Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
สนทนากับเจ้ายมบาล ขุมที่ 2 “ฉอกังอ๊วง”และเยี่ยมชมโรงแสดงธรรม | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

สนทนากับเจ้ายมบาล ขุมที่ 2 “ฉอกังอ๊วง”และเยี่ยมชมโรงแสดงธรรม

311 Views

             วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2519

             ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จและตรัสเป็นกลอนมีความว่า:  

ทั้งสามโลก    ช่วยกอบกู้       เทพผีคน
เครื่องกล        ในนรก            ทันสมัย
แม้มนุษย์        คิดสร้างสม    ห้องลับใน
หาพ้นไม         ทิพยเนตร      ราตรีกาล

             อรหันต์จี้กง: ท่องนรกแต่งหนังสือ สูญสิ้นพลังใจทั้งเทพเจ้าและมนุษย์อย่างมากมาย เพื่อที่จะชักจูงกอบกู้ชาวโลกผู้หลงใหลไม่คำนึงถึงราคาค่างวดที่เรียกว่า “สร้างบุญสุดปลื้มจิต” ศิษย์ทั้งหลายช่วยงานจนดึกดื่นเที่ยงคืน ข้าฯมีความประทับใจเป็นที่ยิ่ง การกอบกู้ชักจูงทั่วทั้ง 3 แดน เบื้องบนกอบกู้ดวงวิญญาณเทพ เบื้องกลางชักนำช่วยเหลือมวลมนุษย์ (โปรดสัตว์) เบื้องล่างนำส่งวิญญาณผีในแดนนรก สวรรค์และมนุษย์ต่างก็วุ่นวายในกาลนี้พร้อมกัน ประตูศักดิ์สิทธิ์เปิดกว้างขยายออกธรรมะที่เที่ยงแท้จุติลงทุกแห่งหน ผู้มีบุญได้พบธรรมะและบำเพ็ญธรรม ผู้ไม่มีบุญแม้พบพระพุทธยังหลีกเลี่ยงหลบตน ทำให้ตนเองถอยห่างจากทางสวรรค์ พิจารณาดูรอบแดนมนุษย์สำนักธรรมตั้งสอนอยู่ทั่วไป กลิ่นไอแห่งธรรมฟุ้งเต็มทุกๆ บ้านในขณะที่วัฒนธรรมเฟื่องฟู ธรรมะโบราณปรากฏอีกครั้งนึ่งทัศนียภาพเต็มไปด้วยสิริมงคลยิ่ง วิญญาณผีในแดนนรกกำลังรอคอยความช่วยเหลืออยู่ในเวลานี้ วันนี้จะพาหยางเซิงท่องนรกเยี่ยมชมอีกรอบ เอารายละเอียดมาเปิดเผยในแดนมนุษย์ เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวท่องนรกได้แล้ว
             หยางเซิง: กระผมเตรียมเสร็จแล้วครับ

             อรหันต์จี้กง: วันนี้เป็นการท่องเที่ยวระยะที่ 2 ต้องตั้งใจให้ดีนะ
             หยางเซิง: ขอรับคำบัญชา หากมีมารยาทไม่ดีหรือบกพร่องประการใด เชิญท่านอาจารย์ติเตียนว่ากล่าวเถิด

             อรหันต์จี้กง: ไม่มีอะไรน่ะ รีบขึ้นนั่งบนดอกบัวเร็ว จะได้เริ่มเดินทางไปแดนนรกแล้ว….. เอ้า ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว
             หยางเซิง: ข้างหน้านั้นเป็นสถานที่ใด? เห็นแต่ฝูงชนแออัดชุลมุน หัวควายหน้าม้า (เป็นทูตผีทั้ง 2 ตน) ต่างทำการควบคุมวิญญาณผีมุ่งไปข้างหน้า

             อรหันต์จี้กง: นี่แหละคือนรกขุมที่ 2 เรารีบเดินกันเถิดเข้าไปคำนับเยี่ยม “ฉอกังอ๊วง” (เจ้ายมบาลขุมที่ 2)
             หยางเซิง: ข้างหน้ามีคนหมู่หนึ่งเดินมา ตรงกลางฝูงนั้นมีบุรุษร่างกายล่ำสันใหญ่แข็งแรง นุ่งห่มเสื้อคลุมแบบโบราณ เหมือนดังเสื้อคลุมในศาลเจ้าของเมืองมนุษย์ และยังส่องแสงแวววาวท่าทีสง่างามน่าเกรงขาม ข้างๆ ล้วนเป็นนายทหารคล้ายให้การอารักขา

             อรหันต์จี้กง: ท่านนี้แหละคือ “ฉอกังอ๊วง” เจ้ายมบาลขุมที่ 2 รีบเข้าไปแสดงคารวะเร็ว
             หยางเซิง: ขอแสดงความคารวะท่านฉอกังอ๊วงและยมทูตทุกท่าน

             ฉอกังอ๊วง: อย่าต้องมีพิธีรีตองเลย ลุกขึ้นมาเร็ว ขอต้อนรับท่านอาจารย์ และหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง ที่ได้มายังสถานที่นี้ ข้าพเจ้าได้รับพระบรมราชโองการ ทราบว่าสำนักของท่านจะแต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” จะมาเยี่ยมชมนรก 10 ขุม เมื่อครู่นี้ก็ได้รับหนังสือของท่านอาจารย์อีก ทราบว่าจะมาเยี่ยมชมขุมนี้ในราตรีนี้ ฉะนั้นจึงได้มาทำการต้อนรับเชิญท่านทั้งสอง ตามข้าพเจ้าไปในปราสาท เพื่อสังสรรค์กันกันเถิด

             อรหันต์จี้กง: ขอขอบคุณท่านยมบาลที่ให้เกียรติมาก หยางเซิงเราตามท่านยมบาลเข้าไปในปราสาทเถิด
             ฉอกังอ๊วง: ท่านทั้งสองเชิญท่านพักที่ห้องรับแขกสักครู่ นายพลยกน้ำชามาถวายท่านเร็ว

             หยางเซิง: ขอบคุณมาก เราศิษย์-อาจารย์มารบกวนท่านในคืนนี้ โปรดอภัยให้ด้วย ขอท่านยมบาลโปรดให้การชี้แจงและอธิบายเหตุการณ์ของขุมที่ 2 ให้ฟังโดยละเอียดด้วย

             ฉอกังอ๊วง: ท่านเกรงใจเสียแล้วล่ะ ขุมของข้าพเจ้านี้นับได้ว่าเป็นสถานที่ลงทัณฑ์ โดยทางการแห่งนรกสิบขุม บรรดาวิญญาณผีที่ถูกส่งมาจากขุมที่ 1 ความชอบดีเหล่านั้นทราบดีแล้วโดยละเอียด แต่ยังมีวิญญาณผีบางส่วนที่มีนิสัยดื้อด้าน เพราะเป็นนิสัยเดิมมาจากแดนมนุษย์แม้จะเห็นว่า ที่ยมโลกได้เปิดแผลของมันแล้ว แต่ยังไม่สำนึกตัว ดังนั้นเมื่อวิญญาณตกมาถึงขุมนี้ก็จะเปิด “สมุดตรวจแห่งยมโลก” หากหลักฐานความชั่วร้ายที่ตนทำไว้ ประกาศให้รู้ทุกๆ ข้อ ถ้าอยู่ในอำนาจของขุมนี้ ก็จะตัดสินให้เข้าไปยัง 16 นรกน้อยหรือนรกย่อยที่สร้างขึ้นใหม่แห่งอื่นๆ เพื่อรับการลงโทษ เพราะเหตุว่าในแดนมนุษย์เกิดมีการวิวัฒนาการใหม่ ในยมโลกก็เพิ่มคุกตารางใหม่หลายแห่งขึ้นมาบ้าง ที่เรียกว่า “กาลเวลาแปรเปลี่ยน กฎเกณฑ์ก็เปลี่ยนด้วย” กฎแห่งยมโลกก็แก้ไขเพิ่มเติมตามกาลเวลา เพื่อที่จะลงโทษพวกมิจฉาชีพทั้งหลาย

             อรหันต์จี้กง: การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์บนโลก ก็ก่อเป็นรูปบนฟ้าจะกลายเป็นภาพ เมื่อสรรพสิ่งในโลกมนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลง สวรรค์และนรกจะฉายเงาปรากฏรูปนั้นออกมาทันที ฉะนั้นแล้วทุกอิริยาบทของชาวโลก ต้นหญ้าต้นไม้ของแดนมนุษย์ทุกต้น ฟ้าเหมือนกระจกแผ่นใหญ่ ฉายออกมาทันที ยมโลกได้รับการฉายสะท้อนจากแผ่นฟ้าอีกชั้นหนึ่ง ก็กระจ่างชัดแจ้งเช่นเดียวกัน อย่าถือว่าวิทยาศาสตร์เจริญแล้วจะสามารถทำลายลบล้างผีสางเทวดา ชาวโลกจะใช้สิ่งที่มีรูปร่างเอาชนะอรูป หารู้ไม่ว่าอรูป (ไม่มีรูปร่าง) บัญชาครอบคลุมสิ่งที่มีรูปร่าง พระพุทธเทวดาภูตผีเทพเจ้าท่านทรงพลังอันสำคัญอยู่ในทางลับ มนุษย์นั้นแหละเป็นผู้ที่ถูกกระทำ

             หยางเซิง: ความจริงเป็นเช่นนี้เอง ชาวโลกล้วนพูดว่าไม่มีใครเห็นนรก หารู้ไม่ว่าฉายเป็นภาพอย่างชัดแจ้งต่อหน้ากระผมน่ามหัศจรรย์มาก และก็น่าเกรงขามมาก คล้ายกับว่าตัวเรานี้ได้มาอยู่โลกอีกโลกหนึ่ง

             ฉอกังอ๊วง: ข้าพเจ้ามีงานราชการอยู่รอบกาย ไม่สามารถรับรองพูดคุยกับท่านนานนัก จะสั่งให้นายพลพาท่านหยางเซิงตรวจเยี่ยมแต่ละขุมก็แล้วกัน

             นายพล: ขอรับคำบัญชา
             หยางเซิง: วิญญาณผีที่อยู่หน้าปราสาทพวกนั้น บ้างก็มีขื่อคาติดอยู่บนบ่า บนมือรอยด้วยโซ่ตรวน เปรียบเทียบแล้วยังน่าทุเรศกว่านักโทษในแดนมนุษย์ ยมบาลท่านกำลังขึ้นนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี ทุบโต๊ะตวาดเหมือนดังชาวนาตวาดวัวควายฉันนั้น

             นายทหาร: เวลาจำกัดเชิญท่านหยางเซิงอย่าได้อยู่นานนักเลยรีบตามข้าพเจ้าออกไปจากปราสาทเถิด
             อรหันต์จี้กง: ไปเถิดอย่าได้ดูอีกเลย
             หยางเซิง: ที่นี่ฝูงชนชุมนุมแต่ก็เงียบเชียบปราศจากสุ้มเสียงมันทำอะไรกันนะ?

             นายทหาร: ขณะนี้เป็นเวลาเทศกาลช่วยวิญญาณต่างๆ (กอบกู้ชักจูงวิญญาณสามแดน) พระกษิติครรภโพธิสัตว์ ท่านจัดตั้งโรงบรรยายธรรมตามแต่ละปราสาท บรรดาวิญญาณโทษนั้น หากยังมีพื้นฐานแห่งความดีอยู่บ้าง และเมื่อระหว่างรับการลงโทษได้แสดงความประพฤติดี ล้วนสามารถหมุนเวียนมาโรงบรรยายธรรม รับฟังพระพุทธเทวดาแสดงพระธรรม ดังนั้นจึงย่องเดินเบาๆ อย่างระมัดระวัง ไม่กล้าส่งเสียง ท่านดูซิพวกเขากำลังเดินเข้าไปอย่างปะติดปะต่อ

             หยางเซิง: ที่จริงเมืองนรกก็มีการช่วยวิญญาณผี โดยการจัดให้มีการแสดงธรรมบรรยายศีล ประหนึ่งว่ามีการตั้งสำนักก็มีจำนวนมาก ท่านพุทธเทวดาเมตตากรุณาเป็นที่ยิ่ง ไม่คำนึงถึงความยากลำบาก เสด็จลงสู่แดนมนุษย์ แดนนรก ช่วยเหลือกอบกู้มวลชนและวิญญาณผี
             อรหันต์จี้กง: เราตามพวกวิญญาณผีเหล่านี้เข้าไปเถิด

             หยางเซิง: ขอรับกระผม บนประตูใหญ่มีป้ายๆ หนึ่งเขียนว่า “โรงบรรยายธรรมขุมที่หนึ่ง” แต่ละวิญญาณผีเมื่อเข้าไปแล้วต้องไปยังห้องเล็กห้องหนึ่งซึ่งอยู่ข้างๆ นั้น เหมือนดังห้องรักษาการณ์ของโรงงานอย่างนั้น เพื่อรายงานตัวก่อนแล้วจึงเข้าไปข้างใน

             นายพล: นั่นเป็นที่อยู่ของนายทหารผู้คุมประตูผี มีหน้าที่ควบคุมวิญญาณผีที่เข้าๆ ออกๆ หากไม่ถือป้ายอนุญาตของนรกย่อยต่างๆ ให้มาร่วมประชุมล้วนห้ามเข้าทั้งนั้น ข้าพเจ้าจะเข้าไปแจ้งให้ทราบว่าท่านมาท่องเที่ยว เพื่อแต่งหนังสือท่านทั้งสองขอให้รอคอยสักครู่….ข้าพเจ้าแจ้งและลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปในห้องเรียน นั่งลงที่โต๊ะหน้า รอคอยท่านเทวดาเสด็จ

             อรหันต์จี้กง: ขณะนี้พระมหาโพธิสัตว์แห่งทะเลใต้ (เจ้าแม่กวนอิมหรือพระอวโลกิเตศวร) ได้เสด็จมาถึงแล้ว เจ้าหยางเซิงลงกราบรับเสด็จ
             หยางเซิง: ขอรับกระผม… ท่านพระมหาโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมได้เสด็จบนแท่นเตรียมบรรยายธรรมแล้ว ม้านั่งในห้องก็เหมือนดั่งม้านั่งของนักเรียนในโรงเรียนเมืองมนุษย์ มีคนประมาณสองพันคน ทุกคนล้วนมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า ท่านพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมทรงกายบนดอกบัวซึ่งลอยเด่นอยู่ขาวผ่องทั่วทั้งกาย พรมน้ำมนต์จากกิ่งหลิวในแจกันใสสะอาดขอเรียนถามท่านอาจารย์ การนี้มีความหมายประการใด? 

             อรหันต์จี้กง: ฝนธรรมกระจายน้ำทิพย์โปรยทั่ว ผู้มีบุญก็จะสามารถได้รับการกอบกู้ตลอดรอดฝั่ง แสดงว่าสวรรค์ท่านมีใจเมตตากรุณา ไม่แบ่งแยกเป็นสัตว์หรือมนุษย์ ผู้ที่ยอมหันหลังกลับ ย่อมละบาปกลับตัวใหม่ ล้วนได้รับความเมตตาพาส่งสู่ที่ชอบทั้งนั้น นั่นคือเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของท่านพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม อย่าได้ถามนักเลย ฟังท่านพระโพธิสัตว์ผู้ช่วยปลดความทุกข์ยาก แสดงธรรมเถิด

             พระโพธิสัตว์: หยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองไถ่ตง กับท่านอาจารย์มาร่วมการสังสรรค์ในการประชุมครั้งนี้ ฉันเบิกบานใจมาก ขอให้หยางเซิงรับฟังธรรมจากฉันแล้วนำกลับในแดนมนุษย์ กล่อมชักจูงผู้คนเท่าที่กำลังความสามารถจะกระทำได้ สำนักของท่านเพื่อที่จะกล่อมเกลาชักนำผู้คน ศิษย์ทั้งหลายทุ่มเทด้วยพลังใจ และพลังกายพลีทุกสิ่งทุกอย่างเป็นนาวาธรรมเมตตารับผู้โดยสารสัตวโลกทุกชนิดอย่างกว้างขวางทั่วพิภพน้ำใจนั้นน่าสรรเสริญ ต่อไปจะต้องเข้าอยู่ในตำแหน่ง “ปราชญ์เมธี” ขอให้ดำเนินไปจนสุดความสามารถ

             อรหันต์จี้กง: หยางเซิงรีบกราบขอบพระคุณท่านพระโพธิสัตว์ที่ได้กรุณาตรัสสั่งสอน
             หยางเซิง: กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมที่ให้คำสั่งสอนเตือน กระผมจะกลับไปบอกเล่าต่อให้ศิษย์ทั้งหลายที่ร่วมสำนักทราบ จงอย่าได้ทำให้ท่านผิดหวัง

             พระโพธิสัตว์: วันนี้จะเริ่มบรรยายธรรม มนุษย์จากบุพกาลมาจนถึงทุกวันนี้ ตายๆ เกิดๆ แม้ว่ารูปร่างตายไปแต่ดวงวิญญาณนั้นไม่ดับสูญ วิญญาณของพวกเธอทั้งหลายที่ได้มาที่นี้ ในวันนี้ยังไม่ปลง ภาพหลอกของตัวตนซึ่งเป็นของปลอม จิตใจที่ปราดเปรื่องนั้นจึงเป็นของจริง ทุกรูปนามยากที่จะสลัดความรักความใคร่ ไม่ดับกิเลสโกรธหลง ควรตระหนักภาพในโลกมนุษย์คือความฝัน เหตุผลก่อให้เกิดเป็นญาติโยมหมุนเวียนตอบสนองกันหักลบกันไป ไม่ควรลุ่มหลงงมงายไม่คิดปลง หากว่ายังไม่เลิกความนึกคิดนั้น จิตใจแห่งปุถุชนก็ไม่ดับสูญ เวียนว่ายตายเกิดไม่มีที่สิ้นสุด ปัจจุบันนี้โลกเจริญขึ้นแต่ในมนุษย์ไม่เจริญเหมือนคนโบราณ ฐานปัญญาแห่งดวงวิญญาณอ่อนตื้น ทารกเกิดมาเฉลียวฉลาด แม้ว่าพรสวรรค์จะประทานให้ตั้งแต่แรกเริ่ม แต่เมื่อเทียนไขต้องลมอยู่นานไม่ได้ ดังนั้นวิญญาณที่เจนจัดมาเกิด วิญญาณเดิมที่ดีนั้นสูญหายไป จึงใช้ความชาญฉลาดของตนทำการตัดสิน ไม่เจริญรอยตามรัศมีธรรม ก่อกรรมทำเข็ญ การกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมปรากฏอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเลย ทำให้โลกมนุษย์ยุ่งเหยิง ศักดิ์ศรีแห่งคนก็ทลายลง พวกเธอก็จะตกลงในเหวลึก แม้เนื้อหนังมังสาจะสูญสิ้น กรรมเวรนั้นติดกาย ควรสังวรเงาตามตัวคน จงอย่าคิดว่าเมื่อไม่มีแสงเงาก็ไม่ปรากฏ ความนึกคิดแต่ละครั้งกลไกแห่งจิตใจก็จะเกิดการปฏิบัติก่อเวรกรรมๆ ติดกายทันที ขณะที่ตกลงในนรกยังมีความนึกคิดในเรื่องผิดชอบหลงเหลืออยู่ รู้ตัวว่าผิดแล้วควรชำระสะสางบาป บัดนี้ฉันขอให้พวกเธอสำนึกตัวรับการลงโทษให้มากๆ หน่อย จะได้หมดเวรหมดกรรม อดทนต่อความทรมานอดกลั้นใจที่โกรธแค้น แล้วฉันจะมาช่วยเหลือ กอบกู้ให้ตลอดรอดฝั่งเอง การบรรยายจบลง

             อรหันต์จี้กง: รีบกราบส่งเสด็จเร็ว
             หยางเซิง: ขอรับกระผม ขอบพระคุณท่านพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมที่ได้ตรัสวาจาสั่งสอน…วิญญาณผีทั้งหลายล้วนก้มลงกราบส่งเสด็จ มีจำนวนมากที่ร่ำไห้ด้วยความสะเทือนใจ หลังได้รับคำสั่งสอนแล้ว

             อรหันต์จี้กง: ท่านพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมอาวรณ์พวกวิญญาณผี ตรัสวาจาสั่งสอนปลอบเตือน เป็นการแผ่กุศลธรรมที่เที่ยงแท้ใหญ่หลวง หวังสัตว์โลกทั้งพิภพจะรู้สำนึก ถ้าผู้ที่ยังอยู่ในร่างมนุษย์ไม่รีบบำเพ็ญธรรม ตายแล้วจะตกนรกรับการทรมาน แล้วถึงจะฝึกฝนอบรมใหม่ก็ค่อนข้างจะยากลำบากกว่ากัน เวลาจำกัดเจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับ
             นายพล: มีสิ่งใดบกพร่อง ขอท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงโปรดให้อภัยด้วย

             หยางเซิง: ที่ไหนได้ ข้าพเจ้าเป็นชาวปุถุชนไม่กล้าใช้คำให้อภัยนั่นเป็นการลำเลิกมากไปแล้วละ ขอเรียนถามท่านอาจารย์อีกสักนิดหนึ่ง ว่านรกแต่ละขุมล้วนมีโรงแสดงธรรมประกอบอยู่ด้วย ในที่สุดวิญญาณจะหมดโทษและสำเร็จธรรม
             อรหันต์จี้กง: โรงแสดงธรรมของทุกขุมล้วนเป็นชั้นประถมทั้งนั้น เมื่อผ่านการทดสอบวิญญาณโทษที่มีความเข้าใจ สำนึกตัวตื้นลึกหนาบางขั้นไหนแล้ว จะมีสำนักบำเพ็ญธรรมชั้นสูงอีกต่อหนึ่ง ให้พวกเขาฝึกฝนบำเพ็ญต่อไป ขณะนี้อย่าได้ถามเรื่องเหล่านี้อีกเลย เวลาดึกมากแล้วรีบขึ้นดอกบัวเร็ว เตรียมกลับสำนัก ขอขอบคุณท่านนายพลที่ให้การต้อนรับสำนักเซี้ย เฮี้ยงตึ้ง ถึงแล้ว 
             หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิ