ตอนเที่ยวสระน้ำสบายใจ

180 Views

        วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2519

        ตอนเที่ยวสระน้ำสบายใจ
        สู่แดนต่อแดนระหว่างมนุษยโลกกับยมโลก 

        ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จปรากฏตัวตรัสเป็นกลอนความว่า

มณีวาว                เดิมสถิต          บนสวรรค์
เกิดพลาดพลั้ง    สู่ดินดาล         เคล้าโคลนตม
ครั้นเห็นแจ้ง        ปลงสังขาร     ละโสมม
ปัญญาข่ม            จิตเปี่ยมท้น    สัจธรรม

        อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิง เตรียมตัวท่องเมืองนรกได้
        หยางเซิง: ท่านอาจารย์ครับ วันนี้กระผมได้ไปเมืองเจียงฮ่วยและเพิ่งกลับมา รู้สึกอ่อนเพลีย ใคร่จะขอนอนพัก กระว่าวันหลังค่อยไปนะครับ!

        อรหันต์จี้กง: เจ้านะเกียจคร้านมาก ผู้บำเพ็ญธรรมเมื่อตรากตรำลมฟ้าเพียงเล็กน้อยก็เกิดความท้อ แล้วจะหวังบรรลุธรรมได้อย่างไร?
        หยางเซิง: กระผมต้องขอกราบประทานอภัยจากท่านอาจารย์ด้วย กระผมจะเร่งปรุงสติตามท่านอาจารย์ไป

        อรหันต์จี้กง: รีบขึ้นบนดอกบัว อย่าเปิดตา… เอาละ ลืมตาได้ลงจากดอกบัวได้แล้ว
        หยางเซิง:  ท่านอาจารย์ครับ วันนี้ไฉนจึงพาผมมาทางนี้ ตรงข้างหน้ามีบ่อน้ำบ่อใหญ่บ่อหนึ่ง น้ำในบ่อใสสะอาด ไร้คลื่นลมเป็นสีฟ้า และมีตัวหนังสือ ปรากฏความว่า “สระน้ำสบายใจ”

        อรหันต์จี้กง: วันก่อนท่องนรก เนื่องจากเจ้าเป็นปุถุชนธรรมดานัยน์ตาสามัญชน จึงมองเห็นสรรพสิ่งได้น้อยมาก วันนี้อาตมาพาเจ้ามายังที่นี้ ต้องการให้เจ้าลงไปในสระน้ำ เพื่อชะล้างสิ่งราคีทำให้ตาสามัญชนกลายเป็นทิพยเนตร จึงสามารถมองทะลุปรุโปร่งในแดนนรก
        หยางเซิง: กระผมว่าน้ำในสระใสเย็นจัดมาก และเวลานี้ก็เป็นฤดูใบไม้ร่วง กระผมกลัวความเย็นเกรงจะเป็นหวัด ไม่กล้าลงอาบ

        อรหันต์จี้กง: ท่องนรกแต่กลัวหนาว! ผลักให้เจ้าลงไปเลย
        หยางเซิง: ช่วยด้วย!!!! กระผมว่ายน้ำไม่เป็น อาจารย์ท่านทำให้คนตายแล้ว! โอย…

        อรหันต์จี้กง: ให้เจ้าลงไปแช่สัก 2-3 นาที เพื่อกระตุ้นให้ตื่นขึ้น
        นายพลคุมสระ: นมัสการท่านอาจารย์ กระผมขอต้อนรับพระคุณท่าน เมื่อครู่นี้ท่านอาจารย์ผลักปุถุชนผู้หนึ่งลงไปในสระ มิทราบว่าท่านมีความประสงค์อันใด?

        อรหันต์จี้กง: ท่านนายพลหารู้ไม่ว่า ชาวโลกทุกวันนี้ล้วนเมามายลุ่มหลง ราคีเต็มกาย สูญสิ้นไปซึ่งวิญญาณอันผ่องใสปราดเปรื่องแห่งนิสัยดั้งเดิม วันนี้อาตมาผลักปุถุชนผู้นี้ลงไปในสระน้ำ ความหมายก็คือชำระล้างราคีที่เปรอะเปื้อน “มุณีจินดา” เพื่อให้แสงที่เจิดจ้าจรัสขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
        นายพลคุมสระ: เช่นนั้นแล้ว กระผมจะรีบช่วยกู้เขาขึ้นมาโดยด่วนมิฉะนั้นหากนานเกินควรอาจช่วยไม่ทัน

        อรหันต์จี้กง: เร็วเข้า! หากว่าจมลงก้นสระก็จะเกิดความยุ่งยากมาก
        นายพลคุมสระ: ช่วยขึ้นมาแล้วครับ แต่เขาได้หยุดการหายใจไปแล้ว มิทราบว่าท่านจะช่วยเหลือแก้ไขได้ประการใด?

        อรหันต์จี้กง: เรื่องเล็ก เมื่อชะล้างราคีแล้ว ก็ย่อมจะฟื้นคืนชีพได้ อาตมาจะใช้พัดโบกเพียงครั้งเดียวก็จะฟื้นคืนชีพมาทันทีดูอาตมาแสดงอภินิหาร….
        นายพลคุมสระ: ลืมตาทั้งสองข้างแล้ว

        หยางเซิง: ท่านอาจารย์ไฉนจึงผลักกระผมลงไปในสระ?
        อรหันต์จี้กง: ชาวโลกล้วนแต่ติดนิสัยชอบให้ผลักดัน เออ…. กรุณามากแล้วนะ เหตุผลของเจ้ายังมีอีกมากมายก่ายกอง แต่อาตมาไม่มีอารมณ์ในเรื่องนี้ จึงจำเป็นต้องทำเช่นนั้น

        หยางเซิง: ขอขอบพระคุณต่อคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ เวลานี้กระผมมีความรู้สึกสดชื่นสบายทั่วร่างกาย ผู้ที่แต่งกายแบบนายพลคือผู้ใด?
        อรหันต์จี้กง: ท่านผู้นี้คือนายพลผู้คุมสระ มีหน้าที่ดูแลรักษาสระน้ำนี้ ผู้ที่มิได้รับคำสั่งจะลงไปอาบไม่ได้ สระน้ำนี้คือบ่อน้ำทิพย์ นอกจากเทวดาสามแดนลงสรงได้แล้ว บุคคลอื่นๆ ล้วนห้ามลงอาบ วันนี้เจ้ามีบุญแล้วละ
        นายพลคุมสระ: วันนี้ท่านอาจารย์ปุถุชนผู้นี้มายังที่นี้ มิทราบว่ามีธุระปะปังประการใด?

        อรหันต์จี้กง: เพราะเหตุว่าเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง ในเมืองไถ่ตง แห่งโลกมนุษย์ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือเรื่อง “เที่ยวเมืองนรก” ให้ฉันพาหยางเซิงผู้นี้มาท่องยมโลก เพราะเหตุยังไม่สิ้นกลิ่นไอแห่งปุถุชน ยากแก่การมองทะลุปรุโปร่งในเมืองนรก ก็เลยพามาชะล้างนัยน์ตาในสระน้ำสบายใจ เพื่อที่สะดวกในการท่องชม
        นายพลคุมสระ: ขอประทานโทษ! ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง

        อรหันต์จี้กง: เวลาไม่คอยท่า เราศิษย์อาจารย์จะรีบไปท่องเมืองนรก ลาก่อนท่านนายพล เจ้าหยางเซิงรีบขึ้นบนดอกบัวเสีย
        หยางเซิง: ขณะนี้เราไปทางใดครับ ท่านอาจารย์?

        อรหันต์จี้กง: ไม่ต้องถาม เมื่อถึงที่แล้วจะรู้เอง รีบปิดตาทั้งสองข้าง…..ลืมตาได้ ลงจากดอกบัวได้
        หยางเซิง: ถนนสายนี้ทำไมไม่ราดยางมะตอย พายุทรายฟุ้งเต็มท้องฟ้า ทำให้เดินกะโผลกกะเผลก

        อรหันต์จี้กง: นี่แหละคือ แดนต่อแดนระหว่างมนุษย์กับผี
        หยางเซิง: โอ้โฮ!! ทางโน้นมีคนมาเยอะแยะ ล้วนแต่ร้องห่มร้องไห้กะจองอแง!

        อรหันต์จี้กง: นั่นคือวิญญาณของคนที่ตายแล้ว พึ่งมาถึงเมืองนรก
        หยางเซิง: ข้างหน้ามีหอสูง มีตัวอักษรว่า “แดนต่อแดนระหว่างมนุษยโลกกับยมโลก” ที่นี่เป็นแห่งหนตำบลใด?

        อรหันต์จี้กง: นี่แหละคือ แดนต่อแดนแห่งมนุษยโลกกับยมโลก
        หยางเซิง: ข้างหน้ามีตึกแถวสองตึก เราไปเยี่ยมชมกันเถิด

        อรหันต์จี้กง: ได้ รีบไปกัน
        หยางเซิง: ตึกเหล่านี้ล้วนเขียนว่า “กรมทะเบียน” แบ่งเป็นแผนกที่ 1 ที่ 2 ประมาณสิบกว่าห้อง

        อรหันต์จี้กง: เราไปสังสรรค์เยี่ยมชมเถิด
        อธิบดีกรมทะเบียน: ขอต้อนรับท่านอาจารย์กับคุณหยางเซิงผู้ทรงเอก แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง จากเมืองไถ่ตงที่มาเยี่ยมเยือนในวันที่ 15 เดือน 8 ได้รับพระบรมราชโองการจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ ทราบว่าสำนักท่านจะแต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” และจะมาสำรวจเที่ยวชมรายละเอียด

        อรหันต์จี้กง:   เพราะเวลาหมดลงแล้ว วันอื่นค่อยมาเยี่ยมชมกันใหม่
        อธิบดีกรมทะเบียน: ได้ครับ เชิญขอรับ

        อรหันต์จี้กง: เจ้าหยางเซิง เราเตรียมกลับสำนักเถิด ออกไปขึ้นดอกบัว ปิดตาทั้งสองข้าง
        หยางเซิง: ขอรับ กระผม……

        อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
        หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิ