ตอน ท่องนรกน้อยแดนแขวนหัวทิ่ม

136 Views

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2519 

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนว่า:  

ทั่วปฐพี             เกลื่อนตลบ      ซากศพเลือด
ไหลนองกลบ    จับเกาะ            หญ้ามากมาย
ศีลธรรม            ในครอบครัว     ถูกทำลาย
เวรกรรมร้าย      ตกทอด            สู่ลูกหลาน

            อรหันต์จี้กง: กระแสลมหนาวโชยมา รู้สึกหนาวเป็นระลอกๆ พวกผู้ดีมีเงิน ในบ้านพร้อมด้วยเครื่องทำความอบอุ่น บนกายก็ประดับแต่งด้วยเสื้อหนังขนสัตว์ รับประทานอาหารร้อนๆ ในหม้อ กลับมาดูในบ้านของคนจน ทั้งครอบครัวสวมใส่เสื้อผ้ากันหนาวที่แนบบาง หนาวจนกรามกระทบเสียงดังกึกๆ แสนที่จะอนาถใจ ชาติก่อนไม่เคยสร้างบุญไว้ ชาตินี้เลยต้องเดียวดาย เมื่อถึงหน้าหนาวก็ขาดความอบอุ่น จึงหวังให้ชาวโลกผู้มีอันจะกินมีความสุขสบาย จงมีเมตตาธรรมเหมือนส่งถ่านให้ในยามหิมะตก ช่วยเหลือผู้ยากจน สร้างบุญก่อกุศลไว้ให้มากๆ ชาติหน้าจะได้รับสนองตอบด้วยโชคลาภต่างๆ นานา มิเช่นนั้นแล้วเมื่อโชควาสนาหมดลง ชาติหน้าจะหมุนเวียนมาเกิดในครอบครัวยากจน ผู้มีสติปัญญาปราดเปรื่องแลเห็นการณ์ไกล ไม่ควรที่จะไม่เตรียมการเอาไว้แต่เนิ่นๆ วันนี้เตรียมท่องนรกเจ้าหยางเซิงรีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว
            หยางเซิง: กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เริ่มออกเดินทางเถิด….

            อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ เจ้าหยางเซิงลงไปเร็ว
            หยางเซิง: อื้อฮือ!! ข้างหน้าแว่วเสียงถวิลให้ราวกับเพชฌฆาตกำลังมัดหมู เตรียมจะนำส่งไปโรงฆ่าในชนบทอย่างนั้นแหละ

            อรหันต์จี้กง: อย่าพูดมากไปเลย พัศดีและนายทหารได้มาแล้วรีบเข้าไปทำความเคารพเถิด
            หยางเซิง: ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดีและนายทหารข้าพเจ้ากับท่านอาจารย์ มีพระราชโองการให้มาท่องนรกแต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” เพื่อเตือนชาวโลก ขอได้โปรดชี้แจงให้ละเอียดด้วย

            พัศดี: มิกล้า ได้ยินและเลื่อมใสชื่อเสียงของสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งมานานหนักหนาแล้ว สำนักของท่านประทับทรงบรรยายธรรมพิมพ์แจกหนังสือธรรม คัมภีร์โปรดเวไนยสัตว์ ช่วยกอบกู้ชาวโลก น้ำใจอันประเสริฐที่กล่อมเกลาอบรมผู้คนนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามแดน ได้ช่วยปลอบกล่อมจนพวกที่ประพฤติเหลวไหล ผู้ลุ่มหลงกลับตัวเป็นคนดีก็ไม่น้อย ความชอบที่ช่วยเสริมกฎหมายแห่งแดนมนุษย์ ที่ปกคลุมไปทั่วถึงนั้นได้ผลเป็นอย่างมาก วันนี้มีบุญวาสนามาพบท่าน เชิญท่านอาจารย์และหยางเซิงตามข้าพเจ้าเข้าไปเยี่ยมชมภายในคุกเถิด
            หยางเซิง: ขอบคุณครับ ที่แท้ที่นี่ก็คือ “นรกแขวนหัวทิ่ม” (คือแขวนหัวลงตีนชี้ฟ้า) บนประตูได้เขียนบอกไว้แล้ว
            อรหันต์จี้กง: ใช่แล้ว เราจะเยี่ยมชม “นรกแขวนหัวทิ่ม” รีบตามพัศดีกับนายทหารเข้าไปในคุกเร็ว

            หยางเซิง: เสียงคร่ำครวญเป็นทอดๆ ราวกับว่าบิดามารดาตายฉันนั้น ในนั้นมีสนามกว้างบนพื้นสนามต้นหญ้าสีแดงงอกเต็มไปหมด
            พัศดี: นี่แหละคือ “นรกแขวนหัวทิ่ม” อยู่ในความปกครองของขุมที่ 3

            หยางเซิง: เบื้องหน้าปรากฏภาพเป็นสนามลงโทษที่มองเห็นอย่างชัดแจ้ง ในสนามกว้างติดตั้งเสาเหล็กเป็นแถวๆ ด้านบนร้อยเอาเส้นเหล็กกล้าเต็มไปหมด วิญญาณโทษแต่ละตนถูกแขวนเอาหัวทิ่มลงพื้นดิน เส้นเหล็กกล้าร้อยเจาะอุ้งตีนทั้งสองข้าง หัวคนทิ่มลง บริเวณตีนเลือดสดๆ ไหลพราก บ้างก็ร้องด้วยความเจ็บปวด บ้างก็ดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บ บ้างก็มีเลือดไหลออกทางหูตาปากจมูก หยุดนิ่งไม่ไหวติง วิญญาณโทษแขวนอยู่บนราวสูง คล้ายกับตากเส้นหมี่อย่างนั้น ขอเรียนถามท่านพัศดี ไฉนจึงมีวิญญาณโทษจำนวนมากถูกลงโทษเช่นนี้? 

            พัศดี: มนุษย์ชาวโลก ทำเอาอันดับศักดิ์ศรีต่ำสูงของสังคมกลับตาลปัตร ศีลธรรมเสื่อมสลาย ดูหมิ่นกร้าวร้าวครูบาอาจารย์ไม่รู้จักสัมมาคารวะ (ไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ) ดังนั้นวิญญาณโทษที่ถูกจำขังในคุกนี้จึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วิญญาณโทษที่ถูกลงโทษเลือดสดๆ ไหลลงหยดอยู่บนพื้นดิน ก็เลยงอกต้นหญ้าสีแดง เพราะเหตุว่าเลือดนั้นสีแดงสด เมื่อนอนแช่พื้นดินเป็นเวลานานๆ ก็เลยงอกต้นหญ้าสีแดงขึ้นโดยธรรมชาติ เหมือนดังที่โลกมนุษย์เพาะปลูกเห็ดฟางในทุกวันนี้ เลือดของวิญญาณโทษไม่สะอาดพอ เมื่อบ่มแล้วก็เกิดงอกของชนิดนี้ขึ้น

            หยางเซิง: กลิ่นคาวเลือดตลบกลบจมูกไปหมด ยากที่จะทนทานได้ คิดจะอาเจียนเสียเหลือเกิน
            อรหันต์จี้กง: ทำจิตใจให้สงบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อหน้าที่การแต่งหนังสือ

            พัศดี: ข้าพเจ้าจะเรียกวิญญาณโทษบางตนลงมา ให้มันเล่าความเป็นมาในการทำผิดว่าสภาพอย่างไรให้ท่านฟัง
            หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านพัศดีมาก

            พัศดี: นายทหารเอาวิญญาณโทษที่แขวนอยู่ข้างหน้าปลดลงมาตนหนึ่ง เพื่อสะดวกในการบอกเล่าด้วยตนเองถึงเหตุการณ์ที่ได้ทำผิดต่อหน้าหยางเซิงเอง
            นายทหาร: ขอรับคำบัญชา……ปลดลงมาแล้ว

            หยางเซิง: ขอถามบุรุษผู้นี้ ไฉนจึงมาถูกแขวนตากลมเย็น ณ ที่นี้?
            วิญญาณโทษ: โฮ! โฮ! โฮ! ฉันเจ็บปวดทรมานมาก เท้าทั้งสองข้างยืนไม่ค่อยติด เจ็บเหลือหลายถูกแขวนหัวทิ่มจนท้องไส้ทั้งหมดจะอาเจียนออกหมด ฉันอยู่เมืองไถ่หน้ำ ตอนมีชีวิตอยู่ เพราะเหตุว่า อาฉันไม่มีลูก ฉันเลยถูกอารับเอาไปเลี้ยงตั้งแต่วัยเยาว์ เรียกอาเป็นพ่อได้รับการชุบเลี้ยงจากท่าน และได้รับการศึกษาถึงชั้นมัธยม ท่านเปิดร้านสรรพสินค้าอยู่ในบ้านท่านเอง มีเด็กชายเพียงฉันคนเดียว อาจึงรักใคร่ฉันมาก ฉันมีอำนาจเต็มบริหารกิจการของบริษัททั้งหมด ต่อมาเมื่อฉันมีอายุได้ 37 ปี มีเพื่อนบ้านคนหนึ่ง บอกฉันว่าตัวฉันมิใช่ลูกที่แท้จริงของอา ในใจจึงเกิดความคิดไม่สุจริตขึ้นมาทันที ว่าถ้าได้กลับไปอยู่ข้างๆ ตัวของบิดาบังเกิดเกล้า บิดาผู้บังเกิดเกล้าก็มิได้ห้ามปรามแต่อย่างไร แล้วยังยุให้ขายเลหลังสินค้ามีค่าส่วนใหญ่ในบริษัทอีกด้วย และให้เซ็นเช็คไปเป็นจำนวนมาก แล้วก็หลบหนีจากบ้านของอากลับไปอยู่กับบิดาบังเกิดเกล้าเสพสุขอย่างผู้ดีมีเงิน เมื่ออาได้รู้เห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจ็บช้ำน้ำใจ ด่าสะบั้นหั่นแหลก เมื่อเช็คครบกำหนดเวลาสั่งจ่ายจึงไม่สามารถจ่ายให้เขาไปแม้แต่ฉบับเดียว เจ้าหนี้มาทวงถามหนี้ถึงบ้านกันชุลมุนกันหมด เพราะเช็คที่จ่ายไปอยู่ในนามของอา อาถูกเร่งรัดไม่มีทางออกถึงกับฆ่าตัวตายด้วยความแค้น วิญญาณล่องไปแดนนรกไปฟ้องร้องต่อท่านยมบาล กล่าวหาโทษฉันกับบิดา ท่านยมบาลรับเรื่องไว้พิจารณา หลังจากตายไปแล้วหนึ่งปี ฉันและบิดาเกิดป่วยไข้ขึ้นพร้อมกัน ทรัพย์สมบัติได้ใช้หมดเกลี้ยง อาการป่วยหนักจนถึงแก่ความตาย วิญญาณตกถึงยมโลก ฉันจึงรู้ว่าโดนหักอายุขัย ยมบาลขุมที่ 3 พิโรธยิ่งนัก ตัดสินให้ฉันตกอยู่ใน “นรกแขวนหัวทิ่ม” ได้ยินว่าบิดาบังเกิดเกล้าก็ถูกตัดสินให้เข้าไปรับโทษที่คุกอื่น

            พัศดี: ไอ้สัตว์ทรยศ! อาชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ ไม่รู้จักทดแทนบุญคุณ กลับมาเปลี่ยนใจในกลางทาง กลับตาลปัตรอันดับศักดิ์ศรีแห่งธรรมนองคลองธรรมของโลกมนุษย์ ดังนั้นจึงตัดสินให้มารับโทษที่นี่ แล้วจะพูดอะไรอีก ให้นายทหารคุมตัวกลับไปทำโทษ ปลดวิญญาณโทษสองตนด้านซ้ายนั้นลงเสีย ให้สารภาพต่อท่านหยางเซิงเพื่อเขียนลง “เที่ยวเมืองนรก” 
            นายทหาร: ขอรับคำบัญชา…เอาตัววิญญาณโทษมาแล้ว

            พัศดี: รีบบรรยายความชั่วที่ได้ก่อไว้ต่อท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองมนุษย์เสีย
            วิญญาณโทษ: ขณะนี้ตัวข้าพเจ้าแสนที่จะเจ็บปวดทรมาน ถูกทำโทษด้วยการแขวนเอาหัวทิ่มทุกๆ วัน มีปากก็พูดไม่ออก นัยน์ตาทั้งสองข้างจวนจะถลนออกนอกเบ้าแล้ว ข้าพเจ้าเกิดอยู่ที่เมืองไถ่ตง มีครอบครัวแล้ว ต่อมาได้รู้จักสนิทสนมกับหญิงสาวนางหนึ่ง และเกิดมีการสมสู่ได้เสียกันขึ้น จากความลับกลายมาเป็นความเปิดเผย เนื่องจากหญิงสาวผู้นั้นบิดาเสียชีวิตไปแล้ว มีเพียงมารดาที่มีอายุ 40 ปีเศษๆ อยู่เท่านั้น รูปร่างหน้าตาก็หมดจดพอไปวัดไปวาได้ ข้าพเจ้าคอยหาโอกาสไปบ้านของเธอ ใช้วาจาอันอ่อนหวานกล่อมเกี้ยว เมื่อโดนข้าพเจ้าโน้มน้าวเร้าโลมต่างๆ นานา ก็เลยเสียความเป็นแม่หม้ายที่สงวนตัวสงวนใจ ตกเป็นของข้าพเจ้าไป ไหนๆ มันก็เป็นไปแล้วก็เลยให้มันเลยไป จึงค่อยๆ กลายเป็นเรื่องเปิดเผยขึ้น ได้เสพสุขสารพัดทุกอย่าง เพราะการหลงใหลในทางคาวโลกีย์จนถอนตัวไม่ขึ้น หลังจากนั้นเกิดอุบัติเหตุทางรถขึ้น จักรยานยนต์ที่ข้าพเจ้าขี่อยู่นั้นถูกชนจนแหลกละเอียด ตัวข้าพเจ้าสลบหมดสติไป ระหว่างสลบไสลนั้น ถูกทหารหัวควายหน้าม้าเอาโซ่เหล็กล่ามตัวคุมส่งยมโลกผ่านกระจก (กรรม) วิเศษ ปรากฏร่างเดิมลักษณะอุบาทว์น่าเกลียดน่าอายเป็นยิ่งนัก ท่านยมบาลพิโรธมากตัดสินให้ตกเข้า “นรกแขวนหัวทิ่ม” 30 ปี ขณะนี้รับโทษมาเพียง 2 ปีเศษ วันข้างหน้ายังยืดยาวมาก ไม่รู้ว่าวันไหนจึงจะพ้นทุกข์

            พัศดี: ไอ้สัตว์! คนกลายเป็นไก่เป็นหมา ไม่รู้จักพ่อแม่เรื่องบ้ากามเป็นเรื่องสุดยอดแห่งความชั่วร้ายทั้งหมด การไปมั่วหญิงสาวโทษนั้นก็ไม่ไปอยู่แล้ว ยังบังอาจล่วงล้ำคืบเข้าไปอีก ทำลายแม่หม้ายที่รักษาเนื้อรักษาตัวอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ทำให้แม่ลูกร่วมกันมั่วกาม โทษนี้สมควรให้ตายเป็นพันครั้ง เมื่อครบการลงโทษแล้วจะต้องตกเข้าไป “นรกโลกันตร์” ไม่มีวันผุดวันเกิดตลอดไป

            อรหันต์จี้กง: ไม่รักษาวัฒนธรรมอันดีงามของมนุษย์ 5 ประการทำลายศีลธรรมของชาวโลก ถ้าไม่รู้จักเคารพครูบาอาจารย์ ใช้คำหยาบคายต่อผู้ใหญ่ หรืออกตัญญูต่อบิดามารดา หรือทำให้แม่ลูกมั่วในกามเดียวกัน “นรกแขวนหัวทิ่ม” เพียงเป็นที่ลงทัณฑ์แห่งน้อยๆ เท่านั้น “นรกอาปี” (นรกโลกันตร์) จึงจะเป็นที่ฝังตัวที่แท้จริง ชาวโลกควรรู้สำนึกตัวโดยเร็วเพื่อที่จะไม่ต้องมาตกลงในนรกนี้ วันนี้หมดเวลาแล้ว เราศิษย์อาจารย์จะกลับละ

            หยางเซิง: ขอขอบคุณที่ท่านพัศดีและนายทหารให้การแนะนำมาก เราจะกลับสำนักกันแล้ว ขอลาท่านทั้งสองละ
            พัศดี: มิกล้า สิ่งใดไม่รอบคอบ ขอท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงโปรดอภัยด้วย

            อรหันต์จี้กง: ไม่ต้องเกรงใจ หยางเซิงรีบเตรียมตัวกันเถอะ
            หยางเซิง: สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว 
            หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่างดังเดิ