ท่องโรงซ่อมพระสูตร

139 Views

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2519

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จตรัสเป็นกลอนว่า

พระชีพราหมณ์    ลวงผู้คน           หารายได้
ผลสุดท้าย           ต้องรับกรรม      ที่ทำชั่ว
ถูกลงโทษ           ให้สวดมนต์      ในห้องมัว
ร้องเสียงขรัว        ทั่วหน้ากัน        ท่านจงฟัง

         อรหันต์จี้กง: วันนี้เตรียมเที่ยวเมืองนรก เจ้าหยางเซิงจงนั่งบนดอกบัวให้มั่นคง ใจอย่าหวั่นไหว
         หยางเซิง: ขอรับ กระผม ท่านอาจารย์ครับ ความทารุณโหดร้ายในแดนนรกสุดที่จะทนดูได้

         อรหันต์จี้กง: วิญญาณโทษเหล่านั้นสมควรแล้วที่จะต้องได้รับการตอบสนองอย่างนั้น เจ้าอย่าได้เห็นใจสงสารเขาหรอก เริ่มเดินทางได้แล้ว… ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว
         หยางเซิง: ห้องนี้เหตุใดจึงมืดมัว ข้างในดูคล้ายมีเสียงคร่ำครวญรัญจวนจิต?

         อรหันต์จี้กง: ที่นี่คือโรงซ่อมพระสูตร เราจะเข้าไปเยี่ยมชมสังเกตตรวจดูให้ละเอียด
         หยางเซิง: ไปกันเถิดครับ… บนประตูห้องมีตัวอักษรว่า “โรงซ่อมพระสูตร” ทางนั้นมีนายทหาร 2 นายกำลังเดินมามิทราบว่าเป็นผู้ใด?

         อรหันต์จี้กง: นั่นเป็นนายทหารผู้คุมประตู
         นายทหาร: ขอน้อมรับท่านอาจารย์และคุณหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแห่งเมืองไถ่ตง

         อรหันต์จี้กง: โปรดอย่าได้มีการคารวะเลย วันนี้อาตมาพาหยางเซิงผู้มีสมญานามว่าพู่กันศักดิ์สิทธิ์มาเยี่ยมชมโรงซ่อมตำราท่าน ขอท่านได้โปรดนำพาเข้าไปด้วย
         นายทหาร: เชิญครับ เชิญตามกระผมมา ท่านทั้งสองเชิญเข้าประตูข้าง เพราะเหตุว่าประตูกลาง (ประตูใหญ่) เปิดออกได้ต้องเป็นวันเริ่มต้นของวันแรกของแต่ละปักษ์แห่งเดือนเพราะว่าวันดังกล่าวจะมีพระอรหันต์จอมปราชญ์เทวดาเสด็จมาแสดงธรรมแก่พวกพระชีพราหมณ์ทั้งหลาย

         หยางเซิง: สามารถเข้าได้ก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว จะเข้าทางประตูไหนหาได้เป็นปัญหาไม่ ในโรงซ่อมพระสูตรมัวมืดไร้แสงสว่าง กระผมว่ายืนชมอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว ไม่ต้องเข้าไปในห้องนะครับ
         นายทหาร: หาเป็นไรมิได้ ข้าพเจ้าจะพาท่านไปเอง ไม่ต้องหวั่นเกรง

         หยางเซิง: ก็ได้ครับ ห้องนี้สร้างด้วยไม้กระดาน รู้สึกว่าเก่าแก่มาก มีร่องรอยว่าผุกร่อนอยู่บ้าง และมีรอยแตกเป็นรูอยู่ทั่วไปคล้ายใกล้จะทลาย ภายในมีผู้แต่งกายเป็นพระชีพราหมณ์เป็นจำนวนหลายพันคน อาศัยตะเกียงน้ำมันดวงเดียวเปิดพระสูตรพร่ำท่องไปเรื่อยๆ มีลักษณะระทมขมขื่นมาก
         อรหันต์จี้กง: พวกพระชีพราหมณ์เหล่านี้ เมื่อตอนอยู่ในแดนมนุษย์ล้วนรับอาสา ไปสวดมนต์สะเดาะเคราะห์ให้แก่ชาวบ้าน เพื่อหารายได้ประทังชีวิตไปวันๆ แต่มิได้แสดงความจริงใจเพียงแต่ทำแบบซื้อขาย บ้างก็สวดออกเสียงผิดไปจากตำรา เมื่อตายลงแล้วล้วนต้องมายังโรงซ่อมพระสูตรนี้ เพื่อสวดเพิ่มซ่อมให้ดีโดยอาศัยแสงไฟที่ริบหรี่ ดังแสงหิ่งห้อยนี้สวดกัน ที่สวดตกไปตัวเดียวต้องสวดชดเชยร้อยครั้ง เมื่อสวดชดเชยเสร็จแล้วจึงจะอาศัยผลงานนั้นเป็นการตัดสิน

         หยางเซิง: ตามที่อาจารย์ท่านว่า แล้วที่สำนักเราได้แต่งพระสูตรพระเจ้าเง็กเสียงอ๊วงตี่ ทรงโปรดสัตว์และพระสูตร พระบุพวิสุทธิเทพ ไร้ขอบเขตจะมีใครกล้าอ่านเล่า? ผู้มีจิตศรัทธามากหลายนำไปท่องอ่านแต่ออกเสียงผิดเพี้ยน ต่อไปต้องตกเข้าไปอยู่ในโรงซ่อมพระสูตรด้วยหรือ?
         นายทหาร: มิใช่เช่นนั้น ผู้ที่มาซ่อมพระสูตรนี้ เป็นพวกที่อาศัยสวดมนต์ทำพิธีทางศาสนาหากินในเมืองมนุษย์ รับเอาเงินทองจากชาวบ้านสะเดาะเคราะห์ให้ชาวบ้าน แต่ไม่ทำการสวดท่องตามตำราคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาเต๋า ศาสนาพุทธ พวกนี้จึงต้องตกมายังที่นี้ หากว่าเราสวดมนต์กันเองหรือสวดบริการให้แก่ผู้อื่น จุดมุ่งหมายมันต่างกัน คือไม่มุ่งในทางรับทรัพย์หาเงิน ถึงแม้ว่ามีความผิดพลาดบ้างกฎสวรรค์ท่านได้กรุณายกให้เป็นพิเศษอยู่แล้ว

         หยางเซิง:  แสงไฟริบหรี่ดั่งแสงหิ่งห้อยเช่นนี้ และยังมีลมเย็นโบกโชยรำๆ จะดับมิดับแหล่ และพวกพระชีพราหมณ์เหล่านี้อายุก็มากเสียด้วย นัยน์ตาฝ้าฟางเพ่งดูตัวหนังสือของตำราธรรมซึ่งตัวเล็กเท่าหัวแมลงวัน รู้สึกน่าสงสารเป็นที่ยิ่ง แต่ละคนล้วนแสดงอาการอ่อนเพลียปวดเมื่อย
         นายทหาร: ค่าของเงินต้องสมกับค่าสินค้า เมื่อรับเอาเงินทอนของผู้จ้างไปแล้ว และไม่ทำงานให้เรียบร้อย ก็สมควรแล้วต้องรับการสนองแบบนี้

         อรหันต์จี้กง: ขอเตือนเหล่าพระชีพราหมณ์ในแดนมนุษย์ การสวดมนต์ท่องพระธรรมสามารถบำเพ็ญธรรมบรรลุธรรม แต่ว่าจะอาศัยสวดมนต์เพื่อยังชีพก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หนังสือตัวเดียวหรือประโยคเดียวจะลักตัดบทหรืออ่านผิดไม่ได้ มิเช่นนั้นแล้วไม่เพียงแต่ไม่สามารถสะเดาะเคราะห์กรรมให้ผู้อื่น ตนเองนั่นแหละกลับจะได้รับเคราะห์กรรม เมื่อตายลงแล้ว ก็ต้องตกเข้ามายังโรงซ่อมพระสูตรท่องเพิ่มเป็นร้อยตลบ

         นายทหาร: เมื่อเป็นวันเริ่มต้นของปักษ์ (คือข้างขึ้น 1 ค่ำ) กับข้างแรม 1 ค่ำ พุทธ เต๋า สองจอมศาสดาได้นำลูกศิษย์เสด็จมาตรวจสอบ และสั่งสอนให้ท่องอ่านให้ถูกต้องตาม พระสูตร ชาวโลกก่อเวรพลอยพาให้เทพอรหันต์ต้องเสด็จลงสู่แดนนรกเพื่อช่วยกอบกู้ชักจูง ท่านเทพยดาและอรหันต์มีความกรุณาปราณีเปี่ยมท้น ชาวโลกทั้งหลายควรที่จะรู้สึกตัวบ้าง สิ่งละอันพันละน้อยของเมืองมนุษย์จะไม่สามารถรอดพ้นจากโทษทัณฑ์แห่งยมโลกไปได้

         หยางเซิง: ข้าพเจ้าเข้าใจดีแล้ว ขอบคุณมากที่ท่านได้ให้การแนะนำชี้แจง
         อรหันต์จี้กง: เจ้าจะสอบถามจากนักบวชผู้นี้ได้ ว่าไฉนตนเองต้องมายังที่นี้?

         หยางเซิง: ขอรับ กระผม ขอเรียนถามท่านนักธรรมผู้อาวุโสไฉนท่านจึงมายังที่นี้?
         นักบวช: โปรดอย่ากล่าวคำว่านักธรรมผู้อาวุโสเลย ฉันเพียงแต่เป็นนักบวชผู้โพกผ้าแดงในแดนมนุษย์ รับทำ “กงเต็ก” ซึ่งเป็นอาชีพของฉันทำการนำส่งวิญญาณ หรือ “ตีเมือง” (รบเร้าให้เปิดประตูเมืองผี) เช่นเมื่อผู้คนตายลงแล้ว เนื่องจากฉันมีพื้นความรู้ต่ำ ดังนั้นตำราธรรมบางตอนอ่านไม่เข้าใจเลย เพียงแต่ส่งเสียงตามจังหวะฆ้อง กลอง ชาวบ้านก็ไม่ทราบได้ว่าฉันสวดอะไรบ้าง บางครั้งก็รีบเร่งเพราะเวลาจำกัด สวดทีเดียวควบสองหน้าไปเลย ให้พ้นจากหน้าที่ไป มีเงินเข้ากระเป๋าแล้ว ผู้ตายจะได้ขึ้นสวรรค์หรือไม่ ไม่เคยคำนึงถึง เมื่อฉันตายลงแล้วโดนยมทูตคุมเข้าไปขุมที่ 1 ถูกตัดสินให้มาอยู่โรงซ่อมพระสูตร อยู่มาเป็นเวลา 1 ปี กับ 1 เดือนแล้ว ในชีวิตที่ผ่านมา ลักตัดบทคำสวดมากมาย ดังนั้นจึงต้องถูกทรมานจนถึงทุกวันนี้ยังไม่สามารถซ่อมสำเร็จ นัยน์ตาก็เจ็บช้ำเหลือที่จะทน เมื่อซ่อมเพิ่มเติมชดเชยพระสูตรเสร็จแล้ว อาจต้องถูกส่งไปยังขุมที่ 2 พิจารณาโทษ ก็เพราะว่าการกระทำเมื่อครั้งอยู่เมืองมนุษย์ให้โทษแก่ผู้อื่น มาบัดนี้จะรู้สึกตัวก็สายไปเสียแล้ว ขอให้ท่านได้โปรดไปบอกเล่าต่อพวกอาจารย์เต๋าในเมืองมนุษย์ ด้วยว่าควรปฏิบัติแต่ในทางที่ดีที่ชอบ มิเช่นนั้นแล้วก็จะเหมือนตัวฉันเองนี้แหละ ที่ต้องอาศัยผู้อื่นกอบกู้ชักจูงให้พ้นทุกข์

         หยางเซิง: พรหมณ์ผู้นี้น่าสงสารมาก ท่านอาจารย์จะช่วยกอบกู้ให้พ้นทุกข์ได้ไหมครับ?
         อรหันต์จี้กง: ทำเองรับเอง กรรมสนองกรรม ตอนอยู่แดนมนุษย์มันมีความสุขมาก เวลานี้ก็ให้มันได้รับความทุกข์บ้าง อย่าได้ใส่ใจต่อเรื่องไร้สาระเลย เราได้รับเทวโองการมาท่องชมนรกเจ้า มิควรสอบถามเกี่ยวข้อง นี่เป็นกฎแห่งยมโลก เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว เตรียมตัวกลับสำนัก ขอขอบคุณท่านนายทหารมาก

         หยางเซิง: ขอบคุณท่านนายทหาร ท่านพราหมณ์ทั้งหลายจงหมั่นอบรมฝึกฝนไว้เถิด!
         อรหันต์จี้กง: รีบขึ้นดอกบัวเร็ว… ถึงสำนักแล้ว
         หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่างดังเดิม