่วนั้นๆ ทำลายให้ร้ายผู้อื่นมากมาย ตัดสินเข้าอยู่ใน “นรกน้ำร้อนลวกมือ” 10 ปี รับเลี้ยงเมียน้อย  ความประพฤติไม่เหมาะสมนั้น ต้องตัดสินลงโทษอีกต่างหาก ยมบาลท่านยังบอกอีกว่า เมื่อรับการลงโทษทุกกรรมทุกกรณีเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องส่งไปหมุนเวียน “เวียนไปเกิดครั้งที่ 1 เป็นมนุษย์มีร่างกายพิการแต่มีความสามารถฝีมือดีโดยกำเนิด ไปรับจ้างจากเจ้าหนี้ หาเงินให้เขา ตนเองเพียงมีข้าวกินพอยังชีพเท่านั้นเพื่อชดใช้หนี้ในชาติก่อน เวียนไปเกิดครั้งที่ 2 ไปเกิดในครอบครัวที่มั่งคั่งมีเงิน แต่เงินนั้นได้มาโดยไม่สุจริต เกิดมาก็ไม่แข็งแรงอมโรคมากหลาย ต้องเสียเงินทองหาหมอรักษา แม้จะมั่งมี  แต่ต้องกินยาทุกวัน หมอผู้นั้นคือเจ้าหนี้แห่งชาติก่อน เป็นหมอประจำพิเศษเพื่อที่จะเรียกคืนหนี้ที่ค้างชำระ นี่แหละคือการสนองตอบของคนรวยที่ไม่มีเมตตาธรรมประการหนึ่งละ  ประการที่สองคือเมื่อไปโกงกินเงินทองคนอื่น ต้องสนองตอบด้วยการกินยาใช้หนี้ เหตุและผลสนองรับต่อกันต่างลบล้างกันไป” ชาวโลกที่ทำการค้าขายต้องยึดมั่นในศีลธรรมแห่งการค้าขาย เงินที่ได้มาจากใจหินชาตินั้นไม่อาจตกทอดไปถึงมือลูกหลานได้ดังตัวอย่างฉันนี้เป็นต้น

          พัศดี: ไอ้เวร ทำการค้าไม่มีศีลธรรม เครื่องโลหะก็จะกลายเป็นละอองดินในที่สุด คดโกงเงินทองผู้อื่น ชาติหน้าต้องจ่ายคืนพร้อมต้นและดอกเบี้ย แล้วยังพลอยให้คนรุ่นหลังด่างพร้อยเสียชื่อเสียงไปด้วย ลูกหลานจะลืมตาอ้าปากได้อย่างไรเล่าวิญญาณโทษที่พูดเรื่องครู่นี้เป็นเรื่องจริง  เหตุและผลสนองตอบรับกันไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย ตามความสำรวจของกรมกองในยมโลก พวกเจ้าหนี้ในชาติก่อนล้วนมีผลบุญกุศลชาติหลัง จึงได้เวียนไปทวงหนี้สินที่ตกค้างคืนมาก  เหตุและผลของโลกมนุษย์เป็นการวนเวียนมาตอบสนองกัน  มีความละเอียดอ่อนไหวมาก คล้ายกับข่ายใยแมลงมุมเชื่อมต่อเนื่องกัน ทุกสิ่งทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกันแล้ว ล้วนยากที่จะรอดพ้นจากการตอบสนอง ชาวโลกควรถือเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ อย่าได้ใจร้ายต่อไป การกระทำทุกกรณีที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย  แต่ตนเองได้รับผลประโยชน์นั้น  ล้วนแต่เป็นการก่อเวรสร้างกรรมทั้งสิ้น ก็น่าเห็นใจชาวโลกส่วนใหญ่มักจะพบเจอแต่สิ่งอุปสรรคกีดขวาง แล้วมาถอนใจบ่นกันว่ามนุษย์นั้นมีกรรมเวรหนักหนา

          อรหันต์จี้กง: เพราะว่าเวลาดึกมากแล้ว  ข้าฯ ว่าดูแค่วิญญาณโทษ 2 ตนก็พอแล้ว
          หยางเซิง: ก็ดีครับ ขอถามท่านพัศดีอีกนิดเถิดว่าปัจจุบันนี้ในแดนมนุษย์มีคดีปล้นทรัพย์  บางรายถูกตัดสินให้ยิ่งเป้า  เมื่อถูกยิงเป้าไปแล้วไม่ทราบว่าไปคุมขังอยู่ ณ แห่งใด

          พัศดี: เกี่ยวกับวิญญาณโทษที่ถูกประหารแล้วนั้นได้ขังอยู่ที่อื่นที่มีการลงโทษร้ายแรงกว่าคุกนี้อีก วันอื่นจะพาท่านไปตรวจเยี่ยมอีกครั้ง
          หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทุกท่านที่ให้การชี้แจงแนะนำ เราเตรียมตัวกลับสำนักแล้วโอกาสหน้าพบกันใหม่

          อรหันต์จี้กง: ออกมาเร็ว รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว เตรียมตัวกลับสำนัก
          หยางเซิง: กระผมได้นั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางเถิด.............

          อรหันต์จี้กง: สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
          หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างเดิ