ท่องสระน้ำแข็งนรกน้อย

150 Views

       วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519

       ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า: 

ลมหนาวโกรก    ซาบซ่าน            เหน็บกระดูก
บาปบุญปลูก      เปรียบเสมือน     สนหินเกย
ขุนเขาเขียว       หิมะโปรย           เปลี่ยนขาวเลย
ต้นไผ่-เหมย      ยืนตระหง่าน       บ่หวั่นไหว

       อรหันต์จี้กง: ฤดูใบไม้ร่วงค่อยๆ จากไป ฤดูหนาวก็ต่อเนื่องเข้ามาอากาศเกิดการแปรเปลี่ยนมากหลาย ชาวโลกเกิดการเจ็บป่วยขึ้นเป็นเนืองนิตย์ ก็เพราะเหตุว่าไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของอากาศ วันนี้ฉันจะพาหยางเซิงท่อง “นรกน้ำแข็ง” มาเจอกับลมหนาวโกรกโชยหนาวจับกระดูกนี้อีก มิรู้ว่าหยางเซิงจะทนไหวหรือไฉน?

       หยางเซิง: ท่านอาจารย์ครับ! ผมเพิ่งหายจากเป็นหวัด วันนี้อากาศก็หนาวจัดอย่างนี้ ผมว่าวันอื่นค่อยไป “นรกน้ำแข็ง” กันเถิด ไปเที่ยวชมแห่งอื่นก่อนนะครับ มิทราบว่าท่านอาจารย์มีความเห็นประการใด? 
       อรหันต์จี้กง:  เป็นไปได้อย่างไร? ได้จัดให้สั่งการท่องชม “นรกน้ำแข็ง” ไปแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกลางคันไม่ได้ หากว่ากลัวทนต่อความหนาวไม่ไหว ข้าจะให้ “ยาวิเศษอุ่นกายบำรุงใจ” 3 เม็ด กินเข้าไปเร็ว อย่าได้ประวิงเสียเวลา

       หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านอาจารย์ประทานยาทิพย์ ผมกลืนลงแล้ว โอย! รู้สึกร้อนไปทั่วกาย ความหนาวหายไปโดยสิ้นเชิงไม่เหลือหลอ
       อรหันต์จี้กง: รีบขึ้นดอกบัวเร็ว
       หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว

       อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว
       หยางเซิง: เบื้องหน้าไฉนจึงไม่มีร่องรอยคนแม้แต่นิดเดียว? เพียงเห็นแต่ขาวโพลนไปหมดทั่วภูเขาราวกับว่าหิมะตก ไม่เห็นมีแมกไม้ที่เขียวชอุ่มเลย มีแต่ซากไม้ซากกิ่งอยู่โหรงเหรง ที่นี้หรือที่ใดมิทราบ?

       อรหันต์จี้กง: ที่นี้ใกล้ชิดกับ “นรกน้ำแข็ง” ภูเขานี้ได้รับความเย็นจากน้ำแข็งที่เย็นจัด มีหิมะตกตลอดปี จึงหนาวจัดผิดปรกติ เรามิได้เดินทางในยมโลก ฉะนั้นจึงไม่เห็นวี่แววของผู้คนเพราะว่านั่งอยู่บนดอกบัว เป็นการเหาะเหินเดินอากาศ เจ้าตามฉันเดินเสียเลียบตามเชิงเขาข้างซ้าย ก็จะบรรจบถึง “นรกน้ำแข็ง”
       หยางเซิง: สถานที่เปล่าเปลี่ยวเช่นนี้ปราศจากถนนหนทางต้นไม้ต้นไร่ล้วนถูกความหนาวครอบตายจนหมด ปรากฏเป็นภาพตายซากเดียวดาย ยิ่งใกล้เข้ายิ่งรู้สึกหนาวเย็นจับใจ ชะรอยยาทิพย์ 3 เม็ดนั้นจะค่อยเสื่อมพลังยาลงแล้วกระมัง?

       อรหันต์จี้กง: พลังยามิได้เสื่อมคลายลง เป็นเพราะยาทิพย์เกิดการหมุนเวียนของกำลังยา สักครู่จะเกิดความอบอุ่นไปทั่วตัว 3 วันเต็มๆ ยังไม่เสื่อมคลาย เจ้าจงวางใจได้ ฉันจะไม่ปล่อยให้เจ้าหนาวตายดอก

       หยางเซิง: ข้างหน้ามีบ้านช่องอยู่แถวหนึ่ง ล้วนสร้างด้วยไม้ทาด้วยสีดำ บนหลังคายังมีหิมะปกคลุมหน้าบ้านมีเสาไม้ 2 อันตั้งโด่งอยู่ มีไม้อันหนึ่งแขวนอยู่ตรงกลาง บนนั้นเขียนว่า “นรกน้ำแข็ง” ข้างหน้าคุกนรกมีทางเล็กอยู่ทางหนึ่งตรงเข้าไปในบ้าน ไฉนการตกแต่งจึงซอมซ่อสิ้นดี?

       อรหันต์จี้กง: เพราะเหตุว่าคุกนี้ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง วิญญาณโทษล้วนถูกแช่ลงแข็งกระด้างไปหมด ไม่สามรถหลบหนีได้การตกแต่งก็เลยทำอย่างลวกๆ

       หยางเซิง: บนถนนมียมทูต 2 - 3 คุมตัวหญิงชายสิบกว่าคนมิทราบว่าไปรับการลงโทษที่คุกนั้นหรือไฉน ?

       อรหันต์จี้กง: ใช่แล้ว พัศดีกับนายทหารเดินมาอยู่ข้างหน้าแล้วเจ้าหยางเซิงเตรียมการเข้าพบแสดงความคารวะ

       หยางเซิง: ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดีกับนายทหารเราทั้งสองได้รับเทวโองการท่องนรก ขอได้โปรดชี้แจงอธิบายด้วยเถิด

       พัศดี: ท่านอาจารย์และหยางเซิงจงอย่าได้มีพิธีคารวะเลยเมื่อครู่นี้ได้รับคำสั่งจากเจ้าฉอกังอ๊วง ทราบว่าท่านอาจารย์และหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองมนุษย์จะมาเยี่ยมชมคุกนรกแห่งนี้ นำเอาความจริงไปตีพิมพ์ใน “เที่ยวเมืองนรก” เพื่อกระตุ้นเตือนกอบกู้ช่วยชาวโลก เชิญท่านทั้ง 2 ตามข้าพเจ้าเข้าไปตรวจชมข้างใน

       หยางเซิง: ขอบคุณมาก…..

       อรหันต์จี้กง: เราจะเข้าไปชมดูใน “นรกน้ำแข็ง” โดยตรงไม่ต้องเข้าไปในบ้านละ

       พัศดี: ก็ดีครับ

       หยางเซิง: ”สระน้ำแข็งนรก” อยู่ในถ้ำกลางระหว่างภูเขา 2 ลูกภายในคล้ายกับสระว่ายน้ำของแดนมนุษย์ แบ่งออกเป็นหลายพันบ่อ มองจากทางไกลไม่สู้แจ่มชัดนัก ภายในสระมีทั้งหญิงและชาย บนกายนุ่งใส่เสื้อชั้นในเท่านั้น ท่อนล่างของร่างกายส่วนมากมองไม่เห็น ถูกล้อมรอบด้วยน้ำแข็ง ทุกคนมีสีหน้าเขียวอื้อ ริมฝีปากดำมือไม้สั่นเทา ไม่สามารถแม้แต่จะส่งเสียงร่ำร้อง เพียงแต่ครวญครางอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ผู้เฒ่า 2 คนที่อยู่ต่อหน้านั้น ใช้สายตาวิงวอนเพ่งมายังกระผม ประหนึ่งว่ามีอะไรจะพูดด้วย ขอเรียนถามท่านอาจารย์ว่า จะช่วยกู้มันขึ้นมาเพื่อพ้นจากความทรมานด้วยการถูกแช่น้ำแข็งจะได้ไหม?

       พัศดี: ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณโทษ 2-3 ตนขึ้นมาบนฝั่งท่านถามได้เลย
       หยางเซิง: ดีซิครับ ขอถามผู้เฒ่าผู้นี้ ท่านรู้สึกรสชาติที่อยู่ในนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

       วิญญาณโทษ: น้ำแข็งมืดฟ้ามัวดิน เสื้อผ้าแบบบางนุ่งเพียงกางเกงชั้นใน กระผมไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพูดได้แล้ว ทั่วกายจากศีรษะจนถึงปลายมือปลายเท้าหนาวจนแข็งทื่อหมด ใกล้จะวายปราณ…
       พัศดี: นายทหาร รีบเอาน้ำขิงให้มันกินเสียเพื่อช่วยเพิ่มพลังกายกำลังวังชา

       นายทหาร: กินเข้าเร็ว แล้วจงสารภาพรายละเอียดที่เจ้าได้ทำบาปอย่างไรในแดนมนุษย์ทั้งหมดมา เพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือปลอบกล่อมช่วยกอบกู้ผู้คน อย่าได้เอาแบบอย่างของเจ้า จะได้มิต้องตกลงคุกนรกนี้เมื่อหลังจากตายแล้ว
วิญญาณโทษ: ขณะที่กระผมอยู่ในโลกมนุษย์ ชอบในการสะสมแสตมป์และเหรียญตาโบราณต่าง ตอนมีอายุได้ 45 ปี ได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่งซึ่งมีรสนิยมตรงกัน เราทั้งสองในยามว่างก็มีการสังสรรค์ดื่มน้ำชากัน สนิทสนมราวกับเป็นพี่น้องร่วมสาบาน อยู่มาวันหนึ่งเขาจะออกเดินทางไกลไปต่างประเทศ โดยเกรงว่าพวกแสตมป์และเหรียญโบราณที่มีราคาค่างวดแสนแพงซึ่งตนสะสมอยู่นั้นถูกขโมยไป จึงได้ไปฝากไว้กับกระผม เพราะว่ากระผมเกิดความละโมบขึ้นมาในชั่วขณะหนึ่ง จึงยักย้ายเอาของที่ฝากไว้นั้นไปยังแหล่งอื่น แต่เมื่อเขาได้กลับมาแล้วทวงถามเอาสิ่งของที่ได้ฝากไว้คืน กระผมบอกเขาไปว่า “ต้องขอโทษเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครั้งเดือนก่อนที่ผ่านมานี้โดนขโมยขึ้นบ้านพลอยทำให้ของวัตถุโบราณที่มีราคาแพงทั้งหมด ถูกขนไปจนหมดเกลี้ยง” เพื่อนผู้สนิทได้ยินแล้วจึงเจ็บช้ำน้ำใจอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง ในเมื่อถูกขโมยเอาไปแล้วก็ไม่มีทางที่จะเอาคืนมาได้ก็เลยตามเลย ตอนกระผมมีอายุได้ 59 ปีเกิดเป็นมะเร็งในตับ เมื่อตายแล้ววิญญาณล่องลอยตามมายังยมโลก หารู้ไม่ว่ายมโลกได้มีการบันทึกข้อมูลความฉ้อฉลในทางประพฤติชั่วของกระผมอยู่ก่อนแล้ว เมื่อผ่านการฉายปรากฏร่างเดิม ต่อหน้ากระจกวิเศษแล้วในที่สุดก็ต้องก้มหน้าสารภาพผิด โดยถูกเจ้ายมบาลขุมที่สองตัดสินให้เข้ามาอยู่ใน “แดนนรกสระน้ำแข็ง” มีกำหนดโทษ 5 ปี แต่ละวันถูกปิดทับด้วยน้ำแข็ง ตัวเย็นเนื้อแข็งแสนที่จะทรมาน จะสำนึกตัวได้มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ขอท่านได้โปรดขอความกรุณาต่อพัศดีให้แก่กระผมด้วย ขอให้ยกโทษกระผมเสียเพื่อพ้นทุกข์ไปก่อนกำหนดจะได้ไหม?

       หยางเซิง: ขอท่านพัศดีลดโทษให้เล็กน้อยจะได้หรือไม่ประการใด?

       พัศดี: นั่นเป็นการตัดสินตามยมกฎ หากมิได้รับคำสั่งของท่านยมบาล ข้าพเจ้าก็มิมีอำนาจใดที่จะเปลี่ยนแปลงได้ขณะนี้ให้มันกินน้ำขิงแก้หนาวก็นับว่าให้การเลี้ยงดูที่ดีแล้วอย่าได้มีการขอร้องอะไรอีกเลย ท่านจะถามยายแก่นางนี้ที่ต้องตกมาอยู่คุกนรกนี้โดยเหตุอันใดอีกไหม?

       หยางเซิง: ยายแก่นางนี้ถูกความหนาวครอบจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว ล้มอยู่กับพื้นจะให้เธอตอบได้อย่างไร? ท่านนายทหารขอน้ำขิงให้เธอกินบ้างเพื่อแก้หนาว เพื่อช่วยกระตุ้นให้ฟื้นคืนสติเถิด

       นายทหาร: ก็ได้ รีบดื่มเร็ว จงตอบคำถามของท่านหยางเซิงท่านนี้ให้ดีๆ นะ มิเช่นนั้นจะถูกทำโทษเพิ่มขึ้นอีก

       วิญญาณโทษ: โอย! ฉันทุกข์ทรมานเหลือหลาย น้ำแข็งหนาวจัดชนิดนี้คล้ายกับโรงเก็บศพหรือหอตั้งศพที่แช่เย็นศพโดยเฉพาะ ฉันนั้นท่านเห็นทั่วกายฉันออกสีเขียวคล้ำไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อยตอนฉันอยู่ในแดนมนุษย์ได้เปิดซ่องนางโลมตั้งตนเป็นแม่เล้าอยู่บ้านต่ำๆ สับปะรังเค รับซื้อเด็กสาวไว้สิบกว่านาง ในจำนวนนั้นมีพวกเผ่าภูเขา พวกผู้หญิงคนดีตามบ้านนักเรียนสาวที่หนีการเรียนบ้าง ให้รับแขกทุกวัน ถ้าผู้ใดไม่ทำตามคำสั่งก็ถูกคุมขังหรือให้พวกแมงดาข่มขู่จัดการ ได้เงินสกปรกก้อนโต ในจำนวนพวกสาวโสเภณีนั้น แม้จะมีแขกหรือญาติทางบ้านจะขอไถ่ตัวไป ช่วยออกจากความขมขื่นนี้ กลับเป็นตัวอิสรเสรี เมื่อได้โอกาสใหญ่นี้ก็เรียกร้องเงินทองเป็นจำนวนมหึมา บางคนก็ไม่มีเงินพอที่จะไถ่ตัว จึงต้องให้ความสดสาวจมปลักลงไปตลอดชีพ ดิ้นรนกลิ้งเกลือกอยู่ในซ่อง ตอนฉันอายุได้ 51 ปี เนื่องจากร่ำสุรายาเมามากจัดตลอดเวลา ทำให้เกิดเส้นโลหิตในสมองแตกถึงแก่ความตาย เมื่อตายแล้วจึงรู้ว่าถูกท่านยมบาลตัดอายุขัยไป 10 ปี เพราะเหตุที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากล้นเหลือ ถูกตัดสินให้เข้าไปอยู่ “นรกอุจจาระ-ปัสสาวะ” 5 ปี ครบการลงโทษแล้วจึงย้ายมาถูกตัดสินเข้า “นรกน้ำแข็ง” อีก 31 ปี เมื่อครบโทษแล้วยังไม่รู้จะต้องถูกส่งไปขุมไหนลงโทษอะไรอีก! ตั้งแต่ตายลงจนถึงปัจจุบันนี้ได้รับความทุกข์ทรมานจากอุจจาระ-ปัสสาวะ น้ำแข็ง ความทุกข์ในอนาคตยังมีอีกมาก เป็นการทรมานอย่างแสนสาหัสที่แท้จริง ทั้งนี้ต้องโทษตัวเองที่สร้างบาปสร้างเวรมากเกินเท่านั้น

       พัศดี: เปลี่ยนวิญญาณโทษหญิงคนสุดท้ายนี้ให้เล่าสารภาพความผิดตอนที่อยู่ในแดนมนุษย์นั้นมีสภาพเช่นไรโดยเร็วนายทหารรีบให้น้ำขิงกินเพื่อคืนสติ เพื่อที่จะสะดวกในการบอกเล่าพูดจา

       นายทหาร: ขอรับคำบัญชา……ได้ให้กินแก้หนาวไปแล้ว
       หยางเซิง: ขอถามสุภาพสตรีผู้นี้ ไฉนเธอจึงได้ตกมายัง “นรกน้ำแข็ง” 

       วิญญาณโทษ: เมื่อพูดแล้วมีความอายระคนความแค้น (ทั้งอายทั้งแค้น) ขณะที่ดิฉันมีอายุ 18 ปีได้ร่วมกับคณะละครรำคณะหนึ่ง ได้ติดตามคณะออกไปแสดงทั่วทุกทิศ ขณะแสดงนั้นได้มีการแสดงเปลื้องผ้าเป็นประจำ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชม ต่อมาเพราะเหตุกิจการไม่เจริญ คณะละครสลายตัวเลยเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนางทางโทรศัพท์ (โสเภณีชั้นสูง) ถูกเรียกตัวไปรับแขกเป็นประจำ หรือแสดงการเปลื้องผ้าให้แขกชมตามรายการ ก็เลยรู้จักสนิทกับแขกคนหนึ่งซึ่งเป็นพ่อค้ามีเงิน กินอยู่ด้วยกันตามลำพังในฐานะเมียน้อย ครั้นตกมาถึงตอนอายุ 36 ปี เราสองคนเกิดมีความเห็นขัดแย้งกัน ก็เลยแยกทางกันไป ในขณะที่คิดไม่ตกเลยกลืนยาพิษฆ่าตัวตาย แล้วก็เลยตกไปอยู่ “เมืองผีตายโหง” ถูกคุมขังอยู่ 5 ปี ต่อมาถูกตัดสินให้เข้ามาอยู่ “นรกน้ำแข็ง” มาจนทุกวันนี้ เป็นเวลา 3 ปีแล้วและยังเหลือโทษอีก 12 ปี จึงจะหมดการลงอาญารับความทุกข์ทรมานยิ่งนัก แต่ละวันโดนทับอยู่ใต้น้ำแข็ง แม้นขาแข้งชาหนาวเย็นเสียดใจจะสำนึกตัวได้ก็สายเสียแล้ว จึงขอเตือนสตรีเพศในโลกมนุษย์ อย่าได้เอาเยี่ยงอย่างดิฉันที่หลงในทางผิดเป็นอันขาด

       พัศดี: วิญญาณโทษผู้นี้ ขณะอยู่ในโลกมนุษย์ไม่ประกอบอาชีพทางสุจริต เลือกแสดงทางระบำลามกเปลื้องผ้าโดยเฉพาะทำลายประเพณีอันดีงาม เมื่อตอนมีชีวิตอยู่ไม่ชอบนุ่งห่มเสื้อผ้าตายแล้วต้องถูกตัดสินให้ตกลง “นรกน้ำแข็ง” ทันที ให้มันหาเสื้อผ้ากันหนาวก็ไม่มีทางจะหาได้ ทำเองรับเอง สมควรแก่โทษแล้ว วิญญาณนี้ยังมีโทษอื่นเหลืออยู่อีก เมื่อครบกำหนดโทษแล้ว ส่งต่อไปให้ขุมอื่น ขอให้หญิงในโลกมนุษย์จงจำแบบอย่างจากนี้เถิด นายทหารรีบนำวิญญาณโทษทั้ง 3 ลงไป

       หยางเซิง: ทั่วทั้งนรกหมอกขาวเหมือนควัน รู้สึกมีความหนาวอยู่บ้าง
       อรหันต์จี้กง: นั่นคือการกระจายออกของควันเย็นไอหนาวละ

       พัศดี: บรรดาชาวโลกที่ได้รับฝากทรัพย์สินเงินทองจากผู้อื่นแล้ว จัดการแปรเปลี่ยนอย่างลับๆ หรือโกงเอาเสียเลยหรือเปิดซ่องค้าประเวณี และไม่ยอมให้หญิงโสเภณีไถ่ตัวหรือผู้ที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินควร สุรุ่ยสุร่าย ดูหมิ่นสินค้าที่ผลิตขึ้นในประเทศของตน ที่สวมใส่ต้องเป็นอาภรณ์ที่ส่งมาจากต่างประเทศ เพื่อที่จะอวดแสดงว่าตัวเองร่ำรวยมีเงิน ไม่รู้จักใช้เงินทองที่เหลือใช้นั้นซื้อสินค้า เสื้อผ้า-ผ้าห่มแจกจ่ายคนจนให้รอดพ้นในฤดูหนาว หรือพวกสตรีที่ชอบแสดงตัวต่อที่สาธารณะนุ่งกระโปรงสั้น-เปิดหลัง เจตนาเปิดเผยร่างกายเพื่อยั่วยุให้คนหลงรักนั้น ไอ้การที่ไม่กลัวหนาว และชอบประดับประดาภายนอกสวยงามเหล่านี้ เมื่อตายลงแล้วตัดสินให้ตกเข้าไป “นรกน้ำแข็ง” ให้มันได้รับรสชาติแห่งความเย็นฉ่ำ

       อรหันต์จี้กง: คืนนี้เวลาหมดลง เราจะกลับสำนักละ

       หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านพัศดี กับนายทหารที่ให้การแนะนำชี้แจง ลาก่อนละ

       พัศดี: ขอนมัสการส่งท่านอาจารย์
       อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิงรีบขึ้นดอกบัวเร็ว


       หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้วครับ ท่านอาจารย์
       อรหันต์จี้กง: กลับสำนักได้แล้ว ถึงสำนักแล้ว
       หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม