Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ท่องสะพานมรณะ (ไน้ฮ้อเกี้ย) และชมฟลอร์นรก | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ท่องสะพานมรณะ (ไน้ฮ้อเกี้ย) และชมฟลอร์นรก

210 Views

        วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519
        ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า :

ใต้สะพาน    มรณะ     วิญญาณเกลื่อน
เลือกทางเถื่อน    เลื่อนลงสู่    นรกกล
ทางที่ควร    ต้องบำเพ็ญ    สู่มรรคผล
สร้างกุศล    เป็นโล่ป้อง     พ้นพิบัติ 

        อรหันต์จี้กง: ศิษย์ในสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งทุกคนล้วนตั้งใจบำเพ็ญธรรมอย่างจริงจัง ขยันขันแข็งไม่มีการเกียจคร้าน น้ำใจนั้นน่าสรรเสริญยิ่ง ในวาระนี้ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือเรื่อง “เที่ยวเมืองนรก” ท่าน “เง็กเสียงอ๊วงตี่” ตรัสสั่งครั้งแล้วครั้งเล่าการท่องนรกแต่งหนังสือ ต้องเป็นหนังสืออมตะสืบต่อไปนับหมื่นนับพันปี คุณธรรมทางปลอบเตือนสืบต่อๆ กัน หลายชั่วชีวิตคนไม่มีวันสิ้นสุด ดังนั้นฉันจึงมีความยินดีที่จะพา หยางเซิงท่องยมโลก 

        หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่ได้กรุณาอบรมสั่งสอนผู้บำเพ็ญธรรมร่วมสำนักของเราทั้งคณะ ได้ทุ่มเทพลังใจและวัตถุทุกอย่างโดยสิ้นเชิง พยายามที่จะฟื้นฟู ปูวัฒนธรรมแจกจ่ายหนังสือกุศลธรรมให้แก่ผู้คนทั่วไป เพื่อเป็นการกอบกู้ปลดเปลื้องให้ชาวโลก ขอวิงวอนสวรรค์ท่านจงปกป้องคุ้มครองได้โปรดบันดาลให้ศิษย์ทุกคน แคล้วคลาดจากมารและอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น 

        อรหันต์จี้กง: ตั้งใจบำเพ็ญธรรม ล้วนเป็นเพราะเหตุสภาพสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ไม่อำนวยให้ ข้าจะแอบหมุนกลไกแห่งสวรรค์กลับคืน เพื่อจะได้ให้ศิษย์ทั้งหลายโดยสารไปอย่างราบรื่น วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงรีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว 
        หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เริ่มเดินทางได้แล้วครับ 

        อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว 
        หยางเซิง: ที่นี่คือสถานที่ใด? ไฉนจึงมีเสียงตะเบ็งร่ำไห้ไม่ขาดสาย เบื้องหน้ามีสะพานหลังหนึ่ง ผู้คนบนสะพานร่วงหล่นลงไปส่งเสียงร่ำไห้อย่างทุกขเวทนาล้นสนั่นฟ้า! 

        อรหันต์จี้กง: ที่นี่คือสะพานมรณะ (ไน้ฮ้อเกี้ย) สามัญชนเมื่อตายแล้วผู้ที่มีความผิด ส่วนใหญ่จำต้องผ่านทางสะพานนี้ เราเข้าไปถามนายทหาร เชิญให้อธิบายรายละเอียดต่างๆ เถิด 
        หยางเซิง: สะพานนี้แกว่งไกวไม่หยุดยั้ง ราวกับสะพานที่ผูกแขวนไว้ บนสะพานมีหัวควายหน้าม้าพวกยมทูตมากหลายต่างก็คุมวิญญาณโทษ เมื่อเดินถึงกลางสะพานแล้วก็ผลักให้ตกลงไปโหดร้ายจังเลย 

        นายทหารผู้คุมสะพาน: เมื่อครู่นี้ได้รับสาสน์จากท่าน พระกษิติครรภโพธิสัตว์ (เจ้าพญามัจจุราช) ทราบว่าท่านอาจารย์นำพาท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองไถ่ตงแห่งแดนมนุษย์ตรวจเยี่ยมสถานที่แห่งนี้ เพื่อลงพิมพ์ในหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” ทำการปลดปล่อยชาวโลก ขอแสดงความยินดีด้วยครับผม 

        อรหันต์จี้กง: พูดอะไรอย่างนั้น!! รบกวนพวกท่านแล้วละ 
        นายทหาร: ท่านทั้งสองเชิญตามข้าพเจ้ามา ข้าพเจ้าจะนำขึ้นไปยังบนสะพาน 

        หยางเซิง: ข้าพเจ้ามิกล้าขึ้นไป ชมดูอยู่ที่เชิงสะพานนี้ก็แล้วกัน 
        อรหันต์จี้กง: อย่าวิตกไปเลย ยมทูตหัวควายหน้าม้าสองท่านจะไม่ผลักเจ้าลงไปหรอกน่า 

        หยางเซิง: ก็ได้ครับ แต่ว่าท่านอาจารย์ต้องดึงมือกระผมไว้เพราะว่าพื้นสะพานสั่นไหวไม่มั่นคง กลัวจะตกลงไป 
        อรหันต์จี้กง: เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะจูงมือเจ้า รีบขึ้นบนสะพานเร็ว 

        หยางเซิง: โอย! โอย! ใต้สะพานเต็มไปด้วยงูทั้งนั้น มีจำนวนมากเป็นหมื่นๆ ตัว น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก มีงูอยู่ทุกชนิด บางตัวใหญ่เท่ากับต้นเสามังกร อ้าปากแลบลิ้น ผู้ที่ตกอยู่ใต้สะพานนับจำนวนไม่น้อย ส่งเสียงคร่ำครวญร่ำไห้ โดนงูกัดกิน ใจคอมือเท้ากระผมอ่อนไปหมดแล้ว มิกล้าชมดู ท่านอาจารย์ครับเรากลับกันเถิด 

        นายทหาร: ท่านหยางเซิงมิต้องหวาดหวั่น ใต้สะพานมรณะนี้เป็นหนองงูพิษ บรรดาผู้ที่ตายแล้วใจคอชั่วช้า หรือหลอกลวงฉ้อโกง เงินทองของผู้อื่นหรือเรื่องผู้หญิงยุแหย่หาเรื่อง มุ่งร้ายฆ่าคนเห็นความหายนะของผู้อื่นก็ชอบใจเหล่านี้ นับได้ว่าเป็นคน “จิตใจอำมหิต” งูพิษเหล่านี้เกิดมาจากลำไส้อำมหิตของมนุษย์ วิญญาณโทษที่มาถึงที่สะพานนี้ จึงหวั่นกลัวจนมือตีนอ่อน หัวควายหน้าม้าก็ผลักให้ตกลงสะพานไป ให้งูพิษกลืนกิน บรรดาคนที่ตกลงสะพานแล้ว ร้องลั่นราวกับพ่อแม่ตายจาก ที่เหยียบอยู่ใต้ตีน ล้วนแต่เป็นงูพิษ พยายามดิ้นรนหนีเอาชีวิตรอด แต่พอตีนขยับเท่านั้นก็ไปเหยียบเอางูพิษเข้า เลยกลับถูกงูฉกกัดกลืนกิน 

        หยางเซิง: น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่เห็นงูตัวเดียวก็ตกใจกลัวจนเซ่อไปเลย หากว่าผู้ที่ใจเสาะ พวกหัวควายหน้าม้าไม่ต้องผลักลงหรอก พอเดินถึงสะพานมรณะเท่านั้น ต้องตกใจกลัวจนสลบหมดสติสัมปชัญญะก็จะตกลงไปเอง 

        อรหันต์จี้กง: เรารีบเดินข้ามสะพานนี้เสีย วันนี้วิญญาณโทษมากเหลือหลาย บนสะพานแออัดเกินไป แต่ละคนร่ำไห้จนเสียงแหบใครใช้ให้พวกมันชอบก่อกรรมทำเข็ญในแดนมนุษย์เล่า มาบัดนี้เดินเหินสั่นคลอนเลยตกลงไปใต้สะพานหมดเกลี้ยงถูกลงโทษด้วยการให้งูพิษกัดกินอย่างทารุณโหดร้าย 

        หยางเซิง: จวนจะถึงที่สุดสะพานแล้ว ในใจกระผมยังหวั่นกลัวมาก สะพานมรณะที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ข้างสะพานก็ไม่มีราวให้ยึดเหนี่ยว เดินแล้วมืออ่อนตีนอ่อน ยิ่งเห็นฝูงงูเป็นกลุ่มๆใต้สะพานยิ่งทำให้คนใจสั่นตีนคลอน 

        อรหันต์จี้กง: ใจเสาะเกินไปแล้ว ฉันจะให้ยา “ยาคุมสติ” 3 เม็ดรีบกินเสีย ไม่ต้องหน้าเขียวซีดเหงื่อโทรมกายหรอก……รีบลาท่านนายทหารผู้คุมสะพาน เรายังจะต้องเที่ยวชมแห่งอื่นๆ อีก 

        หยางเซิง: ขอบคุณท่านนายทหารที่ให้การแนะนำชี้แจง เนื่องจากเวลาจำกัด ไม่สามารถอยู่นานได้ 
        นายทหาร: ขอนมัสการส่งท่านอาจารย์ 

        อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิง รีบขึ้นนั่งบนดอกบัวเร็ว เราจะไปเยี่ยมชมแหล่งอื่นๆ อีก 
        หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เริ่มออกเดินทางได้….. 

        อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว ตรงหน้าคือ “นรกฟลอร์เต้นรำ” อันเป็นแห่งใหม่ที่ตั้งขึ้นในแดนนรกขึ้นกับขุมที่สองโดยตรง 
        พัศดี: นมัสการต้อนรับท่านอาจารย์กับพูกันเอกหยางเซิง แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง ที่ได้มาเยือนถึงที่นี่ เมื่อครู่นี้ได้รับคำสั่งจากเจ้านายว่าท่านอาจารย์กับหยางเซิง กลับมาเยี่ยมชมนรกแห่งนี้เพื่อแต่งหนังสือเตือนชาวโลก เชิญท่านทั้งสองเข้าไปตรวจชมด้านใน 

        หยางเซิง: ขอขอบคุมท่านพัศดี ขอเรียนถามท่านว่า ไฉนภายในคุกจึงมีแสงสีชมพูที่เลือนราง และมีเสียงกระโดดโลดเต้นโหยหวนแหวกร้องด้วย? 
        พัศดี: ผู้ที่ถูกขังอยู่ในคุกนี้ เป็นพวกพาร์ตเนอร์ นางรำที่ชอบการเต้นรำในแดนมนุษย์ เชิญเข้าไปดูข้างใน ก็จะทราบดีโดยตลอด 

        หยางเซิง: ครับผม! โอ้! ภายในมีหญิงชายอัดแน่นไปหมดมีทั้งแก่หนุ่มชายหญิงแต่งกายภูมิฐานน่าชม ชุดสากลสง่างามพวกหญิงสาวก็นุ่งผ้าโปร่งฉูดฉาดบาดตา และมีชาวต่างประเทศอยู่ไม่น้อย แต่ละคนที่ได้เหยียบลงบนพื้นฟลอร์เท่านั้นที่หวีดร้องขึ้นทันที ทั้งกระโดดโลดเต้นไม่หยุดยั้ง ทั้งหญิงชายออกันเป็น กลุ่มขอเรียนถามท่านพัศดีว่า นี่เป็นการลงโทษชนิดใดมิทราบ? 

        พัศดี: บรรดาผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นนางพาร์ตเนอร์หรืออาศัยการเต้นรำหาความบรรเทิงใจในโลกมนุษย์ เมื่อตายลงแล้วต้องถูกควบคุมตัวอยู่ในคุกนี้ เพื่อให้เขาได้ดื่มรสของฟลอร์เต้นรำอีกครั้งหนึ่ง แต่การมายังที่นี้ไม่สามารถเสพสุขอย่างเอ้อระเหยลอยไปแบบลืมตัวลืมตน ที่นุ่มนิ่มสุขสรรค์อีกแล้วฟลอร์ในคุกนรกนี้ทำด้วยแผ่นเหล็ก ถูกเผาจนแดงฉาน และเปล่งแสงร้อนแรง หญิงชายเหยียบลงจะเกิดความเจ็บปวดขึ้นทันที เลยมีอาการโดดโลดเต้นเป็นการใหญ่ อยู่ในแดนมนุษย์ชอบในทางนี้ เมื่อตายแล้วก็ได้รับการทบทวนอย่างไม่รู้เลือนไม่สามารถจะลบเลือนจากหัวใจไป แต่ละคนตีนพองเป็นผื่นบวมเหมือนซาลาเปาไปหมด 

        หยางเซิง: ท่านพัศดีพูดมีเหตุผลมาก ตอนมีชีวิตอยู่ชอบเต้นรำเมื่อตายแล้วก็ให้มันเต้นให้สบาย “ตาย” ไปเลย หากแต่ว่ากระแสแห่งกาลสมัยมันต่างกันเสียแล้ว การเต้นรำก็มิใช่ว่าเป็นสิ่งเลวร้ายเสียทั้งหมด มันมีคุณค่าส่งเสริมให้จิตใจร่างกายเจริญแข็งแรง ถ้าผู้เต้นรำแล้วต้องมาถูกทำโทษในแดนนรกอย่างทรมานแล้ว จะถือว่ากฎแห่งยมโลกจะผิดเพี้ยนหรือไม่หนอ? 

        พัศดี: ข้าพเจ้าจะอธิบายโดยละเอียดให้ทราบ ผู้ที่มารับการลงโทษอยู่ที่นี่ ก็ไม่เชิงในจำนวนทั้งหมดของผู้ที่ชอบเต้นรำหรอก ที่ถูกลงโทษในแดนนรกนั้น เป็นพวกที่อาศัยเสพสุขจากการเต้นรำในแดนมนุษย์ โดยไม่ใช่เพื่อการออกกำลังกาย แต่เป็นการลุ่มหลงในกาม ฝ่ายหญิงก็เป็นสาวสังคมให้เขารัดกอดโดยไม่เลือกหน้า เพื่อจะได้มาซึ่งเงินทอง เมื่อเลิกจากเต้นรำแล้วก็ถูกหิ้วออกไปดำเนินการทางเพศอีก หรือผู้ที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่เมื่อตอนอยู่ในโลกมนุษย์ ไม่ไปสถานที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ที่ให้คุณประโยชน์แก่จิตใจ ร่างกายแห่งการร่ายรำต่างๆ ที่รักชอบการเต้นรำ มักมากในกามไม่รักนวลสงวนตัว หากที่เต้นไปนั้นเป็นการทำให้เนื้อเอ็นไขข้อเกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการเต้นที่ถูกต้องมีคุณประโยชน์ต่อจิตใจร่างกาย พวกเหล่านี้แดนนรกนี้จะไม่ลงโทษ ที่ถูกตัดสินให้ตกลงมาแดนนรกนี้ เป็นผู้ทำการซื้อขายในเรื่องกาม เป็นที่เสื่อมเสียประเพณีเป็นที่ตั้ง จึงขอเตือนชาวโลกให้ใช้พลังทรัพย์ในทางบันเทิงที่ถูกทำนองคลองธรรม มิเช่นนั้นตายแล้วต้องมารับความทรมานใน “ฟลอร์นรก” 

        หยางเซิง: พูดอย่างนี้จึงสมเหตุสมผล มิเช่นนั้นกาลสมัยมันเปลี่ยนแปลง มีทั้งแบบนิยมใหม่จากต่างประเทศ ประเทศเรามีศิลปะประจำชาติแห่งการออกกำลังกายดำเนินการอยู่ ชาวต่างประเทศใช้การเต้นรำเป็นการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงโดยถือเป็นการกีฬา แดนนรกที่ลงโทษนั้น ก็คือพวกที่อาศัยชื่อว่าเล่นกีฬา แต่ดำเนินการในทางยั่วยวน 
        อรหันต์จี้กง: คืนนี้เวลาหมดลง เราศิษย์-อาจารย์กลับสำนักเถอะขอขอบคุณท่านพัศดี ที่ได้ให้ความชี้แจงอธิบาย หยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเร็ว 

        หยางเซิง: ขอรับกระผม ขอบคุณท่านพัศดีมาก กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว 
        อรหันต์จี้กง: เริ่มเดินทางกลับสำนัก….ถึงแล้วสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
        หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม