Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ท่องแดนเหล็กขูดหน้านรกน้อย | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ท่องแดนเหล็กขูดหน้านรกน้อย

239 Views

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2519

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จปรากฏกาย ตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

กามตัณหา      แผ่ขยาย          อนาถนัก
โทษฐานนั้น    ร้ายแรงยิ่ง       ดุจสิงห์เสือ
ขอฝากเพื่อ      ผู้ลุ่มหลง        กามล้นเหลือ
หากไม่เบื่อ      ลดและเลิก     กรรมตามทัน

         อรหันต์จี้กง: หนทางแห่งแดนมนุษย์ขรุขระกันดาร ผู้บำเพ็ญธรรมต้องผจญกับยักษ์มารครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้ใดหนอสามารถขึ้นสู่สวรรค์โดยปราศจากการขวางกั้น ตั้งจิตใจให้แน่วแน่ แม้จะตายก็ไม่คลาย ถึงจะสังเวยพลีกายในทางธรรม แต่ดวงวิญญาณได้สถิตสู่สุดยอด ยิ่งประสบอุปสรรคยิ่งต้องพยายาม ขบกรามให้แน่น ไม่หวั่นเกรงต่อยักษ์มารทั้งหลาย ปราชญ์โบราณท่านกล่าวไว้ “เห็นสิ่งแปลกประหลาด แต่ไม่รู้สึกว่าประหลาด สิ่งประหลาดนั้นก็จะดับไปเอง คือเมื่อเห็นผี แต่ไม่กลัวผี ผีนั้นจะหายตัวไปเอง” หนทางขรุขระขวางกั้น จงชูดาบซึ่งเปี่ยมด้วยปัญญา ฟันฝ่ากลุ่มเส้นไหมอันยุ่งเหยิงให้มันขาดกระจุยไปเลย เมื่อผ่านพ้นความหนาวอันจับใจไปแล้ว ก็ต้องได้ดอกเหมยหอมที่จับจิตอย่างแน่นอน การท่องนรกในวันนี้เตรียมตัวได้แล้ว เจ้าหยางเซิงจงปลุกประสาทให้พร้อมเพรียง-กระฉับกระเฉงขึ้นหนทางนี้เลิศล้ำมิใช่ธรรมดา เมื่อสามารถบรรลุถึงปลายทาง (สุดทาง) แล้ว จึงสมกับคำว่า “ผู้อดทนในทางธรรม” 

         หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่ปลอบโยนตักเตือนต่างรู้ตัวว่ากรรมหนัก แต่ไม่แสวงบำเพ็ญเพียร ยากจะรอดพ้นจากการรังควานของพวกมารปีศาจ ขอท่านอาจารย์วางใจเถิดกระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว ตามท่านอาจารย์ท่องนรก
         อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ รีบลงจากดอกบัวเร็ว วันนี้เราศิษย์อาจารย์จะเที่ยวชม “แดนนรกเหล็กขูดหน้า” 

         หยางเซิง: อ้อ! พัศดีกับนายทหารได้ออกมาอยู่ข้างหน้าแล้วขอแสดงความคารวะต่อท่านเทวทูตทั้งหลาย กระผมคือศิษย์แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง วันนี้ท่านอาจารย์ได้นำเยี่ยมชมคุกนรกของท่าน เพื่อเขียนลงในหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ปลอบกล่อมกอบกู้ชาวโลก เพื่อให้ทราบถึงเหตุการณ์แต่ละคุกแห่งยมโลกที่ลงโทษทัณฑ์ต่อพวกนักโทษ ขอท่านเทวทูตทั้งหลายได้โปรดให้ความสะดวกด้วย
         พัศดี: ที่ไหนได้ ท่านเกรงใจมากเกินไปแล้วมิต้องคุกเข่ารีบลุกขึ้นเถิด ขอต้อนรับท่านกับท่านอาจารย์ที่มาเยี่ยมชมคุกนี้เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปตรวจชมภายใน

         นายทหาร: คุกนี้คือ “นรกเหล็กขูดหน้า” ที่ลงโทษผู้คนในแดนมนุษย์ที่ไม่รู้จักเรื่องเหนียมอาย ไม่ถนอมรักหน้าตา (ไม่รักเกียรติ) เชิญท่านทั้งสองรีบเข้ามา
         หยางเซิง: ที่หน้าคุกยมทูตหัวควายหน้าม้าต่างคุมตัววิญญาณโทษมากหลาย มีทั้งหญิงทั้งชาย ต่างวัยต่างอายุ แต่ละคนคอพับคอตกถอดหายใจระทดระทวย สีหน้าประหวั่นพรั่นพรึงถูกคุมอยู่ข้างประตูคุกก่อน เพื่อทำการรายงานตัว และแล้วจึงถูกคุมเข้าไปในคุกติดต่อกันไป

         อรหันต์จี้กง: ไม่ต้องดูให้มาก รีบตามพัศดีกับนายทหารเข้าไปชมดูภายใน
         หยางเซิง: โอ้โฮ!! เสียงตะเบ็งอย่างเจ็บปวดส่งมาจากภายในห้องข้าง…นักโทษแต่ละคนถูกล่ามติดอยู่กับเสาเหล็ก ยมทูตหน้าควายกำลังจัดการลงโทษ ใช้มีดเหล็กหรือมีดทองเหลืองขูดเอาผิวหน้าคนออก ราวกับว่าการขูดผิวหนังหมูออกในโรงฆ่าสัตว์ฉันนั้น วิญญาณโทษแต่ละตนส่งเสียงร่ำไห้อย่างเจ็บปวดเวทนา เห็นแต่เลือดเนื้อเกรอะกรังไปหมด ส่งเสียงหวนไห้น่าสังเวช เปรอะเปื้อนเลอะเทอะไปทั่วหน้า เมื่อผิวหนังถูกขูดออกแล้ว บนหน้าเห็นแต่เนื้อสีแดงช้ำๆ เละๆ ลักษณะทารุณมาก ขอถามท่านพัศดี พวกวิญญาณโทษเหล่านี้ทำกรรมชั่วอะไรบ้าง? ไฉนจึงถูกตัดสินให้มารับโทษที่นี้?

         พัศดี: มันพูดยากครับ ข้าพเจ้าจะเรียกมันออกมาสัก 2-3 คน ให้ท่านถามมันเองจะรู้ละเอียดกว่า
         หยางเซิง: อย่างนี้ก็ยอดเลยครับ จะได้มีหลักฐานให้พิสูจน์ได้

         นายทหาร: วิญญาณตนนี้ออกมาเร็ว นำเอาการทำชั่วเมื่อตอนอยู่แดนมนุษย์ สารภาพให้ชาวโลกมนุษย์หยางเซิงผู้นี้ฟัง
         หยางเซิง: ขอถามท่านสุภาพบุรุษผู้นี้ ที่ตกลงมายังคุกนรกนี้ด้วยเหตุใดมิทราบ?

         วิญญาณโทษ: เพราะเหตุว่าผมกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก จึงรับการศึกษาน้อย เป็นลูกจ้างเขา รู้สึกลำบากมาก ใจก็คิดว่าสู้เปลี่ยนอาชีพเป็นขอทานดีกว่า หากสามารถขอได้บ้านละเหรียญแต่ละวันยื่นมือขอได้ร้อยบ้าน ก็จะยังชีพได้ ไม่ต้องลงทุนงานก็เบา แต่รูปร่างผมมันล่ำสันแข็งแรงเกรงว่าผู้คนเขาจะไม่ยอมทำทานให้ ดังนั้นจึงทำการอดอาหารสักสองเดือนก่อนแต่ละวันกินเพียงข้าวต้มกับน้ำ ร่างกายก็กลายเป็นผอมแห้งอ่อนแอดังคาดหมาย แล้วก็ใช้ดินทรายทาหน้า ใส่เสื้อขาดวิ่นแกล้งทำเป็นขาเสีย (พิการ) ออกขอเงินทั่วทุกทิศ ขอความเมตตาจากผู้คน และพร่ำพูดถึงความคับแค้นน่าสงสารของตนเองว่าไม่มีพ่อแม่พี่น้อง ขาก็พิการ หลายคนเขาเห็นสภาพแล้วก็สงสารให้เงินด้วยเหตุนี้ แต่ละเดือนก็ได้เงินถึง 4-5 พันกลับไปยังบ้าน แอบภูมิใจตัวเองได้เงินโดยง่ายๆ พอตกกลางคืนก็เปลี่ยนใส่เสื้อใหม่ ไปดื่มกินอย่างไม่อั้นตามเหลาตามร้าน หรือเข้าไปหาความสุขในเขตคาวโลกีย์ และบ่อยครั้งไปดื่มกินเสพสุรายังภัตตาคาร โรงแรม ต่อมาใจนึกอยากได้เงินมากต้องเค้นขอเงินจากผู้อื่นให้มากขึ้น ถ้าให้เหรียญเดียว ถึงสามเหรียญ ก็จะไม่รับ อย่างน้อยที่สุดต้องสิบเหรียญ จึงมีบ่อยครั้งโดนผู้ให้ทานที่ขี้เหนียวแช่งด่าเสียหายไปเลย เมื่อตายลงแล้วถูกยมบาลตัดสินให้เข้ามาในคุกนี้รับการลงโทษทำโทษด้วยการขูดหน้านั้น เจ็บปวดทรมานยิ่งนัก จะสำนึกตัวได้ก็สายเสียแล้ว

         พัศดี: ไอ้เวร! พูดถึงคนนี้ ชาติก่อนไม่ทำความดี เกิดมาในครอบครัวที่อับโชค โดยไม่คิดว่าอาศัยความหนุ่มแน่นแข็งแรงทำงานเลี้ยงชีพ แต่กลับแกล้งทำเป็นคนพิการ ทำหน้าด้านไปขอทานกิน ผู้ที่มีความทรนงนั้น ไม่ตกถึงขั้นสิ้นไร้ไม้ตอก ใครเล่าที่จะบากหน้าไปยื่นมือขอเขากิน? และนี่ยังทำมากกว่านี้อีก ยังถลุงเงินทองที่ได้มาจากการขอทานไปใช้ในสถานที่เริงรมย์ด้วย ผิดอย่างฉกาจฉกรรจ์ใหญ่หลวงยิ่ง เมื่อตอนมีชีวิตอยู่ไม่รักหน้า (คือหน้าด้าน) ตายลงแล้วก็ให้มันไม่มีหน้าไปเลยโดนทำโทษขูดหน้า ชาวโลกจงจำไว้เป็นที่เตือนใจกลับเข้าไปในคุกโดยเร็ว! ข้าพเจ้าจะเรียกวิญญาณออกมาอีกตนหนึ่ง ท่านหยางเซิงจะถามอีกก็ย่อมได้

         หยางเซิง: ขอบคุณท่านนายทหารมาก ขอถามสุภาพบุรุษผู้นี้ฉันมองดูท่านแล้วอายุก็เพียง 30 ปีเศษ ไฉนจึงตายลงตอนอายุยังน้อยเช่นนี้? แล้วยังถูกตัดสินให้มาลงโทษในคุกนี้อีก? 

         วิญญาณโทษ: พูดแล้วเป็นที่อับอายขายหน้า ข้าผู้น้อยทำให้เสื่อมเสียถึงบรรพบุรุษด้วย เมื่อตอนฉันมีอายุ 17-18 ปีเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายนั้น ได้นัดกับเพื่อนฝูงไปเที่ยวที่สวนสาธารณะเสมอๆ พบเห็นหญิงสาวก็จะต้องเข้าหยอกล้อจีบเล่นหรือกล่าวคำต่ำช้าสามานย์ โดนผู้หญิงแช่งด่า “ไอ้จิ๊กโก๋” แล้วในใจกลับทวีความสนุกสนาน บางครั้งอยู่ที่เปลี่ยวมืด ก็ฉวยโอกาสลวนลามผู้หญิง หรือพุ่งเข้าสวมกอดผู้หญิงโดยเธอไม่ทันรู้ตัว หรือบางครั้งขี่จักรยานเฉียดไปก็เอื้อมมือไปจับต้องตัวผู้หญิง และเคยข่มขืนหญิงสาวคนหนึ่ง แม้ว่าตอนนั้นมิได้ถูกตำรวจจับไปดำเนินคดี แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างขี่จักรยานอยู่ได้ใช้กลเก่าอีก คือเอื้อมมือไปทำการมิดีมิร้ายนั้น หญิงผู้นั้นร้องตะโกนลั่นขึ้น ฉันเกิดความกลัวลนลาน จักรยานที่ขี่อยู่เลยตกลงไปในคูน้ำถึงแก่ความตาย ท่านยมบาลพิโรธมาก หาว่าฉันไม่ละนิสัยชั่วร้ายเลยหักอายุขัยไป 10 ปี ต่อมาก็ตัดสินให้ตกเข้ามารับความทรมานในคุกนี้ ถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา 5 ปีเศษแล้ว และยังเหลือโทษอีก 13 ปีจึงพ้นจากคุก นอกนั้นยังมีความผิดอย่างอื่นอีก ต้องส่งให้ขุมอื่นพิจารณาตัดสิน เป็นเรื่องน่าอนาถใจยิ่ง ขอให้ท่านหยางเซิง (นักบุญ) ผู้นี้ทำการแทนตัวฉัน ขอร้องยมบาลลดโทษให้ฉันบ้างเถิด

         พัศดี: อย่าพูดมาก ใครใช้ให้เองประพฤติเหลวแหลกไม่สำรวมตัวในแดนมนุษย์เล่า ไม่รู้กระทั่งความเหนียมอายมารยาท คุณธรรมต่างๆ การบ้ากามนับเป็นสิ่งที่สุดยอดของความชั่วร้ายทั้งหลาย สมควรที่ได้โทษสนองแล้ว เสียเวลาที่ได้ร่ำเรียนไปเปล่าๆ ทำให้อับอายถึงพ่อแม่ เมื่อเป็นมนุษย์ไม่รักหน้า ตายแล้วก็ต้องรับการสนองแบบนี้ ส่วนโทษที่ไปข่มขืนเขา เมื่อหมดโทษทางนี้แล้ว จะส่งไปขุมอื่นลงโทษอย่างหนัก นายทหาร! รีบคุมวิญญาณนี้เข้าห้องขังไป
         นายทหาร: ขอรับคำบัญชา

         อรหันต์จี้กง: เวลาดึกมากแล้ว เราศิษย์อาจารย์เตรียมกลับสำนักเจ้าหยางเซิงออกจากคุกไปกันเถอะ
         พัศดี: สิ่งใดที่บกพร่อง ขอท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงโปรดให้อภัยด้วย

         หยางเซิง: มิกล้า! ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีและนายทหารที่ช่วยเหลือในหน้าที่แต่งหนังสือของเรา ขอลาท่านทั้งสองละ
         อรหันต์จี้กง: รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว

         หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจารย์กลับสำนักได้แล้ว
         อรหันต์จี้กง: สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
         หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิ