Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
เที่ยวเมืองผีตายโหง ครั้งที่ 2 | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

เที่ยวเมืองผีตายโหง ครั้งที่ 2

253 Views

           

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2519

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จตรัสเป็นกลอนว่า:  

แพร่สัจธรรม     นำกอบก          ปุถุชน
กฎสังคม           รณรงค            เปลี่ยนคนเรา
ทุกศาสน์รวม    เป็นหนึ่งเฝ้า    อริยเจ้า
ทุกผู้เข้า           ฝึกฝนธรรม      ท่องนโม

           อรหันต์จี้กง: จิตใจคนชาวโลกมุ่งสู่วิทยาศาสตร์ การพิสูจน์สิ่งที่ไม่มีตัวตน เห็นความศรัทธาทางจิตใจเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่รู้ถึงวัตถุมีวันเสื่อม แต่วิญญาณนั้นสถิตผุดผ่องอยู่ตลอดกาล จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกล้วนอยู่ในความนึกคิดชั่ววูบเดียวของคนเท่านั้น สวรรค์ไม่ไกลกลับใจก็พบ นรกอยู่ใกล้ ปฏิบัติธรรมจะห่างเหิน ใน “เมืองผีตายโหง” น่าอนาถใจยิ่งนัก หยางเซิงวันนี้เราศิษย์-อาจารย์ เตรียมท่องนรก ทำใจให้มั่นคง รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว
หยางเซิง: กระผมเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจารย์เริ่มเดินทางได้แล้วครับ

           อรหันต์จี้กง: ถึงแล้วละ
           หยางเซิง: ที่นี้วันก่อนดูเหมือนเคยมาแล้ว ไฉนจึงไม่ลงที่นอก “เมืองผีตายโหง” เลยก้าวเดียวตรงมาถึงที่นี้

           อรหันต์จี้กง: พระพุทธท่านตรัสว่า “สี่สิ่งต้องปล่อยว่าง” (สี่สิ่งนั้นคือ ชาติ (เกิดขึ้น) สถิต (ตั้งอยู่) อนุยถาตุว(เปลี่ยนแปลง) อนิตุยตา(ตายดับ) เป็น 4 สิ่งที่ว่างเปล่าหรือเรียกว่าจิตว่าง) เมื่อรูปร่างว่างเปล่าไม่เที่ยงแท้ไม่เป็นตัวตนจึงเป็นเหตุให้ประตูนรกเปิดออก เข้าออกตามใจชอบ โดยไม่มีอะไรจะกีดขวาง คราวที่แล้วพาเจ้ามาเป็นครั้งแรก  ที่ให้เจ้าลงจากดอกบัวที่นอกเมือง พาเดินกันทีละก้าว  วันนี้เพราะเหตุเวลาจำกัด จึงตรงเข้ามายังแดนนรก หวังชาวโลกจงสำนึกรู้ตัว การบำเพ็ญธรรม ถ้าสามารถละทิ้งรูปนาม  จึงเป็นการธรรมดาไม่ถูกกักกันผูกมัดในนรก ดังที่ข้าฯ สามารถเข้าๆ ออกๆ สะดวกสบาย
           หยางเซิง: ท่านอาจาย์สั่งสอน “พระอภิธรรมขั้นสูง” กระผมขอน้อมรับคำสั่งสอน  ข้างหน้า  ผู้รักษาเมืองและนายทหารมากันแล้ว

           อรหันต์จี้กง: รีบเข้าไปทำความเคารพ......
           หยางเซิง: คำนับมายังท่านผู้รักษาเมืองและนายทหาร  วันก่อนนั้นได้รับความแนะนำชี้แจงจากท่านรู้สึกขอบคุณเป็นที่ยิ่ง วันนี้มารบกวนอีก ขอได้โปรดให้การชี้แจงโดยละเอียดด้วย

           ผู้รักษาเมือง: ไม่เป็นไรมิได้ เชิญท่านอาจารย์และหยางเซิงตามข้าพเจ้าเข้าไปข้างในตรวจเยี่ยม “เมืองผีตายโหง”  อีกครั้งเก็บเอาเหตุการณ์ลงในหนังสือธรรมะ  เพื่อตักเตือนและชี้แนะอบรมชาวโลก
           หยางเซิง: ขอบพระคุณมาก ท่านอาจารย์ครับเราตาม พวกเขาไปเถิด

           อรหันต์จี้กง: เจ้าไปกับผู้รักษาเมืองและนายทหารก็แล้วกันอาตมายังมีธุระทางอื่นจะจากไปชั่วคราว
           หยางเซิง: ท่านจะไปแห่งไหน? แล้วประเดี๋ยวใครจะพา กระผมกลับไปเล่า? 

           อรหันต์จี้กง: ไม่ต้องตื่นเต้นประสาทเครียด พอได้เวลาข้าฯ ก็จะกลับมาพาเจ้ากลับไปเอง
           นายทหาร: หยางเซิง ท่านสบายใจตามข้าพเจ้าไปเถิด

           หยางเซิง: สองห้องติดกันนี้ล้วนแต่ขังพวกหนุ่มๆ สาวๆ บางคนผมเผ้ารุงรังยุ่งเหยิง ท่าทางอ่อนเปลี้ยเพลียแรง  เฝ้ามองมาทางข้าพเจ้า ขอเรียนถามท่านผู้รักษาเมืองว่า  พวกนี้โดนขังเพราะเหตุใด? 

           ผู้รักษาเมือง: พวกนี้ล้วนมีความไม่สมหวังในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ตอนที่อยู่ในแดนมนุษย์  เลยฆ่าตัวตายด้วยการกลืนยาพิษ เมื่อตายแล้วล้วนถูกจองจำอยู่ที่นี่ ขอชาวโลกอย่าได้หลงในความรักจนปิดบังสติปัญญา ถึงกับฆ่าตัวตายเลย  การกระทำเช่นนี้ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถเป็นคู่กัน (เป็นสามี-ภรรยากัน) ยิ่งไม่อาจมีกิ่งเกี่ยวกัน  (เป็นสามีภรรยากัน)
           หยางเซิง: ในคุกนี้ไฉนจึงมีแต่ผู้มีอาการขาขาด มือขาดหรือหัวสมองแตก มีเลือดเปื้อนไปทั้งตัว? ส่งเสียงคร่ำครวญโหยหวน ดูแล้วรู้สึกน่าสังเวชยิ่งนัก

           ผู้รักษาเมือง: เหล่านี้ล้วนเกิดอุบัติเหตุทางรถถึงแก่ความตายในแดนมนุษย์ หากเป็นผู้ที่ยังไม่ครบอายุขัยของตนเอง  ก็ตกเป็นประเภทตายโหง วิญญาณตกมายังแดนนรกแล้ว ก็ถูกจำขังไว้ที่นี้รอจนครบอายุขัยของผู้นั้น แล้วจึงส่งไปให้ท่านยมบาลชำระความดีหรือความชั่ว เพื่อเป็นการแสดงให้รู้กันแจ่มแจ้งว่า ไม่ว่าแดนมนุษย์หรือแดนนรกไม่มีการลำเอียงทั้งสิ้น
           หยางเซิง: เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้? โชคร้ายตายลงด้วยอุบัติเหตุทางรถก็น่าอนาถใจอยู่แล้ว ยังต้องถูกจองจำอีก  ไม่สามารถได้ผุดได้เกิด ข้าพเจ้าคิดว่าจะไร้ความเมตตาธรรมไปแล้ว

           ผู้รักษาเมือง: ท่านทราบเพียงผิวเผิน  ไม่ทราบถึงแก่นแท้ มิใช่ว่าผู้ตายโดยอุบัติเหตุทางรถจะมาอยู่ที่นี่กันหมด  บางคนมีอายุขัยครบเต็มแล้ว  เพราะเหตุที่มีกรรมชั่วรอบตัว  โดยอาศัยการตายจากอุบัติเหตุรถ  เพื่อชำระล้างเวร  ดังนั้นชาวโลกมีอยู่ไม่น้อยที่เที่ยวโทษฟ้าโทษดิน หาว่าทำไมเมื่อตอนมีชีวิตอยู่นั้นได้สร้างบุญกุศล กลับต้องมาตายลงใต้ล้อรถ?  หาว่าสวรรค์ท่านอยุติธรรม! ขอถามว่า “หยวนหุย” ปราชญ์ผู้ทรงคุณธรรมไฉนจึงอายุสั้น พระพุทธเจ้าท่านมุ่งแต่บำเพ็ญธรรม  ไฉนมารจึงมาผจญไม่หยุดยั้ง?  มิใช่สวรรค์ท่านตาบอด  แต่เป็นเรื่องของกรรมที่สวรรค์กำหนดไว้  เพื่อที่จะฝึกฝนอบรมจิตใจ คน  เรื่องอะไรกับเนื่อหนังมังสาธรรมดา  แม้ตัวตนรูปร่างสลายไปแต่วิญญาณนั้นไซร้ไม่มีวันดับ

           หยางเซิง: เมื่อมีเหตุแห่งกรรมของสามชาติกำหนดอยู่แล้วไฉนจึงมีการตายโหงอีก จะไม่เป็นการขัดกันเองหรือ? ถ้าเช่นนั้นชาวโลกก็ไม่ต้องเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมแล้วล่ะ ขอท่านผู้รักษาเมืองช่วยชี้แจงอธิบาย  เพื่อคลายความงมงายด้วย

ผู้รักษาเมือง: เหตุแห่งกรรมของสามชาตินับเป็นระยะอันสั้นเท่านั้นเองของมนุษย์ เนื่องจากดึกดำบรรพกาลมาแล้ว  ได้ผจญภัยนานาชนิด ไม่ทราบว่าจะผ่านพ้นมากี่ชาติ เหตุแห่งกรรมที่สะสมไว้ยากที่จะคณานับ ดังนั้นทางพุทธจึงกล่าวไว้ว่า “ผลกรรมใน  3 ชาติ” หากจะพูดถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์ในปางก่อนหรือปางหลังแล้ว ก็จะเป็นชาติก่อน  ชาตินี้และชาติหน้า หากแต่ชาติก่อนนั้นน่ะไม่เพียงแต่หมายถึงการเกิดในชาติก่อน หากแต่เป็นการสะสมกรรมของดวงวิญญาณจากการกระทำตัวตนของชีวิตทั้งหลาย ดังนั้นชาวโลกจึงสำคัญผิดคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตนี้ ล้วนเป็นผลที่มูลเหตุในปางก่อนสร้างไว้ อันเป็นคำกล่าวที่ไม่คมคายกลมกลืนนัก  ชาติก่อนนั้นกำหนดได้เพียงเจ็ดส่วน และชาตินี้กำหนดได้สามส่วนที่เรียกว่า “กรรมลิขิต” ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง  แต่ชะตากรรมคลี่คลายได้

           หยางเซิง: ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ชาวโลกทั่วไปมีเรื่องอะไรล้วนกล่าวถึงกรรมของชาติก่อน ผิดถูกก็อยู่ที่สวรรค์ท่านกำหนดไว้ ความคิดที่บั่นทอนทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ถูกต้องเป็นที่ยิ่ง เรือนขังตรงหน้าห้องนี้ ส่งเสียงน่าเวทนาไม่ขาดสาย  เป็นที่คุมขังนักโทษอะไรบ้าง?

           ผู้รักษาเมือง: เหล่านี้ล้วนแต่เป็นวิญญาณโทษที่ถูกลอบฆ่าหรือฆ่าซึ่งกันและกันถึงแก่ความตาย

           หยางเซิง: นี่ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจนึกคิดได้ ฆ่าเขาหรือถูกเขาฆ่าจะเป็นกรรมสนองตอบ หรือสมควรตายที่ชะตาถึงฆาตแล้วไฉนเมื่อตายแล้วจึงตกเข้าไปอยู่ใน “เมืองผีตายโหง” อีกเล่า?

           ผู้รักษาเมือง: เหตุผลตรงกันแน่นอน! บ้างก็ฆ่ากันโดยกรรมสนองกรรม แต่ก็มีพวกคนที่ชาตินี้ไม่ทำบุญสร้างกุศล  เกิดการพิพาท กระทำการชั่วร้ายอย่างมหันต์ นั่นแหละคือที่มาแห่งการตายโหง ขอให้ชาวโลกจงเข้าใจเหตุอันนี้ จะอ้างว่าฉันฆ่าเขาเพราะชาติก่อนเขาเป็นหนี้ฆ่าฉันไม่ได้ สุภาษิตกล่าวไว้ว่า “ควรระงับเวรด้วยการไม่จองเวร” แม้จะมีการเป็นหนี้กัน ถ้าสามารถไม่ทวงคืนก็จะเป็นบุญกุศลอันมหาศาล  หากมนุษย์ไม่มีการเห็นแก่ตัวเอง ต่างอยู่กันโดยสันติต่อกัน เปรียบเสมือนฟ้าปกคลุมและธรณี แบกรับอย่างไม่มีที่รักมักที่ชังฉันนั้นแล้วนรกจะว่างเปล่า ผลจะไม่เกิด  เหตุก็ไม่มีเลย  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว  มนุษย์ควรที่จะรู้ว่าการเกิดเป็นคนนั้นยากยิ่งนัก ควรรักษาตัวปลูกนิสัยปฏิบัติตนให้ดี  หากผู้ที่มั่วผู้หญิง ก็อ้างว่าชาติก่อนเป็นหนี้ผู้หญิง มั่วแต่เรื่องโลกีย์ นั่นมิใช่เกิดจากเหตุแห่งชาติก่อน ที่เรียกว่าเป็นเหตุแห่งชาติก่อน แต่เป็นการบังเอิญไปตรงกันเข้า ถ้าเป็นผู้ที่ตั้งใจกระทำความไม่ดีงาม ชาตินี้ก่อกรรมใหม่ขึ้นอีก ก็จะสร้างผลร้ายในชาติหน้า

           นายทหาร: ท่านผู้รักษาเมืองพูดสมเหตุสมผลตรงตามหลักธรรมทุกอย่าง ชาวโลกควรจะเข้าใจรู้สำนึกตัว  หากไม่เชื่อในเหตุผลนี้มนุษย์ก็ไม่ต้องบำเพ็ญธรรม  ก็จะบ่ายเบี่ยงไปว่า ผู้ที่มีธาตุพื้นแห่งพุทธเทวดาจึงสามารถบรรลุธรรม  หรือพูดในทำนองว่า หากฉันมีเงินสักสิบล้านแล้วก็ไม่ต้องทำงานอีก นับเป็นความคิดที่ผิด

           อรหันต์จี้กง: ฉันกลับมาแล้ว ที่ท่านผู้รักษาเมืองและนายทหารกล่าวไว้เมื่อกี้นี้  เป็นหลักธรรมที่ถูกต้อง  สามารถทำลายความลุ่มหลงของชาวโลก ย้อนไปถึงวิญญาณดั้งเดิมบุพกาลที่สถิตอยู่เบื้องสวรรค์ทุกๆ คน  ล้วนเป็นพระพุทธ  เทวดา เพราะเหตุที่ตกลงปางหลัง (คือเมืองมนุษย์)  ถูกปกคลุมห่อหุ้มด้วยธุลีไอดินทำให้วิญญาณเดิมหลงผิด  ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถกลับคืนสู่ถิ่นเดิม วันนี้สวรรค์ท่านได้ประทานธรรมอันใหญ่ยิ่งนี้ สั่งสอนให้ทุกคนบำเพ็ญธรรมซึ่งเป็นกาลเวลาที่ “สรุปเหตุแห่งกรรม” เพื่อกลับคืนสู่จิตเดิมที่แท้จริง  มวลมนุษย์อย่าได้หลงงมงายอีกเลย  ผู้ที่ยอมบำเพ็ญมีส่วนจะเป็นอรหันต์เทวดาได้  ผู้ไม่ยอมบำเพ็ญธรรมนั้น  จะต้องตกลงไปสู่หนทางเวียนว่ายตายเกิดอีก จะเป็นผีหรือเทวดาก็คนนั่นแหละเป็นผู้ทำเอง มิใช่สวรรค์ท่านกำหนดไว้ เมื่อดูสภาพใน  “เมืองผีตายโหง”  แล้วก็พอพิสูจน์ได้  เวลาหมดลงแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมกลับสำนัก ขอขอบคุณผู้รักษาเมืองและนายทหารที่ช่วยเหลือในการแต่งหนังสือ  และช่วยในการคลี่คลายความหลงงมงาย ที่ได้ให้ความจริงใน  “เมืองผีตายโหง”

           หยางเซิง: หลักธรรมและเหตุผลลึกซึ้งดั่งทะเล  ถ้าไม่ผ่านการชี้แจงจากท่านทั้งสอง ชาวโลกล้วนไม่ค่อยเข้าใจกระจ่างแจ้ง ขอท่านอาจารย์ได้โปรดสั่งสอนในเรื่องกฎแห่งกรรมอันเป็นหลักความจริง  เพื่อกล่อมเกลาชาวโลกให้บำเพ็ญธรรมเป็นที่พึ่งในการกระทำ  จดจำเป็นเข็มทิศ  จึงจะแก้ความงมงายจนถึงที่สุด (คือจนกระทั่งตายยังไม่รู้ความจริงเลย)

           อรหันต์จี้กง: นั่นคือหน้าที่ของข้าฯ เอง วันอื่นจะประกาศหลักธรรมแห่งความจริงให้มากขึ้น  สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง  รับเอาภาระจากสวรรค์  กอบกู้ชักจูงผู้ลุ่มหลงทั้งหลาย  ทำให้มวลมนุษย์กลับเข้าทางธรรมที่ถูกต้องโดยพร้อมเพรียงกัน  และถึงขั้นบรรลุด้วยรีบเตรียมกลับสำนักเร็ว

           หยางเซิง: กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เริ่มเดินทางได้
           อรหันต์จี้กง: สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว  หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่างดังเดิ