ท่องนรกย่อยตมอุจจาระ-ปัสสาวะ

151 Views

          ครั้งที่ 11 วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2519

          ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

สันติกร            พลิกหน้า          อ่านพระธรรม
จิตดื่มด่ำ          รสพระธรรม     ไร้ยาพิษ
ฝุ่นโคลนตม    บ่เคล้า              ปทุมทิพย์
พุทธพิชิต        หลุดพ้น           การเกิด-ตาย

          อรหันต์จี้กง: การเกิดหรือตายเป็นเรื่องใหญ่ของมนุษย์ แต่ว่ามนุษย์นั้นหนีไม่พ้นการเกิด-ตาย “จังจื้อ” (ปราชญ์จีนโบราณผู้ได้สำเร็จเป็นเทวดา) กล่าวไว้ว่า “ฉันเองไม่อยากเกิด ฉับพลันก็เกิดมา ฉันเองไม่อยากตาย ฉับพลันความตายก็มาถึง” เห็นได้ว่ามนุษย์ไม่สามารถกำหนดการเกิด-ตายได้ แต่ก็ไม่เชิงนักที่คนไม่สามารถกำหนดการเกิด-ตาย ก็เพราะเหตุว่าชาวโลกไม่ซาบซึ้งถึงความเป็นไปแห่งการเกิด-ตาย เกิดขึ้นมาจากไหน? ตายแล้วไปทางใด? เมื่อไม่รู้แล้วก็ต้องรับการควบคุมจากยมบาล ที่เรียกว่า “ยมบาลกำหนดให้ตายในเวลาเที่ยงคืนจึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ถึงอรุณ” ขณะนี้กำลังอยู่ในเทศกาลช่วยวิญญาณต่างๆ ถ้ามนุษย์สามารถจดจำหลักธรรมที่แท้จริงกลับคืนสู่ดั้งเดิม เข้าสู่ทางธรรมโดยทั่วหน้ากัน บำเพ็ญตัวและจิตใจ ดวงวิญญาณก็จะหลีกเลี่ยงความตาย อยู่ยงคงกระพันได้ ไม่ต้องตกไปทางเวียนว่ายตายเกิดกันอีก มวลมนุษย์ควรที่จะถนอมรักตนเองที่เกิดมาเป็นมนุษย์ และอยู่ในเมืองมนุษย์ในยามนี้ สำนึกตัวรู้จักบำเพ็ญธรรมก็ยังไม่สายเกินไป เจ้าหยางเซิงเตรียมท่องนรกได้
          หยางเซิง: ครับ ครับ ท่านอาจารย์ไม่หวั่นต่อความยากลำบาก พร่ำอบรมสั่งสอนมวลชนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นยิ่งนัก

          อรหันต์จี้กง: การช่วยเหลือกอบกู้คนให้ตลอดรอดฝั่งเป็นหน้าที่ของข้าฯ โดยตรง พระพุทธ เทวดาแผ่เมตตา ก็คือช่วยแก้ทุกข์กอบกู้ชาวมนุษย์อยู่แล้ว รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว
          หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เริ่มได้แล้วครับ

          อรหันต์จี้กง: ถึงขุมที่ 2 แล้ว ลงจากดอกบัวเร็ว
          หยางเซิง: ไฉนวันนี้จึงมาที่นี่อีก?

          อรหันต์จี้กง: ไปทำการคารวะท่านยมบาล “ฉอกังอ๊วง” ก่อนเถิด แล้วค่อยตรวจชมแดนต่างๆ
          หยางเซิง: ท่านยมบาลออกมาอยู่ที่หน้าปราสาทแล้ว เราเข้าไปกันเถิด….คำนับมายังท่านฉอกังอ๊วงและยมทูตทั้งหลาย 

          ฉอกังอ๊วง: มิต้อง…..ลุกขึ้นเร็ว เชิญท่านอาจารย์กับหยางเซิงเข้ามาพักในปราสาทก่อน
          อรหันต์จี้กง: เนื่องด้วยเวลาจำกัด อาตมาว่าไม่ต้องพักแล้วละพาหยางเซิงชมนรกแดนลงทัณฑ์กันก่อนก็แล้วกัน

          ฉอกังอ๊วง: ก็ดีเหมือนกัน นายพลนำท่านอาจารย์กับหยางเซิงไปชมดูได้
          นายพล: ขอรับคำบัญชา ท่านทั้งสองเชิญเดินตามข้าพเจ้ามา

          หยางเซิง: สถานที่นี่ไฉนจึงมีกลิ่นเหม็นมากนัก กลิ่นมันคล้ายกลิ่นของปัสสาวะอุจจาระ
          นายพล: ข้างหน้าคือ “แดนนรกตมอุจจาระปัสสาวะ” ฉะนั้นกลิ่นไอที่นี่จึงไม่สู้ดีนัก ขออภัยด้วย

          หยางเซิง: กลิ่นนั้นเหม็นยิ่งนัก รู้สึกการหายใจจะลำบากขึ้นท่านอาจารย์ครับผมทนไม่ไหวแล้ว! กระผมไม่อยากไปแล้ว! 
          อรหันต์จี้กง: ไม่ต้องกลัว ฉันมีของวิเศษ เจ้ารีบรับไปเร็ว

          หยางเซิง: สิ่งนี้เป็นวัตถุอะไรนะ?
          อรหันต์จี้กง: ที่กรองอากาศละอองผง เจ้ารีบสวมเข้าไปเร็วอากาศจะสดชื่นขึ้นเอง ไม่ว่ากลิ่นเหม็นใดๆ ก็จะอันตรธานหายไปหมด

          หยางเซิง: ใช้การได้ดีจริงๆ เป็นความจริงที่กลิ่นเหม็นเหล่านั้นสูญหายไปแล้ว อ้อ! ข้างหน้ามีไม้กระดานแผ่นหนึ่งตั้งไว้ด้านบนเขียนตัวอักษรว่า “นรกแดนอุจจาระ - ปัสสาวะ” ภายในนั้นมีเสียงร่ำไห้คร่ำครวญน่าเวทนา หัวคนผลุบโผล่ดูสลอนมือสองข้างก็แหวกว่ายไปมาราวกับว่ากำลังว่ายน้ำ
          นายพล: อันนี้แหละคือ “นรกแดนอุจจาระ - ปัสสาวะ” เราขึ้นหน้าไปดูกันเร็ว

          หยางเซิง: ครับผม ท่านอาจารย์ครับ ท่านไม่ได้กลิ่นเหม็นบ้างเลยหรือครับ
          อรหันต์จี้กง: ไม่มีกลิ่น ข้าฯ สำเร็จเป็นอรหันต์แล้วสิ่งสกปรกเช่นนี้อาตมาเห็นแล้วแต่เท่ากับไม่ได้เห็น ได้กลิ่นแต่มิได้สัมผัสกับจมูก ผิดกับเจ้าซึ่งเป็นปุถุชน เมื่อเห็นรูป, รส, กลิ่น, เสียง, ก็ถูกมอมเมาหลงใหลแล้ว

          หยางเซิง: บ่อใหญ่นี้กว้างใหญ่มากเหมือนทะเล ไม่เห็นฟากไม่เห็นฝั่ง ภายในนั้นมีทั้งหญิงชายแก่หนุ่ม ในบ่อมีอุจจาระเป็นทางๆ กับน้ำปัสสาวะทั้งนั้น คนเหล่านั้นผลุบโผล่เรียกร้องพออ้าปากก็กลืนเอาอุจจาระ-ปัสสาวะเข้าไป รู้สึกขยะแขยงใจยิ่ง ท่านอาจารย์ครับ กระผมจะอาเจียน

          อรหันต์จี้กง: ทำใจให้มั่นคง อย่าให้สิ่งสกปรกมารบ กวนบั่นทอนจิตใจเลย
          หยางเซิง: กระผมทนไม่ไหวจริงๆ ขอถามท่านนายพลว่าพวกนั้นความจริงแล้วได้ทำความผิดประเภทไหน? ไฉนจึงตัดสินให้มารับโทษยังที่นี้?

          นายพล: บรรดาหญิงโสเภณีในแดนมนุษย์เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ขายตัวหาเงินที่สกปรก หรือผู้ที่หลอกลวงผู้หญิงคนดีๆ ไปขายซ่อง บังคับให้ขายทั้งร่างกายและจิตใจ หรือผู้ที่มีอาชีพทางขนของเถื่อนหนีภาษี หรือผู้ที่ชอบกิน “รก” (เยื่อที่หุ้มห่อตัวเด็กเพิ่งเกิดออกใหม่ๆ) เพื่อบำรุงตน หรือในขณะที่มีชีวิตอยู่ตีนไม่ยันพื้น ทำการงานด้วยวิธีโกหกหลอกลวงเงินทองของชาวบ้าน หรือผู้ที่ชอบเที่ยวหญิงโสเภณีมั่วโลกีย์มักมากในกาม บ้างก็เป็นมือปืนในแดนมนุษย์ ทำแบบเกลือจิ้มเกลือ (หักหลังกัน) บ้างก็เรียกหุ้นเล่นแชร์แล้วล้มมันเสีย และที่ทำการค้าแล้วเจตนาล้มเพื่อฮุบเงิน บ้างก็เป็นข้าราชการผู้คอร์รัปชั้น เรียกร้องเอาเปอร์เซ็นต์ บ้างก็รับเหมาก่อสร้าง แล้วลักตัดทอนวัสดุและแรงงาน เพราะเหตุว่าเขาเหล่านั้นมีจิตใจร่างกายสกปรกหรือติดยาเสพติด ปากไม่สะอาดพอในมนุษยโลก เมื่อตายลงแล้วก็ตกมายังที่นี่ ให้ชิมสัมผัสกลิ่นรสชนิดนี้ วิญญาณผีที่อยู่ในแดนนรกนี้แสนที่จะทรมาน การหายใจเข้าออกแต่ละที ล้วนเป็นรสของอุจจาระ-ปัสสาวะ พออ้าปาก ของสกปรกเป็นกองก็หลุดเข้าไปภายในท้องไส้ ทั้งหิวทั้งกระหาย จะกินก็ไม่มีอะไรให้กิน มันอยู่ในแดนมนุษย์ล้วนกินของสกปรกยังชีพ ดังนั้นต้องตกนรกรับการสนองตอบสาสมแก่โทษแล้ว เพราะเหตุว่าอุจจาระ- ปัสสาวะเหลวเป็นโคลนตม เมื่อยิ่งดิ้นก็ยิ่งจมลง

          หยางเซิง: น่าสงสารมาก โลกมนุษย์ทุกวันนี้กลายเป็นบ่ออุจจาระเสียแล้ว พอมีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็ใช้กรดเกลือล้างทำลาย ผู้ที่มั่งมีก็ใช้น้ำหอมพ่นใส่ แต่หากว่าเงินทองที่ได้มาโดยไม่สะอาด ร่างกายแม้จะสวยงามน่าชม แต่ในใจเหม็นราวกับอุจจาระ-ปัสสาวะ ก็ต้องตกลงมายังนรกนี้พูดไปแล้วมันก็เหมาะสมดีแล้ว

          อรหันต์จี้กง: หยางเซิงพูดถูก แต่ละครอบครัวในแดนมนุษย์ตกแต่งอย่างวิจิตสง่างาม ตัวตนก็นุ่งห่มอาภรณ์ที่งามหรู มองดูภายนอกก็หมดจดเรียบร้อยดี แต่ในใจนั้นมีกลอุบายร้อยแปดพันประการ คิดแต่จะหาช่องฉวยโอกาส โดยไม่ดำเนินไปในทางที่ชอบ นับได้ว่าดังอุจจาระ-ปัสสาวะที่มีกลิ่น-รูปตรงตามกัน แม้ว่าจะได้เสพสุขตอนที่มีชีวิตอยู่ แต่เมื่อตกมาถึงนรกก็จะกลายเป็นคนละเรื่อง กินเอาพวกอุจจาระไปวันๆ อย่างสม่ำเสมอ

          นายพล: ไม่ต้องไปเห็นใจพวกนี้ เหล่านี้ล้วนเป็นตัวหนอนที่อนาถ เป็นหนอนอุจจาระ เติบโตโดยการกินเฉพาะสิ่งสกปรกขอเตือนชาวโลกทั้งหลาย ทำการใดต้องมีจิตเปิดเผยบริสุทธิ์ยุติธรรม อย่าเห็นแก่ได้ (เงิน) โดยฉกฉวยไม่เลือกวิธีการลอบหาเรื่องใส่ร้ายคนหรือยึดอาชีพที่ไม่สุจริต หาเงินสกปรกเมื่อตายลงแล้วต้องมารายงานตัวที่นี่อย่างแน่นอน

          หยางเซิง: มิทราบว่าวิญญาณโทษเหล่านี้ จะพ้นทุกข์เมื่อใด? 
          นายพล: ก็ต้องดูที่โทษหนักเบากันแค่ไหน แต่อย่างต่ำที่สุดก็ต้องขังจนกระทั่งเนื้อหนังเน่าเปื่อย เมื่อหมดโทษแล้วจึงส่งไปขุมอื่น เพื่อพิจารณากรรมอื่นที่ก่อไว้? 

          หยางเซิง: นรกนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นยิ่งนัก
          อรหันต์จี้กง: เวลาก็ดึกมากแล้ว ฉันว่าเราท่องชมกันเท่านี้ก่อนเถิดสำหรับวันนี้ เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก ขอบคุณมากที่ท่านนายพลช่วยอธิบาย และฝากขอบคุณท่านยมบาลที่ได้กรุณาเอื้อเฟื้อ

          หยางเซิง: ที่กรองอากาศอันนี้เอาออกได้ไหมครับ?
          อรหันต์จี้กง: นั่งเรียบร้อยบนดอกบัวก่อน ค่อยเอาออก มิเช่นนั้นแล้วเจ้าจะทนไม่ไหว

          หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
          อรหันต์จี้กง: เอาออกได้แล้ว เริ่มเดินทางกลับสำนักได้ ลมเย็นโบกโชย กลิ่นเหม็นอบอวล ฝุ่นไอแห่งมนุษยโลกยาวเหยียดหนาแน่น กลบกลื่นแล้วซึ่งวีรบุรุษผู้กล้าหาญจำนวนนับไม่ถ้วน ขอเตือนชักชวนชาวโลกควรรีบบำเพ็ญตนแต่เนิ่นๆ โดดพ้นนรกมิต้องระทมตรอมใจ…..ถึงเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
          หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิ